" จะไหวจริงเหรอ กัสเซ่ เด็กพวกนั้นคือระดับหัวกะทิของที่นี่เลยนะ ไม่ใช่ว่าทุกคนฝึกแล้วจะทำแบบนั้นได้ด้วย "
เจนนี่ออกอาการเป็ห่วงเด็กหนุ่ม กัสเซ่ดื่มน้ำจนหมดแก้วพลางหันหน้ายิ้มแฉ่งให้เจนนี่ เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา สายตาจับจ้องกระบวนท่าการขยับแขนขา การเอี้ยวตัว การถ่ายน้ำหนักในร่างกายในแต่ละการเคลื่อนไหวอย่างละเอียด สมาธิของเด็กหนุ่มในตอนนี้สูงมาก โลกของเขาเสมือนทั้งแฮงก้ามีเพียงเขากับนักสู้ทั้งสองคนในสนามมิมีใครอื่น
// บั้มม!! //
ฝ่ามือของฮัซฟีกระทุ้งกลางอกเนสเล่อย่างจัง เสียงที่เหมือนเอามือตบกำแพงซีเมนท์แม้มิดังนัก แต่เพียงฝ่ามือเดียว เนสเล่ก็ถอยกรูดไป7-8ก้าว
เสียงเฮของผู้ชมที่ลงพนันฝั่งฮัซฟีสนั่นแฮงก้า สภาพของเนสเล่ดูไม่จืดนัก เขาหายใจหอบเหนื่อย สิบกว่าฝ่ามือที่ปะทะกันเมื่อครู่ทำให้กล้ามเนื้อปอดทำงานอย่างหนักหายใจไม่คล่องเหมือนเคยนัก ตอนฝึกกับตอนสู้กันจริงจังช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว ซ้ำร้ายยังถูกฝ่ามือเล่นงานกลางอกตนเอง ลมปราณจากฝ่ามือคู่ต่อสู้แม้บางเบาก็ยังะเืเส้นเืโสดประสาทในร่างกายจนแทบจะคุกเข่าล้มพับได้ หากแต่จะยอมตอนนี้ดูจะเสียศักดิ์ศรีลูกผู้ชายยิ่งนัก ฝึกมาเป็เดือนๆพร้อมๆกับผู้อื่น หายใจเข้าลึกๆให้ลืมความเ็ปแล้วพุ่งใส่เป้าหมายเสียดีกว่า
" ย้ากกกก!! "
เนสเล่ไม่ยอมแพ้ เขาประคองร่างตนเองขึ้น โคจรลมปราณ ยกแขนหงายฝ่ามือตั้งท่าต่อสู้ รีดเล้นลมปราณไว้ที่ฝ่ามือ ก้าวขาพุ่งไปยังคู่แข่งตรงหน้าอย่างทันควัน ฮัซฟีหาได้ยืนเฉยไม่ ตนเตรียมพร้อมตั้งรับการจู่โจมอันเกรี้ยวกราดของคู่ต่อสู้เช่นกัน
//ปั้ม!ปั้ม!ปั้ม!ปั้ม!//
เสียงอันหนักแน่นคล่องรูหูผู้ฟังจากการปะทะฝ่ามือสิบกว่าคราดังขึ้นอีกครั้ง ไม่มีใครยอมใครแม้แต่น้อย
" โห้วๆ แบบนี้สิวะ ค่อยน่าสนุกหน่อย! " กองเชียร์ทั่วสนามหลายร้อยเสียงใส่อารมณ์เชียร์เสมือนลงไปต่อยเอง ต้องยอมรับว่าการผลัดกันรุก-รับเป็สีสันหลักๆของการประลองยุทธอย่างเลี่ยงมิได้
" หูย เด็กหัวกะทิของที่นี่เก่งกว่าที่ฉันคิดอีกนะเนี่ย " ป๋อมแป๋มเอามือเขย่าแขนเพื่อนพยาบาลสาวของเธอพลางดูการต่อสู้แสนระห่ำด้านหน้าอ้าปากค้างไม่กระพริบตาแม้แต่น้อย
