ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

    ตอนที่ 97 ประชิดเมืองหลวงอาณาจักรกาลเวลา

    ฉางหมิงมุ่งหน้าไปยังเขตติดต่อชายแดนของทั้งสองอาณาจักรในทันทีเมื่อได้รับคำสั่งแต่เมื่อเขาเมื่อเขาแจ้งความจำนงไปยังอาณาจักรรุ่งอรุณกลับได้รับการเฉยเมย ไม่มีคำตอบใด ๆ กลับมาทั้งสิ้น ครั้นฉางหมิงจะเข้าไปหาผู้นำฝ่ายตรงข้ามโดยตรงก็ไม่ได้เพราะอีกฝ่ายเองก็คงเตรียมรับมือไว้อย่างเต็มที่เช่นกันโดยเฉพาะนักปราชญ์จากอาณาจักรรุ่งอรุณเองก็คงไม่ปล่อยให้เขาเข้าไปได้ง่าย  ๆ เช่นกัน

                ฉางหมิงทำได้เพียงแค่กลับไปรายงานให้เฟยอ้าวซวงทราบเพราะเขาไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจนถึงวัตถุประสงค์ของอาณาจักรรุ่งอรุณในการนำกองทัพมาประชิดชายแดนในครั้งนี้กองกำลังจำนวนกว่าสิบห้าล้านคนของอาณาจักรกาลเวลายังคงตรึงกำลังอยู่ที่แนวรบชายแดนของพวกเขาเอง

                ระยะเวลาเพียงแค่ห้าวันเฟยหลงและอู๋ซวงสามารถทำให้เมืองใหญ่ภายในอาณาจักรกาลเวลายอมจำนนไปแล้วกว่ายี่สิบสองเมือง  อู๋ซวงได้ส่งคนติดต่อไปยังปราชญ์จอมเวทที่เขาคิดว่ายังคงจงรักภักดีต่อเฟยอู่หลาน

                ในวันที่หกของการทำตามแผนการที่วางไว้เหลือเพียงอีกแค่ไม่ถึงสิบเมือง เมืองใหญ่ทั้งสามสิบห้าเมืองก็จะเปลี่ยนมาสนับสนุนเฟยหลงทั้งหมดแต่ข่าวของเฟยหลงและอู๋ซวงที่ค่อย ๆกลืนเมืองใหญ่ทีละเมืองก็ต้องหลุดออกไปจากคนของเฟยอ้าวซวงที่กระจายอยู่ทั่วทุกเมืองใหญ่ของอาณาจักรกาลเวลา

                “รายงานฝ่าบาท ตอนนี้เมืองใหญ่ ๆในอาณาจักรยอมสวามิภักดิ์ให้กับเฟยหลงและอู๋ซวงแล้วพะยะค่ะ”

            “อะไรนะ พวกมันยอมกบฏต่ออาณาจักรกาลเวลาอย่างนั้นหรือตอนนี้มีกี่เมืองแล้วที่เข้าร่วมกับพวกมัน?”

            “ยังไม่แน่ชัดพะยะค่ะแต่ที่ยืนยันได้ตอนนี้มีจำนวนเกินครึ่งหนึ่งไปแล้วพะยะค่ะ”

            “เกินครึ่งหนึ่งไปแล้ว แล้วทำไมพวกเราถึงได้ไม่รู้ข่าวของพวกมันเลยหรือว่าเจ้าเมืองพวกนั้นรวมหัวกันตั้งแต่ต้น”

            “เรื่องนี้พวกเราให้คนไปสืบอยู่ ยังไม่ยืนยันว่าพวกเขาใช้วิธีการใดในการดึงเจ้าเมืองใหญ่ทั้งหลายเป็นพวกได้แถมข่าวสงครามของแต่ละเมืองก็ไม่มีเลยพะยะค่ะ”

            “ฝ่าบาทท่านฉางหมิงกลับมาแล้วพะยะค่ะ”

            “เชิญท่านฉางหมิงเข้ามาเร็วเข้า”

            “พะยะค่ะฝ่าบาท”

            “ท่านฉางหมิงได้ความว่ายังไงบ้างกองกำลังของอาณาจักรรุ่งอรุณนำกองทัพมาประชิดแนวชายแดนของพวกเรามีจุดประสงค์อะไร?”

