วันถัดมาคุณหนูิก็ส่งจดหมายมาถึงเสวี่ยฉินนัดพบเจอกันหลังจากงานชมบุปผา
เสวี่ยฉินก็เขียนจดหมายตอบกลับไปเช่นกันโดยนัดมาเจอที่เรือนของเขาสัญญาว่าจะทำอาหารแซ่บ ๆ ให้กิน ทำให้ิชิงเหมยดีใจเป็อย่างยิ่ง
งานวันชมบุปผามาถึงเหล่าคุณหนูคุณชายต่างแต่งตัวสวยงามมาที่งาน
วันนี้เสวี่ยฉินแต่งตัวด้วยชุดสีน้ำเงินสลับดำปักลายผีเสื้อสีเงินเพราะเขาชอบแบบแมนๆแบบนี้อะนะใครจะกล้าขัดใจเขาได้หล่ะ
'คนมันสวยใส่สีไหนก็สวยอิอิ' เสวี่ยฉินคิด
ผมถูกมัดเกล้า ทำให้เห็นคอขาวระหงชุดสีเข้มยิ่งขับให้ดูสง่างาม ผู้คนในงานต่างจ้องมองมาที่เสวี่ยฉินแรงอิจฉาริษยาจากสตรีและเกอทิ่มหลังเสวี่ยฉินดัง 'จึก จึก' ส่วนสายตาบุรุษกับมองด้วยความหลงใหลและหยาบโลน
เสวี่ยฉินรู้สึกคิดผิดที่มาในงานนี้เขาน่าจะเชื่อคนแซ่ถัง คิดได้ก็สายเกินไปแล้ว
สตรีสวมชุดสีชมพูหวานวิ่งมาหาเขาและจับมือเดินเข้าไปในงานด้วยกันไม่ต้องเดาก็รู้คนที่ถูกเกลียดชังอันดับหนึ่งกับสองอย่างไรหล่ะคิดได้เช่นนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจ
"ไม่มีใครคบก็คบกันแค่สองคนก็พอเนอะ" เสวี่ยฉินพูดขึ้น
"ระวังตัวด้วย เราต้องรวมตัวกันไว้นะเพราะพวกเราคือสองบุคคลอันตรายที่ใคร ๆ ก็หมายหัว" ิชิงเหมยกระซิบเสวี่ยฉิน
"สองหายนะซินะ"เสวียฉินกระซิบกลับ ิชิงเหมยพยักหน้า
"มิคาดคิดว่าคุณหนูิกับคุณชายเสวี่ยจะเดินจับมือกันเช่นนี้"เริ่มมีคนคอนคอด
"ได้ข่าวว่าครั้งก่อนตบกันจนแผงข้างทางพังไปสิบร้านร้านอาหารที่ไปนั่งก็ปิดปรับปรุงเพราะพังไม่เป็ท่า คุณหนูิถึงกับกระดูกหักคุณชายเสวี่ยเส้นเอ็นขาด"
"อึ้ยๆๆๆ น่ากลัวไม่คิดว่าจะมาจับมือกันเช่นนี้"
"นี่เ้าพูดเบาๆหน่อยสองคนนั้นคบกันสามัคคีกันแบบนี้ คนอื่นไม่แย่หรอกหรอ"
"จริงด้วยพูดมากเดี๋ยวก็เจ็บตัวหรอกพ่อของทั้งคู่เป็ถึงคนใหญ่คนโตที่ฮ่องเต้ทรงหนุนหลัง พูดอะไรก็ควรระวัง"
เสียงซุบซิบเหมือนจงใจให้ได้ยินเมื่อเดินผ่านดังเป็ระลอกๆ ไม่ขาดสายเสวี่ยฉินได้แต่บีบมือิชิงเหมยเอาไว้ ไม่ให้ะโไปทำร้ายคนอื่นจนกระทั่งฮ่องเฮาเสด็จมาพร้อมกับเหล่าองค์ชาย
พิธีการเปิดอย่างเป็ทางการทุกคนร่วมดื่มกินอาหารเลิศรส และการแสดงก็เริ่มขึ้น
มีคุณหนูบางส่วนนำการแสดงมาแสดงต่อหน้าพระพักตร์เพื่อหวังให้องค์ชายหันมามองตน
ทั้งดีดพิณ เขียนอักษรจัดดอกไม้ตามจังหวะเพลง ร่ายรำสารพัด เสวี่ยฉินนั่งมองเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างแอบหาวไปหลายครั้งเมื่อเจอการแสดงซ้ำ ๆ ยืดเยื้อ
การแสดงอ่านโคลงกลอนจบทุกคนก็ปรบมืออยู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นจากคนที่ติดตามฮองเฮามาด้วยในครั้งนี้นั่นก็คือองค์หญิงไป๋หลันฮวา
