53 – วงแหวนต้องห้าม ①
“วิธีแก้ปัญหาเหรอครับ?”
“ค่ะ” เจ้าหล่อนยิ้มหวานให้เอลรอนด์“แต่ก่อนจะเริ่มอะไร ขอถามคำถามสักสองสามข้อได้ไหมคะ?”
“ได้อยู่แล้วครับ เชิญเลย”
“พวกดาร์คเอลฟ์นับถือไลแคนสีครามเหมือนกันรึเปล่าคะ?”
“ไม่เชิงนับถือครับ ค่อนข้างหวาดกลัวเสียมากกว่าเพราะงั้นที่สเตลล่าได้รับคำอวยพรแทนที่จะได้รับความคุ้มครองนั่นจึงเป็นสิ่งที่พวกเขาคิดว่าอาจจะใช้ประโยชน์จากเด็กคนนั้นได้”
“อืม...แล้วถ้าเกิดส่งคำเตือนจากไลแคนสีครามไป คิดว่าพวกเขาจะขัดขืนไหมคะ?”
“คิดว่าไม่นะครับ?”
“ถ้างั้นก็ดีเลยค่ะจะได้เริ่มแผนพรุ่งนี้เลย~”
“เดี๋ยวนะ..”เดฟไกส์เริ่มตงิดใจเล็กน้อย ลางสังหรณ์บอกว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ “ถามแบบนี้อย่าบอกนะว่าเจ้าคิดที่จะ...”
พริสทีนไม่ตอบแต่หันกลับมายิ้มให้
เพราะสนิทกันมานานเลยรับรู้ได้
ว่าเจ้ารอยยิ้มนั่นไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ๆ!!!
“เอาล่ะ แผนเป็นอย่างนี้นะ...”
•
เช้าวันใหม่มาถึง ณด้านหมู่บ้านเคตลินน์
“ท่านสเตลล่าให้ยกตรงนี้ไว้ที่ไหนดีครับ!!”
“เอาไปไว้ที่ห้องเก็บของด้านหลังได้เลยค่ะ”
เอลฟ์สาวคลี่ยิ้มหวานให้กับอดีตกลุ่มโจรซึ่งกลายมาเป็นพนักงานประจำหมู่บ้านเคตลินน์ในตอนนี้สเตลล่าทำหน้าที่ผู้ดูแลโรงเตี๊ยมบ่อน้ำพุร้อนประจำหมู่บ้านได้อย่างดีสมกับที่หลายคนคาดหวังไว้
“สเตลล่า... มานี่หน่อย”
ลูเธียนเรียกหล่อนให้หันมามองเขามาอยู่ที่นี่แทบจะถาวรดีกว่ากลับไปมีปัญหากับพ่อตนเอง
ครั้งล่าสุดที่กลับไปอาณาจักรดาร์คเอลฟ์คำถามมีเพียงแค่
‘ข้าผิดหวังในตัวเจ้ามากลูเธียนไปตามหาองค์หญิงคนนั้นให้พบซะ!!!’
‘เจ้าก็รู้ว่าพวกไลท์เอลฟ์น่ะมันน่ารังเกียจ!พวกนั้นมันคอยขัดขวางเราทุกอย่าง!เพราะงั้นเราต้องรีบหาตัวองค์หญิงของพวกมันให้เจอก่อนให้ได้!!’
‘ถ้าแกยังจับตัวยัยองค์หญิงนั่นไม่ได้แกก็พายัยเทพธิดาสีเงินนั่นมาซะ!!!’
ข้อสุดท้ายคิดเหรอว่าเขาจะยอมทำตามให้โง่!!!
ทั้งเขาและผู้ติดตามที่รับรู้ความแข็งแกร่งของพริสทีนเป็นอย่างดีไม่คิดจะยื่นจมูกหรือแกว่งเท้าหาเสี้ยนใส่หล่อนแน่!!!
“มีอะไรเหรอคะลูเธียน?” เธอวิ่งมาหาอย่างง่ายดาย
“พอดีได้เจ้านี่มา ชิมหน่อย” ยัดลูกอมใส่ปากเธอ
“หวานจัง”
“เป็นลูกอมจากน้ำหวานดอกไม้น่ะดรายแอดที่มาพักให้มา ชอบไหม?”
