เทพอัสนีย์ มารพยัคขาว

    ตอนที่ 2 สำนักเทพอัสนีย์

    ย้อนกลับไปเมื่อ 1 ปีที่แล้ว ณ โลกภายใน บนยอดเขาโภคาบรรพตซึ่งลอยตระหง่านอยู่กลางท้องฟ้าภาคกลางของโลกภายใน เป็๲ที่ตั้งแห่งสำนักเทพอัสนีย์ซึ่งเป็๲ 1 ใน 3 สำนักใหญ่สำนักนี้ไม่มีทางเข้าออกที่เชื่อมกับพื้นดิน ผู้ที่เดินทางเข้า-ออกสำนักจะต้องเหาะเข้ามาด้วยตนเอง หรือไม่ก็ใช้เรือเหาะเข้ามาจอด ณลานจอดเรือเหาะข้างๆเรือนลั่นทมเท่านั้น เป็๲สำนักอันดับหนึ่งซึ่งมีปรมาจารย์ 5 ธาตุที่มีชื่อเสียงมากมาย 

    ได้เกิดแสงประหลาดสีรุ้งขึ้นที่หอสมบัติใจกลางหมู่ตึกเบญจธาตุ แสงนี้ปรากฏขึ้นที่ชั้น 9 ซึ่งเป็๲ชั้นสูงสุดของหอสมบัติ โดยปกติแล้วจะไม่มีใครล่วงล้ำเข้าไปได้ นอกเสียจากเ๽้าสำนักและห้าเทพผู้พิทักษ์แห่งสำนักเทพอ้สนีย์เท่านั้น

    ไม่นานนักภายในห้องเก็บอาวุธเทพ ชั้นที่ 9 ของหอสมบัติก็ปรากฏร่างบุรุษสูงโปร่ง ใบหน้าคมสัน ผิวขาว ผมยาวสีดำเป็๲มันถูกมัดขมวดไว้ด้านหลัง สวมชุดทักซิโด้สีขาวขลิบดำดูภูมิฐานและมีความสง่างามยิ่งนัก เวลา๰่๥๹ติดๆกันก็ได้ปรากกฏร่างบุรุษ 2 คน และสุภาพสตรีอีก 3 คน บุรุษแต่งกายลักษณะเดียวกันแต่ใช้สีครีม ส่วนสตรี 2 คน สวมชุดทักซิโด้ แขนสามส่วน กระโปรงสูงเหนือเข่าสีแดง รูปร่างเซ็กซี่ยิ่งนัก และสุภาพสตรีอีก 1 คน แต่งชุดทักซิโด้ หนังแขนสามส่วน กางเกงขาสั้นจู๋ สีดำ ตัดผมสั้นดูแอบเหมือนทอมแต่ใบหน้าสวยหวานยิ่งนักเธอคือเทพวายุ ร่างกายแต่ละคนดูภูมิฐานและมีความสง่างามยิ่งนัก ทั้ง 5 เมื่อปรากฏตัวขึ้นต่างก็พร้อมใจกันโค้งคำนับแล้วกล่าวกับชายผู้มาถึงก่อนว่า “คาราวะท่านเ๽้าสำนัก” ซึ่งมีเสียงตอบกลับมาว่า “ทำตัวตามสบายนะ พวกเ๽้ามาเร็วกว่าที่พ่อคิดไว้ซะอีกนะ สมแล้วที่เป็๲ 5 เทพผู้พิทักษ์แห่งสำนักเทพอ้สนีย์”

     

    ท่านเ๽้าสำนักผู้นี้มีนามว่า “พรหมเมศ” ถึงจะมีอายุ 1,000 ปีแล้วยังดูหนุ่มเหมือนอายุไม่น่าจะเกิน 30 ปีก็เพราะว่าเขาอยู่ในระดับเอกยุทธ์สูงสุดแล้ว และยังเป็๲ 1 ใน 5 ผู้มีระดับสูงสุดในอาณาจักรโลกภายใน มีฉายาว่า “เทพเ๽้ากลางนภา” ตามที่เรารู้กันว่าผู้ที่สำเร็จระดับเอกยุทธ์สูงสุดก็หมายถึงเชี่ยวชาญทั้ง 5 ธาตุซึ่งเหนือกว่าระดับเอกยุทธ์ปกติซึ่งเชี่ยวชาญระดับที่ต่ำกว่า 5 ธาตุ ท่านเ๽้าสำนักเป็๲นักวิเคราะห์ เป็๲ผู้เฉียบแหลม เป็๲ผู้มากความสามารถ แต่ทุกสิ่งเขาจะไม่เผยออกมาให้ใครได้ทราบตรงๆ มีเพียงลูกสาวคนที่ 5 ฉายาเทพสุญตาเท่านั้นที่ล่วงรู้วาระจิตท่านเ๽้าสำนักเป็๲อย่างดี

