ตอนที่ 102:สิ้นสุดการถ่ายทอดสด
“นี่ เยว่เยว่ว่านอนสอนง่ายจริง ๆ เลย ! ”
“ถือว่าเห็นเเก่บทเพลงของเยว่เยว่ เเละความว่านอนสอนง่ายของเธอท่านทั้งหลายจะมัวลังเลอะไรอยู่ล่ะ”
“ฉันขอไม่พูดอะไรก็แล้วกัน เอาล็อบสเตอร์ไปเลย 10 ตัว ! ”
เยว่เยว่เป็นเด็กน้อยที่ว่านอนสอนง่ายเเละมีมารยาทความน่ารักของเธอทำให้ผู้ชมการถ่ายทอดสดหัวใจละลาย พวกเขาส่งเสียงเรียกร้องและต่างเเห่ส่งข้อความเเละของขวัญดึงดูดพวกเขามากกว่าตอนที่หลิวจือเซียร้องเพลงเสียด้วยซ้ำ
เยว่เยว่มองต้นไผ่สีเขียวที่พุ่งขึ้นบนหน้าจอมองหอยเป๋าฮื้อที่ค่อยกระดึ๊บ ๆเเละกุ้งล็อบสเตอร์ที่กำลังเดินทางมาด้วยความตื่นเต้น…
แม้เด็กน้อยจะไม่รู้ว่าสิ่งนี้สื่อถึงอะไรเเต่เธอก็รู้สึกว่ามันน่าสนใจดี
“เอาล่ะ ขอขอบคุณสำหรับของขวัญในช่วงสุดท้ายด้วยนะครับ”
ตอนนั้นเองหวงปิ่งคุนก็ยืนขึ้นมาจากหน้าจอเเล้วเอ่ย“ผมอายุมากเเล้ว อดหลับอดนอนไม่ไหวหรอกนะ ทุกท่านรวมทั้งเสี่ยวหลิวถ้าหากว่าจะอยู่ต่อกันอีกสักหน่อยก็เชิญตามสบาย แต่ผมต้องขอตัวลาก่อน”
“เหล่าหวง ใกล้จะเสร็จเเล้วล่ะครับผมก็ใกล้จะหยุดถ่ายทอดสดเเล้ว” หลิวจือเซียรีบลุกขึ้นมาเอ่ย“วันนี้ต้องขอบพระคุณเหล่าหวง ผู้จัดการหลิน ผู้จัดการสง ผู้จัดการเมิ่งรวมทั้งเพื่อน ๆ ทุกคนที่มารับชมในครั้งนี้ ขอบคุณจริง ๆ ครับ”
“คุณหลิว ดูคุณพูดเข้าสินี่ล้วนเเต่เป็นเรื่องที่พวกเราควรทำเเท้ ๆ ” หลินเยว่เม้มมุมปากเเล้วหัวเราะเบา ๆ
“วันนี้การถ่ายทอดสดเยี่ยมมากจริงพวกเราต่างหากล่ะที่ต้องขอบคุณ คุณหลิว”
คนอื่นอาจไม่เข้าใจสิ่งที่หลินเยว่ต้องการจะสื่อแต่พวกเมิ่งฉางคงนั้นถือว่าเป็นมืออาชีพเเค่การถ่ายทอดสดวันนี้ก็สามารถโปรโมทแพลตฟอร์มเเพนด้ามิวสิคให้เป็นที่รู้จักได้อย่างกว้างขวางเเละยังสามารถทำเงินให้บริษัทเกือบ 10 ล้านหยวนกระเเสตอบรับดีขนาดนี้จะไม่ให้พวกเขาดีใจได้อย่างไร ?
