การฝึกฝนของเจี้ยนหลิน (剑林) ยังคงดำเนินต่อไปอย่างเงียบเชียบและมุ่งมั่น ณ ลานดินรกร้างใกล้เขตจัดการพันธุ์โอสถที่เขาได้ค้นพบ เด็กหนุ่มเริ่มจะ "จับเคล็ด" ในการใช้กระบี่สองมือได้บ้างเล็กน้อยแล้ว แม้การเคลื่อนไหวจะยังมิได้ลื่นไหลดุจสายน้ำ หรือเฉียบคมดุจคมดาบชั้นเลิศ แต่เขาก็สัมผัสได้ถึง "ความเป็นไปได้" ในการผสานพลังธาตุพฤกษาเข้ากับท่วงท่าที่หลากหลายยิ่งขึ้น เขามักจะใช้เวลาในช่วงเช้าตรู่หรือยามเย็นที่ผู้คนไม่พลุกพล่านในการขัดเกลาท่วงท่าและทดลอง "ก่อรูป" กระบี่ไม้ที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป
วันหนึ่ง ขณะที่เจี้ยนหลินกำลังจดจ่ออยู่กับการดูแล "ต้นอ่อน" เล็กๆ ที่เพิ่งจะแตกหน่อออกมาจาก "เมล็ดพันธุ์แห่งพฤกษา" ที่เขาได้ทดลองเพาะลงในดินบริเวณนั้น (มันเป็นเพียงเมล็ดของหญ้าป่าธรรมดาที่เขาเลือกมาทดลองเพื่อทำความเข้าใจใน "หลักการ" ก่อนที่จะกล้าเสี่ยงกับเมล็ดพันธุ์ที่ล้ำค่ากว่านี้) เขาก็พลันรู้สึกถึงกลิ่นอายเย็นเยียบอันคุ้นเคยแผ่เข้ามาในบริเวณนั้นอย่างแผ่วเบา
เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้น และก็ได้เห็นร่างระหงในอาภรณ์ศิษย์ในสีฟ้าอ่อนของศิษย์พี่หญิงเยว่ชิงหลิง (月清灵) กำลังยืนสงบนิ่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว นางมองมายังต้นอ่อนเล็กๆ ในแปลงทดลองของเขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนสายตามายังตัวเขา
"ศิษย์น้องเจี้ยนหลิน คารวะศิษย์พี่เยว่" เด็กหนุ่มรีบประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม หัวใจเต้นระรัวเล็กน้อยด้วยความประหม่าระคนความดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้พบนางอีกครั้งในสถานที่ที่ไม่คาดคิดเช่นนี้
เยว่ชิงหลิงพยักหน้ารับเบาๆ "มิคิดว่าจะพบเจ้าแถวนี้" นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ยังคงความเย็นชาเช่นเดิม แต่ก็คล้ายจะแฝงไว้ด้วยความสงสัยเล็กน้อย "ที่นี่เป็นเพียงพื้นที่รกร้างใกล้เขตจัดการพันธุ์โอสถ เจ้ามาทำสิ่งใดที่นี่กัน?"
"ศิษย์...ศิษย์เพียงแค่มาหาความสงบในการฝึกฝนเล็กน้อยขอรับ" เจี้ยนหลินตอบอย่างระมัดระวัง เขาไม่ต้องการจะเปิดเผยเรื่องการ "ทดลองเพาะเมล็ดพันธุ์" ของตนเองให้นางได้รับรู้ในตอนนี้
ศิษย์พี่หญิงเยว่ชิงหลิงมิได้ซักไซ้ต่อ นางเพียงแค่ปรายตามองไปยังต้นอ่อนเล็กๆ นั้นอีกครั้ง แววตาของนางคล้ายจะ "สังเกต" เห็น "พลังพฤกษา" ที่แผ่ออกมาจากต้นอ่อนนั้น...มันดู "แตกต่าง" จากพืชพรรณทั่วไปเล็กน้อย แม้จะยังอ่อนแอ แต่ก็แฝงไว้ด้วย "ชีวิตชีวา" ที่บริสุทธิ์อย่างน่าประหลาด
"การฝึกฝนในที่สงบเป็นสิ่งที่ดี" นางกล่าว "แต่...การบำเพ็ญเพียรในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นมิได้มีเพียงความสงบเสมอไป"
เจี้ยนหลินขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่เข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของนาง
"เจ้าอาจจะพอใจกับการ 'ปลูกต้นไม้' เล็กๆ ของเจ้าในมุมที่เงียบสงบเช่นนี้" เยว่ชิงหลิงกล่าวต่อ น้ำเสียงของนางยังคงราบเรียบ แต่ดวงตาคู่สวยนั้นกลับจ้องมองมายังเขาอย่างมีความหมาย "แต่จำไว้เถิดว่า โลกของสำนัก...และโลกภายนอกนั้น...มิใช่สวนบุปผาที่จะปล่อยให้เจ้าสามารถ 'ปลูก' สิ่งใดก็ได้ตามใจปรารถนาโดยมิมีผู้ใดเข้ามา 'รบกวน'..." นางหยุดคำพูดนั้นไว้ชั่วขณะหนึ่ง ราวกับจะปล่อยให้ความเงียบทำงานของมัน ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เบาลงเล็กน้อย แต่กลับหนักแน่นยิ่งกว่าเดิม "...หรือ 'หมายปอง' ในสิ่งที่เจ้าสร้างขึ้นได้เสมอไป"
คำพูดนั้น...ราวกับก้อนหินที่ถูกโยนลงไปในบ่อน้ำอันสงบนิ่งในใจของเจี้ยนหลิน! มันสร้างแรงกระเพื่อมที่ทำให้เขาต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ! เขารู้สึกได้ถึง "คำเตือน" ที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงเย็นชานั้น 'นาง...นางกำลังจะบอกใบ้อะไรข้ากันแน่? หรือว่านางจะล่วงรู้ถึง "ความพิเศษ" บางอย่างของข้าเข้าแล้ว?'