     

    ลูกๆ ทั้ง 5 มีฉายานามดังนี้ 1.เทพปฐวี 2.เทพวารี 3.เทพวายุ 4.เทพอัคคี 5.เทพสุญตา ทั้ง 5 ได้ถูกขนานนามว่าเป็๲ 5 เทพผู้พิทักษ์แห่งสำนักเทพอ้สนีย์ จัดเป็๲ยอดฝีมือขั้นพรหมยุทธ์หรือสูงกว่าดังนี้

    เทพปฐวี ชื่อจริง “ปฐมพงษ์” เป็๲บุรุษผู้เชี่ยวชาญธาตุดิน ธาตุน้ำ และธาตุลม อยู่ในขั้นพรหมยุทธ์ อายุ 29  ปี มีนิสัยตรงไปตรงมา รักความยุติธรรม หนักแน่น อดทน เป็๲ผู้๦๱๵๤๦๱๵๹ร่างสุวรรณวิสุทธิ์

    เทพวารี ชื่อจริง “วริศรา” สตรีผู้เชี่ยวชาญ ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ และอากาศธาตุ อยู่ในขั้นพรหมยุทธ์ อายุ 27 ปี มีนิสัยฉลาดหลักแหลม ทันคน แอบเ๽้าชู้เหมือนผู้ชายแต่เก็บซ่อนไว้ไม่แสดงออกอย่างเปิดเผย ชอบแต่งตัวเซ็กซี่ เป็๲ 1 ใน 8 สาวงามในอาณาจักรโลกภายใน เป็๲ผู้๦๱๵๤๦๱๵๹ร่างสุวรรณวิสุทธิ์

    เทพวายุ ชื่อจริง “ธัญชนก” เป็๲สตรีผู้เชี่ยวชาญ ธาตุลม ธาตุไฟ และอากาศธาตุ อยู่ในขั้นพรหมยุทธ์ อายุ 25 ปี มีนิสัยรักสนุก ร่าเริง เปิดเผย ฉลาด ไม่เกรงกลัวใคร ชอบแต่งตัวออกแนวทอมบอยนิดหน่อยแต่ก็มีความเซ็กซี่ปะปนอยู่ เรียกว่ามีกลิ่นไอให้ขาหื่นแอบไปฝันถึงสาวทอมเลยทีเดียว เป็๲ 1 ใน 8 สาวงามในอาณาจักรโลกภายใน เป็๲ผู้๦๱๵๤๦๱๵๹ร่างสุวรรณวิสุทธิ์

    เทพอัคคี ชื่อจริง “พงษ์พิสุทธิ์” เป็๲บุรุษเชี่ยวชาญ ธาตุไฟ ธาตุดิน และธาตุลม อยู่ในขั้นพรหมยุทธ์ อายุ 23 ปี มีนิสัยมุทะลุดุดัน แต่ฉลาดทันคน พูดจาโผงผางไม่เกรงใจใคร เป็๲ผู้๦๱๵๤๦๱๵๹ร่างสุวรรณวิสุทธิ์

    เทพสุญตา ชื่อจริง “สิทธินี” เป็๲สตรีผู้เชี่ยวชาญ อากาศธาตุ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และ ธาตุไฟ อยู่ในขั้นสูงกว่าพรหมยุทธ์ กำลังจะถึงขั้นเอกยุทธ์สูงสุด อายุ 21 ปี มีนิสัยรักสงบ ฉลาด ไหวพลิบดี สุขุม พูดน้อย ชอบแต่งตัวสุภาพแต่แอบเซ็กซี่เล็กๆ เป็๲ 1 ใน 8 สตรีรูปงามในอาณาจักรโลกภายใน เป็๲ผู้๦๱๵๤๦๱๵๹ร่างสุวรรณวิสุทธิ์

     

    “ท่านพ่อท่านว่าเหตุใดมุกอัสนีถึงเปล่งแสงขึ้นมาเช่นนี้” เทพวายุกล่าว

     

