เขามองเข้าไปยังดวงตาสีฟ้าคู่นั้นฉับพลันราวกับถูกตรึงเอาไว้ จวิ้นอ๋องมองเห็นหลันเซ่อโผบินอยู่ในดวงตาของนาง
“เ้าปล่อยข้าได้แล้ว”นางปล่อยแขนออกจากร่างเขา เสียงทักนั้นทำให้จวิ้นอ๋องได้สติถอนตัวออกจากสายตาคู่นั้น ‘นางต้องเกี่ยวข้องกับหลันเซ่อเป็แน่ต้องหาโอกาสทดสอบ’
ใบหน้าของนางเกิดความร้อนผ่าวแต่เพราะสีผิวที่เข้มจัด ทำให้มองไม่เห็นความผิดปกติ “ข้าจะออกไปรอข้างนอก”
จวิ้นอ๋องเห็นอาการขัดเขินของนางก็อมยิ้มเขารู้สึกว่า นางหวั่นไหว แผนขั้นต่อไปก็ต้องมา
เมื่อกลับถึงร้านข้าวสารเซียงจอมยุแยงนั่งตบพัดรออยู่ก่อนแล้ว “น้องชายเป็เช่นไรบ้างแผนนำตัวไปใกล้ชิดของเ้า”
“หาวิธีทำให้ข้าได้เป็ที่ปรึกษาของจินหลี่ิที”ทิ้งท้ายไว้เท่านั้น แล้วจวิ้นอ๋องก็เข้าไปเขียนสาส์นลับหาพี่สะใภ้ ‘ข้าควรจะรักษาปานพวกนี้ก่อนเพื่อให้นางได้มองเห็นรูปโฉมที่หญิงสาวเห็นแล้วตรึงตราตรึงใจ’
พระชายาเอกฟ่านซิ่วอิงได้รับจดหมายเล็กๆที่ชินอ๋องพระสวามีนำมายื่นให้ขณะส่งทารกคนแรกที่กล่อมนอนจนเสร็จ ส่งให้แม่นมระยะเดือนที่เจ็ดของลูกแฝดทั้งสี่นางก็ยังไม่ได้ออกไปไหนแม่จะมีแม่นมอีกสี่นางคอยช่วยให้นมบุตรก็ตาม
“ท่านดูสิน้องชายท่าน ไปไม่นานก็มาขอยาแก้รอยปานแล้วไม่ใช่หลงใหลสาวงามแคว้นจินเสียแล้วหรือ?”
ชินอ๋องขมวดคิ้วเขาเคยเดินทางไปแคว้นจินสองครั้ง ผู้หญิงที่นั่นล้วนผิวพรรณคล้ำใบหน้าคม “ปกติจวิ้นอ๋องเป็ผู้นิยมหญิงงามผิวผุดผ่องอีกทั้งหญิงสาวแคว้นจินโดยมากจะไม่ค่อยเก็บเนื้อเก็บตัว พวกนางเปิดเผยกล้าหาญกว่าสตรีแคว้นเรามาก”
“ท่านจะรู้ได้อย่างไร? บางทีการเปลี่ยนสถานที่ก็อาจจะทำให้พบสิ่งแปลกใหม่ที่ถูกใจก็เป็ได้”พระชายาเอกจอมแผนการ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ นางห่อยาผงเล็กน้อยแล้วเขียนกำกับไปว่า ‘ต้องกินทีละนิด ปานเ่าั้จะค่อยๆ จางลง เดี๋ยวจะส่งยารักษามาให้เรื่อยๆต้องใช้เวลาสักหนึ่งเดือน’
เขียนไปนางก็ยิ้มเ้าเล่ห์ไป“ยามอยากปกปิด รบเร้าซ่อนเร้น ยามนี้ข้าจะทำให้เขารู้ว่าการรอคอยสตรีมีราคาที่ต้องจ่ายแพงเพียงใด” ฟ่านซิ่วอิงเอ่ยให้สวามีได้ยิน
ชินอ๋องถึงกับอ้าปากค้างไปชั่วครู่ ‘เ้าสิบสองไม่น่ามาขอความช่วยเหลือจากอิงเอ๋อร์ตัวแสบของข้านางไม่ชอบบุรุษที่คิดรังเกียจคู่หมายเพียงใด ข้าเคยโดนนางแกล้งมาขนาดนั้นเ้ายังไม่ไตร่ตรองอีก’