            “เรียนฝ่าบาท ข้าได้ติดต่อไปยังแม่ทัพของกองกำลังอาณาจักรรุ่งอรุณแล้วแต่ไม่ได้รับการตอบรับใด ๆ ทั้งสิ้นพะยะค่ะ เหมือนที่พระองค์กล่าว พวกเขาคงรอบางอย่างอยู่อย่างแน่นอน”

            “หรือว่าจะเป็น เฟยหลงและอู๋ซวงที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ตอนนี้”

            “เคลื่อนไหวอะไรหรือพะยะค่ะ”

            “เฟยหลงและอู๋ซวงกำลังเคลื่อนไหวยึดเมืองใหญ่ภายในอาณาจักรกาลเวลาของเราในตอนนี้อยู่ตอนนี้ยึดไปได้กว่าครึ่งแล้ว พวกเรากำลังคุยกันถึงเรื่องนี้อยู่ท่านฉางหมิงมีความเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ?”

            “ไม่ได้การแล้วฝ่าบาท หากเป็นเช่นนั้นจริง ๆจุดประสงค์ของพวกมันคือเมืองหลวงของอาณาจักรกาลเวลาของพวกเราอย่างแน่นอนพระองค์รีบเรียกกองกำลังทหารทั้งหมดกลับมาประจำที่เมืองหลวงก่อนไม่เช่นนั้นหากพวกมันสามารถเข้ามาประชิดเมืองหลวงของเราได้พวกเราจะแย่เอานะพะยะค่ะ”

            “เราเองก็อยากเรียกกองกำลังทั้งหมดกลับมา เพียงแต่ว่าหากเรียกกองกำลังทั้งหมดกลับมาท่านคิดว่าอาณาจักรรุ่งอรุณจะปล่อยให้พวกเรากลับมาง่าย  ๆ เช่นนั้นหรือ?”

            “หากพวกนั้นร่วมมือกันจริง ๆตอนนี้พวกเราคงต้องอาศัยกองกำลังของเมืองหลวงแห่งนี้ต้านเอาไว้เท่านั้น พะยะค่ะ”

            “แล้วกองกำลังที่เหลือของเมืองหลวงในตอนนี้เหลือเท่าไหร่”

            “ราว  ๆ หกแสนคนพะยะค่ะ”

            “หากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ พระองค์รีบเรียกกองกำลังจากเมืองใหญ่และเมืองเล็ก ๆที่อยู่โดยรอบมาสมทบที่ช่วยเหลือที่เมืองหลวงของพวกเราก่อนเถอะถึงแม้ตอนนี้พวกเราจะยงไม่รู้ว่ามีกี่เมืองแล้วที่ยอมเข้าร่วมกับฝ่ายนั้นแต่ก็ยังมีเมืองพี่พวกเขายังมาไม่ถึงอีกหลายเมืองนะพะยะค่ะ”

            “เช่นนั้นรีบออกคำสั่งไปให้เมืองในอาณาจักรกาลเวลาทุกเมืองส่งกองกำลังมายังเมืองหลวงในทันทีเมื่องใหญ่ให้ส่งกองทหารมาจำนวนห้าหมื่นนายส่วนเมืองเล็กให้ส่งกองทหารมาจำนวนหนึ่งหมื่นนายโดยด่วน”

            “พะยะค่ะฝ่าบาท”

            ในเย็นวันนั้นทุกเมืองต่างได้รับหนังสือให้ส่งกองกำลังไปยังเมืองหลวงโดยเร็วที่สุดของกษัตริย์เฟยอ้าวซวง

            “ท่านเจ้าเมือง มีคำสั่งให้ส่งกองกำลังไปสมทบที่เมืองหลวงในทันทีจำนวนห้าหมื่นนายขอรับ”

            “อะไรนะ ห้าหมื่นนายนี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่เมื่อไม่กี่วันก่อนก็เรียกเงินและโอสถจากเมืองของพวกเราไปจำนวนมากแล้วตอนนี้ยังให้ส่งกองกำลังจำนวนมากไปอีกแบบนี้พวกเราจะเหลืออะไรคุ้มกันเมืองของพวกเรา พวกเราจะให้อะไรดูแลชาวเมืองและทหารของพวกเราได้”

            “เรียนท่านเจ้าเมืองกองกำลังทหารไม่ทราบฝ่ายล้อมเมืองของเราเอาไว้หมดแล้ว พวกเขาเชิญท่านเจ้าเมืองไปร่วมเจรจาขอรับ”

