ตอนที่ 2 กฎง่ายๆ
ข้อหนึ่งคือห้ามคนงานชายขึ้นมาบนเรือนใหญ่ในขณะที่ข้อสองคือห้ามคนงานทุกคนไปยังเรือนเล็กที่เป็สถานที่ส่วนตัวของฉัตรโดยเด็ดขาดกฎง่ายๆที่ถูกตั้งขึ้นโดยเ้าของคฤหาสน์ทั้งสองและถูกบอกผ่านโดยหัวหน้าแม่บ้านอย่างดากฎง่ายๆที่คนงานทุกคนต้องทำตาม มิเช่นนั้นจะโดนไล่ออก…..
เช้านี้อุ้มตื่นแต่เช้าตามนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้หลังอาบน้ำจนตัวหอมเธอก็สวมใส่เสื้อยืดแขนกุดสีดำคู่กับกางเกงขาสามส่วนสีชมพู และถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ดูเซ็กซี่หวือหวาแต่ชุดที่ดูเรียบร้อยปรกตินี้ก็ไม่สามารถปกปิดหุ่นอวบอั๋นของเธอไว้ได้พอแต่งตัวเสร็จอุ้มก็เดินออกจากห้องนอนหวังเดินตรงไปที่ครัว
“อุ้ม”
เสียงเรียกจากเด็กหนุ่มที่คุ้นเคยทำให้เธอหยุดชะงักลงระหว่างทางที่จะเดินไปครัวและพอเธอหันหลังกลับไปมองยังต้นเสียงหนุ่มหล่อวัยไล่เลี่ยก็ยืนส่งยิ้มให้อยู่ตรงนั้น
“คะ...คุณโน้ตสวัสดีค่ะ” อุ้มทักทายนายน้อยของตัวเองด้วยความดีใจหลังไม่พบเจอกันเกือบปี
“หวัดดีครับอุ้ม” โน้ตตอบกลับอย่างสุภาพเหมือนเช่นที่เคยทำพร้อมด้วยรอยยิ้ม
“แล้วนี่....มาถึงั้แ่เมื่อไหร่คะ”
“ถึงตอนตีห้าน่ะครับ” โน้ตตอบก่อนทำหน้าครุ่นคิดพลางพูดกับตนเอง “เอ๊ะ คนขับรถคนใหม่ที่มาแทนลุงโพธิ์ชื่ออะไรน๊า”
“น้าขุนค่ะ....เพิ่งเข้ามาทำงานเมื่อสัปดาห์ก่อน” อุ้มตอบแทน
“อ๋อ...ใช่ๆน้าขุนไปรับที่สนามบินน่ะครับ” โน้ตขยายความเพื่อให้อุ้มเข้าใจก่อนถาม“แล้วเป็ไงบ้าง สบายดีไหมครับ อุ้ม”
“อุ้มสบายดีค่ะ...แล้วคุณโน้ตหล่ะคะสบายดีไหม”
“ผมสบายดีครับ”
“แล้วที่อเมริกาเป็ไงบ้างคะ”
“ก็เรื่อยๆนะ”
“แล้วหาแฟนได้ยังคะ”
คำถามของอุ้มทำให้โน้ตชะงักงันไปชั่วขณะก่อนตอบ “ยังเลยครับ”
“พยายามเข้านะคะ” อุ้มพูดพร้อมชูกำปั้นทั้งสองขึ้นมาเพื่อให้กำลังใจก่อนพูดขึ้น“อุ๊ย....อุ้มขอตัวก่อนนะคะ”
พูดจบแม่บ้านสาวก็ส่งยิ้มหวานให้นายน้อย ก่อนหันหลังเดินไปยังจุดหมายของตนเองต่อปล่อยให้โน้ตมองตามแผ่นหลังของเธอจนลับตาไป
