บทที่ 4 ค้นพบหยกวิเศษ
กู้หนิงนอนหลับเต็มอิ่ม เมื่อตื่นขึ้นมาแล้ว เธอก็ลุกขึ้นแต่งตัว ตั้งใจไปล้างหน้าล้างตา เมื่อเดินเข้าไปที่ห้องครัว เสียงคุยกันกลับเงียบลงทันที
ปรากฏว่าวันนี้ป้าสะใภ้ใหญ่หลิวชุนฮวาและป้าสะใภ้รองหม่าเถี่ยหลานเข้าครัวมาต้มโจ๊กั้แ่เช้า คนหนึ่งรับหน้าที่ก่อกองไฟ อีกคนรับหน้าที่ต้มโจ๊ก คนหนึ่งมีร่างกายผอมแห้ง อีกคนมีร่างกายอ้วนท้วม
เมื่อได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของกู้หนิง หลิวชุนฮวาผู้มีร่างกายอ้วนดำก็หันกลับมามอง เหน็บแนมด้วยความโกรธแค้นว่า "แหม องค์หญิงตระกูลกู้ตื่นจากบรรทมแล้วเหรอเพคะ?"
"เธอรู้ไหมว่านี่กี่โมงกี่ยามแล้ว คิดจะี้เีไปจนถึงอายุเท่าไหร่กัน?" ไม่รอให้กู้หนิงมีโอกาสได้โต้แย้ง หลิวชุนฮวากล่าวต่อไปอย่างไม่รอช้า "อย่าฝันเลยว่าแต่งงานแล้วชีวิตจะสงบสุข"
ทว่าถ้อยคำของหลิวชุนฮวาไม่เป็ความจริงเลยแม้แต่น้อย
ในอดีต กู้หนิงเป็คนที่ลุกขึ้นมาทำงานบ้านั้แ่เช้า แต่เมื่อวานนี้เธอพยายามแขวนคอตาย วันนี้จึงตื่นสายกว่าปกติ หลิวชุนฮวาค่อนขอดเพราะอิจฉาโชคชะตาของกู้หนิง หญิงร่างอ้วนอยากให้คนที่แต่งงานกับนักศึกษาหนุ่มในตัวเมืองเป็กู้เหยามากกว่า
กู้หนิงไม่ได้สนใจสักนิด ใช้กระบวยตักน้ำอุ่นในหม้อใส่อ่างไม้สำหรับล้างหน้าของตนเอง ก่อนจะยิ้ม ตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้มเชือดเฉือน "เมื่อวานนี้หนูเพิ่งพยายามแขวนคอตาย คุณย่าใหญ่เลยอนุญาตให้หยุดพักได้วันนึงน่ะ ถ้าคุณป้าไม่พอใจ งั้นวันนี้คุณป้าก็แขวนคอตายดูสิ คุณย่าใหญ่จะได้ให้คุณป้าหยุดพักวันพรุ่งนี้บ้าง" หลังจากหยุดไปครู่เดียว เธอก็กล่าวเสริมว่า "หรือบางทีคุณป้าอาจจะได้หยุดพักยาว ๆ เลยก็ได้นะคะ"
คนตายคงได้หยุดพักยาว ๆ อยู่แล้ว
นี่คือการตอบโต้เจ็บแสบที่ไม่ต้องใช้คำหยาบสักคำ แต่ก็ทำให้ผู้รับฟังรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวได้เป็อย่างดี
หลิวชุนฮวาใบหน้าแดงต่ำด้วยความโกรธ ลุกพรวดขึ้นทันที "นี่แกยังเห็นฉันเป็ป้าอยู่หรือเปล่า? มีลูกหลานที่ไหนบ้างบอกให้ญาติผู้ใหญ่ของตนเองไปผูกคอตาย”
กู้หนิงตอบกลับไปด้วยความจริงใจ "หนูเคารพป้าเสมอนะคะ หนูอยากให้ป้าอายุยืนแปดหมื่นปีเหมือนพวกเต่าล้านปีเลยค่ะ"
หลิวชุนฮวาพูดอะไรไม่ออก
สงสัยเด็กคนนี้จะบ้าไปแล้ว!
อย่าคิดว่าเธอไม่รู้นะว่าเด็กคนนี้แอบหลอกด่า!
หม่าเถี่ยหลานที่กำลังขัดหม้ออยู่ข้าง ๆ กล่าวออกมาจากใจจริง "พี่สะใภ้ ทำไมพี่ไม่พูดกับหนิงหนิงดี ๆ บ้างล่ะ?"