“อื้อ!” คลี่ยิ้มหวานให้
รอยยิ้มนั่นแหล่ะคือสิ่งที่เขาชอบ
แทนที่จะกลับไปฟังเสียงบ่นจากพ่อและพี่ชายนับสิบตน
สู้อยู่ที่นี่กับผู้หญิงที่ตนรักยังจะง่ายซะกว่าอีกแต่ทำไมลางสังหรณ์รู้สึกได้ว่าจะมีปัญหามาถึงในอีกไม่ช้า....
วู้ม—!!! ประตูบานใหญ่ปรากฏขึ้นใจกลางเมืองจนลูกค้าที่มาพักผ่อนพากันตกใจยกเว้นสมาชิกของหมู่บ้านเคตลินน์ทุกคนที่รู้ดีว่าประตูนั่นคืออะไร
“!!! ทุกคนคะ! แย่แล้วค่ะแย่แล้ว!!รีบออกมาเร็วเข้า!!”
สเตลล่ายิ้มกว้างกว่าเดิมรีบวิ่งไปป่าวประกาศเรียกหาทุกคนให้ออกมาต้อนรับคนสำคัญของหมู่บ้านนี้ทุกคนแทบจะทิ้งงานที่ตนทำอยู่ออกมายืนอออยู่หน้าประตูบานใหญ่นั่นจนประตูเปิดออก....
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะทุกคน”
“พริสทีน!!!”พุ่งไปกอดเพื่อนสาวคนสนิทเสียแน่น
“สเตลล่า~ คิดถึงจังเลย~”นี่ก็กอดตอบเหมือนกัน “แล้วทุกคนล่ะ?”
“ชิอินะตอนนี้อยู่เมืองอควอเทียจ้ะลาพิสกับโอรีเซียก็ยังเรียนอยู่ ฟีเรยังไม่เลิกงาน ส่วนไลรอนส่งจดหมายมาบอกว่าปลีกตัวมาจากอาณาจักรไม่ได้ซักทีน่ะส่วนท่านเคออสเห็นว่าไปทำธุระอยู่จ้ะ แล้วนี่จะกลับมาแบบถาวรแล้วเหรอ?เดี๋ยวจะรีบติดต่อคนอื่นๆให้นะ!”
“ไม่ๆ ยังไม่กลับมาหรอกแค่แวะมาเพราะมีธุระสำคัญน่ะ”
“ธุระอะไรล่ะคราวนี้?”ซิลเวอร์โผล่หน้ามา
“สบายดีสินะคะ”
“ทั้งนี้ก็ต้องขอบคุณท่านล่ะนะ”ชายหนุ่มยิ้มกว้างให้
“ดีแล้วค่ะ” พริสทีนยิ้มให้ก่อนหันมามองสเตลล่าและกุมมือเจ้าหล่อน“ฉันต้องการให้สเตลล่าไปอาณาจักรของเอลฟ์วันนี้น่ะ แน่นอน...นายด้วยลูเธียน”
“........ทำไม?”ลูเธียนหรี่ตามองอย่างไม่ไว้วางใจ
“เพื่อให้ปัญหาระหว่างไลท์เอลฟ์กับดาร์คเอลฟ์จบลงซะทีน่ะสิ”
องค์ชายดาร์คเอลฟ์เงียบไปสักพักใหญ่กับประโยคนั้นปัญหาที่มีมาตั้งแต่ก่อนที่ตนจะเกิด หากเป็นทุกทีคงจะสงสัยคำพูดนั่นทว่า...คนที่พูดดันเป็นพริสทีน ก็คงมีแต่จะต้องเชื่อ
“ตกลง ข้าจะไป”
“เอ่อ...” สเตลล่ายกมือเล็ก“ทำไมข้าต้องไปด้วยล่ะ?”
ทุกอย่างเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด เมลกับจินเองก็แอบเลิ่กลั่กนิดหน่อยไม่เคยบอกความจริงก็หญิงสาวตรงหน้าแม้แต่น้อยว่าเธอมีสถานะอะไรเพราะกังวลว่าจะคิดมาก และกลัวว่าจะเกิดปัญหาเกิดขึ้น
“ถ้าฉันบอก สเตลล่าต้องเข้มแข็งไว้นะห้ามคิดหนักห้ามคิดมากอะไรด้วย เข้าใจไหม?”
