ฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 38 ข้าชอบเจ้า

            ฟู่ถิงเย่ไม่ได้ตั้งใจจะทำอะไรเลยจริงๆ!

            แต่บางครั้งเขาก็ควบคุมตัวเองไม่ได้!

            ร่างกายหอมละมุนที่อยู่ในอ้อมกอดนี้ไม่อาจตัดใจปล่อยมือได้เลย!

            เขาคิดในใจว่า เพียงแค่นางขัดขืนเขาจะปล่อยนางไปทันที ไม่มีทางบังคับฝืนใจนางแน่นอน

            แต่นางกลับไม่ขัดขืน...

            ในความเป็นจริงแล้วหวาชิงเสวี่ยรู้สึกสับสนนิดหน่อย ถูกเจ้าหมีตัวโตดันไปแนบกับบานประตู ขยับไม่ได้เลยสักนิดการตอบสนองแรกของนางไม่ใช่การต่อต้าน แต่เป็นการเงยหน้าขึ้นมองฟู่ถิงเย่อย่างตกตะลึง

            ฟู่ถิงเย่ก็มองมาที่นางเมื่อเห็นว่าสตรีนางนี้นอกจากจะไม่โกรธ ยังมีท่าทางโอนอ่อนเช่นนี้อีก ชายหนุ่มก็ยิ่งดีใจและยิ่งไม่คิดจะปล่อยมือ

            แสงเทียนสั่นไหว แสงไฟในห้องสลัวบรรยากาศในตอนนี้ยิ่งดูสับสน

            ฟู่ถิงเย่มองหวาชิงเสวี่ยภายใต้แสงเทียนสีเหลืองนวลมองอย่างไรก็ยิ่งพึงใจ รู้สึกว่านางงดงามไปหมดทุกส่วน ยิ่งมองก็ยิ่งชอบ

            เมื่อเทียบกับตอนที่อยู่เมืองเหรินชิวตอนนี้หวาชิงเสวี่ยไม่ได้ซูบซีดหรืออ่อนล้า เส้นผมดำขลับ ผิวพรรณขาวราวหิมะ ริมฝีปากสีชมพูดุจดอกท้อเป็นธรรมชาติมองดูแล้วก็อดใจไม่ไหวอยากจะลิ้มลอง...

            “ท่านแม่ทัพ” หวาชิงเสวี่ยขยับเล็กน้อยเพราะไม่ค่อยสบายตัวใบหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างผิดธรรมชาติ

            ใกล้เกินไปแล้ว...

            ถึงแม้ว่านางจะไม่ได้หวงตัวดังเช่นสตรีสมัยโบราณแต่ก็เขินอายเป็นนะ...

            “ข้าจะส่งสินสอดมาสู่ขอเจ้าเป็นภรรยาเป็นอย่างไร?” ฟู่ถิงเย่ไม่ลืมจุดประสงค์ของการมาในครั้งนี้

            ใบหน้าของหวาชิงเสวี่ยยิ่งแดงก่ำบุรุษผู้นี้ช่วยอย่าตรงไปตรงมาขนาดนี้ได้หรือไม่!

            “ท่านแม่ทัพ...เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองเหรินชิวท่านจึงอยากรับผิดชอบข้าหรือเจ้าคะ?” นางถาม

            “แน่นอน” ฟู่ถิงเย่ไม่แม้แต่จะหยุดคิดและพยักหน้าในทันที

            ในความคิดของเขา เขาเคยโอบกอดเคยสัมผัส เคยหลับนอนกับหวาชิงเสวี่ยมาแล้ว ย่อมต้องแต่งงานกับนาง! เรื่องนี้ยังต้องพูดอีกหรือ?

            “พวกเราเป็นเช่นนี้แล้วเจ้ายังคิดจะแต่งงานกับผู้อื่นอีกหรือ?!” ฟู่ถิงเย่เพิ่มแรงที่มือมากขึ้นเล็กน้อยกอดนางไว้แน่นกว่าเดิม น้ำเสียงดุดันอย่างยิ่ง

            หวาชิงเสวี่ยแทบหายใจไม่ออก...