'เมล็ดพันธุ์...ปกป้อง...ถูกช่วงชิง...' เจี้ยนหลินเงียบงัน แต่คำเหล่านี้กลับทิ้งร่องรอยอยู่ในใจ 'หากข้ายังไร้เขี้ยวเล็บ ข้าจะรักษาสิ่งใดไว้ได้กัน?' เขาไม่ได้กลัว — แต่ “ไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น”
"ศิษย์...ศิษย์จะจดจำคำชี้แนะของศิษย์พี่ไว้ขอรับ" เด็กหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังยิ่งขึ้น พยายามจะซ่อนเร้นแรงกระเพื่อมภายในใจเอาไว้
เยว่ชิงหลิงพยักหน้ารับอีกครั้ง "จงอย่าหยุดที่จะแข็งแกร่งขึ้น...เพราะในโลกใบนี้ ผู้ที่อ่อนแอเกินไป มักจะมิอาจแม้แต่จะปกป้อง 'เมล็ดพันธุ์' ที่ตนเองเพาะปลูกไว้ได้" นางกล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะหันกายจากไปอย่างเงียบงันดุจสายลม ทิ้งให้เจี้ยนหลินยืนนิ่งอยู่กับคำพูดที่แฝงนัยยะและความรู้สึกที่ซับซ้อน
'โลกของสำนักไม่ใช่ที่ปลูกต้นไม้เงียบๆ ได้เสมอไป...' เจี้ยนหลินทบทวนคำพูดนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขารู้ดีว่าสำนักกระบี่เมฆาพิสุทธิ์แห่งนี้เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี แม้เขาจะไม่เคยแสวงหาอำนาจหรือความขัดแย้ง แต่ดูเหมือนว่า "โลก" หรือ "ชะตากรรม" ก็จะไม่ปล่อยให้เขาอยู่อย่างสงบสุขได้โดยง่ายจริงๆ
คืนนั้น เจี้ยนหลินแอบกลับไปยังลานดินรกร้างใกล้เขตจัดการพันธุ์โอสถอีกครั้ง เขามองไปยังต้นอ่อนเล็กๆ ที่เขาได้ทดลองเพาะปลูกไว้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความครุ่นคิด คำพูดของศิษย์พี่หญิงเยว่ชิงหลิงยังคงก้องอยู่ในหัว เขารู้สึกได้ถึง "บางสิ่งบางอย่าง" ที่กำลังจะเกิดขึ้น...บางสิ่งที่อาจจะมา "ทดสอบ" ความสามารถในการปกป้อง "เมล็ดพันธุ์" ของเขาในไม่ช้า
เขาตัดสินใจที่จะเริ่ม "เพาะเมล็ดพันธุ์" ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น...เมล็ดที่เขาได้มาจาก "ขาวน้อย" โดยไม่ตั้งใจเมื่อครั้งอยู่ในลานวงกลมเร้นลับ มันเป็นเมล็ดเล็กๆ สีเขียวมรกตแฝงประกายทองจางๆ ที่เขาเรียกว่า "เมล็ดพันธุ์จิตแรก" แม้จะไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ แต่สัญชาตญาณบอกเขาว่ามันมีความ "พิเศษ" อย่างยิ่งยวด เขาบรรจงฝังมันลงในดินบริเวณที่เขารู้สึกถึงไอพลังชีวิตได้ชัดเจนที่สุด 'ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น...ข้าจะต้องปกป้องเจ้าให้ได้' เขาตั้งปณิธานในใจเงียบๆ
ลมเย็นโชยพัดเบา ๆ ผ่านยอดใบอ่อนของต้นไม้ที่เขาทดลองปลูกไว้ เจี้ยนหลินไม่รู้ว่าเมล็ดพันธุ์จิตแรกนี้จะเติบโตได้ไกลเพียงใด แต่เขาตัดสินใจแล้วว่า...มันจะไม่ถูกเหยียบย่ำ
(จบตอนที่ 60)