เปล่าประโยชน์จริง ๆ!
หลิวชุนฮวายัดฟืนเข้าไปในเตาไฟด้วยความหงุดหงิด เปลวไฟลามเลียขึ้นมาถึงมือโดยไม่รู้ตัว เธอร้องออกมาด้วยความเ็ป จ้องมองไปที่กู้หนิงด้วยความเกลียดชัง
หายนะชัด ๆ เจอหน้าเด็กคนนี้ทีไรเธอเป็ต้องซวยทุกที
หลิวชุนฮวาไม่สามารถระบายความโกรธแค้นใส่กู้หนิงได้อีกต่อไปแล้ว เธอเลยหันมาระบายความโกรธแค้นใส่น้องสะใภ้ของตนเองแทน "นังหม่า หุบปากไปเลยนะ!"
หม่าเถี่ยหลานสวนกลับมาด้วยความไม่พอใจ "พี่สะใภ้ ฉันพูดกับพี่ดี ๆ นะ ทำไมต้องมาขึ้นเสียงใส่กันด้วย!" หลังจากนั้น เธอก็จ้องมองไปที่เตาไฟ โมโหโทโสมากกว่าเดิม "ไฟแรงเกินไปแล้ว เดี๋ยวโจ๊กก็ไหม้หมดหรอก แล้วเดี๋ยวฉันก็โดนคุณแม่ด่าอีก"
หลิวชุนฮวาหัวเราะเยาะขณะแช่มือในน้ำเย็น "ไหม้นิดไหม้หน่อยจะเป็อะไรไป ใครมันจะไปอยากกินกัน"
"ในเมื่อไม่อยากกินก็ออกไปซะ" จ้าวกุ้ยฮวาเดินเข้ามาพอดี
หญิงชราทำเสียงเย้ยหยัน ดุด่าลูกสะใภ้ทั้งสองคนที่ไม่กล้าเงยหน้าขึ้น จากนั้นเธอก็หันไปหยิบไข่ต้มออกมาจากตู้เก็บแล้วส่งมาให้กู้หนิงด้วยสีหน้ามีความสุข "หนิงหนิงกินไข่เถอะ ร่างกายจะได้แข็งแรง"
หลิวชุนฮวาลุกขึ้นยืนทันที "คุณแม่คะ ทำไมต้องให้ไข่หนิงหนิงด้วย?"
จ้าวกุ้ยฮวาตอบว่า "เมื่อวานหนิงหนิงพยายามจะแขวนคอตาย เธอก็น่าจะลองแขวนคอตายดูบ้างนะ ฉันจะได้ให้ไข่เธอกินบ้าง" คนเป็ย่ากับหลานสาวแทบจะพูดออกมาในรูปแบบเดียวกัน
หลิวชุนฮวาเงียบไปทันที
กู้หนิงรับไข่ไก่มาโดยไม่ลังเล ก่อนจะกัดไข่ต้มไปคำหนึ่ง "คุณย่าคะ พวกเรามาแบ่งกันคนละครึ่งนะ"
จ้าวกุ้ยฮวาไม่ยอมรับไปกิน แต่ในใจกลับยิ่งชื่นชมหลานสาวมากขึ้นไปอีก "หนิงหนิงของเราเป็พวกรู้คุณคน ไม่เหมือนพวกนอกคอกอกตัญญูพรรค์นั้นหรอก!"
...
ณ มุมมุม หนึ่งของแม่น้ำฝั่งตะวันตก กู้เหยามาที่นี่ั้แ่ตีห้า เธอเดินลุยลงไปที่แม่น้ำ พยายามค้นหาทุกพื้นที่ในบริเวณนั้นเป็เวลาสามชั่วโมง ในที่สุดเธอก็เจอสิ่งที่ตามหาบริเวณก้นแม่น้ำ มันคือเครื่องรางหยก หน้าตาเหมือนผลึกแก้วใสชิ้นหนึ่ง!
กู้เหยายิ้มด้วยความดีใจ ตอนดำน้ำลงไปที่ก้นแม่น้ำ เธอต้องสำลักน้ำเข้าไปหลายอึกทีเดียว
การดำผุดดำว่ายอยู่ในแม่น้ำหลายชั่วโมงทำให้กู้เหยาเหนื่อยล้า เธอทิ้งตัวนอนบนพงหญ้าริมฝั่ง แต่ของที่อยู่ในมือตอนนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกว่าความพยายามในเช้านี้คุ้มค่าแล้ว
ของวิเศษชิ้นนี้เป็ของเธอแล้ว!!!
