D.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ

    ผู้อัญเชิญแห่งความมืด

             

             

            บทที่ 8

            ผู้อัญเชิญแห่งความมืด

             

             

             

            “5 นาที...? 30 เท่า...?” อายะพูดขึ้นเมื่อได้ยินเสียงประกาศจากระบบ

            “สกิลของฉันเอง”แทนบอกกับเธอขณะที่เขามองไปรอบๆ สายตาที่กวาดไปรอบตัวกำลังมองหาศัตรูซึ่งระบบประกาศออกมาและในที่สุดแทนก็มองเห็น...

            สิ่งที่เขาคิดว่าจะเป็นมนุษย์จากชื่อที่ได้ยินมานั้นผิดถนัดเบรด้า เดอะซัมมอนเนอร์ที่ระบบแจ้งออกมาคือปีศาจร่างกายผอมแห้งสวมชุดคลุมสีขาวหม่น ยาวและขาดวิ่น นัยน์ตาสีเขียวประหลาดของมันจ้องมาที่พวกของเขาหลังจากนั้นเจ้าปีศาจในชุดคลุมก็กระโดดถอยหลังไปยืนบนขอบดาดฟ้าที่ยกตัวสูงขึ้นคล้ายกำแพงเตี้ย

            “ข้ารับใช้แห่งเทพความตาย ผู้สลายสิ้นทั้งอินทรีย์...”เจ้าปีศาจนั่นประสานมือแห้งเหี่ยวไว้ที่ด้านหน้ามันเอ่ยภาษามนุษย์เพื่อพิธีกรรมบางอย่าง “น้ำตา เลือดเกียรติ บรรณาการ ข้าผู้ต่ำต้อยราวมดปลวกขอเอ่ยนาม องค์เทวาแห่งขุมนรกโปรดสดับ โปรดเอ่ยวจีบัญชาจากเพลิงริญยาและอาฆาตความดีจงมอดไหม้ให้ขับขาน ประตูแห่งมิติไร้เลือนลาง...ทวารบูรพาแห่งยมโลกจงปรากฏ!”เสียงแหบแห้งเอ่ยวาจา หลังจากนั้นประตูแห่งมิติก็ปรากฏข้างกายของบอสนักอัญเชิญ

            ลอร์สไพรด์การ์เดี้ยนจำนวน5ตัวปรากฏตัวออกมาทันที แทนซึ่งถูกสกิลกำหนดเวลาไว้เพียง 5 นาทีเริ่มลงมือยิงใส่บอสไปก่อนหน้านั้นแล้ว แต่ดูเหมือนเมื่อศัตรูที่ถูกอัญเชิญปรากฏตัวออกมาการโจมตีใส่บอสที่หลบอยู่ด้านหลังจะทำได้ยากลำบากขึ้นมาก

            “เวลา...เวลาของพวกเราจะมีพอหรือเปล่า...”อายะพูดออกมาขณะเตรียมเรียกใช้ชุดการ์ดที่ปรากฏออกมาเธอมองดูจำนวนของมอนสเตอร์ที่ถูกเรียกออกมาแล้วรู้ได้ทันทีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องง่าย

            “หาโอกาสโจมตีไอ้ผ้าคลุมนั่น! พวกมอนสเตอร์ทั้งหมดฉันจะดึงไว้เอง!” แทนตะโกนบอกอายะ

            และเมื่อได้ยินเสียงที่ว่าหญิงสาวก็เรียกใช้การ์ดอีควิปทันที

            “อีควิป อีควิป...” เสียงเรียกใช้ดังขึ้นหลังจากนั้นดาบระดับ 7 และ 8ดาวก็ปรากฏออกมา ดาบสายหมอกอาซากิริในมือซ้ายและดาบประกายแสง...ฮิคาริในมือขวา

            “ราเซ็น...” อายะเรียกใช้สกิลของเธอสกิลที่จะมีอสูรแห่งดาบปรากฏตัวออกมาเมื่อดาบฟาดฟันลงไปยังเป้าหมายโดยโอกาสที่จะปรากฏออกมาคือ 10% ต่อการฟัน 1 ครั้ง

            เมื่อเรียกดาบออกมาแล้วเธอก็ย่อตัวต่ำก่อนจะใช้ความเร็วที่มีมากกว่าสายนักรบหุ้มเกราะพุ่งเข้าใส่บอสในขณะนั้นแทนซึ่งถือคันศรระดับ 8 ดาวที่ทากะสร้างขึ้น ก็ใช้มันโจมตีไปยังกลุ่มศัตรูด้วยท่าไม้ตายที่เพิ่งได้มาไม่นานสกิลโจมตีวงกว้างโดยไม่แบกแยกมิตรหรือศัตรู...โนเวมเบอร์เรน