โน้ตเจออุ้มครั้งแรกเมื่อสี่ปีก่อนเป็่ที่เค้ากำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมต้นชายล้วนพอดีก่อนที่หนึ่งปีหลังจากนั้นภาคย์จะส่งเค้าไปเรียนต่อมัธยมปลายที่อเมริกาแต่หนึ่งปีที่ว่านั้นกลับเป็่เวลาที่เค้ามีความสุขที่สุดใน่วัยรุ่น เนื่องจากว่าอุ้มนั้นคือผู้หญิงวัยใกล้กันที่เค้าได้พบเจอหลังจากที่ตลอดระยะเวลาในชั้นประถมและมัธยมต้นนั้นเค้าเจอแต่เพื่อนผู้ชายในโรงเรียนชายล้วนมาโดยตลอดการได้เจอเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ยิ้มเก่ง พูดจาฉะฉานและขยันขันแข็งแบบอุ้มจึงทำให้โน้ตแก้นิสัยเขินอายเวลาคุยกับผู้หญิงได้เป็อย่างดี
เช่นเดียวกันกับอุ้มที่ต้องเข้ามาทำงานในคฤหาสน์หลังใหญ่นี้ั้แ่เด็กการที่เธอได้มาพบเจอกับโน้ตหรือฉัตรที่มอบทั้งความสุภาพและเป็กันเองให้กับเด็กบ้านนอกอย่างเธอก็ทำให้เธอก้าวผ่านความเปลี่ยวเปล่าที่ต้องห่างบ้านได้เป็อย่างดีแต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอไม่รู้นั่นคือความรู้สึกที่โน้ตมีให้กับเธอั้แ่แรกเจอ…….
สาเหตุเดียวที่ทำให้โน้ตที่ยังศึกษาอยู่ที่ไฮสคูลที่อเมริกาต้องบินกลับมาที่ไทยกลางคันนั้นมันเป็เพราะว่าวันนี้เป็วันเกิดของฉัตรซึ่งเป็่เวลาที่ทุกคนในครอบครัวจะต้องกลับมาร่วมงานที่ว่าโดยพร้อมเพรียง
และถึงแม้จะได้ชื่อว่าเป็วันเกิดของลูกสาวผู้หลากมากดีที่ร่ำรวยและเป็ที่รู้จักของแวดวงสังคมชั้นสูงแต่สิ่งที่ฉัตรเลือกจะทำในวันนี้นั้นก็เป็เหมือนเช่นทุกปีคือตอนเช้าไปทำบุญที่วัดและกินเลี้ยงแบบเรียบง่ายกันพร้อมหน้าพร้อมตา 5คนพ่อแม่ลูกในตอนเย็นที่คฤหาสน์เท่านั้น
บนโต๊ะอาหารสไตล์หลุยส์ตัวใหญ่สีทองเชมเปญที่สร้างจากไม้สักแท้ประดับลายแกะสลักสวยงามตามสไตล์ตะวันตกที่ภาคย์สั่งทำนอกจากเก้าอี้เข้าชุด 5 ตัวที่ว่างอยู่ อีก 5ตัวถูกจับจองด้วยลูกเมียของภาคย์ที่นั่งกันพร้อมหน้า
“ขอให้แม่มีความสุขมากๆนะครับ” นนท์ลูกชายคนโตที่ขับรถมาจากคอนโดที่อยู่ไกลออกไปอวยพรขึ้นมาเป็คนแรก
“ส่วนผมขอให้แม่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงนะครับ” นัทลูกชายคนรองที่ยังศึกษาอยู่ที่มหาลัยที่อังกฤษและเพิ่งกลับมาถึงบ้านเมื่อเช้าพูดขึ้นมาบ้าง
“เอ๊ะ...พวกพี่แย่งพูดกันไปหมดอย่างนี้....ผมจะอวยพรแม่ยังไงหล่ะเนี่ย” โน้ตพูดขึ้นพร้อมทำหน้าเง้างอนที่โดนพวกพี่ๆแย่งคำอวยพรดีๆไปจนหมด
คำพูดของโน้ตทำให้ฉัตรผู้เป็แม่และพี่ชายทั้งสองถึงกลับกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ก่อนที่ฉัตรจะพูดขึ้นพลางหัวเราะในลำคอ “งั้นแม่ขอให้โน้ตหาแฟนให้ได้ไวๆนะจ๊ะ”