กู้เหยายิ้ม กำลังจะยกเครื่องรางหยกขึ้นมาดูรายละเอียด แต่กลับถูกขัดจังหวะอย่างกะทันหัน
"ของอยู่ในมือเธอ...!" กู้หนิงะโเสียงดัง นำคนกลุ่มหนึ่งมาที่ริมฝั่งแม่น้ำ จากนั้นถึงปรายตามองเสื้อผ้าอันเปียกโชกของกู้เหยา
กู้เหยามือสั่นด้วยความร้อนรน พยายามลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก
ในชาติที่แล้ว กู้หนิงก็ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เครื่องรางหยกวิเศษที่เธอพยายามตามหาแทบตาย สุดท้ายถูกกู้เหยาแย่งชิงไปอย่างหน้าด้าน ๆ และกู้เหยาก็ใช้ของวิเศษชิ้นนี้คงความสาวความสวยของตนเองเอาไว้ตลอดกาล
กู้หนิงไม่อยากเล่นบทเดิมอีกแล้วในชาตินี้ เธออยากจะเป็ฝ่ายแย่งชิงดูบ้าง!
เมื่อกู้เหยาเห็นกู้หนิงปรากฏตัว เธอก็ตื่นตระหนก รีบซ่อนหยกวิเศษไปทางด้านหลังโดยไม่รู้ตัว แต่กู้หนิงจับข้อมือของเธอเอาไว้ หันหน้ากลับไปบอกต่อสมาชิกตระกูลกู้ว่า "นี่แหละหยกที่ฉันทำหาย!"
"ว่าไงนะ? กู้เหยา เดี๋ยวนี้เธอถึงขั้นขโมยของแล้วเหรอ?"
กู้เหยาหุบยิ้ม รีบอธิบายด้วยความตื่นตระหนก "เปล่านะ ฉันงมได้จากก้นแม่น้ำ" ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าเธอเป็คนพบมันก่อน จะเป็หยกที่กู้หนิงทำหายได้อย่างไร?
"ในเมื่อเธองมขึ้นมาได้ แล้วทำไมต้องซ่อนด้วยล่ะ?" จ้าวกุ้ยฮวาถาม สีหน้ากู้เหยาครึ้มทะมึนขึ้นมาทันใด เธอคิดจะซ่อนหยกวิเศษ แต่ทุกคนเห็นมันเสียก่อน แม้แต่คุณย่าใหญ่ก็ยังมองเห็น "เกี่ยวกับเื่เมื่อตอนเช้าใช่ไหม? เธอเข้าไปทำอะไรในห้องนอนของหนิงหนิง?"
หลังจากโดนถามคำถามมากมาย กู้เหยาก็ครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะตอบว่า "คุณย่าคะ เมื่อเช้าหนูเป็ห่วงพี่สาวจริง ๆ"
"หนูกลัวว่า..." แน่นอนว่ากู้เหยาย่อมบอกเหตุผลที่แท้จริงไม่ได้
"หยกชิ้นนี้มีค่ามากเกินไป หนูกลัวว่ามันจะถูกคนอื่นขโมยไป" เมื่อรับฟังคำพูดของกู้เหยา จ้าวกุ้ยฮวาและคนอื่นก็นำหยกมาสำรวจดู หยกชิ้นนี้สวยงามมาก ลักษณะเหมือนผลึกแก้วใส สวยงามล้ำค่าอย่างยิ่ง
หลิวชุนฮวาโลภขึ้นมาทันที "ทุกคนเห็นไหม ชุดของเหยาเหยาเปียกหมดแล้ว เธองมขึ้นมาจากก้นแม่น้ำเองจริง ๆ ไม่ได้เอามาจากห้องของหนิงหนิงสักหน่อย" หลิวชุนฮวากำลังสงสัยอยู่เช่นกันว่าบุตรสาวบุญธรรมของตนเองหายไปไหนั้แ่เช้าตรู่ ที่แท้ก็มางมของอยู่ที่แม่น้ำนี่เอง สมแล้วที่เป็ดาวนำโชคของเธอ
"แต่นี่เป็หยกของหนิงหนิง" กู้เซี่ยงหยวนที่ไม่เคยพูดอะไรออกมาเลยเอ่ยเสียงดัง "ฉันมีหลักฐาน"