            “อะไรนะ พวกเขาเป็นใครกัน ทำไมถึงได้กล้าล้อมเมืองลู่ผิงของพวกเราไม่รู้หรือว่าเมืองลู่ผิงของพวกเรามีอาณาจักรกาลเวลาหนุนหลังอยู่”

            “เรียนท่านเจ้าเมือง หนึ่งในผู้ติดตามนั้นเป็นเจ้าเมืองซานกุ้ยขอรับ”

            “อะไรนะเจ้าเมืองซานกุ้ยอย่างนั้นหรือ? นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่เรื่องนี้คงเกี่ยวพันกับเรื่องที่องค์กษัตริย์เรียกรวมผลในครั้งนี้อย่างแน่นอน พวกเจ้ารีบนำทางข้าไปพบเจ้าเมืองซานกุ้ยข้าเองก็อยากจะรู้เช่นกันว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”

            “ขอรับท่านเจ้าเมือง”

            เมื่อเจ้าเมืองออกไปเห็นกองทัพจำนวนมากที่ล้อมเมืองลู่ผิงของเขาเอาไว้

            “ท่านเจ้าเมืองลู่ผิง ข้าเจ้าเมืองซานกุ้ยขอเจรจากับท่านเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่?”

            “ได้สิท่านเจ้าเมืองซานกุ้ย เชิญเข้ามาเจรจากับเราในเมืองลู่ผิงก่อน”

            เจ้าเมืองซานกุ้ย พร้อมกับเฟยหลงสองคนเดินเข้าไปในเมืองลู่ผิงท่ามกลางสายตาของทหารนับแสนที่พวกเขาพามาด้วย

            “ท่านเจ้าเมืองซานกุ้ยนี่มันเรื่องอะไรกันอย่างนั้นหรือทำไมพวกท่านถึงได้นำกองกำลังมาล้อมเมืองลู่ผิงของข้า”

            “ท่านเจ้าเมืองลู่ผิงต้องขออภัยท่านด้วยที่ต้องทำเช่นนี้ก่อนอื่นข้าต้องขอแนะนำให้ท่านรู้จักองค์ชายเฟยหลงบุตรชายขององค์รัชทายาทเฟยอู่หลาน เมื่อสิบหกปีที่แล้วท่านเองก็คงทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้นตอนนี้องค์ชายเฟยหลงกลับมาทวงบัลลังก์ให้กับองค์รัชทายาท พระองค์ยังคงมีชีวิตอยู่ตอนนี้ทรงอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว ไม่ทราบว่าท่านเจ้าเมืองลู่ผิงต้องการเข้าร่วมกับทางองค์ชายหรือไม่?”

            “อะไรนะนี่เป็นเรื่องจริงหรือองค์รัชทายาทยังคงมีชีวิตอยู่เช่นนั้นหรือ?”

            “จริงเราจะโกหกเจ้าไปทำไมตอนนี้เมืองใหญ่สิบกว่าเมืองแล้วที่ยอมสวามิภักดิ์ต่อองค์ชายและคาดว่าคงจะมีอีกสิบกว่าเมืองที่ปราชญ์จอมเวทอู๋ซวงไปเจรจาด้วย ตอนนี้จุดหมายของเราอยู่ที่เมืองหลวงอาณาจักรกาลเวลาหากท่านต้องการเข้าร่วมแค่ส่งกองกำลังของท่านร่วมกับเราก็เพียงพอแล้วแต่หากท่านไม่ยอมเข้าร่วม ท่านก็คงทราบชะตากรรมของท่านดียังไงเสียตอนนี้กองกำลังขององค์ชายเฟยหลงเองก็พร้อมจะบุกเข้าเมืองของพวกท่านได้ทุกเวลา”

            “ก็ได้ เพราะข้าเองก็เหลืออดเต็มทนนเหมือนกันพวกเราพึงได้รับคำสั่งให้นำกองกำลังจำนวนห้าหมื่นนายไปร่วมกับกองทัพของอาณาจักรหากข้าเดาไม่ผิด พวกเขาคงต้องเตรียมตัวรับมือพวกท่านเอาไว้แล้วอย่างแน่นอน”