" นี่เจนนี่ พวกเราไม่เห็นจะทำให้มีลมออกจากฝ่ามือได้เเหมือนเด็กพวกนั้นเลยนี่ ฉันว่าฉันก็เป็เด็กเรียนเก่งนะกว่าจะสอบบรรจุพยาบาลวิชาชีพได้ แต่ยังไงฉันก็ไม่เข้าใจพวกตาลุงจอมยุทธที่พยายามบอกให้สร้างจุดตันเถียนอะไรนั่นอยู่ดี แสดงว่าเด็กพวกนั้นสร้างจุดตันเถียนได้แล้วสิน่า "
ป๋อมแป๋มขมวดคิ้วสงสัย เธอบ่นไปดูการต่อสู้ไปพลางมือเกาะแขนเพื่อนสาวของเธอ เจนนี่เห็นด้วยกับเพื่อนสาว เด็กในสนามประลองพวกนั้นต้องเก่งกาจฉลาดมากแน่ๆ เพราะตอนมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ องค์หญิงทรงมีรับสั่งให้ฝึกวิชาป้องกันตัวให้พลเรือน แต่แทบทั้งหมดต่างต้องยอมแพ้แก่การฝึกอันหฤโหด เพียงเพราะต้องสร้าง จุดตันเถียน ซึ่งเป็พื้นฐานที่สุดที่จอมยุทธต้องมี ซึ่งเธอและป๋อมแป๋มก็คือหนึ่งในคนที่ยอมแพ้ ขนาดทหารเกือบทุกคนก็ไม่สามารถทำได้ การที่คนๆหนึ่งยอมละทิ้งความสบายในฐานะมนุษย์ปกติทั่วไปเข้ารับการฝึกที่ทั้งเหนื่อยกายล้าใจทำอะไรเดิมๆซ้ำๆทั้งวันทั้งคืน เด็กด้านล่างนั่นต้องเป็พวกพระเ้าส่งมาเกิดเป็แน่ พวกเขาฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการจนสามารถสร้างจุดตันเถียนของตนเองได้
" จุดตันเถียน ..? "
กัสเซ่เกิดความสงสัยจากบทสนทนาของสองสาวพยาบาลข้างๆเขา จากที่ฟังก็พอจับใจความได้ว่าจุดตันทงตันเถียนนั่นต้องเป็หัวใจของการฝึกยุทธเป็แน่ จะเป็จอมยุทธก็คงต้องสร้างจุดตันเถียนเพื่อเป็จุดกำเนิดลมปราณ
กัสเซ่วิเคราะห์สถานการณ์คร่าวๆว่า ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด ด้วยความน่าจะเป็นั้น น่าจะยังมีความสามารถคล้ายคลึงคนทั่วไปอยู่มาก แม้พวกเขาจะเริ่มออกอาการความเหนืุ์ขึ้นมาเรื่อยๆผ่านการต่อสู้ที่คนทั่วไปทำตามได้ไม่ กัสเซ่คิดว่าควรรีบทำความเข้าใจแก่นของกระบวนท่าที่ทั้งสองในสนามมีให้มากและละเอียดที่สุด เพราะถึงจะเป็ตัวเขาเองที่ผ่านการสังหารคนมามาก การต้องพลาดแล้วโดนฝ่ามือลมปราณทั้งๆที่ตนเองอาจรับมือได้ ไม่ใช่เื่ดีต่อร่างกายธรรมดาๆแบบนี้แน่นอน
// ปั้ม! //