"พี่จะไปมีหลักฐานได้ยังไง?" กู้เหยาสะดุ้งเหมือนฟ้าผ่า ไม่คิดเลยว่าในวินาทีสำคัญอย่างนี้ พี่ชายที่เคยอยู่ข้างเดียวกับเธอมาตลอดอย่างกู้เซี่ยงหยวนกลับมาแทงข้างหลังเธอเสียอย่างนั้น
กู้เซี่ยงหยวนหันกลับไปมองหน้ากู้หนิง ก่อนจะนำภาพที่น้องสาววาดออกมาให้ทุกคนดู "เมื่อคืนนี้ทุกคนลืมภาพวาดนี้ไปแล้วเหรอ หนิงหนิงบอกว่าทำของหาย ฉันยังสัญญาว่าจะช่วยตามหา"
"จำได้แล้ว เมื่อคืนนี้พวกเราก็ดูกันอยู่"
"แต่ฉันเป็คนเก็บมันมาได้ก่อนนะ!" กู้เหยาอธิบายด้วยความร้อนรน น้ำตาพาลคลอเบ้า
"กู้เหยา ทำไมเธอถึงกลายเป็คนร้ายกาจอย่างนี้ เธอขโมยของหนิงหนิงแล้วบอกว่าเก็บมาได้ยังไง?" กู้เซี่ยงหยวนพูดพร้อมกับตั้งตนเป็ผู้ผดุงความยุติธรรม
กู้เหยาไม่สามารถทนได้อีกต่อไป นี่คือพี่ชายที่คอยรัก คอยเอ็นดูเธอมาตลอดจริง ๆ หรือ?
กู้หนิงยกยิ้ม มองกู้เหยาถูกพี่ชายสุดที่รักสอบสวน นี่คือสิ่งที่จะสร้างาแในจิตใจของกู้เหยาได้อย่างเ็ปมากที่สุด
กู้เหยา… เธอรู้สึกแล้วใช่ไหม? นี่คือของขวัญชิ้นแรกที่ฉันให้เธอ
...
ทุกคนรับวาดภาพไปดูทีละคน บนมุมกระดาษมีการลงวันที่ กู้หนิงวาดภาพนี้ขึ้นมาในคืนวันที่ 12 กรกฎาคม
มีคนหนึ่งพูดขึ้นมาเป็คนแรก "วันนี้วันที่ 13 ใช่ไหม? งั้นภาพนี้ก็วาดขึ้นเมื่อคืนน่ะสิ"
"ใช่ หนิงหนิงวาดรูปนี้ขึ้นมาเมื่อคืน ฉันไม่คิดเลยว่าหนิงหนิงจะวาดรูปเก่งขนาดนี้!"
"งานที่เหยาเหยาบอกว่างมขึ้นมาจากแม่น้ำก็ไม่จริงน่ะสิ เธอขโมยของจากพี่สาวของตัวเอง แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าเก็บได้อีกเหรอ?"
เมื่อได้ยินคำพูดของสมาชิกตระกูลกู้ กู้เหยาก็หน้าซีดเผือด เป็เช่นนี้ไปได้อย่างไร? หยกชิ้นนี้ปรากฏขึ้นในความฝันของเธอก่อนไม่ใช่หรือ? แล้วสุดท้ายมันกลายเป็ของกู้หนิงไปได้อย่างไร?
กู้หนิงพูดออกมาด้วยสีหน้าเ็ปใจ "เหยาเหยา ถ้าเธออยากได้หยกชิ้นนี้ เธอบอกฉันดี ๆ ก็ได้ ฉันยินดีมอบทุกอย่างให้เธออยู่แล้ว ทำไมถึงต้องทำเื่ใหญ่โตขนาดนี้ด้วย ทุกคนต้องวุ่นวายไปหมดเลยเห็นไหม?"
"หนิงหนิงเป็เด็กดีจริง ๆ! ขนาดตอนนี้ เธอก็ยังคิดเป็ห่วงเหยาเหยาอีก"
"แล้วใครบอกว่าหนิงหนิงไม่ใช่เด็กดีล่ะ! ที่ผ่านมาเธอก็คอยดูแลเหยาเหยามาั้แ่เด็กแล้วนะ แต่ใครจะไปนึกเลยว่าเหยาเหยาจะ… เฮ้อออ"
นี่เป็ครั้งแรกที่กู้เหยารู้สึกเถียงไม่ออก เธอรู้สึกว่าพี่สาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าตนเองคนนี้น่ากลัวเหลือเกิน
แต่กู้เหยาก็ไม่อยากส่งหยกชิ้นนี้ออกไปอยู่ดี เธอกำมือแน่น พยายามต่อไปอย่างไม่ยอมแพ้ "ไม่ใช่นะ! นี่ไม่ใช่ของพี่สักหน่อย นี่มันของฉัน"
ก็ในเมื่อเธอเจอจากก้นแม่น้ำ มันก็ต้องเป็ของเธอสิ!