“อื้อ ได้อยู่แล้วล่ะแล้วสรุปว่าทำไมเหรอ?”
สาวผมเงินกุมมือสเตลล่าแน่น“....สเตลล่าคือตัวแปรสำคัญของการไขปัญหาระหว่างไลท์เอลฟ์กับดาร์คเอลฟ์เพราะเธอคือองค์หญิงของไลท์เอลฟ์ที่ได้รับคำอวยพรจากราชันย์ไลแคนสีครามรุ่นก่อนและราชินีของเหล่าดรายแอดพวกดาร์คเอลฟ์จึงต้องการตัวเธอมาใช้เพื่อปกครองอาณาเขตต้องห้ามระหว่างทั้ง 2อาณาจักร หัวหน้าของไลท์เอลฟ์เลยสั่งให้คุณลีลีน่า คุณเมลและคุณจินพาเธอมาที่นี่และดูแลในฐานะเอลฟ์ธรรมดาๆคนหนึ่ง”
พูดในเฮือกเดียว...
.
.
.
“องค์หญิง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!?”
ก่อนตามด้วยเสียงกรีดร้อง(?)จากคนอื่นๆนอกจากพวกดาร์คเอลฟ์ที่ตอนนี้ยืนช็อกไปแล้วลูเธียนเองก็เช่นกัน
ในเมื่อองค์หญิงที่เผ่าของตนตามหาไม่ได้อยู่ไกลตัวสักนิด!!!
•
ขณะพริสทีนกลับไปยังหมู่บ้านเคตลินน์เดฟไกส์กับอายาโกะก็ต้องดำเนินการตามแผนที่วางไว้อายาโกะรับหน้าที่นำสาส์นไปส่งให้กับหัวหน้าของดาร์คเอลฟ์ในฐานะตัวแทนของไลแคนสีครามตั้งแต่เมื่อวาน
ส่วนเอลรอนด์และเหล่าทหารไลท์เอลฟ์พากันเดินทางไปยังอาณาเขตต้องห้ามซึ่งอยู่กึ่งกลางทั้งสองแดนเพื่อตั้งค่ายสำหรับการนัดพบกัน
อาณาเขตต้องห้ามนี้คล้ายกับสถานที่ที่พริสทีนเคยอยู่แต่มันถูกเรียกว่า[วงแหวนต้องห้าม] ต่างกันตรงไม่มีต้นไม้ใหญ่หรือทะเลขวางกั้นเป็นทุ่งหญ้ามีดอกไม้ห้อมล้อมเป็นวงกลมวงใหญ่ใจกลางของมันคือหินขนาดยักษ์ก้อนใหญ่เท่าบ้านหนึ่งหลังมีประตูซึ่งถูกหินก้อนเล็กกองสุมกันปิดทาง
ในสายตาคนหลายๆคนมันเหมือนทางลงเหมืองซะมากกว่า
หากไม่ติดว่าผู้ก้าวข้ามดอกไม้เข้าไปในวงแหวนนั่นจะทำให้เกิดอาการประหลาดหรือบางครั้งขาผู้ที่เข้ามาซ้ำๆร่างกายส่วนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาจะหายไป
เคยมีผู้ที่ขาขาดเพียงก้าวเข้ามาภายในวงหรือเห็นภาพหลอนจนตาย...
เพราะเหตุนั้นจึงไม่มีใครกล้ายุ่งเกี่ยวกับมันมานานหลายปี
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีผู้ที่ปรารถนาจะรู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไรและมันจะให้พลังอำนาจแก่ผู้ก้าวข้ามมันเข้าไปได้มากแค่ไหน...
ระหว่างมิโกะสาวนำสาสน์ไปส่ง เดฟไกส์เอาแต่นั่งเคาะโต๊ะอยู่ในแคมป์ของเอลรอนด์ด้วยท่าทีหงุดหงิด
“ท่านดูท่าจะเครียดพอควรเลยนะครับ”
“ก็แน่ล่ะใครจะไปคิดว่าข้าจะถูกเปิดเผยหน้าตาต่อหน้าคนอื่นทั้งที่ปกปิดมาแทบตาย!!”