            โอ้สวรรค์ ท่านเบาๆหน่อยได้หรือไม่?

            “แต่...ข้าคิดว่า การแต่งงานเป็นเรื่องสำคัญ...ต้องเป็นคนที่ชอบพอกันทั้งสองฝ่าย”

            “ข้าชอบเจ้า” ฟู่ถิงเย่ไม่รู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาจ้องมองหวาชิงเสวี่ยด้วยสายตาวาววับ “เจ้าชอบข้าหรือไม่?”

            “...” หวาชิงเสวี่ยพูดไม่ออกใบหน้าแดงก่ำ ปลายหูก็เริ่มแดงขึ้น และมีแนวโน้มที่จะแดงเหมือนกุ้งต้ม

            หากบอกว่าไม่ชอบ ดูเหมือนจะผิดต่อใจตนไปหน่อย

            พูดตามตรง ก็มีความรู้สึกดีๆอยู่บ้าง...

            แต่ถ้าหากจะบอกว่าชอบเลยก็ดูจะเกินไป นางไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับท่านแม่ทัพใหญ่จริงๆ นะ!

            พอมาถูกถามตรงๆ ว่าชอบหรือไม่ชอบเช่นนี้ช่างกดดันเหลือเกิน...

            “แค่บอกชอบ...จริงๆแล้ว มันยังไม่พอเจ้าค่ะ...” หวาชิงเสวี่ยตอบเสียงตะกุกตะกัก

            “ต้องอย่างไรอีก?”ฟู่ถิงเย่จ้องนางเขม็งพร้อมกับเอ่ยถาม

            “ต้อง...ชอบมากๆ ชอบที่สุดชอบจนอยากอยู่ด้วยกันทุกวัน ถึงจะได้เจ้าค่ะ...” หวาชิงเสวี่ยพยายามยกมือขึ้นอย่างยากเย็นใช้นิ้วแสดงระยะห่างตรงหน้าของเขา “แต่ตอนนี้ ข้าชอบท่านแม่ทัพ เพียงแค่...เท่านี้ยังห่างไกลจากความชอบถึงขนาดที่จะแต่งงานกันได้ ไปนิดหน่อยเจ้าค่ะ...”

            “ยุ่งยากจริง!” ฟู่ถิงเย่คัดค้านอย่างเด็ดขาด“บุรุษและสตรีที่ยังไม่ได้แต่งงาน ในเมื่อต้องตาต้องใจกันแล้วก็แต่งงานกันเสียสิ พูดแต่เรื่องไร้ประโยชน์อยู่ได้!”

            ...เรื่องนี้จะไร้ประโยชน์ได้อย่างไร?

            แต่บุรุษผู้ดื้อรั้นเช่นนี้หากขัดขืนตรงๆ นางคงจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ หวาชิงเสวี่ยจึงอดทนอธิบายกับเขา “ท่านแม่ทัพความรู้สึกเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายมาก คนสองคนต้องมีความรู้สึกที่มั่นคง ถึงจะสามารถพูดคุยเรื่องแต่งงานได้ถ้าเกิดว่าวันนี้ท่านแม่ทัพชอบข้า แต่พรุ่งนี้ไม่ชอบข้าแล้ว ข้าจะทำอย่างไร?”

            “เพียงแค่แต่งเจ้าเข้ามาแล้วต่อให้ไม่ชอบแล้ว ก็ต้องรักถนอมภรรยาผูกผม [1] อย่างที่ควรจะเป็น” ฟู่ถิงเย่ตอบอย่างไม่ลังเล

            เป็นคำตอบที่สมกับเป็นบุรุษหัวโบราณ

            หวาชิงเสวี่ยอยากจะเอามือก่ายหน้าผากรู้สึกว่าพูดกันไม่รู้เรื่องควรทำเช่นไรดี...