            “ท่านไม่ต้องกังวลไปหากข้าคำนวณไม่ผิดตอนนี้พวกเราน่าจะมีเมืองหลวงที่เข้าร่วมไม่ต่ำกว่าสามสิบเมืองแล้วกองกำลังของเราเพียงพอที่จะต่อกรกับคนทหารในเมืองหลวงได้ส่วนทหารของเมืองหลวงส่วนใหญ่ข้าได้รับรายงานมาแล้วว่าพวกเขาตรึงกำลังอยู่ที่ชายแดนระหว่างอาณาจักรรุ่งอรุณอยู่”

            “ได้ข้ายอมตกลงเข้าร่วมกับพวกท่านดีกว่าที่จะยอมให้พวกเขารีดไถ่อยู่เช่นนี้ไม่ว่าผลของสงครามในครั้งจะเป็นเช่นไร ข้าก็พร้อมจะยอมรับผลนั้นข้าทนเห็นชาวเมืองลู่ผิงต้องอด ๆ อยาก ๆ แบบนี้ไม่ได้เช่นกันนับวันภาษีที่เก็บก็มากขึ้นเรื่อย ๆ จนข้าไม่รู้จะมองหน้าของชาวเมืองลู่ผิงยังไงแล้ว”

            “ขอบคุณท่านเจ้าเมืองลู่ผิงมากที่ให้ความร่วมมือ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ท่านก็เตรียมกองกำลังเพื่อเข้าร่วมกับกองกำลังของพวกเราอีกหนึ่งชั่วโมงพวกเราจะออกเดินทาง”

            “ได้ข้าจะไปร่วมกับพวกท่านเอง ข้าจะนำกองกำลังจำนวนสามหมื่นนายเข้าร่วมในครั้งนี้จะแพ้ ชนะ ก็สุดแต่สวรรค์ งานนี้ข้าขอทุ่มสุดตัวเช่นกัน”

            “ขอบใจท่านมากท่านเจ้าเมือง ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างแน่นอน”

            ทางด้านอาณาจักรกาลเวลาในวันถัดมา

            “ตอนนี้มีกองกำลังของเมืองใดตอบรับกลับมาบ้าง?”

            “เรียนฝ่าบาทตอนนี้มีเพียงกองกำลังจากสามเมืองที่ตอบรับมาพะยะค่ะแต่ว่าพวกเขาไม่สามารถส่งกองกำลังจำนวนห้าหมื่นนายมาได้จำกัดได้เพียงเมืองละหนึ่งหมื่นห้าพันนายเท่านั้นพะยะค่ะเหตุผลที่พวกเขาส่งมาได้เพียงเท่านี้เพราะงบส่วนใหญ่ถูกส่งทางเมืองหลวงของเราก่อนหน้านี่พะยะค่ะ”

            “อะไรนะ เพียงแค่สามเมืองเท่านั้นหรือที่ตอบรับมาแล้วเมืองที่เหลือทำไมเงียบไปกันหมด”

            “รายงานฝ่าบาทตอนนี้มีกองกำลังจำนวนมากมุ่งหน้ามาทางเมืองหลวงอาณาจักรกาลเวลาของพวกเราพะยะค่ะ”

            “เป็นกองกำลังของเมืองไหน หรือว่าเป็นกองกำลังจากเมืองต่าง  ๆ ที่รีบส่งมาช่วยเหลือพวกเรา”

            “คาดว่าน่าจะเป็นกองกำลังของศัตรูพะยะค่ะเพราะกองกำลังของพวกเขาเดินทางมาทางทิศทางตรงกันข้ามกัน จำนวนกำลังพลน่าจะราว ๆหนึ่งล้านคนพะยะค่ะ”

            “อะไรนะ หนึ่งล้านคนเซียวหรือ?”

            “รีบเชิญท่านปราชญ์จอมเวททั้งสามคนมาโดยด่วนและเตรียมตัวเรียกกองทัพของแม่ทัพใหญ่กลับมาโดยเร็วที่สุดให้เขานำกำลังจำนวนสามล้านคนกลับมาด้วย”

            “พะยะค่ะฝ่าบาท”

            ทางด้านของเฟยหลงและอู๋ซวงพวกเขาเดินทางมาถึงยังเมืองหลวงอาณาจักรกาลเวลาในเวลาไล่เลี่ยกัน เมื่อกองทัพทั้งสองล้อมเมืองหลวงอาณาจักรกาลเวลาเอาไว้เรียบร้อยเฟยหลงและอู๋ซวงจึงได้สั่งการในทันที

    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท ที่คุณอ่าน