" อั้ก! " ความต่อเนื่องในกระบวนท่าของเนสเล่ที่กำลังยื่นฝ่ามือขวาพุ่งไปยังกลางตัวของฮัซฟีต้องหยุดชะงัก ท่อนแขนขวาของเนสเล่ถูกฝ่ามือลมปราณจากคู่ต่อสู้ป้าบไปหนึ่งหน ฝ่ามือที่ร่ายรีดลมปราณพลางสูญเสียพลัง ฝ่ามือที่เรียงเป็ทรงสวยงามบัดนี้สั่นไปมามิอาจควบคุม คาดว่าเส้นเอ็นตรงท่อนแขนถูกลมปราณปั่นป่วนจนเกินจะรับไหวเสียแล้ว
เมื่อคู่ต่อสู้เปิดช่องโหว่ มีหรือฮัซฟีจะนิ่งเฉย เขาอาศัยจังหวะที่เนสเล่สติหลุดจากเขาไปจับจ้องที่มือขวาตนเองนั้น ง้างแขนขวาใช้ฝ่ามือพุ่งซ้ำไปที่กลางอกเนสเล่อีกหน
// ปั้ม! //
ร่างของเด็กหนุ่มในสนามล้มหงายหลัง ใบหน้าตาเหลือกปนน้ำลายกระเซ็นจากปากเป็สาย สติของเนสเล่เลอะเลือนแทบจะหมดสติกลางอากาศ เขาพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์ กรรมการตัวเตี้ยพุ่งมารับร่างผู้แพ้ด้วยความเร็วสูงเพราะเกรงว่าหัวของเขาจะกระแทกพื้น เดี๋ยวเื่จะบานปลายเอาได้
(( พ่อแม่พี่น้องครับ! การประลองคู่แรกนี้เรียกได้ว่าใส่กันไม่ยั้งมือ ต่างฝ่ายต่างมิยอมพ่าย ดึงทุกสิ่งที่ตนเองมีฟาดฟันใส่กันไม่หยุดหย่อน เช่นนี้เรียกได้ว่า มันส์พะยะค่ะ!!! เสียงพากย์ของพิธีกรอัดฉีดความเร่าร้อนให้ผู้ชมอีกหน การประลองเมื่อสักครู่กล่าวได้ว่าละสายตามิได้เลยทีเดียว
ขอเสียงให้กับผู้ชนะรอบแรกของเรา ชายหนุ่มหน้าตาดี นาม ฮ้าซซ ฟี!!!))
กรรมการเดินประกาศชัยชนะพลางชี้มือไปที่เด็กหนุ่มเพียงคนเดียวที่ยังยืนอยู่ในสนาม ฮัซฟีชูมือขึ้นอย่างภาคภูมิใจแล้วจึงเดินออกสนามไปหากลุ่มของเขาที่รอต้อนรับเพื่อนของตนที่ผ่านเข้ารอบ ส่วนผู้เสียพนันที่ลงข้างเนสเล่ต่างกัดฟันกำหมัดรอแก้มือคู่ต่อไป
" กัสเซ่ เป็ไงบ้าง เธอจะไหวจริงๆเหรอ คนพวกนั้นอย่างกับสัตว์ปะหลาดเลยนะ " เจนนี่หันมาถามเด็กหนุ่มอีกครั้ง เนื่องด้วยความเป็ห่วง ป๋อมแป๋มก็จ้องรอคำตอบจากเด็กหนุ่มเหมือนกันเพราะเธอก็เป็พยาบาลและรู้ในความจริงว่าเด็กหนุ่มเป็ผู้ไม่มีวรยุทธ
" อย่าห่วงผมเลยครับพี่ๆ แค่ช่วยอะไรนิดหน่อยอย่างเดียวพอ " กัสเซ่เขยิบศรีษะเข้าใกล้กระซิบแก่พยาบาลทั้งสอง
" ช่วย ช่วยอะไรล่ะจ๊ะ ช่วยรักษาตอนเธอาเ็อีกนี่พี่ไม่เห็นด้วยเลยนะ " เจนนี่ทำท่าทางไม่พอใจปล่อยน้ำเสียงดุปนเป็ห่วงสุขภาพของเด็กหนุ่ม