            ฟู่ถิงเย่มองนาง แล้วกล่าวอีกว่า“ข้าเข้าใจความหมายที่เจ้าอยากจะสื่อ เจ้ายังไม่รู้จักข้าดีพอ ยังไม่แน่ใจว่าข้าจะเป็นสามีที่ดีได้หรือไม่จึงยังลังเลอยู่”

            ถ้าหากว่าจะ...เข้าใจแบบนั้นก็ได้แต่จริงๆ แล้วนางไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นเสียทีเดียว...

            “ข้า ฟู่ถิงเย่ ไม่กล้าพูดว่าเป็นหนึ่งในใต้หล้าแต่ก็ถือว่าเป็นบุรุษที่สง่าผ่าเผยผู้หนึ่ง! ในเมื่อข้าตัดสินใจจะแต่งงานกับเจ้าแล้วข้าก็จะไม่ทอดทิ้งเจ้า! สิ่งที่ผู้อื่นให้เจ้าได้ ข้าก็ให้เจ้าได้เช่นกัน สิ่งที่ผู้อื่นให้เจ้าไม่ได้ข้าก็หามาให้เจ้า! ข้ามีชาติตระกูลดีใสสะอาด เรือนหลังไม่มีหญิงอื่น เจ้าไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น”

            ยิ่งพูดเขายิ่งฮึกเหิมเสียงก็ดังขึ้นเรื่อยๆ! ท่าทางเอาจริงเอาจังนี้ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนกับการสารภาพรักเหมือนกับการกราบทูลถวายฎีกาในราชสำนักเสียมากกว่า!

            หวาชิงเสวี่ยร้อนใจยื่นมือไปปิดปากฟู่ถิงเย่!

            สวรรค์! จั๊กจี้จัง!

            รู้สึกเหมือนจับเม่นด้วยมือเปล่า...

            เสียงของฟู่ถิงเย่เงียบลงทันทีภายใต้แสงเทียน ดวงตาสีดำลึกล้ำของเขาเป็นประกาย จ้องมองนางไม่วางตา!

            หวาชิงเสวี่ยใบหน้าแดงลามไปถึงหูแต่ก็ไม่กล้าปล่อยมือ พูดพึมพำว่า “ท่านแม่ทัพ ท่าน...ท่านเบาเสียงหน่อยเจ้าค่ะ...”

            หากเพื่อนบ้านมาได้ยินเข้าจะน่าอายขนาดไหน...

            ฟู่ถิงเย่รู้สึกว่ามือที่ปิดปากเขาอยู่นั้นทั้งหอมทั้งอ่อนนุ่มผิวนวลเนียนอบอุ่น รู้สึกดีเหลือเกิน...

            หวาชิงเสวี่ยเห็นว่าเขาไม่พูดจาเสียงดังอีกจึงค่อยๆ หดมือกลับอย่างเขินอาย

            นางมองดูฝ่ามือตัวเองก็พบว่ามีรอยแดงเพิ่มขึ้นมาหลายรอย

            เคราของบุรุษผู้นี้ทำจากเหล็กหรืออย่างไร?!

            “ข้าจะแต่งเจ้าเข้ามาเป็นภรรยาดีหรือไม่?”

            มาอีกแล้ว!

            “ท่านแม่ทัพ ดึกมากแล้วท่าน...ท่านกลับไปเถอะเจ้าค่ะ หากมีคนพบเห็นเข้าจะไม่ดี” หวาชิงเสวี่ยคุยกับเขาไม่รู้เรื่องจึงตัดสินใจไล่เขาออกไปก่อน

            “ไม่มีใครเห็นหรอก”ฟู่ถิงเย่ปฏิเสธทันที แต่ก็รู้ตัวว่าตนเองเสียมารยาทมากเกินไป จึงปล่อยหวาชิงเสวี่ยในที่สุด

            เมื่อร่างกายนุ่มนิ่มและหอมละมุนผละออกไปก็รู้สึกเสียดายอยู่นิดหน่อย

            เขาอยากจะถามหวาชิงเสวี่ยอีกครั้งว่านางหมายความว่าอย่างไรเมื่อเห็นทั่วทั้งใบหน้าของนางมีสีแดงก่ำ จึงรู้สึกว่าวันนี้ตนเองหุนหันพลันแล่นเกินไป...