หลังจวิ้นอ๋องได้รับจดหมายตอบและยารักษาปานจากพี่สะใภ้ก็พลันหน้ามืดไปชั่วขณะหากต้องใช้เวลาสักเดือนเขาจะพิชิตใจองค์หญิงจินเฟิ่งทันหรือ?เมื่อวานให้ซุนอี้องครักษ์เงาไปจับตามอง ก็ได้ข่าวว่า เ้าหย่งจื้อบุตรชายใต้เท้ากรมโยธาผู้นั้นไปรอดักพบนางั้แ่เช้า ซ้ำเฝ้าอยู่จนสายส่วนเฝิงเหวินเหอ บุตรใต้เท้ากรมตุลาการที่มาดดีก็นำหนังสือที่นางสนใจไปมอบให้
“นางกำนัลคุยกันว่าใกล้จะได้เวลางานพิธีเลือกคู่ขององค์หญิงแล้ว พะยะค่ะ”จวิ้นอ๋องเหมือนดวงตาจะวูบไปชั่วครู่ เขาลืมเื่นี้เสียสนิท ธรรมเนียมคนเผ่าจินหากองค์หญิงอายุครบสิบแปด นางต้องเข้าพิธีเลือกคู่ และมีโอกาสจัดได้สองครั้งหากครั้งแรกนางยังไม่ตัดสินใจ ก็ยังมีโอกาสอีกครั้ง
เซียงวั่งซูออกจากภัตตาคารมู่กงก็เร่งรุดกลับร้านโดยเร่งด่วนพบหน้าน้องชายก็รีบรายงานเื่ที่ได้ยินทันที
“พิธีเลือกคู่จะจัดขึ้นในอีกสิบห้าวันข้างหน้าเช่นนี้แล้ว เ้าคงรักษาปานไม่ทัน เกิดองค์หญิงเลือกคู่ไปก่อน เ้าจะทำเช่นไร?”
“จะยากอะไรเล่า? งานนี้ก็ต้องขัดขวางนางไม่ให้เลือกผู้ใดเสียก่อนน่ะสิ”ใบหน้าของจวิ้นอ๋องผู้รอบรู้ดูมีแผน
“เ้าคงคิดไว้แล้วสินะ”
“ท่านเองก็เป็ส่วนหนึ่งในแผนการนี้ด้วย”เซียงวั่งซูยิ้มกว้าง “วุ่นวายเื่ชาวบ้านเป็งานถนัดของข้าอยู่แล้ว”
“ทำอย่างไรเราจึงจะได้เข้าร่วมพิธีนี้ด้วย”จวิ้นอ๋องส่งหน้าที่ให้พี่ชายจอมเ้าเล่ห์ทันที
“เื่นี้ให้เป็ภาระของข้าเอง”เซียงวั่งซูอมยิ้ม
เย็นนั้นเถ้าแก่หนุ่มรูปงามก็ปรากฏกายที่หอมุกจันทราที่แคว้นจินการเปิดหอคณิกาทำโดยทางการซึ่งรายได้ในการใช้บริการจะถูกหักภาษีนำเข้ารัฐหญิงสาวสามารถทำได้ทั้งหน้าที่เซ่อจี้ คือ ขายบริการทางเพศหรือจะเลือกขายศิลปะการบรรเลงเพลงพิณ วาดภาพ อยู่เป็เพื่อนแขกที่เรียกว่า อี้จี้ก็ได้
ที่นี่จึงมีบุคคลหลากหลายวงการทั้งข้าราชสำนักพ่อค้า ทหาร บัณฑิต เข้ามาใช้บริการส่วนชาวบ้านจะมีที่ใช้บริการอีกแห่งราคาย่อมเยาอยู่ชานเมืองเซียงวั่งซูมักจะมาฟังการขับร้องและระบำรำฟ้อนของสาวๆ ที่นี่ร่วมกับการรับประทานอาหารเย็นและร่ำสุราคุยกับผู้คนมากหน้าหากพอรู้ปูมหลังว่ามีตำแหน่งสูง เขาก็จะเลี้ยงสุราเพื่อสร้างมิตร
เถ้าแก่เนี้ยที่ดูแลหอมุกจันทราเป็ภรรยาลับๆของใต้เท้าฉู่กรมคลัง ซึ่งทำหน้าที่เก็บภาษีจากหอคณิกาแต่เดิมนางเป็หญิงงามอันดับหนึ่งของหอมุกจันทรามีขุนนางมาแย่งชิงตัวกันหลายคนสุดท้ายใต้เท้าฉู่ผู้มีอำนาจสูงสุดในการตัดสินจึงเก็บเอาไว้เพียงผู้เดียว
“เถ้าแก่เซียงเย็นนี้ท่านอยากร่ำสุรากับผู้ใด?”