“ดะ....เดี๋ยวก่อนครับวันนี้วันเกิดแม่ ผมต้องอวยพรให้แม่ ไม่ใช่ให้แม่มาอวยพรผมซิครับ” โน้ตตอบฉัตรไปด้วยความใสซื่อ
บทสนทนาของฉัตรและลูกชายคนเล็กสุดของครอบครัวสร้างเสียงหัวเราะให้กับชายหนุ่มอีกสองคนที่นั่งร่วมรับประทานอาหารอยู่บนโต๊ะได้เป็อย่างมาก.....ยกเว้นอยู่แค่เพียงคนเดียว
“พูดถึงแฟน....นนท์แกยังไม่เลิกกับนังเด็ก เอ๊ะ...นังผู้หญิงชั้นต่ำที่สูบเืสูบเนื้อแกั้แ่ม.ต้น....นั่นชื่ออะไรนะ”
คำถามของภาคย์พัดพาให้เสียงหัวเราะและบรรยากาศสรวลเสเฮฮาที่ปกคลุมห้องกินข้าวก่อนหน้าหายไปจนหมดสิ้น
นนท์หันขวับมามองพ่อ แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาก่อนถามเสียงแข็ง “พ่อรู้ได้ไงครับ”
ภาคย์ไม่ได้เงยหน้ามองลูกชายคนโตเค้ายังคงใช้ส้อมหั่นชิ้นสเต็กบนจานพลางพูดด้วยความใจเย็น “ไม่ต้องสนว่าฉันจะรู้ได้ยังไง....แต่แกต้องเลิกกับนังนั่นซะ”
“อ๋อ....พี่วิคาบข่าวมาบอกพ่อซินะครับ....ที่พ่อส่งพี่วิตามไปดูแลผมที่คอนโดก็เพื่อให้เค้าคอยสืบเื่ผมซินะ”
วิที่นนท์พูดถึงคืออดีตแม่บ้านของคฤหาสน์หลังนี้ที่ภาคย์ส่งให้ตามไปคอยทำงานบ้านและดูแลนนท์เมื่อตอนที่เค้าอยากย้ายออกจากที่นี่ไปอยู่คอนโดที่อยู่ไกลออกไปเมื่อปีกลาย
“ฉันจะพูดอีกครั้งไม่ว่ายังไงแกก็ต้องเลิกกับนังปลิงนั่นซะ” ภาคย์พูดตอบโดยที่ยังคงไม่เงยหน้ามองนนท์
นนท์ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ มองภาคย์ตาแข็งก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเดือดดาล “พ่อไม่มีสิทธิ์มาสั่งให้ผมทำอะไรหรือให้ผมคบหรือเลิกกับใคร...ผมโตแล้ว....ผมมีสิทธิ์ที่จะเลือกชีวิตของตัวเองผมจะไม่ยอมให้พ่อมาควบคุมผมเหมือนที่พ่อทำกับทุกคนในบ้านนี้หรอกนะ”
ภาคย์เงยหน้ามองจ้องตาลูกชายคนโตเขม็งก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบแต่ดูน่าเกรงขาม“แกอยากมีชีวิตของตัวเองใช่ไหม ได้ซิแกก็เอารถที่ฉันซื้อให้ทิ้งไว้ที่นี่ ออกจากคอนโดที่ฉันซื้อให้ แล้วก็หาเงินใช้เองซิแกจะได้มีชีวิตของตัวเอง ไม่ใช่มาใช้สมบัติที่ฉันหามา....ไปปรนเปรอผู้หญิงชั้นต่ำของแก”
บรรยากาศมาคุเข้าปกคลุมห้องกินข้าวจนอบอวลคำพูดของภาคย์ทำให้หน้าและตัวของนนท์ชาไปหมด เค้ายืนนิ่งไร้ซึ่งคำพูดตอบโต้ใดๆ