            ช่างเถอะ ค่อยมาถามนางวันหลังก็แล้วกัน

            แต่ถ้าหากยังไม่ได้ตกลงกันให้แน่ชัดก็คงไม่สบายใจ...

            ฟู่ถิงเย่คลำหาของติดตัวเขาไม่ได้มีนิสัยชอบสวมเครื่องประดับ ตอนนี้จึงไม่มีแม้แต่ป้ายหยกที่จะมอบให้เป็นของแทนใจ

            ช่างเถอะ! ไม่ว่าจะเป็นอะไรขอแค่เป็นสิ่งของก็พอ!

            ฟู่ถิงเย่ดึงกริชที่พกติดตัวออกมาทันที!

            แสงสะท้อนจากคมมีดวาววับ!

            หวาชิงเสวี่ยสูดหายใจเข้าด้วยความตกตะลึงนี่มันหมายความว่าอย่างไร? ขอแต่งงานไม่สำเร็จก็จะฆ่ากันเลยหรือ?!

            “นี่เป็นกริชที่ข้าได้มาเมื่อหลายปีก่อนตอนไปรบทางใต้รูปแบบอาจจะธรรมดา แต่อัญมณีหลายเม็ดที่ประดับอยู่ยังพอชื่นชมได้ เจ้าเก็บติดตัวเอาไว้เถอะ”

            ฟู่ถิงเย่กึ่งๆ ยัดมันใส่มือหวาชิงเสวี่ยรู้ตัวดีว่าสิ่งนี้ไม่ใช่เครื่องประดับที่เหล่าสตรีชื่นชอบ เขารู้สึกผิดเล็กน้อย จึงกล่าวเสริมว่า“ยามปกติก็ใช้เชือดไก่หั่นผักได้อยู่นะ”

            หวาชิงเสวี่ย: “...”

            ข้าไม่เอาได้หรือไม่...

            ยังไม่ทันที่นางจะได้คิดอะไรมากไปกว่านี้ก็รู้สึกว่าฟู่ถิงเย่มือไม้อยู่ไม่สุขอีกแล้ว!

            เขากำลังลูบคลำตัวนาง!

            ชักจะมากเกินไปแล้ว!

            หวาชิงเสวี่ยกำลังโมโหฟู่ถิงเย่กลับหยุดมือ พูดพึมพำหนึ่งประโยค “เหตุใดเจ้าถึงไม่ชอบสวมใส่เครื่องประดับอะไรเลย...”

            หวาชิงเสวี่ย: “...”

            ข้ายากจน พอใจหรือยัง?!ยากจนก็ผิดด้วยหรือ?!

            สายตาของฟู่ถิงเย่กวาดมองไปรอบๆห้อง เป็นการกวาดมองจริงๆ! ราวกับว่าหากเห็นอะไรที่เหมาะสมก็จะคว้าไปอะไรแบบนั้น!

            ห้องของหวาชิงเสวี่ยก็เรียบง่ายจริงๆไม่มีแม้แต่ถุงหอมหรือผ้าเช็ดหน้า ฟู่ถิงเย่มองหาอยู่พักหนึ่ง เหลือบไปเห็นหวีไม้ที่พอจะใช้เป็นของแทนใจได้

            เมื่อหยิบมันขึ้นมาก็รู้สึกว่าการมาในวันนี้ไม่เสียเที่ยวแล้ว

            เขาคิดในใจ ‘การรับมือกับสตรีต้องเด็ดขาดหน่อย! หากมัวอ้ำๆ อึ้งๆ จะได้แต่งงานกันเมื่อไร?’