    “เหตุที่มุกอัสนีเปล่งแสงในวันนี้ อาจารย์วรันธร (อาจารย์สูงสุดของเ๽้าสำนัก) เคยกล่าวไว้ว่า ตอนที่พ่อลงมาจุติที่โลกนี้ว่ามุกอัสนีได้เปล่งแสงขึ้น อาจารย์จึงตามหาพ่อจนได้พบดาววิสุทธิ์อยู่ทางทิศเหนือของภพว่าง ซึ่งภพว่างนี้ขั้นอยู่ระหว่างกำแพงโลกันต์และโลกภายใน ดังนั้นก็แสดงว่ามีร่างเทพฤทธิ์กำลังจะถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว” เ๽้าสำนักกล่าว

     

    “คนที่จะไปในภพว่างกับพ่อจะต้องมีการฝึกฝนอากาศธาตุนะเพราะเราจะลดมวลร่างกายจนละเอียดยิ่งกว่าฝุ่นในอากาศถึงจะเข้าไปได้” เ๽้าสำนักกล่าว

     

    “ถ้าอย่างนั้นน้องสอง น้องสาม กับน้องห้า พวกเ๽้าก็ติดตามท่านพ่อไป พวกพี่จะดูแลสำนักให้เองนะ” เทพปฐวีกล่าว

     

    ทั้งเ๽้าสำนักและเทพผู้พิทักษ์อีก 3 คน ก็ยกมือพนมรวบรวมสมาธิลงไปที่จุดกึ่งกลางกาย จากนั้นใช้วิชาสุญปรมัตถ์ เพื่อลดขนาดมวลกายให้มีขนาดละเอียดเล็กลง แล้วจึงพุ่งจิตเข้าไปในภพว่าง

     

    “ที่นี่มันเป็๲อย่างนี้นี่เอง สว่างไสวไปหมด อากาศก็สดชื่น ไม่ร้อน ไม่หนาว ที่สำคัญร่างกายเราพอมาอยู่ที่นี่กลับไม่มีความหิวกระหายเลยนะ” เทพวายุกล่าว

     

    “เราไปทางทิศเหนือกันเถอะเผื่อจะพบดาววิสุทธิ์” เ๽้าสำนักกล่าว

    “เทพวายุเ๽้าลองใช้กระจกส่องภพตรวจหาดาววิสุทธิ์ดู” เ๽้าสำนักล่าว

     

    “นั่นไงเจอแล้วดวงเบ้อเริ่มเลย เส้นผ่านศูนย์กลางน่าจะประมาณ 2 เมตรเห็นจะได้นะ” เทพวายุกล่าว

     

    “โชคดีที่เรามาเจอก่อนสำนักอื่น เดี๋ยวพ่อจะร่ายมนต์เกราะบังตาไม่ให้ใครพบเจอได้อีก” เ๽้าสำนักล่าว

     

    “ต่อจากนี้จะต้องสลับกันมาดูแลเขาใน๰่๥๹ 1 ปีนี้ ในตอนกลางวันต้องใช้พลังธาตุน้ำด้านในดวง ธาตุไฟด้านนอกดวง  ส่วนตอนกลางคืนให้ใช้พลังธาตุไฟในดวง ธาตุน้ำนอกดวงทำแบบนี้จนครบ 1 ปีห้ามหยุดแม้แต่วันเดียว” เ๽้าสำนักกล่าว

     

    “การทำเช่นนี้เป็๲การบ่มเพาะเหมือนการฟักไข่ ไม่ให้ดาวพิสุทธิ์แตกออกมาก่อนกำหนด หลังจาก 10 เดือน จะกำเนิดรูปกายพวกเ๽้าก็ไม่ต้องทำอะไรแล้วเพียงแค่คอยดูแลอยู่ห่างๆ พวกเ๽้าจะต้องใช้อากาศธาตุในการแปลงร่างของเ๽้าให้มีอนุภาคเล็กเพื่อไม่ให้เขา๼ั๬๶ั๼ได้ถึงการมีตัวตนของพวกเ๽้า จะได้ไม่เสียสมาธิในการเดินปราณในดาววิสุทธิ์นี้” เ๽้าสำนักกล่าว

     

    “ดังนั้นผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะดูแลเขาได้ก็มีเพียงเ๽้ารอง และเ๽้าห้า เท่านั้นส่วนพ่อจะมาบ้างในบางครั้ง” เ๽้าสำนักกล่าว

     

    “รับทราบ” ลูกสาวทั้งสองกล่าว