“จะ ใจเย็นก่อนนะครับถ้ายังหงุดหงิดแบบนี้มีแต่จะเกิดปัญหาได้”
กังวลว่าอาการหงุดหงิดของไลแคนสีครามจะส่งผลต่อการนัดพบหัวหน้าดาร์คเอลฟ์ได้
ใช่แล้ว... แผนการของพริสทีนมันง่าย
ง่ายจนหลายคนไม่เชื่อด้วยซ้ำ
“ท่านหัวหน้าคะ อายาโกะกลับมาแล้วค่ะ”ลีลีน่าเข้ามารายงาน
“แล้วพวกนั้นล่ะ”
“.....ค่ะ พวกดาร์คเอลฟ์ตามนางมาด้วย อ้อใช่เกทของพริสทีนโผล่ขึ้นมาแล้วนะเดฟไกส์ น่าจะใกล้กลับมาแล้วล่ะ”
จนถึงตอนนี้เจ้าหล่อนก็ไม่รู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าคือไลแคนสีครามที่เหล่าเอลฟ์นับถือทุกครั้งที่ลีลีน่าเรียกชื่อจริงเอลรอนด์อดถอนหายใจไม่ได้เขารู้สึกเหมือนอายุขัยสั้นลงไปหลายสิบปี...
“รู้แล่วน่า รีบออกไปก่อนเถอะ”
พยักเพยิดมือให้เอลรอนด์ออกไปข้างนอกก่อนส่วนตน...
ก็เตรียมพร้อมสำหรับงานที่โดนสั่งมา
หัวหน้าไลท์เอลฟ์ก้าวออกมานอกแคมป์บริเวณวงแหวนรอบนอกฝั่งตรงข้ามคืออายาโกะที่เดินมาพร้อมกับชายหนุ่มผมสีขาวโทนม่วงประบ่าเช่นเดียวกับลูเธียนการแต่งกายของทุกคนเน้นสีดำทองเพื่อให้คล่องต่อการต่อสู้ที่เผ่าตนชื่นชอบจะมีเพียงแค่ชายคนนั้นที่สวมผ้าคลุมหลังจึงคาดเดาได้อย่างง่ายดาย
ว่าเป็นหัวหน้าของเหล่าดาร์คเอลฟ์...
“ไม่ได้เจอกันซะนานเลยนะท่านหัวหน้าของพวกไลท์เอลฟ์ชั้นต่ำ”
“ข้าเองก็เช่นกัน...ไม่ได้เจอกันเสียนาน ท่านหัวหน้าดาร์คเอลฟ์ผู้เอาแต่ชื่นชอบการฆ่าฟันจนน่ารังเกียจดาร์ช”
ต่างฝ่ายต่างเหน็บแนมกันเล็กน้อยถึงปานกลาง...
ลูกน้องของทั้งสองฝ่ายก็แสดงอาการไม่พอใจเมื่อเห็นหน้าอย่างชัดเจน
“ไหนล่ะท่านไลแคนสีครามที่พวกกล่าวถึงหรือแค่พวกแกกลัวจะแพ้พวกเราเลยให้ยัยกึ่งภูตินี่นำสาสน์ปลอมมาส่งกัน!!”
“สามหาว!!!ยังไงพวกข้าก็มีศักดิ์ศรีพอ!!ไม่คิดจะใช้นามของท่านเทพที่พวกเรานับถือเพื่อเอาตัวรอดหรอกนะ!!” ลีลีน่าตอกกลับไป
“แล้วไหนล่ะท่านไลแคนของพวกเจ้าน่ะ! หากเขาอยู่ที่นี่พวกข้าก็ควรที่จะได้เห็นหน้าแล้วแท้ๆ!!!”
“ถ้าอยู่ก็โผล่หน้าออกมาซะสิอย่าดีแต่ปาก!!!!”
