บทที่ 9 รอบตัวเขาเต็มไปด้วยหมัดเห็บเหลือบไร
ลู่เฉิงเหวินอยากจะเผ่นหนีไปเร็ว ๆ อยู่แล้ว ตอนนี้พอได้โอกาสจึงรีบกล่าวลา หนีไปให้พ้นจากคฤหาสน์ตระกูลเฉิน
ระหว่างที่เดินออกจากคฤหาสน์ตระกูลเฉิน ชายหนุ่มก็ซักถามด้วยความร้อนรน “มีเื่อะไร?”
จ้าวกังสีหน้าเคร่งขรึม มองดูรอบ ๆ ด้วยความตื่นเต้น “ขึ้นรถแล้วค่อยคุยกันเถอะครับ”
ลู่เฉิงเหวินเข้าใจในทันทีว่าคราวนี้เกิดเื่ขึ้นแล้วจริง ๆ
ขณะนี้เองที่สวีเสวี่ยเจียวก็ได้รับข้อความหนึ่งเช่นกัน เธอโกรธจนไม่อาจระงับได้ รีบวิ่งออกมาจนตามลู่เฉิงเหวินกับจ้าวกังทัน
จ้าวกังหุบปากทันที พลางมองดูสวีเสวี่ยเจียวด้วยอาการตื่นเต้น
ลู่เฉิงเหวินยังคงอยู่ในอาการงุนงง ไม่รู้เื่อะไรทั้งสิ้น “อ้าว... น้องเสวี่ยเจียว รีบร้อนตามออกมาอย่างนี้ มีเื่อะไรงั้นเหรอ?”
หน้าของสวีเสวี่ยเจียวบูดบึ้ง มองดูกิริยาท่าทีของอีกฝ่ายแล้วคิดในใจ อีตานี่ช่างเสแสร้งเก่งจริง ๆ! ยักยอกเงินฝ่ายจัดซื้อจนทำให้ส่วนประกอบตัวยาทั้งล็อตไม่ถูกต้องตรงตามตาราง ตอนนี้ยังมาทำท่าเหมือนกับไม่รู้เื่อะไรเลยสักอย่างเนี่ยนะ
สวีเสวี่ยเจียวยิ้ม ในรอยยิ้มนั้นราวกับซุกซ่อนดาบอันคมกริบเอาไว้ “พี่เฉิงเหวิน ่นี้โรงงานยาปกติดีใช่ไหมคะ?”
“เอ้อ...”
ลู่เฉิงเหวินเห็นจ้าวกังพยายามขยิบตาให้ จึงรีบตอบ “ก็ปกติดีไม่มีอะไรนะ วางใจเถอะ ถ้าเกิดเื่อะไรขึ้นผมรับผิดชอบเอง”
‘สาวน้อยคนนี้ออกมาทำไม? แล้วหลงอ้าวเทียนล่ะ? พวกเขาควรจะออกไปดื่มชาคุยกันเื่การแพทย์ไม่ใช่เหรอ’
‘ทำไมนางเอกถึงวิ่งตามฉันออกมาซะเล่า? ทำไมนางในของหลงอ้าวเทียนจึงตามรังควานฉันอยู่ได้?’
‘เื่ที่เกิดขึ้นในโรงงานยาจะต้องเป็เื่ใหญ่มากแน่นอน! จะต้องรีบไปสะสาง!’
สวีเสวี่ยเจียวตะลึง ดูท่าแล้วตอนนี้อีตานี่ยังไม่รู้เื่ของโรงงานยาจริง ๆ หรือว่าเขาไม่ได้เป็คนยักยอกเงินไป?
หญิงสาวคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มพลางตอบ “พี่เฉิงเหวินคะ พวกเราไม่ได้เจอหน้ากันมาปีหนึ่งแล้วใช่ไหมคะ?”
“หา? ถึงเหรอ? ฮ่า ๆ วันเวลาผันผ่าน รวดเร็วดังติดปีก เมื่อวงล้อแห่งอดีตบดบังความหนุ่มสาวที่ผ่านพ้นไปของพวกเรา...”