            ด้วยธนูธนูยูกิเนโกะที่สีขาวบริสุทธิ์ไม่มีลวดลายใดๆการโจมตีที่ว่าทำให้มอนสเตอร์ที่ปรากฏตัวออกมาเปลี่ยนเป้าหมาย พวกมันหันมาโจมตีชายหนุ่มผู้ลั่นศรออกไปแทนอายะพวกมอนสเตอร์มุ่งเป้ามาที่แทนในทันที

            แต่เมื่ออายะพุ่งเข้าไปใกล้กับผู้อัญเชิญลอร์สไพรด์การ์เดี้ยนซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดก็รีบเคลื่อนตัวกลับมาปกป้องร่างของบอสเอาไว้อายะไม่มีทางเลือกนอกจากจัดการพวกมันเสียก่อน

            “ฮิคาริ...”สกิลหนึ่งถูกเรียกใช้

            กระบวนท่าของดาบคาตานะส่วนใหญ่แล้วจะมีชื่อตามนามของดาบนั้นมันเกิดจากการสื่อสารกับวิญญาณของดาบ และเมื่อจิตของผู้ใช้เชื่อมตัวกับดาบในมือเป็นหนึ่งเดียว...กระบวนท่าฟาดฟันที่หยิบยืมพลังวิญญาณที่สถิตอยู่ในคมดาบก็ปรากฏออกมา...

            แสงอันพร่าเลือนห่อหุ้มคมดาบคาตานะในมือขวา แสงแห่งดวงตะวันสถิตอยู่ในดาบเล่มนั้นอายะขยับสายตามองศัตรูทั้งสองเพียงเสี้ยววินาที หลังจากนั้นคมดาบแห่งแสงก็ถูกฟาดฟัน

                “33,672!”                        “33,124!”

                “33,985!”                        “33,339!”

            ร่างของศัตรูสองตนที่ถูกดาบฮิคาริของอายะเชือดเฉือนยังคงมีประกายแสงสว่างบนบาดแผลมันเป็นพลังจากดาบในมือของเธอดาบที่เมื่อใช้วิญญาณของดาบฟาดฟันด้วยท่าประจำดาบแล้ว แสงอาทิตย์อันร้อนแรงจะแผดเผาร่างของศัตรูจนกว่าพลังอาทิตย์จะมอดดับ

            หลังจากอายะเห็นว่าพลังของเธอพอจะจัดการศัตรูตรงหน้าลงได้เธอก็โจมตีอย่างต่อเนื่องจากการฟันด้วยดาบในมือทั้งสองข้าง

                    “12,581!”                                “14,328!”

                    “12,109!”                                “14,542!”   “34,781!”

            การฟันครั้งสุดท้ายของอายะทำให้มิติเปิดออกจากสกิลราเซ็นหลังจากนั้นบางอย่างก็พุ่งออกมาจากช่องว่างแห่งมิติ แทนซึ่งกำลังใช้ธนูยิงใส่ศัตรูเผลอเหลือบไปมองอสูรเพลิงที่ปรากฏตัวแค่ช่วงพริบตาเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร แทนรู้เพียงแค่ว่ามันมีประกายแสงแวบขึ้นมาแล้วหายไปในช่องว่างมิติที่เปิดออก

               

             

            

             

             

     

            เหลือเวลาอีก4นาทีก่อนแทนจะเกมโอเวอร์...

     

            “เท่ห์เกิ๊น!”เขาเผลอพูดออกมาโดยละความสนใจจากศัตรูไปชั่วครู่

            “4,374!”              “4,386!”

            “อั๊ก!”แทนที่กำลังเสียสมาธิถูกโจมตีจากทางมุมอับ “บ้าเอ้ย!เผลอไม่กี่วิโดนเล่นซะแล้ว!” เขาพูดก่อนจะหลบฉากออกมาแล้วรัวธนูใส่ศัตรู

            อายะจัดการศัตรูตัวที่สองลงได้แต่ในตอนนั้นเธอไม่เห็นว่ามีมอนสเตอร์ตัวใหม่ปรากฏตัวออกมาในสนามแล้วนักดาบเงา...มอนสเตอร์ที่ถือดาบใหญ่สีดำมันปรากฏตัวอออกมาในช่วงที่อายะกำลังพุ่งความสนใจไปที่ลอร์สไพรด์การ์เดี้ยนและในจังหวะนั้นเอง ศัตรูก็เคลื่อนตัวสู่มุมอับของสายตาและเมื่ออายะเปิดช่องว่างเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

            “ชาโดว์เบลด! (Shadow Blade)” เสียงจากระบบแจ้งท่าที่นักดาบเงาที่ถูกเรียกออกมามันเป็นท่าพุ่งฟันตรงๆ ด้วยดาบเล่มใหญ่ ไม่มีอะไรพิเศษนอกจากพลังที่อัดแน่นถ้าเป็นในเวลาปกติอายะน่าจะหลบท่านี้ได้แต่เมื่อถูกโจมตีจากมุมอับเธอจึงรับการโจมตีที่ว่าเข้าไปอย่างจัง

            “27,045!”