“คุณพี่คะเื่นี้ไว้คุยกันวันอื่นได้ไหมคะ” ฉัตรพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่มนวล
ภาคย์ละสายตาจากลูกชายคนโตกลับมามองเมียก่อนพูด “ผมให้คุณจัดการนะ”
ฉัตรพยักหน้ารับน้อยๆก่อนหันมองไปยังลูกชายคนโตนนท์นั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้งจากนั้นงานเลี้ยงวันเกิดของฉัตรก็ดำเนินต่อไปท่ามกลางบรรยากาศที่สุดแสนจะอึมครึม……
หนึ่งสัปดาห์หลังงานวันเกิดของฉัตรคฤหาสน์หลังนี้ก็กลับมาเหลือผู้อยู่อาศัยเพียง 10 คนตามเดิมโน้ตกลับไปเรียนต่อที่อเมริกา นัทกลับไปเรียนต่อที่อังกฤษส่วนโน้ตกลับไปที่คอนโดและพยายามจัดการเื่ของตัวเองตามที่พูดคุยกับฉัตรจนเข้าใจ
“อุ้มเอาข้าวเย็นไปให้พวกผู้ชายหน่อยซิ” ดาพูดไหว้วานอุ้มเหมือนเช่นเคย
“ได้จ๊ะป้าดา” อุ้มรับคำอย่างว่าง่ายพร้อมยิ้มแย้ม
แม่บ้านสาวร่างเล็กเดินถือปิ่นโตออกจากครัวที่อยู่ชั้นล่างของคฤหาสน์ไปยังห้องพักคนงานชายที่อยู่ห่างจากเรือนใหญ่40 เมตรตามหน้าที่ที่ตัวเองทำเป็ประจำทุกวัน เธอเดินมาจนถึงหน้าห้องพักสี่ห้องที่ตั้งเรียงกันเป็หน้ากระดาน
ปรกติหากเป็วันธรรมดาที่ไม่ใช่วันหยุดพักอุ้มมักจะวางปิ่นโตไว้บนโต๊ะหินอ่อนที่ตั้งอยู่ด้านหน้าห้องพักคนงานแล้วเดินกลับเข้าคฤหาสน์ด้วยความเร็วไวด้วยเพราะเธอไม่อยากเจอหน้าคนสวนหื่นกามอย่างมั่น แต่วันนี้นั้นต่างออกไปวันนี้เป็วันหยุดของภาคย์ และขุนก็ไม่ได้ถูกสั่งให้ขับรถไปส่งเค้าที่สนามกอล์ฟวันนี้ทั้งวันขุนจึงอยู่ที่ห้องพัก อุ้มจึงเดินไปเคาะประตูห้องซ้ายสุดที่เป็ห้องพักของเค้า
“น้าขุนน้าขุนคะ อุ้มเอาข้าวมาให้ค่ะ” อุ้มะโเรียกด้วยเสียงหวาน
แต่เรียกไปเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับจากขุนแต่หูของอุ้มกลับได้ยินเสียงน้ำกระทบพื้นดังมาจากห้องน้ำที่อยู่ด้านหลังแทน อันที่จริงถ้าอุ้มเลือกจะวางปิ่นโตไว้บนโต๊ะแล้วเดินกลับเข้าคฤหาสน์ไปพอขุนออกมาจากห้องน้ำก็คงจะรู้อยู่ดีว่าอาหารมาส่งแล้วแต่อุ้มที่อยากพูดคุยกับน้าขุนสุดหล่อเลือกที่จะเดินตรงไปที่ห้องน้ำเพื่อหวังเพียงเห็นหน้าขุนก็ยังดี เธอจึงวางปิ่นโตลงบนโต๊ะหินอ่อนแล้วเดินตรงไปที่ห้องอาบน้ำหวังจะร้องเรียกเพื่อให้ขุนรู้ว่าเธอเป็คนนำอาหารมาให้