สวีเสวี่ยเจียวแทบอาเจียน ผู้ชายคนนี้นับวันก็ยิ่งน่าสะอิดสะเอียน
เธอฝืนฉีกยิ้ม อ้าแขนออก “ขอกอดหน่อยสิคะ!”
ในตอนนี้ลู่เฉิงเหวินรู้สึกกลุ้มใจจนสมองแทบจะแยกออกจากกัน
รอบตัวเขาเต็มไปด้วยหมัดเห็บเหลือบไร ขณะนี้ไม่รู้แล้วว่าควรจะจับตัวไหนก่อนดี
แผนของหลงอ้าวเทียนโดนเขาปั่นป่วนถึงสองครั้งในวันเดียว ตอนนี้เขาคงอยู่ในแบล็กลิสต์ของอีกฝ่ายแล้ว
ไม่รู้ว่าผีผลักรึยังไง ทำไมยัยเหลิ่งชิงชิวนั่นดันอยากจะหมั้นกับเขาให้ได้ เขาต้องรีบจัดการกับเื่นี้ให้เร็วที่สุด จะยื้อยุดกับไอ้หลงอ้าวเทียนให้มากความไม่ได้!
แถมคราวนี้นางเอกสวีเสวี่ยเจียวก็ไม่เดินตามบทแบบที่ควรจะเป็ ทำตัวประหลาดและเกาะแกะไม่เลิก
แต่เื่ด่วนที่สุดที่ต้องรีบจัดการคือเื่โรงงานยา เพราะนั่นคือยา หากเกิดเื่ขึ้นต้องเป็เื่ใหญ่แน่!
แล้วตอนนี้สาวน้อยคนนี้ยังจะให้ฉันกอดอีกเหรอ!?
กอดบ้ากอดบออะไรกัน? พวกเราจะมากอดกันทำไม? คิดจะกลั่นแกล้งใครงั้นเหรอ?!
เวลานี้ลู่เฉิงเหวินเห็นเฉินม่อฮวนกับหลงอ้าวเทียนเดินออกมา สายตาของอีกฝ่ายประสานกับสายตาของเขา
ชายหนุ่มมุมปากกระตุก มาเล่นงานฉันแบบนี้อีกแล้วเหรอ?
หลงอ้าวเทียนหรี่ตามอง ไอ้หมอนี่ทำแผนฉันเสียอีกแล้ว!
ลู่เฉิงเหวินรีบแสร้งทำเป็สงบนิ่ง “กอดอะไรกัน?”
จากนั้นเขาก็รีบพูดเสียงดังขึ้นมา “อ้าว! คุณหลง คุณมาพอดีเลย เมื่อกี้น้องเสวี่ยเจียวพูดรุนแรงไปหน่อย แต่ความจริงแล้วเธอชื่นชมในฝีมือการแพทย์ของคุณมากนะครับ พวกคุณหาร้านกาแฟนั่งคุยกันสักหน่อยดีกว่า ยังไงต่างฝ่ายก็เป็ผู้ฝักใฝ่ในการแพทย์ รับรองได้เลยว่าต้องมีเื่คุยกันเยอะแยะแน่ ผมยังมีธุระอยู่อีก ขอตัวก่อนนะครับ บาย”
ลู่เฉิงเหวินหมุนตัวได้ก็คิดจะเผ่น พลางคิดในใจ
‘ฉันช่วยพวกนายได้ถึงแค่นี้แหละนะ ขอให้พวกนายมีลูกด้วยกันไว ๆ ต่อไปจะยังไงก็ช่าง อย่าตามจองล้างจองผลาญฉันอีกเป็พอ’
‘พวกนายเกิดมาเพื่อครองคู่กัน ฉันเป็แค่ขี้หมาก้อนหนึ่งเท่านั้น พอใจแล้วสินะ?’
‘ต้องรีบไปแล้ว ไม่อย่างนั้นหลงอ้าวเทียนจะหาเื่เอาง่าย ๆ’
สวีเสวี่ยเจียวหันกลับไปมองหลงอ้าวเทียน พลางแค่นเสียง ‘ฮึ’ ด้วยความดูแคลน จากนั้นก็หมุนตัวไปคว้าชายเสื้อของลู่เฉิงเหวิน
“พี่ลู่ อย่าเพิ่งไปสิคะ! ั้แ่เล็กจนโต เวลาที่พวกเราจะแยกจากกัน ก็ต้องกอดลาทุกครั้งเลยไม่ใช่เหรอ?”