" อย่าบอกใครว่าผมไม่มีวรยุทธก็พอ เดี่ยวเขาจะไล่ผมเอา ฮ่าๆ " เด็กหนุ่มพูดเสร็จก็หันหน้าไปทางเวทีมองการประลองคู่ถัดไปที่กำลังเดินมาตรงกลางลานประลอง แต่คำตอบห้วนๆแบบนี้ย่อมทำให้ผู้ฟังอดเป็ห่วงไม่ได้
' นี่ เจนนี่ จะดีเหรอ ถ้าเขาเป็อะไรขึ้นมาอีกจะทำยังไง เ้าเด็กคนนี้ไม่ได้ฝึกจุดตันเถียนแหล่งกำเนิดลมปราณอะไรนั่นเหมือนพวกด้านล่างด้วยซ้ำ แล้วท่าทางที่เฉยๆเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวของหมอนี่อีก มันจะมั่นใจเกินไปแล้วนะยะ ถึงจะถูกขนานนามว่า โลนวูฟ ก็เหอะ สงสัยจะชีวิตสั้น ได้เอาไปฝังแถวๆป่าหลังแฮงก้าเร็วๆนี้แน่ '
ป๋อมแป๋มซุบซิบเชิงประชดใส่เจนนี่ ป๋อมแป๋มไม่ได้ห่วงอะไรเด็กหนุ่มเหมือนเพื่อนของเธอ แต่จากประสบการณ์การพบปะคนไข้ส่วนใหญ่นั้น พวกที่ทำให้เธอไม่ได้หลับไม่ได้นอนต้องทำงานตลอดเวลามักจะมีนิสัยสไตล์ห้าวๆห้วนๆแบบนี้ บทจะลุยก็ลุยไปเลย ได้ก็ดี เจ็บตัวก็มาหาหมอ แต่คนเหนื่อยคือพยาบาลอย่างฉัน เรียกได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าลักษณะท่าทางของกัสเซ่เป็ของแสลงกับป๋อมแป๋มเต็มๆ
( ฉังชรู่ เธอไปทำอะไรอยู่นะเอาป่านนี้ ไหนว่านัดกันที่นี่ไง ) เด็กหนุ่มเริ่มเหม่อลอยเล็กน้อย เขาหันซ้ายแลขวาไปทั่วแฮงก้าก็ไม่มีแม้แต่วี่แววของฉังชรู่และเ้าอีกาดวงตาและหางติดเพลิงสีเขียว
.
.
.
" ป่านนี้ลูกศิษย์ของฉันไม่ใช่จะลงสนามแล้วเหรอ "
ฉังชรู่ที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ในห้องๆหนึ่งในบ้านร้างที่ผู้คนอพยพกันไปหมดแล้ว มือสองข้างเคลื่อนไหวหล่อเลี้ยงลมปราณโคจรไปมา ทันใดนั้น ลมปราณสีม่วงดำที่แผ่ซ่านออกมาจากจุดตันเถียนบริเวณกลางท้องของฉังชรู่ โคจรผิดแผกแปลกปกตินัก รูปทรงสามเหลี่ยมวงกลมที่เคยจัดเรียงอย่างมีระเบียบรอบตัวและรอบจุดตันเถียนกลับแตกกระจายออกมาเป็ผง
" อึ้ก!! " องค์หญิงกระอักเืออกมา แม้เพียงเล็กน้อยแค่ใช้มือปาดเช็ดก็หาย แต่อีกาอสูรที่จับตาดูอยู่ใกล้ๆกลับรีบบินเข้ามาหาโดยพลันพลางใช้ปีกของมันปาดถูคราบเืริมฝีปากขององค์หญิง
" ฉังชรู่ ท่านต้องมีสติสิ ในยามนี้มิควรนึกถึงเื่อื่นเสียด้วยซ้ำ ! " ยุจูวใช้ปีกเช็ดปากไปพลางดุองค์หญิงไป
" ท่านยุจูว.. เส้นลมปราณในร่างกายข้า ตรงบริเวณขั้วหัวใจกับหลอดลม มัน.. มัน.. "