'สตรีร่างบางลมพัดก็ปลิ้ว หน้าตาถือว่าสวยแต่สวยน้อยกว่าเสวี่ยฉินคนนี้' เสวี่ยฉินคิด
"ฮองเฮาเพค่ะวันนี้ในเมื่อบุตรของท่านเ้าเมืองเสวี่ยมาร่วมในงานด้วยควรให้เกียรติคุณชายรองเสวี่ยแสดงความสามารถนะเพค่ะ"องค์หญิงไป๋หลันฮวาพูดขึ้นเพื่อจะหักหน้าเสวี่ยฉินที่บุรุษต่างมองด้วยความหลงใหล รวมถึงเหล่าองค์ชายที่มาในงานนี้ด้วย
ทุกคนต่างส่งเสียงเห็นด้วยกับองค์หญิงไป๋หลันฮวาแต่คนที่ถูกเอ่ยชื่อกับสมองตื้อไปหมด
'จะให้เขาแสดงอะไรทำอะไรไม่เป็สักอย่างนอกจากตีคนกับทำอาหาร' เสวี่ยฉินคิด
"คือ...กระหม่อม"เสวี่ยฉินคิดคำแก้ตัว
"เสวี่ยฉินเ้าจงแสดงความสามารถของเ้ามาหนึ่งอย่าง หลังจบการแสดงถัดไปดังนั้นก็จงไปเตรียมตัวเถิด"ฮองเฮารับสั่งทันทีไม่ให้เสวี่ยฉินพูดปฏิเสธได้
เสวี่ยฉินเดินเข้าไปด้านหลังเพื่อเตรียมตัวแสดงในชุดถัดไป
"จะแสดงอะไรดีหล่ะทำอาหารหรอ หรือหมัดมวยดี ตายแน่ๆ เสวี่ยฉินเอ่ยไปทำกรรมอะไรมาเนี่ย"เสวี่ยฉินเดินไปเดินมา
ิชิงเหมยรีบตามเข้ามาทันที
เ้าจะแสดงอันใดหรือ"ิชิงเหมยต้องพูดคำโบราณเพราะที่นี่ในวังจึงไม่อยากพูดอะไรแปลกๆ ออกไป
"ไม่รู้คิดไม่ออกเลยทำไงดี" เสวี่ยฉินคิ้วขมวด
"เต้นรำไหมระบำหน้าท้องอะไรอย่างเนี่ย" ิชิงเหมย
"ข้าเต้นแบบนั้นไม่เป็"เสวี่ยฉินเหงื่อแตกเนื่องจากคิดไม่ออกว่าจะแสดงอะไรดี
"รำกระบี่กับข้า"ถังอวิ๋นซินเดินเข้ามาหาทั้งสองที่กำลังทำท่าใ
"คือ...ข้ารำไม่เป็"เสวี่ยฉิน
"ขอเชิญคุณหนูิออกไปก่อนข้าขอคุยกับเขาเอง"ถังอวิ๋นซินไล่ิชิงเหมยให้ออกไป
ิชิงเหมยมองเสวี่ยฉินด้วยความห่วงใยแต่ก็จำใจออกมา
เมื่อิชิงเหมยออกไปแล้วถังอวิ๋นซินก็ล้วงยันต์ออกมาหนึ่งแผ่น
"นี่คือยันต์ใช้สำหรับให้เ้ารำกระบี่ได้"ถังอวิ๋นซิน
"มีแบบนี้ด้วยหรอ"เสวี่ยฉินตาเป็ประกาย
"เชื่อใจข้าเราจะรำกระบี่ไปด้วยกัน เพียงเ้าโอนอ่อนตามข้าก็เพียงพอแล้วยันต์จะช่วยรำได้เอง" ถังอวิ๋นซินยิ้ม
"อืมมมมข้าจะลองเชื่อท่านสักครั้ง แต่ยันต์ถูกแล้วใช่หรือไม่ ไม่ใช่ยันต์ปู้ดปาดนะ"เสวี่ยฉินมองอย่างจับผิด
"ไม่ใช่แน่นอนเตรียมตัวเถิด" ถังอวิ๋นซิน ยื่นกระบี่ปลอมที่ใช้สำหรับการแสดงให้เสวี่ยฉิน
และเมื่อการแสดงเขียนพู่กันจบทั้งสองก็ถูกเรียกให้ออกไป
เสวี่ยฉินที่กินยันต์เข้าไปแล้วก็รู้สึกได้ว่าร่างกายสดชื่นขึ้นดูมีพลังไหลเวียนเต็มเปี่ยมพร้อมแสดง
เมื่อเกอและสตรีเห็นบุรุษที่หล่อเหลาและเก่งกาจอย่างถังอวิ๋นซินปรากฏกายขึ้นก็ต่างส่งเสียงอืออึ้งด้วยความยินดี
"ไม่คิดว่าเ้ามา"ฮ่องเฮาเอ่ยขึ้น
องค์หญิงไป๋หลันฮวาส่งยิ้มหวานหยดย้อยไปให้ชายในดวงใจ
"วันนี้กระหม่อมทูลขออนุญาตร่วมแสดงรำกระบี่เย้ยบุพพากับคุณชายรองเสวี่ยฉินพะยะค่ะ" ถังอวิ๋นซิน