“ใช่น่ะสิคุณหลิว หากว่ามีเวลาว่างเมื่อไร ผมจะเลี้ยงข้าวเอง”สงสงเป็นผู้ชายที่มีนิสัยตรงไปตรงมา พูดจาก็ตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม
“ได้เลยครับ ! ” หลิวจือเซียพยักหน้าเขาต้องการที่จะพูดอะไรอีกสักหน่อย แต่เยว่เยว่ก็ดึงชายเสื้อเขาเข้ามา
หลิวจือเซียก้มลงมองลูกสาวตัวน้อยที่กำลังเอามือนวดคลึงเบ้าตาพลางเอ่ย “พ่อค่ะ หนูง่วงเเล้ว อยากนอนเเล้วค่ะ ! ”
ดูเหมือนว่าหลังจากที่ตื่นเต้นไปได้สักพัก เยว่เยว่ก็ไม่อาจต้านทานความง่วงที่ถาโถมเข้ามาได้
“เยว่เยว่ง่วงเเล้วหรือ ? ” หลิวจือเซียลูบหัวของลูกสาวตัวน้อย“ยังทนอีกสักหน่อยได้ไหม ? ”
“ค่ะ ! ”เยว่เยว่พยักหน้าเเล้วดวงตากลมโตของเธอก็เผยความเจ้าเล่ห์ออกมา
เเต่หลิวจือเซียไม่ได้เห็นภาพนั้น เขาหันกลับไปเอ่ยกับท่านผู้ชมในการถ่ายทอดสดครั้งนี้และตอนนั้นเองก็ข้อความมากมายผุดขึ้นมาบนหน้าจอ
“คุณเซียรีบพาเยว่เยว่เข้านอนได้เเล้วการถ่ายทอดสดวันนี้ดูจนพอใจเลยล่ะ คุณไปได้เเล้ว”
“แฟนสาวผมง่วงเเล้ว ยังจะอยู่ดูการถ่ายทอดสดอะไรอีก เเยก ! ”
“คุณเซีย คุณจะต้องมาถ่ายทอดสดที่แพนด้าไลฟ์บ่อย ๆ นะคะฉันอยากเจอคุณทุก ๆ วันเลย!”
ท่านผู้ชมต่างก็สนอกสนใจเป็นพิเศษกระทั่งมีผู้ชมมากมายที่ก่อนหน้านี้ไม่ใช่แฟนคลับของหลิวจือเซียทว่าในการถ่ายทอดสดครั้งนี้ได้ทำให้พวกเขากลายเป็นแฟนคลับตัวยงของหลิวจือเซียไปแล้ว
“ครับ ผมจะทำตามที่ทุกท่านขอหากมีเวลาเมื่อไรก็จะมาถ่ายทอดสดอีกไว้รอฟังประกาศเวลาและชื่อห้องถ่ายทอดสดบนเวย์ป๋อนะครับ”
เมื่อเห็นข้อความจากบนจอ หลิวจือเซียจึงรับปากไปเล่น ๆอย่างไรเสียตอนนี้เขาก็ไม่ได้ยุ่งอะไรมากมาย
“เอาล่ะ ทุกท่านไว้เจอกันใหม่ในการถ่ายทอดสดครั้งหน้าครับ ! ”
………………………..
การถ่ายทอดสดอันเร่าร้อนตลอดระยะเวลาสองชั่วโมงนั้นได้สิ้นสุดลงสีหน้าของหลิวจือเซียพลันโล่งราวกับยกภูเขาออกจากอกหากจะบอกว่าไม่ตื่นเต้นก็คงต้องเป็นเรื่องโกหกแน่ ๆ
อีกทั้งวันนี้ยังเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นอีกด้วยถ้าหากไม่ใช่เพราะคำพูดของจินฉือถัง เขาก็คงไม่รู้ตัวว่าความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมนั้นจะมีผลต่อเขามากขนาดนี้
ดีที่วันนี้เขาได้หลอมรวมกับร่างนี้จนเป็นหนึ่งเดียวต่อไปนี้จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เเบบนี้ขึ้นมาอีกเเล้ว
“จือเซีย ครั้งนี้นายทำได้เยี่ยมเลยล่ะ ! ”