แต่ยังไม่ทันที่อุ้มจะเดินไปถึงห้องน้ำที่อยู่ห่างจากห้องพักไม่ไกลเสียงน้ำที่เคยดังลั่นออกมา จู่ๆก็เงียบไปอุ้มจึงหยุดเท้าเพราะคิดไปว่าขุนคงอาบน้ำเสร็จสิ้น แต่เธอยืนรออยู่จนเวลาผ่านไป 3นาทีเค้าก็ยังไม่ออกมา ความสงสัยจึงพาเท้าเธอเดินเข้าไปใกล้ และพออุ้มเดินไปจนถึงหน้าประตูห้องน้ำเธอก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังออกมาพร้อมกับเสียงกระเส่าของขุน
และถึงแม้ว่าอุ้มจะไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อนแม้ว่าจะมีผู้ชายหลายคนที่โรงเรียนมาติดพันแต่อุ้มก็รู้ดีว่าขุนกำลังทำอะไรอยู่ในห้องน้ำและด้วยความที่เธอสำรวจคฤหาสน์หลังนี้จนทั่วทุกซอกมุมยกเว้นเพียงเรือนเล็กต้องห้ามจนถ้วนทั่วอุ้มจึงรู้ดีว่าด้านข้างใกล้ๆหน้าต่างห้องน้ำนั้นมีรอยแตกที่พอมองเห็นวิวข้างในได้อยู่เธอจึงเดินไปที่นั่นทันที
และก็จริงดังที่อุ้มคิดเธอเห็นขุนยืนเอามือซ้ายค้ำกำแพงและใช้มือขวาสาวรูดท่อนเอ็นของตัวเองพลางร้องครางกระเส่าเบาๆในลำคอเค้าไม่สังเกตเห็นเธออย่างแน่นอน เพราะเค้ากำลังเร่งมือสาวแก่นกายที่อุ้มกะจากสายตาตัวเองประมาณ7 นิ้วของตัวเองอย่างเมามัน
อุ้มลอบมองคนขับรถคนใหม่ที่ยืนสาวหนอนของตัวเองในห้องน้ำผ่านรอยแตกอยู่พักใหญ่แม้อุ้มจะไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน แต่ตอนที่อยู่บ้านนอกเธอก็เห็นของผู้ชายมามากพอที่จะบอกได้ว่าสิ่งที่ขุนกำลังใช้มือสาวอยู่นั้นขนาดมันไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนตอนแรกที่เดินมาหวังแอบดูเธอไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าพอได้รู้ว่าขุนทำอะไรอยู่ในห้องน้ำแล้วเธอจะทำอย่างไรต่อแต่ตอนนี้ตัวของเธอร้อนรุ่มขึ้นมาโดยมีสาเหตุคือขุน เืสาวสูบฉีดรุนแรงหัวใจเต้นรัว ท้องน้อยก็ป่วนปั่นจนรู้สึกร้อนฉ่าไปถึงหว่างขา เธอค่อยๆเลื่อนมือลงไปหาเนินอูมหวังใช้มันลูบไล้ให้ความร้อนบรรเทาลง
แต่ยังไม่ทันที่มือจะเลื่อนไปถึง อุ้มก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่ััมาโดนข้อเท้าของตัวเองเข้า
“ว๊าย!!!” อุ้มร้องลั่นด้วยความใ เมื่อก้มมองไปแล้วเห็นอึ่งอ่างตัวั์เกาะอยู่ที่ขาของตัวเอง
ไม่แน่ใจว่าเพราะเหตุใดทำไมเธอถึงได้กลัวสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำชนิดนี้นักแต่การที่เห็นมันเกาะขาตนเองได้ทำให้สติของอุ้มหลุดลอยไปชั่วขณะเธอพยายามยกขาแล้วสะบัดสุดแรงหวังเพียงให้อึ่งอ่างน่าเกลียดน่ากลัวตัวนั้นร่วงหล่นไปแต่ด้วยความไม่ระมัดระวังจึงทำให้ตัวเธอถลาเซล้มหงายหลังนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่ที่พื้นซะได้