"อืม...ได้มันคงออกมาดีแน่ๆหากเ้าพร้อมก็เริ่มได้เลย" ฮ่องเฮา
ถังอวิ๋นซินเดินไปยืนหลังเสวี่ยฉินเขาพยักหน้าบทเพลงรำกระบี่เย้ยบุพพาก็ดังขึ้น
เสวี่ยฉินรู้สึกประหม่าตัวเริ่มสั่นน้อยๆ ถังอวิ๋นซินจึงกระซิบข้างหูเบาๆ
"เชื่อใจข้าและจงใช้ความรู้สึกของเ้าในการร่ายรำกระบี่ในครั้งนี้"
"นั่นซินะข้ากินยันต์ไปแล้วยันต์เริ่มออกฤทธิ์แล้ว" เสวี่ยฉินเริ่มปลุกความมั่นใจในตัว
ถังอวิ๋นซินอมยิ้มเล็กๆก่อนจะประกบตัวเสวี่ยฉินและจับข้อมือไว้แน่น
หลังจากนั้นทั้งสองก็เริ่มร่ายรำท่ามกลางกลีบดอกไม้สีชมพูที่ถูกพัดลงมาเหมือนเป็ใจ
'บุปผาบานสะพรั่ง สายลมพัดผ่านบุพพาโบยบิน สองกายร่ายรำกระบี่สอดประสานกันงดงามประสานเป็หนึ่ง'
พอการแสดงจบลงทุกคนต่างปรบมือชื่นชมทั้งสองคนฮองเฮาประทานของขวัญสำหรับทั้งสองคนเป็จี้กับสร้อยถังอวิ๋นซินแอบกระซิบบอกว่าไม่ชอบเลยยกให้เสวี่ยฉินทั้งสองอย่าง
เสวี่ยฉินดีใจมากและงานเลี้ยงก็จบลงพอกลับมาถึงจวน เสวี่ยฉินก็อวดเื่รำกระบี่เสียยกใหญ่
"พี่รองรำให้ข้าดูบ้างได้หรือไม่ข้าอยากเห็น"เสวี่ยหลง
"ทำไม่ได้หรอกไว้วันหลังข้าจะขอยันต์แบบนั้นมากินอีก และข้าจะทำให้เ้าดู"เสวี่ยฉินยิ้มภูมิใจเมื่อนึกถึงการร่ายรำครั้งแรกในชีวิตที่สง่างาม
'มันช่างดีจริงๆ'เสวี่ยฉินคิด
"ท่านโกหกมียันต์แบบนั้นที่ไหนกันเล่า" เสวี่ยหลงทำท่างอแง
"มีซิก็ข้าใช้มากับตัว" เสวี่ยฉินเถียง
"ท่านพ่อมียันต์แบบนั้นด้วยหรือ" เสวี่ยหลงหาตัวช่วย
"คือ...เอ่อ..."เสวี่ยฉุนมองหน้าบุตรทั้งสองคน
"ไม่มีหรอกยันต์แบบนั้นนะฉินเออร์ลูกทำได้ด้วยตนเองมิใช่เกี่ยวกับยันต์"เสวี่ยถิงอธิบายแก่บุตรเพราะนางไม่ยากโกหก
'เพล้ง!' ความคิดแตกสลาย
'ไม่มียันต์แบบนั้นจริงหรอแล้วทำไมข้าทำได้หล่ะ ไอ้คนแซ่ถังเอาอะไรให้ข้ากิน' เสวี่ยฉินคิดได้แบบนั้นก็รีบออกไปทันที
"บอกไปแบบนั้นจะดีหรือ"เสวี่ยฉุน
"สักวันฉินเออร์ก็ต้องรู้ว่ามือปราบนั้นโกหก"เสวี่ยถิง
"พี่รองซื่อบื่อจริงๆถูกเขาหลอกอีกแล้ว" เสวี่ยหลง
"เช่นนั้นก็จะผิดใจกันอีกนะซิอุตส่าห์ดีกันแล้วเชียว" เสวี่ยฉุน
"คนที่ก่อเื่ก็ต้องแก้ปัญหาเองนะเ้าค่ะมาโกหกฉินเออร์ก็ต้องมีค่าตอบแทนเสียหน่อย"เสวี่ยถิง
"ตกลงเ้าไม่เห็นด้วยกับด้ายแดงนี้หรือ"เสวี่ยฉุน
"ไม่เห็นด้วยเ้าค่ะมือปราบนั้นทำให้ฉินเออร์ตายไปแล้วครั้งหนึ่งตอนนี้ข้าจะไม่ยอมให้เกิดอีกเป็ครั้งที่สองแน่นอน" เสวี่ยถิง
"ลูกก็ด้วยจะขัดขวางให้ถึงที่สุด"เสวี่ยหลง
"ดีเช่นนั้นเ้าจงจับตาพี่เ้าอย่าได้ให้ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันตามลำพังเข้าใจไหมเดี๋ยวพี่เ้าใจอ่อนไปชอบมือปราบนั้นอีก" เสวี่ยถิง
"ขอรับท่านแม่"เสวี่ยหลง