" ข้ารู้ มิต้องกล่าวคำอันใดต่อฉังชรู่ ข้าไม่อนุญาติให้ท่านเอาชีวิตไปเสี่ยงอันใดอีกทั้งนั้น " ยุจูวตัดบทฉังชรู่พลางห้ามมิให้องค์หญิงออกหน้าไปช่วยผู้คนใดอื่นอีก
" แต่ประชาชนของข้าถูกจับไป .. "
" ข้าไม่อนุญาติ เราสามารถคิดแผนกลับไปตระเตรียมย้อนหลังได้ แต่การเอาชีวิตของท่านไปเสี่ยง ต่อให้ถูกสั่งปะาตัดคอข้าก็จะขวางท่านไว้ " ยุจูวยืนหยัด มันรู้ว่าองค์หญิงนั้นมีจิตใจที่ดีและเมตตาต่อผู้อื่นเกินไป มันจะไม่ยอมสูญเสียองค์หญิงเด็ดขาด
" พวกกระหม่อมเห็นด้วยกับท่านยุจูวพะยะค่ะ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตพวกกระหม่อมก็จะมิยอมให้ท่านเป็อะไรไปเด็ดขาด " เหล่าจอมยุทธมากฝีมือทั้งสิบที่ติดตามอารักขาต่างคุกเข่าเพียบพร้อมกันร่วมใจสนับสนุนคำกล่าวของเ้าอีกาอสูร
" อะ..อื้ม ก็ได้ ข้ายอมแพ้แล้วท่านยุจูว " ฉังชรู่กล่าวพลางยิ้มเกลื่อนๆ ใบหน้าของเธอดูซีดเซียวหมดแรงยิ่งนัก ใครเห็นตอนนี้ก็ดูออกว่าอาการขององค์หญิงไม่สู้ดีนัก
" พวกเ้าสองคน แบกไหล่องค์หญิงทั้งซ้ายขวา คนที่เหลือจัดขบวนอารักขาให้แ่า เราจะถอนกำลังการช่วยตัวประกันและกลับไปตั้งหลักกันก่อน ชีวิตองค์หญิงมาก่อนเสมอ จงทำงานถวายตัวเพื่อองค์หญิงแม้ต้องแลกด้วยชีวิตของพวกเ้าซะ " ยุจูวออกคำสั่งแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาของตน จอมยุทธมากฝีมือทั้งสิบรับสั่งด้วยความเต็มใจ พวกเขาทั้งหมดศรัทธาในองค์หญิงของตนอย่างสุดหัวใจ แม้ยุจูวจะไม่กล่าวว่าต้องแลกด้วยชีวิตเพื่อองค์หญิงพวกเขาก็เต็มใจพร้อมจะทำแต่แรกอยู่แล้ว
// ฟุ่บบ!! //
ทั้งหมดใช้วิชาตัวเบาะโไกลเดินทางกลับทันทีโดยมียุจูวคอยบินอยู่ในระยะสูงเหนือขบวนคอยสอดส่องเป็หูเป็ตาให้
" องค์หญิงต้องทรงทุกทรมานด้วยอาการป่วยเรื้อรังเช่นนี้ เพราะแก แฮแนนโน่ ข้าได้สาบานกับตนเองไว้แล้ว ชีวิตนี้แม้ข้าจักต้องตาย ข้าก็จะลากหัวเซียนะจอมปลอมอย่างเ้าให้ไปมอดไหม้ในนรกพร้อมกับข้า !! "
ไฟแค้นที่ลุกโชนในหัวใจของยุจูวลามมอดไหม้มาั้แ่อดีต มันกำลังรอวันเวลาที่เหมาะสม ไม่ว่าอย่างไรวันนั้นต้องมาถึง วันที่มันจักได้สะสางสาดไฟแค้นใส่คนที่ทำให้องค์หญิงของมันต้องเป็แบบนี้