เมื่อเห็นหลิวจือเซียจูงเยว่เยว่เข้ามาให้ห้องรับแขกหลางเวิ่นซิงก็ยืนขึ้นมา “เอาอย่างนี้ก็เเล้วกัน วันนี้ดึกมากแล้วรอพรุ่งนี้ฉันไปบริษัทหาข้อสรุปเรื่องหานจวิ้นชิงให้นายแล้วกัน”
พูดตามตรงหลางเวิ่นซิงก็กลัวหลิวจือเซียจะมีอคติกับตนเองเพราะเรื่องของหานจวิ้นชิง
นี่มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์ หลางเวิ่นซิงเพียงเเค่ไม่อยากเสียหลิวจือเซียเพื่อนคนนี้ไปก็เท่านั้น
“พี่ซิง พี่อย่าทำเเบบนี้เลยน่า” หลิวจือเซียจูงมือของเยว่เยว่“เมื่อผ่านเรื่องราวคืนนี้ไป หานจวิ้นชิงย่อมไม่มีที่ยืนอยู่ในวงการบันเทิงเรื่องนี้ก็ให้มันจบอย่างนี้ก็เเล้วกัน”
หลิวจือเซียไม่ใช้คนประเภทที่คอยซ้ำเติมคนเชื่อว่าหลังจากที่เหตุการณ์ครั้งนี้ผ่านพ้นไป ชื่อของหานจวิ้นชิงจะต้องเป็นที่เลื่องลือไปทั่วจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปกำจัดเขาให้เสียเวลา
“ไม่ได้ ! ” หลางเวิ่นซิงเเสดงท่าทีขึงขัง“เรื่องนี้ต้องทำตามที่ฉันสั่ง ! ดึกเเล้วสิ ฉันคงต้องกลับเเล้ว”
พูดจบ หลางเวิ่นซิงก็ลุกพรวดขึ้นไปที่ประตูทันที
“เหล่าจาง เรากลับกันเถอะ ! ”
“น้องสาม ต่อไปนี้มีเรื่องอะไรนายจะต้องบอกกับพวกเรา ! ”
จางหมิงห่าวเเละซ่งจิงจ้านเห็นสถานการณ์ก็ไม่รีรอช้าเขารีบยืนขึ้นและกล่าวลาทันที
วันนี้ได้ดูการถ่ายทอดสดที่ตื่นตาตื่นใจมากเหลือเกินพวกเขาจะต้องกลับไปดื่มด่ำกับการถ่ายทอดสดครั้งนี้ให้ดี ๆ
…………………….
แม้ว่าการถ่ายทอดสดได้จบลงไปเเล้วเเต่กระแสของหลิวจือเซียจากการถ่ายทอดสดครั้งนี้ก็ยังไม่จบเพียงแค่นั้น
ไม่ว่าจะในเวย์ป๋อ หน้าฟีดของวีแชท ในแพนด้ามิวสิค…หรือกระทั้งพาดหัวข่าวในเวย์ป๋อในข่าวของแพนด้ามิวสิคในกองบรรณาธิการข่าวบันเทิงต่าง ๆ ต่างก็ทำข่าวการประชันฝีมือของหลิวจือเซียเซี่ยเยว่เเละจินฉือถัง
อู๋อิงซึ่งเป็นนักดนตรีคนหนึ่งได้โพสต์ในเวย์ป๋อว่า
“สำหรับในค่ำคืนที่น่าตื่นตาตื่นใจนี้ ! หลิวจือเซียผู้ประพันธ์เพลงได้แต่งเพลงสามเพลงรวดเดียวในสองชั่วโมงครึ่งทั้งสามบทเพลงล้วนเเต่มีความคลาสสิคทั้งสิ้น ! ส่วนตัวฉันแล้วในบรรดาสามบทเพลงนี้ฉันชอบเพลง ‘เพราะรัก’เพลงนี้เป็นเพลงที่ทำให้ฉันได้ย้อนความทรงจำไปสู่วันวาน เป็นเพลงรักที่เรียบง่ายเเต่ก็ทำให้ฉันรู้สึกประทับใจจริง ๆ ”
หวงเคอซินผู้จัดรายการแข่งร้องเพลงฮัวเซียนิววอยซ์ได้โพสต์เวย์ป๋อว่า
“ในค่ำคืนนี้ผู้เข้าแข่งขันฮัวเซียนิววอยซ์ หลิวจือเซียภายในเวลาสองชั่วโมงครึ่ง เขาก็สามารถแต่งเพลงได้ถึงสามเพลงนี่คือผู้มีจิตวิญญาณของนิววอยซ์ และนี้คือสิ่งที่ฮัวเซียนิววอยซ์ต้องการผมขอกดไลค์ให้หลิวจือเซียเลย ! ”