ลู่เฉิงเหวินเบิกตากว้าง มองดูสาวน้อยด้วยอาการตื่นตระหนก
สวีเสวี่ยเจียวมีใบหน้างดงามราวกับนางปีศาจผู้ยั่วยวน ดวงตากลมโตคู่นั้นส่องสว่าง สดใส ราวกับอัญมณีสีดำ
ทว่าภายในแววตาใสซื่อกับใบหน้างดงามเช่นนี้ ลู่เฉิงเหวินกลับมองเห็นแววสมน้ำหน้า ท่าทีที่เ้าเล่ห์ ท่าทางที่ดุดัน ยิ่งกว่านั้นก็ยังมีจุดประสงค์ร้าย
เธอจงใจแน่ ๆ!
สวีเสวี่ยเจียวจงใจจริง ๆ ซะด้วย
เป็เพราะเขาทำให้เธอโกรธจนแทบลุกเป็ไฟสินะ
สวีเสวี่ยเจียวที่ได้ยินเสียงในใจของอีกฝ่ายก็รู้สึกตื่นตระหนก ลู่เฉิงเหวินเชื่อมั่นมากว่าเธอจะต้องพลีกายถวายชีวิตให้หลงอ้าวเทียน นี่มันเื่อะไรกัน?
เธอก็ไม่ใช่คนโง่ไร้พิษสงเหมือนกันนะ
ที่แท้นายกลัวหลงอ้าวเทียนงั้นเหรอ? ฮึ! นายกลัวคนไหน ฉันก็จะยิ่งทำให้นายได้เจอคนนั้น ไม่มีวันให้นายได้อยู่อย่างสงบหรอก!
สายตาของลู่เฉิงเหวินเต็มไปด้วยความเป็ศัตรูและตื่นตระหนก
เขาค่อย ๆ ปัดมือของสวีเสวี่ยเจียวออก พร้อมด่าอยู่ในใจ
‘ยัยตัวร้ายอย่ามากลั่นแกล้งฉันนะ!’
‘ดูเหมือนว่าเธอจะรู้ว่าฉันกลัวหลงอ้าวเทียน ถึงได้จงใจทำแบบนี้! เจตนาแน่นอน!’
สวีเสวี่ยเจียวเกือบจะหัวเราะเสียงดังออกมา แต่ภายนอกก็ยังคงทำหน้าตาน่ารักน่าสงสาร ทว่าสายตานั้นคล้ายกำลังพูดว่า
พี่สาวเจตนาจริง ๆ นั่นแหละนะ นึกไม่ถึงเลยว่า นาย… ลู่เฉิงเหวิน กลัวคนอื่นเป็เหมือนกัน?
น่าสนุกดีจริง ๆ วันนี้ฉันจะทำให้นายกลัวจนหัวหดไปเลย!
โอ้โห? เหงื่อไหลเลยเหรอ?
ตอนนี้หลงอ้าวเทียนกับเฉินม่อฮวนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าแล้ว มุมปากของชายหนุ่มเผยอยิ้มน้อย ๆ
“แยกกันทุกครั้งต้องกอดกัน? คุณชายลู่เป็คนเปิดเผยดีนี่ครับ!”
ลู่เฉิงเหวินมุมปากกระตุก ทว่ายังไม่ทันได้อธิบายอะไร จ้าวกังหนุ่มทึ่มก็เดินมาข้างหน้าก้าวหนึ่ง พร้อมพูดเสียงดังกังวาน “กอดกันแล้วยังไง?! นายมันก็แค่...”
เขารีบคว้าตัวอีกฝ่ายมา พลางพูดในใจ ‘นายอย่าก่อเื่ให้ฉันมากไปกว่านี้เลย มัดตัวพวกเราสองคนเข้าด้วยกันก็ยังสู้เขาคนเดียวไม่ได้!’
เขาพูดกระอักกระอ่วน “น้องสวีล้อเล่นแล้ว มันไม่มีเื่แบบนั้นเลย!”