            สตรีก็แค่ชอบลังเลและยืดเยื้อเรื่องระหว่างบุรุษสตรีมีเพียงแค่นี้เอง มีอะไรต้องคิดมากมาย?

            ตอนนี้ฟู่ถิงเย่ปักใจเชื่อว่าหวาชิงเสวี่ยเป็นภรรยาของเขาแล้วจึงรู้สึกว่ามารยาทระหว่างบุรุษและสตรีนั้น ควรจะวางเอาไว้ก่อนได้

            เขากางแขนออก แล้วกอดหวาชิงเสวี่ยเข้าไปแนบอกอีกครั้ง

            หวาชิงเสวี่ยมือสั่นกริชในมือเกือบหล่นใส่เท้า!

            นี่ท่านแม่ทัพ ในมือข้ายังมีมีดอยู่นะ!ท่านไม่กลัวโดนแทงหรือ?!

            “ผ่านวันนี้ไปแล้ว การสู่ขอหลังจากนี้อาจจะไม่เหมาะสมลำบากเจ้ารอข้าอีกหนึ่งปี” เมื่อพูดเช่นนี้ น้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น“แต่อย่าออกไปทำงานเปิดเผยใบหน้าข้างนอกอีก! หากเจ้าชอบค้าขาย ก็ให้จ้าวเซิงไปจัดการหาซื้อร้านค้าให้แล้วจ้างคนมาดูแล เจ้าว่างจนไม่รู้จะทำอะไรก็แค่ตรวจบัญชีเล่นก็พอ”

            ฟู่ถิงเย่คิดว่าตัวเองใจกว้างมากแล้วแต่หวาชิงเสวี่ยกลับรู้สึกสับสน นางอยากถามว่า ‘พวกเราสนิทกันถึงขั้นนั้นแล้วหรือ?’

            เอาเถอะ ทั้งอาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหนีออกมาจากเมืองเหรินชิวด้วยกันอีก ไม่ถือว่าเป็นคนแปลกหน้าแล้วละ...

            แต่เหตุใด...เขาถึงชอบนางกันล่ะ?

            “พรุ่งนี้ข้าจะกลับค่ายหากเจ้ามีเรื่องอะไรก็ไปหาจ้าวเซิง” ฟู่ถิงเย่หยุดคิดไปครู่หนึ่ง นึกถึงเหตุการณ์ที่หวาชิงเสวี่ยไปจวนแม่ทัพครั้งที่แล้ว“ข้าจะบอกจ้าวเซิงให้กำชับคนเฝ้าประตูไว้ หากมีใครมาขวางอีก เจ้าก็ใช้กริชที่ข้าให้ไปเมื่อครู่แทงพวกมันเสีย!”

            หวาชิงเสวี่ย: “...”

            ท่านมาหาภรรยาหรือหาฆาตกรกันแน่?

            “ดึกมากแล้ว ข้าไปก่อนนะ”ฟู่ถิงเย่ปล่อยนาง แต่สายตากลับยังคงจับจ้องอยู่ที่นางไม่ละไปไหน

            หวาชิงเสวี่ยรู้สึกเขินอายกับสายตาของเขา...

            ดูเหมือนว่าตั้งแต่เมื่อครู่นี้ความแดงบนใบหน้าของนางก็ยังไม่จางหายไปเลย...

            น่ารำคาญเสียจริง...

            “เจ้าพักผ่อนเถอะ” ฟู่ถิงเย่กำลังจะไปแล้วจริงๆในแววตาเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์

            หวาชิงเสวี่ยทำอะไรไม่ถูกกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนางหน้าแดงพลางตอบด้วยเสียงเบา “ท่าน...ท่านก็รีบพักผ่อนเถอะเจ้าค่ะ...”