เฉินอี้เจี๋ยเมนเทอร์อีกคนก็โพสต์ในเวย์ป๋อเช่นกัน
“เพลง ‘รักเธอจริง ๆ ’ ที่หลิวจือเซียแต่งขึ้นในวันนี้ทำนองเอาไปร้อยคะเเนนเลย เนื้อร้องก็เอาไปเลยร้อยเต็ม ภาษากวางตุ้งของนายปังมาก !@หลิวจือเซีย จะขอลิขสิทธิ์เพลง ‘เพราะรัก’ มาให้ฉันร้องได้ไหมฉันไม่ขอส่วนเเบ่งกำไรเลย ! ”
หลิวจือเซียแต่งเพลงออกมาสองเพลงในสองชั่วโมงขณะเดียวกันก็ร้องสดออกมาได้อย่างสมบูรณ์เเบบนี่มันก็เเสดงให้เห็นเเล้วว่าเขามีพรสวรรค์และมีความสามารถด้านดนตรีมากขนาดไหน
เหมือนว่าทุกคนจะรู้ข่าวนี้และได้ดูการถ่ายทอดสดครั้งนี้นักดนตรี นักประพันธ์เพลงทั้งหลายต่างก็ต้องชมหลิวจือเซีย
พวกเขารู้ตัวดีว่าบางทีพวกเขาอาจจะมีความสามารถด้านใดด้านหนึ่งที่จะสามารถใกล้เคียงกับหลิวจือเซียก็เป็นได้เเต่ถ้าจะให้เพียบพร้อมไปหมดทุกด้าน ก็เห็นว่าจะเปรียบเทียบกับเขาไม่ได้จริง ๆ
สืบเนื่องจากการโพสต์ของเหล่าดารา นักร้องและคนในวงการบันเทิงทั้งหลาย… และถูกแชร์ต่อกันเป็นวงกว้าง เเค่ครึ่งชั่วโมงสั้น ๆหลังจากนั้น เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นฮอตฮิตที่ถูกค้นหาในเวย์ป๋อและก็เป็นประเด็นร้อนเเรงจนดึงไม่หยุดฉุดไม่อยู่
ส่วนเจ้าของบริษัทบันเทิง สื่อและสตูดิโอทั้งหลายต่างก็สติแตกไปตาม ๆ กัน
เพราะคนคนนี้มีความสามารถในการประพันธ์ที่น่าสะพรึงและมีเทคนิคการร้องที่ดีขนาดนี้สามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าไม่เป็นสองรองใครจริง ๆคนประเภทนี้จะต้องผูกสัมพันธ์ไว้ให้ดี เพราะเมื่อไหร่ที่มีเพื่อนเพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่งตัวช่วยก็จะเพิ่มมาอีกหนึ่งทาง ต่อไปศิลปินในบริษัทตนก็จะไปขอให้เขาแต่งเพลงให้ได้
“ต่อไปหลิวจือเซียจะต้องเป็นคนที่มีอิทธิพลอย่างมากในวงการบันเทิงแน่ๆ ! ”
“เพื่อนของเขาก็เซ็นสัญญาเข้าอยู่ในสตูดิโอของหลี่อ้ายกังดีไม่ดี เขาอาจจะโกอินเตอร์ไปอยู่ในชาร์ตเพลงของฝั่งยุโรปและอเมริกาก็ได้ ! ”
“เฮ้อได้ยินมาว่าเขาเป็นศิลปินในสังกัดบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์ไปหาทางติดต่อกับเเพนด้ามิวสิคเพื่อเอาช่องทางติดต่อของหลิวจือเซียมาสิฉันจะต้องคว้าตัวเขามาให้ได้เลย ! ”
เพียงชั่วเวลาค่ำคืนที่มืดสงัด บริษัทบันเทิง สื่อเเละสตูดิโอทั้งหลายต่างก็วิ่งวุ่นไปทั่วเพราะหลิวจือเซียเพียงคนเดียว
คนเหล่านี้ยอมไม่ได้หลับไม่ได้นอน
เเล้วทางเซียเยว่ล่ะ ?
