ตอนที่สี่สิบสอง อาวุธวิเศษ
อย่างที่เรารู้กันมาตลอดได้รับการบันทึกในตำนานโบราณ
อาวุธวิเศษที่มีอานุภาพสูงสุดคือ“ความรัก”
ดั่งที่ท่านโกวเล้งว่าเอาไว้ในชุดอาวุธวิเศษธีมของแต่ละเรื่องคือเรื่องของอาวุธที่ทรงพลังอย่าง
“ความรัก”หรือ “ความแค้น”
แม้การจำพรากเจ็บปวดแค่ไหน แต่สามารถอยู่ร่วมกับเจ้าอีกครั้งหนึ่งได้ก็คุ้มค่าจาก”ตะขอจำพราก”
อาวุธวิเศษที่แท้จริงไม่ใช่อาวุธที่เป็นชื่อเรื่องแต่คืออารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์
แต่เผอิญผมไม่มี”รักแท้”
รักแท้ ที่สีดำดั่งพระศอของพระศิวะ
พิษร้ายที่ต้องดื่มเพื่อช่วยโลกเอาไว้หากพระศิวะยังบาดเจ็บไม่หายมาจนถึงทุกวันนี้ก็มั่นใจได้แน่ๆอาวุธอย่างอื่นร้ายแรงไม่เท่ากับ”ความรัก”อย่างแน่นอน
ผมเลยต้องหาสิ่งรองๆลงมา
อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่หวัง
สิ่งที่รองลงมาคืออาวุธของเทพเจ้า
ซึ่งถามผมยังหาได้ง่ายกว่า “รักแท้”
ตามหลักการของเกมส์ที่ของที่หายากจะเทพที่สุดในเซ็ตติ้งนั่นเอง
จากการนึกภาพ แผนที่ต่างๆข้อดีของพระขรรค์พระศิวะนี้คือ มันไม่ได้ไปอยู่ในเมืองลับแลที่ไม่มีแผนที่ทางการแบบฮอกวอร์ต
การเทียบข้อมูลที่ได้มาจากนิยายกับแผนที่ของโลกจริงก็พอจะคำนวณคร่าวๆได้ว่าปู่โสมซ่อนสมบัติไว้แถวไหน
ในโลกที่ไม่มียูเกิ้ลเอิร์ทนี่จะผจญภัยหาสมบัตินั้นลำบากมาก
แต่ในยุคหลังเรามีสตรีทวิว
จะส่องใต้โบราณสถานพีระมิดก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย
เรื่องที่อาจจะต้องทำแค่การคลิกสองครั้งบนหน้าจอมือถือ
มาอยู่ในโลกนี้เราอาจจะต้องเสียเวลาเป็นวันๆและได้ข้อมูลไม่เท่ากับสตรีทวิวของยุคหลังด้วยซ้ำ
ทำให้ผมคิดว่าแนวคิดเทคโนแครตของผมนั้นถูกต้องแล้ว
เจิดยังสนใจกับการวาดแผนที่ต่อไปโดยมีครูวิที่ฉีกยิ้มอยู่ข้างๆ
จนหน้าเริ่มตึงแล้วที่เจิดทำเป็นไม่สนใจเธอ
ทำเรื่องที่เขาสนใจต่อไป
หากอยู่ในโลกปัจจุบันมีสิ่งอำนวยความสะดวก บันเทิงได้แค่ปลายนิ้ว เจิดคงไม่จริงจังแบบนี้แต่มาอยู่ในโลกนี้ ทำให้เขาคิดว่าความรู้ช่างเป็นเรื่องมีคุณค่ามากมายนัก
คนที่ประดิษฐ์แผนที่ออนไลน์และเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือได้นั้นคืออัจฉริยะที่มีบุญคุณต่อทุกคนในยุคสมัยถัดมามากมายนัก
ขณะที่เจิดกำลังจะหมกมุ่นไปในเรื่องความลึกลับของอาถรรพ์พระขรรค์ของพระศิวะนั้น
ไอ้ห้อยไอ้โหน
ลูกน้องที่ฉลาดปราดเปรื่องก็ใช้จังหวะนั้นแซวครูวิและไอ้เจิด
“ฮิ้ว ฮิ้ว พี่เจิดจีบครูวิด้วย”
“ดูสิ ทั้งคู่เหมาะสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหนาดเอ๊ยใบหยก”
ไอ้ห้อยไอ้โหนพยายามทำตัวเป็นลูกคู่ในฐานะลูกน้องที่ดี
จนครูวิทำท่าทางอาย
“พวกเธอนี่ล่ะ พูดอะไรก็ไม่รู้ไม่รู้ด้วยแล้ว”
ครูวิพยายามจะแกล้งทำท่าเขินอายเดินจากไปให้เจิดไล่ตาม
แต่เจิดไม่ใช่ลูกชายกำนันธรรมดาเขาฝึกการเป็นพระเอกโชวเน็นหรือพระเอกแนวฮาเร็มที่ซื่อบื้อมาจนเชี่ยวชาญูแล้ว
จนเขาสามารถทำตัวแบบพระเอกโชวเน็นที่ไปเห็นผู้หญิงแช่บ่อน้ำร้อนหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แบบหน้าไม่เปลี่ยนสี
ไอ้เจิดกล่าวว่า
“พวกเอ็งอย่าได้พูดเช่นนั้น ครูวิคือปูชนียบุคคลของหมู่บ้านเราคือครูบาอาจารย์ที่ข้าเคารพ พวกเอ็งอย่าได้พูดจาอะไรไม่เคารพครูวิเช่นนั้นกราบขอโทษครูวิเสียพวกเอ็งน่ะ”
เฮอะ จะให้ผมไปพัวพันกับเลิฟคอมมีดี้พ่อแง่แม่งอน เสียเวลาทำมาหากินในชีวิตของผมน่ะหรือ?
ฝันไปเถอะ
เวลาที่จะทำกิจกรรมต่างๆได้มีแต่ตอนกลางวันใจคอจะให้ผมไปเข้าอีเวนท์ความรักจีบสาวบ้านนาชายทุ่งอีก
ไม่ได้ทำอะไรกินกันพอดี
อ๊ะนี่แสดงว่าคือสาเหตุสำคัญที่ไฟฟ้ามีการแปรผันตรงกับการพัฒนาของประเทศนี่นา
เพราะฟ้ามืดแล้วก็ทำได้แค่ดับไฟตะเกียงเข้านอนชาวบ้านจะทำมาหากินอะไรตอนกลางคืนได้ หากไม่ใช่พวกผีกระสือ ผีปอบ ผีกระหัง ผีขโมด
ที่สามารถมีบัฟการมองเห็นในที่มืดได้
หากบอกตามแนวของท่านโกวเล้งอาวุธวิเศษที่แท้จริงไม่ใช่พระขรรค์พระศิวะ แต่คือเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าต่างๆที่ไม่ปล่อยให้เวลากลางคืนเป็นเวลาของภูตผีแต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
ส่วนครูวิที่ยิ้มค้างอยู่จะไปต่อก็ไม่ได้จะหยุดก็รู้สึกเขินเมื่อไอ้ห้อยไอ้โหนได้พยายามไหว้ครูวิอย่างนอบน้อมเนื่องจากพี่เจิดสั่งมา