....ไม่คิดมาก่อนเลยนะเนี่ยว่าพวกดาร์คเอลฟ์เป็นพวกแกว่งเท้าหาเสี้ยนหาเรื่องให้ตัวเองน่ะ คนที่เป็นหัวหน้ายังไม่พูดอะไร พวกลูกชายก็พูดไม่หยุดเลย... อายาโกะแอบหน่ายใจนิดหน่อย
พวกไลท์เอลฟ์คนอื่นเองก็แสดงท่าทีเลิ่กลั่กแม้จะไม่ชอบใจที่ดูถูกไลแคนสีคราม ทว่ามันคือความจริง พวกเขาไม่เห็นไลแคนสีครามขณะออกคำสั่งที่ว่านอกจากเทพธิดาสีเงิน
“ท่านหัวหน้า จะทำยังไงดีครับ...ท่านหัวหน้า?”
ลูกน้องคนสนิทอีกคนกระซิบถามเอลรอนด์ได้แต่ตัวสั่น หน้าซีดน้ำตาจะคลออยู่แล้วรับรู้ได้ว่าภายในแคมป์ที่ตนออกมาตอนนี้...
รังสีอำมหิตแผ่ออกมาอย่างเห็นได้ชัด
ท่านพริสทีน... ได้โปรดกลับมาเร็วๆเถอะนะครับ!!!
ทางฝั่งดาร์คเอลฟ์เองก็ยืนมองหลังจากตะโกนด่าทอต่อว่าไป
“สุดท้ายพวกไลท์เอลฟ์ก็มีดีแต่ปากท่านพ่อก็คิดแบบนั้นใช่ไหมครับ”
ลูกชายของหัวหน้าดาร์คเอลฟ์กล่าว อีกคนก็ทำการพินิจวิเคราะห์เจ้าสาสน์ในมือนั่น
“ความจริงแล้วไลแคนสีครามมาทำอะไรที่อาณาจักรของพวกเราไม่ได้ด้วยซ้ำแค่จะก้าวออกมาจากมหาพงไพรวีลิธก็ทำไม่ได้อยู่แล้วไ-อสาสน์นี่ก็คงไม่พ้นของปลอมล่ะนะ...”
“แหม ทำไมถึงได้มั่นใจขนาดนั้นล่ะคะบางทีท่านอาจจะออกมาได้แล้วนะคะ” อายาโกะยกมือป้องปากหัวเราะ
ใจอยากกลับไปหาฝั่งไลท์เอลฟ์แต่ก็มีหน้าที่ต้องอยู่เพราะเป็นผู้ส่งสาสน์
ดาร์คเอลฟ์รอบข้างมองอายาโกะอย่างจับผิดแต่เจ้าหล่อนก็ทำเพียงแค่หัวเราะคิกคักชอบใจ
“หึ ไม่มีทาง”ดาร์ชยกยิ้มมุมปากขำเล็กๆ
ตลอดทั้งชีวิตของตนไม่เคยเห็นไลแคนสีครามในอาณาบริเวณรอบนอกมหาพงไพรวีลิธคำสาปที่ไลแคนสีครามได้รับคือการถูกผูกมัดอยู่แค่ในมหาพงไพร
อย่างไรซะเจ้าสาสน์นี่มันก็ต้องเป็นของปลอม
ยกเว้นแค่เรื่องที่รู้ว่าเทพธิดาสีเงินอยู่ที่นี่ถึงได้ยอมแบกหน้าออกมา
แล้วนางอยู่ที่ไหน...!!!
กว้านมองสายตาไปทั่วฝั่งของไลท์เอลฟ์ไม่ว่าจะมองแค่ไหนก็หาไม่เจอ!
“เหอะ!!” ดาร์ชสบถเสียงดังหงุดหงิด
“เล่นพวกมันเลยดีไหมครับท่านพ่อ...ฆ่ามันซะจะได้ยึดอาณาจักรมันมาแล้วเค้นคอถามซะเลย...!”
“ใจเย็นก่อนสิพี่รองถ้าทำแบบนั้นมีแต่จะมีปัญหา ดูก็รู้ว่าพวกมันเอาชนะพวกเราไม่ได้หรอก”
“ไม่หรอก... อาจจะเป็นเรื่องที่ดีก็ได้”ดาร์ชคว้าสาสน์ในมือลูกชายตัวเอง เหล่มองอายาโกะ “เพราะเจ้าสาสน์จอมปลอมนี่ควรที่จะสลายหายไปได้แล้ว”
“หมายความว่าไงค—!!!”