แม้ว่าในช่วงถ่ายทอดสดจะไม่เห็นตัวเซียเยว่แม้ผู้ชมและแฟนคลับของเซียเยว่นั้นจะเศร้าเสียใจ เเต่พวกเขาก็รู้สึกเซอร์ไพรส์กับกวีคลาสสิคสามบทนั้นเป็นอย่างมาก
ฮัวชุนเซิง รองประธานสมาคมนักเขียนจีน โพสต์ในเวย์ป๋อเอ่ยว่า
“คืนนี้เป็นอีกคืนที่เซอร์ไพรส์มากจริง ๆ !เซียเยว่ท่านนี้ก็คือนักแต่งนิทานที่โด่งดังที่สุดในตอนนี้เขาไม่เพียงเเต่จะเขียนนิทานได้ดีเยี่ยมเท่านั้น เเต่ยังมีความรู้ลึกซึ้งในด้านวัฒนธรรมอีกด้วย”
“ประโยคจาก ‘กวีไร้ชื่อ’ ที่เขียนว่า ‘หนอนไหมสิ้นจึงสิ้นสายใยเปลวเทียนมอดดับน้ำตาเหือดแห้ง’ นั้นแสดงความรู้สึกเกลียดที่ต้องพรากจากรวมทั้งความเจ็บปวดจากไข้ใจได้ถึงขีดสุด ‘กวีรำพันลูกจากไกล’ ที่ว่า “ลูกเปรียบดั่งต้นหญ้าความรักของแม่เปรียบดั่งแสงสาม (แสงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิ) แสดงความในใจออกมาสรรเสริญความรักของแม่ และแสดงความรักที่จริงใจที่ลูกชายมีให้กับแม่ กวีอำลาเเม่เป็นกวีที่ฟังดูธรรมดา ทว่าเเต่ละประโยคนั้นกลับทำให้รู้สึกเจ็บปวดจนเเทบจะทนอ่านต่อไปไม่ไหว”
“พูดตามตรง ต่อให้เป็นผมผมก็คงประพันธ์กวีที่มีความคลาสสิคแบบนี้ไม่ได้ ! ”
“ผมรู้สึกดีใจที่สมาคมนักเขียนจีนมีนักประพันธ์กวีที่มีความสามารถมากขนาดนี้จริงๆ ! ”
เหลียงชิวผิง ผู้เชี่ยวชาญด้านอารมณ์ได้โพสต์ในเวย์ป๋อว่า
“บทกวีที่เซียเยว่แต่งขึ้นมาในวันนี้ฉันชอบ ‘กวีไร้ชื่อ’มากที่สุด เป็นการปลดปล่อยความรู้สึกในช่วงที่คิดถึงจนถึงขีดสุดในการพบเจอและจากลานั้น แน่นอนว่าการจากลาคือสิ่งที่เจ็บปวดมากที่สุดกวีบทนี้ได้หลอมรวมความรู้สึกเจ็บปวดเอาไว้ตั้งเเต่ต้นจนจบอธิบายความผิดหวังและกลับมารักใคร่จนไม่สามารถแยกจากกันได้”
กระทรวงศึกษา เเผนกการศึกษาขั้นพื้นฐานได้โพสต์เวย์ป๋อว่า
“‘กวีรำพันลูกจากไกล’ เป็นบทกวีห้าพยางค์เเบบโบราณเชียเยว่นักเขียนหน้าใหม่ทรงเสน่ห์ จากการย้อนรำลึกความทรงจำของเเม่ผู้นั่งเย็บผ้าก่อนที่จะลาจากกันที่ดูเหมือนจะธรรมดาเเต่ก็ได้เทิดทูนความรักอันยิ่งใหญ่และความเสียสละของแม่เป็นบนกวีที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรักรวมถึงความเคารพที่มีให้เเม่อย่างลึกซึ้ง”
“กวีบทนี้ได้เเสดงความรู้สึกจริงใจของเเม่ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติแม้จะไม่มีการเติมแต่งให้ดูหรูหรา ทว่ากลับดูบริสุทธ์และลื่นไหลในความธรรมดาเรียบง่ายนี้ เราก็จะได้เห็นความงดงามไปจนถึงความรู้สึกของบทกวี”
“เเผนกของเราวางเเผนที่จะจัดการประชุม เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับ‘กวีรำพันลูกจากไกล’ ให้มาอยู่ในบทเรียนของการศึกษาขั้นพื้นฐานอีกด้วย”
หากพูดถึงเวย์ป๋อของฮัวชุนเซิงและเหลียงชิวผิงเนื้อหาเหล่านั้นก็จะจำกัดแค่วงการสมาคมนักเขียนจีนแต่หากว่ามันส่งผลต่ออารมณ์ของผู้เชี่ยวชาญแล้วล่ะก็ แสดงว่าทั้งวงการศึกษาจวบจนถึงวงการวรรณกรรมต่างก็สั่นสะเทือนตามไปด้วย
ตั้งเเต่นี้ต่อไป ‘เซียเยว่’ จะไม่ใช่เเค่นักเขียนนิทานอีกต่อไปเขาจะได้รับการขนานนามอีกอย่างหนึ่งว่า นักกวี !