“ข้าอยากคุยกับคนกรมพิธีการสักหน่อยท่านพอจะจัดให้ได้หรือไม่?”เซียงวั่งซูลอบยัดตำลึงทองใส่ซอกแขนเสื้อให้นาง คะเนจากน้ำหนักเถ้าแก่เนี้ยก็ยิ้มออก
“เช่นนั้นท่านไปรอที่โต๊ะริมเสาด้านโน้นเดี๋ยวข้าจะเชิญคนให้” เถ้าแก่เนี้ยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม นอกจากจะเงินถึงแล้วเถ้าแก่เซียงก็ยังรูปงามบาดตาบาดใจ นางใคร่จะกินเขาสักคราแต่ดูเหมือนเขาแค่หยอดคำหวานให้นางแต่ไม่คิดจะกินนางสักน้อย
ใช้เวลาไม่นานนักชายหนุ่มสองคนที่เป็ข้าราชสำนักก็เดินมาคารวะเซียงวั่งซู
“ขอบคุณเถ้าแก่เซียงที่เชิญเรามาร่วมดื่มสุรา”ด้วยเงินเบี้ยหวัดที่ไม่มากนักการมีเศรษฐีมาพร้อมจ่ายทั้งค่าสุราและนารีให้นับเป็วาสนาอันดี
“ไม่ต้องเกรงใจข้ายินดีคบหากับพวกท่าน คิดเสียว่า เป็คนกันเอง ข้าไม่มีเพื่อนนั่งดื่มคนเดียวเช่นนี้ย่อมเหงา เป็พวกท่านเสียอีกที่ให้เกียรติร่วมโต๊ะกับข้า”เถ้าแก่เซียงรูปงาม จ่ายไม่อั้น อีกทั้งยังกล่าวยกยอเช่นนี้ชายหนุ่มทั้งสองก็ยิ้มกว้าง รีบหย่อนร่างนั่งลงโดยเร็ว
คืนนั้นเซียงวั่งซูตบพัดบอกข่าวดีกับน้องชายด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
“เราสองคนจะได้รับบัตรเชิญเข้าร่วมงานแต่ต้องอยู่ตรงกลุ่มคนด้านหลัง ดาวนำโชคจริงๆ คืนนี้หนุ่มสองคนนั้นเป็เ้าหน้าที่ทำบัตรเชิญพอดี เ้ากับข้าก็ได้ไปงานแล้ว”
“อืม...ท่านไม่ทำให้ข้าผิดหวัง”
“แผนขัดขวางของเ้าเล่า? จะทำเช่นใดบ้าง”
จวิ้นอ๋องยิ้มแย้มหากได้บัตรเชิญแล้ว ส่วนที่เหลือก็คงจะต้องให้ตัวแสดงงิ้วรับเชิญออกโรง“ท่านไปนอนก่อนเถิด หากได้บัตรเชิญเข้างานแล้ว ที่เหลือก็ไม่ยากอันใด”
“เ้าจะให้ใครมาช่วยงานครั้งนี้”
จวิ้นอ๋องจิบน้ำชาสายตามองเหม่อ
“หลันเซ่อ”
---------------------------------------------------------