แต่ยิ่งกู้เหยาไม่อยากมอบหยกมากเท่าไหร่ ทุกคนก็ยิ่งมั่นใจว่านี่ต้องเป็หยกของกู้หนิงมากเท่านั้น
จังหวะนั้น กู้หนิงย่างเท้าเข้าไปหาน้องสาวของตนเองไม่ต่างจากนายพรานเข้าหาเหยื่อ "ก็ได้ ในเมื่อหยกชิ้นนี้เป็ของเธอ เหยาเหยา งั้นเธอบอกฉันหน่อยสิว่าลายที่อยู่บนหยกชิ้นนี้เป็ลายอะไร?"
"ลายอะไรงั้นเหรอ?"
กู้เหยาหยุดชะงัก พยายามนึกทบทวนความทรงจำ เธอเพิ่งจะขึ้นมาถึงริมฝั่งเท่านั้น ไม่ได้มีเวลาสำรวจดูหยกโดยละเอียด พวกของกู้หนิงก็ปรากฏตัวขึ้นมาเสียก่อน
"เธอไม่รู้สินะ" กู้หนิงยืนตัวตรงอย่างสง่างาม ไม่ต่างจากสายตานางพญาจ้องมองลูกไก่ "งั้นฉันจะบอกให้ว่ามันไม่ใช่ลายอะไรหรอก แต่เป็ตัวอักษรคำว่าคืนชีพต่างหาก..." หลังจากนั้น เธอก็รีบเปลี่ยนเื่ทันที "ในเมื่อนี่เป็หยกของเธอ แล้วทำไมเธอถึงไม่รู้?"
นั่นสิ ทำไมเธอถึงไม่รู้?
ทุกคนรอคอยคำตอบจากกู้เหยา
เธอไม่รู้ก็เพราะยังไม่มีเวลาได้ดูไงล่ะ!
กู้เหยาอ้าปากค้าง จ้องมองดวงตาของกู้หนิง ทำไมพี่สาวของเธอรู้หมดทุกอย่าง!
เด็กสาวตัวสั่นงก ก้าวถอยหลังทีละก้าว
กู้หนิงเดินตามไป กู้เหยายิ่งถอยหลังหนี สุดท้ายกู้หนิงก็จับแขนน้องสาวด้วยสองมือ พยายามคาดคั้นเอาคำตอบ "เหยาเหยา นี่เป็หยกของเธอจริง ๆ หรือเปล่า?"
ไม่ว่าจะเป็ของเธอจริงหรือไม่ กู้เหยาเธอไม่มีวันได้คิดถึงมันอีกแล้ว!
กู้หนิงแค่้าจะทำให้กู้เหยาสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตที่เธอมี!!!
ในตอนนี้ กู้เหยาดูเหมือนจะหมดเรี่ยวแรง เธอนั่งพับเพียบลงบนพื้น ส่งหยกแก้วใสชิ้นนั้นออกมาให้กู้หนิง "มันเป็หยกของเธอ..."
เมื่อเธอพูดคำนี้ หัวใจก็เ็ป รู้สึกอยากจะกรีดร้องออกมาดัง ๆ
เธอไม่อยากเสียมันไป! แต่เธอไม่มีทางเลือก!
กู้หนิงบังคับเธอ!
กู้เหยามองไปที่กู้หนิงด้วยความเกลียดชัง
กู้หนิงก้มตัวลง กระชากชิ้นหยกกลับมาจากมือของกู้เหยาแล้วหัวเราะในลำคอ "เหยาเหยา ฉันรู้ว่าเธอเป็คนดี"
ใช่แล้ว! นิสัยหน้าไหว้หลังหลอกของกู้เหยาจะทำลายชีวิตของกู้เหยาเอง
ฉันจะพรากทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอรักไปจากเธอ
ก็ใครทำให้ฉันกลายเป็นางมารร้ายอย่างนี้ล่ะ?