อึ่งอ่างตัวนั้นะโหนีหายเข้าไปในสวนด้านหลังในขณะที่อุ้มล้มนั่งอยู่ข้างห้องน้ำและเพียงไม่นานจากนั้นประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก
“อุ้มเป็ไรหรอ ร้องทำไม”ขุนที่บนร่างมีเพียงผ้าขนหนูปกปิด่ล่างเอ่ยถามทันทีที่ออกมาจากห้องน้ำแล้วเห็นอุ้มล้มอยู่ด้านข้างห้องอาบน้ำ
สาวน้อยรีบเงยหน้าขึ้นมองขุนพร้อมแสดงสีหน้าใออกมาก่อนพูด “อึ่ง....อึ่งอ่างน่ะค่ะ มันมาเกาะขาอุ้มอุ้มเลยร้อง แต่มันไปแล้ว”
“อึ่งอ่างหรอ” ขุนย้ำคำพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนถาม “แล้วอุ้มมาทำอะไรตรงนี้หล่ะเนี่ย”
คำถามของขุนทำเอาอุ้มถึงกลับชะงักงัน ก่อนละล่ำละลักตอบไป “อุ้ม...อุ้ม เอา...เอาข้าวมาให้น่ะค่ะ”
“อ๋อ” ขุนรับคำแล้วยื่นมือไปหาอุ้มพร้อมพูด “ลุกขึ้นไหวไหม”
“ไหวค่ะ” อุ้มพูดจบก็ยื่นมือให้ขุนจับก่อนที่เค้าจะดึงร่างเธอให้ลุกขึ้นจากพื้นอย่างอ่อนโยน…….
หัวหน้าแม่บ้านอย่างดานั้นแตกต่างจากแม่บ้านคนอื่นอยู่พอควรเธอต้องตื่นก่อนคนอื่นเพื่อคอยมารับคำสั่งจากภาคย์โดยตรงดาทำงานให้คฤหาสน์หลังนี้ั้แ่ยุคพ่อของภาคย์แล้วและด้วยเหตุนั้นเธอจึงเป็คนที่ภาคย์ไว้วางใจที่สุด ตลอดระยะเวลายี่สิบกว่าปีที่ทำงานมาเธอลางานชนิดที่นับวันได้
“คุณภาคย์คะ” ดาพูดกับภาคย์และฉัตรเมื่อทั้งคู่เดินลงมาถึงชั้นล่างเพื่อลงมาทานข้าวเช้า
“ว่าไงดา” ภาคย์รับคำ
“ดาขอลางานได้ไหมคะ”
“มีอะไรหรือเปล่า” ภาคย์ถามด้วยความแปลกใจเพราะน้อยครั้งมากที่เธอจะขอลา
“ลูกสาวดาป่วยน่ะค่ะ”
“เอ๊ะ! แล้วเป็อะไรมากไหม” ฉัตรที่ยืนอยู่ข้างภาคย์ถามขึ้นมาด้วยความน้ำเสียงอ่อนโยนปนห่วงใย
“เป็โรคแพ้ภูมิตัวเองน่ะค่ะคุณฉัตร” ดาตอบพร้อมน้ำตาที่เริ่มเอ่อไหลออกมาจากดวงตา
คำตอบของดาทำเอาสีหน้าฉัตรถึงกลับเปลี่ยนสีในขณะที่ภาคย์ที่ยืนอยู่ข้างๆแม้ใบหน้าจะเรียบเฉยแต่ก็รู้สึกใไม่ต่างกัน
หลังความเงียบเข้าปกคลุมอยู่ครู่ใหญ่ ภาคย์ก็พูดขึ้น “ได้....ดา....เธอลางานกลับไปดูลูกเถอะ....เดี๋ยวฉันจ่ายเงินเดือนล่วงหน้าให้”
ฉัตรเดินตรงไปกุมมือดาก่อนพูด“แล้วก็ถ้าขาดเหลืออะไรติดต่อมาที่นี่ได้เลยนะ ดา”……