            ฟู่ถิงเย่จ้องมองนางอยู่ครู่หนึ่งสุดท้ายก็มองไปที่กริชในมือนาง กล่าวว่า “เห็นสิ่งของก็เหมือนเห็นคน”

            พูดจบก็เปิดประตูออกไป

            เมื่อประตูเปิดออก ลมเย็นพัดเข้ามาปะทะร่างหวาชิงเสวี่ยก็ตัวสั่นทันที

            นางกระชับเสื้อผ้า ตั้งใจจะเดินอีกสองสามก้าวเพื่อไปส่งฟู่ถิงเย่แต่พอเงยหน้าขึ้นก็ต้องตกตะลึง!

            ในลานเรือน นอกจากฟู่ถิงเย่แล้วยังมีผู้อื่นยืนอยู่อีก!

            เมื่อครู่นี้ผู้ใดกันที่บอกว่าจะไม่มีคนเห็น?!

            เหออู่เห็นฟู่ถิงเย่เดินออกมาจากห้องของหวาชิงเสวี่ยรู้สึกเหมือนถูกสาดน้ำเย็นใส่กลางฤดูหนาว เย็นสุดขั้ว!

            ฟู่ถิงเย่เห็นเขา ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วหันหลังมุ่งหน้าออกจากเรือนตระกูลเหออย่างรวดเร็ว ร่างของเขาหายไปในพริบตา

            เหออู่มองไปยังประตูเรือนที่ว่างเปล่าแล้วมองไปที่หวาชิงเสวี่ยที่ยืนอยู่ใต้ชายคาบ้านอย่างโง่งม

            “แม่นางหวา...เจ้า เจ้ากับท่านแม่ทัพ...พวกเจ้า...”เหออู่มองหวาชิงเสวี่ยอย่างตะลึง

            “ท่านอย่าเข้าใจผิด”หวาชิงเสวี่ยรีบอธิบาย “เขาแค่มาสู่ขอ...”

            เปรี้ยง!

            หัวใจที่พองโตราวบุปผาเริ่มผลิบานในฤดูใบไม้ผลิแตกสลายลงเงียบๆ ท่ามกลางความหนาวเหน็บของฤดูหนาว...

            หวาชิงเสวี่ยรู้ตัวว่าตนเองพูดจาฟังไม่รู้เรื่องที่จริงแล้วนางต้องการจะอธิบายว่านางกับฟู่ถิงเย่ไม่ได้ทำอะไรกันในห้อง!

            “พี่เหอ อย่าเอาเรื่องนี้ไปพูดต่อนะข้ากับท่านแม่ทัพไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆ เขามาหาข้าเพื่อถามเรื่องบางอย่าง ไม่มีอะไรเลย...”

            เหออู่พยักหน้าอย่างเหม่อลอยคิดในใจ ‘ใช่...แค่ถามบางอย่าง ข้าเข้าใจ ก็แค่คุยกันเรื่องแต่งงานเอง...’

            หวาชิงเสวี่ยอธิบายไปมากมายไม่รู้ว่าเหออู่เข้าใจหรือไม่ สุดท้ายก็เห็นเขากลับไปที่ห้องพักของตัวเองเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง

            “เฮ้อ นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย...”

            หวาชิงเสวี่ยกลับเข้าห้องด้วยความหงุดหงิดลองสัมผัสน้ำในอ่างอาบ พบว่าอุณหภูมิน้ำเย็นลงไปกว่าครึ่งแล้ว อารมณ์ของนางก็ยิ่งหดหู่กว่าเดิม...

            ————————————————————————————————————

            [1]ภรรยาผูกผม(结发妻子)หมายถึงภรรยาคนแรกที่แต่งงานตั้งแต่ยังหนุ่มสาว หรือหมายถึงภรรยาเอกที่ได้รับการยอมรับตามประเพณีเพราะในวันแต่งงานจะมีการตัดปอยผมของคู่สามีภรรยามาผูกรวมกันและเก็บไว้ใต้หมอนเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยกัน

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405