            การโจมตีที่เกิดขึ้นทำให้พลังชีวิตของอายะลดลงกว่าครึ่งทากะที่มองเห็นการโจมตีนั้นรีบใช้ไอเทมเพื่อเพิ่มพลังให้กับน้องสาวตัวเองทันที

            “ไอเทม!” เสียงเรียกใช้ดังขึ้นพร้อมกับพลังชีวิตของอายะฟื้นคืนมาจำนวนหนึ่ง

            “+10,000!”

            พลังชีวิตของหญิงสาวที่อยู่แนวหน้าเพิ่มขึ้น10,000 แต่ถึงแม้จะได้รับการเพิ่มพลังชีวิตแล้ว พลังของอายะที่ตอนนี้เหลืออยู่ไม่มากนักก็

            “อายะ!ระวัง!” แทนตะโกนขึ้นเมื่อเห็นนักดาบเงาพุ่งเข้าโจมตีอีกครั้งแต่ครั้งนี้อายะเคลื่อนตัวหลบได้ทัน แต่การถูกโจมตีติดๆกันแบบนี้ทำให้เธอไม่สามารถฝ่าเข้าไปจัดการกับบอสผู้อัญเชิญแห่งความมืดได้

            “เขี้ยวแห่งเวหา เวลาแห่งคมมีด ปีกแห่งพันธะ มังกรแห่งหมู่เมฆจงสดับข้าผู้...” เสียงของปีศาจในชุดคลุมกำลังร่ายเวท

            เมื่ออายะได้ยินเสียงนั้นเธอหันไปมองผู้ร่ายเวททันที“ขอให้ได้ผล...” หญิงสาวพูดขึ้นก่อนจะเรียกใช้สกิลของตัวเอง

            “เอสเซนท์สแคตเตอร์!” พลังเวทรวมอยู่ที่มือของอายะหลังจากนั้นพลังงานบริสุทธิ์สีขาวใสก็พุ่งไปยังซัมมอนเนอร์ที่ประสานมือไว้ด้านหน้า...

            “......”ซัมมอนเนอร์ไม่สามารถร่ายเวทต่อได้ มันเกิดจากการที่สกิลของอายะซึ่งมีโอกาสยกเลิกการร่ายเวทของศัตรูได้โดยคิดจากเลเวลของผู้ใช้ เลเวลของสกิล และเลเวลของเป้าหมาย จริงๆ แล้วการใช้สกิลในครั้งนี้มีโอกาสสำเร็จราวๆ30%แต่นับว่าเป็นโชคดีที่เธอสกัดการร่ายเวทนั้นได้สำเร็จแม้จะมีโอกาสไม่มากและด้วยค่าดีเลย์ของการร่ายเวทอัญเชิญซึ่งเป็นเวทระดับสูง ทำให้ใน 30 วินาทีหลังจากนั้นบอสไม่สามารถอัญเชิญมอนสเตอร์ออกมาเพิ่มได้

            แต่เพราะการหันไปใช้สกิลขัดขางบอสทำให้อายะเปิดช่องโหว่ให้กับศัตรู นักดาบเงาพุ่งเข้าฟันเธอด้วยดาบใหญ่อีกครั้งก่อให้เกิดความเสียหายเฉียดหมื่น

            “8,890!”

            เมื่อถูกการโจมตีนี้พลังของอายะเหลือน้อยมากในทันทีและเมื่อเห็นเป็นแบบนั้นทากะก็เริ่มทำอะไรบางอย่าง...

            ทากะที่ถือดาบฮินโนโทริในมือพุ่งเข้าหาอายะเขาเงื้อดาบพุ่งเข้าหาน้องสาวของตัวเอง ดาบในมือของทากะเตรียมฟาดฟันเป้าหมายของเขาไม่ใช่มอนสเตอร์ ทากะเตรียมใช้ดาบระดับ 8ดาวฟันใส่น้องสาวของเขา แต่ก่อนที่คมดาบจะถูกฟันออกไปเสียงของระบบก็ดังขึ้น

            “ฮินโนโทริ...” เสียงจากระบบแจ้งสกิลที่ถูกผู้เล่นเรียกใช้ทักษะที่ใช้นั้นคือนามของนกเพลิงอมตะ ทักษะที่เมื่อใช้ออกไปแล้วจะทำให้เป้าหมายสามารถดูดกลืนเปลวเพลิงเป็นเวลา1 นาทีโดยแลกกับ SP จำนวน 11 หน่วย

            เป้าหมายของสกิลนี้คืออายะและเมื่อทากะมั่นใจแล้วว่าสกิลแสดงผล คมดาบของเขาก็ฟาดฟันใส่อายะอย่างรวดเร็วแต่ไม่มีค่าความเสียหายปรากฏออกม กลับเป็นการเพิ่มพลังให้กับอายะที่สัมผัสกับคมดาบ...

            “+3,619!”

            “+3,682!”

            “+3,674!”

            “ห่ะ...เอางี้เลยเรอะ” แทนซึ่งจัดการศัตรูตรงหน้าเรียบร้อยแล้วหันไปมองทากะและอายะ เขาทำเสียงตกใจเมื่อเห็นวิธีเพิ่มพลังแบบของทากะชายหนุ่มผู้ไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาเองได้เรียกใช้สกิลที่สามารถดูดกลืนไฟให้กับอายะก่อนเป็นอย่างแรกหลังจากนั้นเขาก็ใช้ดาบที่มีธาตุเพลิงฟันเข้าใส่ถึงความเสียหายจะไม่รุนแรงเท่าโจมตีใส่มอนสเตอร์ แต่มันก็ฟื้นพลังได้เกินกว่าหนึ่งหมื่น







            “เขี้ยวแห่งเวหา เวลาแห่งคมมีด ปีกแห่งพันธะ มังกรแห่งหมู่เมฆจงสดับข้าผู้ต่ำต้อยวอนต่อท่าน มังกรผู้โผบินเหนือชั้นอากาศราชันย์แห่งท้องฟ้าโปรดปรากฏกาย!” ในที่สุดผู้อัญเชิญก็สามารถเรียกมอนสเตอร์ออกมาจนได้...มอนสเตอร์ระดับที่แทนไม่คิดว่าจะต้องพบเจอในขณะที่สกิลของเขาแสดงผลมอนสเตอร์ผู้ที่ปีกตัดกระแสลมในท้องฟ้า มังกรผู้มีดวงตาสีฟ้าใสมังกรผู้โผบินเหนือชั้นก้อนเมฆ มังกรผู้มีลมหายใจเป็นม่านหมอก...

            ...คูมูลัสมังกรเมฆาเลเวล 147

             

            คูมูลัสมังกรเมฆาเลเวล 147 ปรากฏตัว...

             

            เมื่อสิ้นเสียงจากระบบเงาราชันย์แห่งหมู่เมฆก็ทาบทับร่างสีขาวราวปุยเมฆพุ่งมายังป้อมปราการแห่งปราสาทลอยฟ้าลาพิวต้าไอโซเลชั่น...

             

            เหลือเวลาอีก3นาทีก่อนแทนจะเกมโอเวอร์...

             

            ร่างของมังกรสีขาวราวก้อนเมฆปรากฏออกมาลำตัวของมันยืดยาวกว่ามังกรสายพันธุ์อื่นๆ ส่วนหัวทรงรูปลูกศรนั้นมีเขาสองเขาแหลมยื่นยาวไปด้านหลังปีกใสจนมองทะลุผ่านได้บริเวณลำคอที่ยืดยาวมีบางอย่างที่คล้ายครีบเรียงกันอยู่สามคู่ดวงตาของมังกรตนนี้สีน้ำเงินเข้ม เกล็ดละเอียดและถี่ยามมันพ่นลมหายใจออกมามีไอเมฆปรากฏอยู่ที่ปลายจมูก

            “มานี่เลยแก!”แทนตะโกนขึ้นพร้อมกับยิงธนูใส่มังกรที่เพิ่งจะถูกเรียกออกมาเขาต้องการดึงความสนใจจากมังกรตนนั้น และมันก็เป็นอย่างที่เขาคิด มังกรคูมูลัสพุ่งเป้าโจมตีมาที่แทน...ลมหายใจสีขาวถูกพ่นใส่ร่างของชายหนุ่มผู้ลั่นศรใส่มัน

            “13,842!”

            “13,411!”

            “13,076!”

            แทนถูกการโจมตีของมังกรเมฆอย่างรุนแรงถ้าการโจมตีนี้เป้าหมายคืออายะหรือทากะน่าจะทำให้พลังชีวิตของทั้งสองเข้าขั้นวิกฤตแต่เมื่อเป็นกับแทนซึ่งมีพลังชีวิตเพิ่มขึ้นถึง 30 เท่า ค่าความเสียหายจำนวนนี้ไม่ได้มีความหมายต่อเขาแต่อย่างใด

    คล้ายกับเรื่องD.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ ที่คุณอ่าน