หัวหน้าดาร์คเอลฟ์เหยียดยิ้ม...ปล่อยเจ้าสาสน์ที่ว่านั่นร่วงหล่นสู่พื้น และเหยียบมันจนเละเทะ!!!อายาโกะโดนลูกชายของเขาจับล็อกเอาไว้
ในเมื่อผู้ที่ต้องการตัวไม่อยู่...
เรื่องอะไรที่จะต้องเสียเวลามาที่และอยู่ร่วมกับพวกไลท์เอลฟ์น่ารังเกียจให้เปลืองอากาศกันล่ะ!!
“ฆ่าพวกมันซะ!!!”
เฮ!!!!!!!!!!!!! พวกดาร์คเอลฟ์ตั้งท่าเตรียมพร้อมรบอย่างเต็มที่ชักอาวุธประจำกายออกมาหมายปลิดชีพฝั่งตรงข้ามให้ตายไลท์เอลฟ์เองก็ไม่อยู่เฉยตั้งท่าเตรียมรับแรงปะทะนั่น
ทว่า...จังหวะที่ดาร์คเอลฟ์คิดจะเริ่มโจมตีนั่นเอง
‘กรรรรรรรรรรรรรรรร!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!’
เฮือก!!!!! สะดุ้งโหยงไปตามๆกันเสียงทุ้มต่ำของสัตว์ร้ายจากแคมป์ด้านหลังของเอลรอนด์ ดาร์คเอลฟ์ที่ฮึกเหิมจากคำสั่งของหัวหน้าตนเมื่อครู่เหงื่อตกอย่างเห็นได้ชัดดาร์ชเองก็เช่นกัน
เสียงคำรามที่ทรงอำนาจจนหยุดทุกสิ่งมีโอกาสเป็นได้อย่างเดียว....
ตึง...ตึง... ร่างสูงใหญ่ของไลแคนสีครามออกมาจากในแคมป์นั่นสร้างความตื่นตะลึงให้แก่หลายๆคนและผู้ที่อยู่มาอย่างยาวนานอายาโกะเองก็ตาโตกับภาพลักษณ์ที่ตนไม่เคยเห็นมาก่อนไม่น้อย
ไลแคนสีครามที่ดูคล้ายเฟนริลหมาป่าขนาดใหญ่ ดวงตาเรียวคมน่าหวั่นเกรงสีฟ้าสว่างคล้ายอัญมณี ขนสีขาว-เงินแซมดำในบางจุดและขนสีน้ำเงินเรืองแสงสีฟ้าสว่างปีกขนาดใหญ่กลางหลังและบริเวณสะโพกกรงเล็บขนาดใหญ่นั่นมากพอจะตะบบให้พวกตนตายในครั้งเดียว
น่าหวั่นเกรง น่าเกรงขาม... และสูงสง่างดงามยิ่งกว่าไลแคนสีครามรุ่นก่อนหน้าเหลือเกิน...
“ป เป็นไปไม่ได้... ได้ยังไง!!!!!!!!”
‘น่าเสียดายนะ...ที่ข้าดันออกมาจากมหาพงไพรวีลิธได้แล้ว...’
เฮือก!!! ดาร์ชหน้าซีดลง มือสั่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
‘หัวหน้าของดาร์คเอลฟ์เอ๋ย... ในสาสน์ของข้าระบุไว้ว่าอะไร’
“....ท ท่านต้องการ... เจรจาครับ....”
‘ใช่... เจรจา.........แล้วเหตุใดถึงไม่ยอมทำตามที่เขียนเอาไว้บนนั้น!!!คิดจะท้าทายอำนาจของข้างั้นรึ!!!!!!!!!!!!!!!’
ครืนนนน!!!!!!!! พื้นสั่นสะเทือนด้วยเสียงคำรามนั่นไม่ว่าจะไลท์เอลฟ์หรือดาร์คเอลฟ์ต่างก็ไร้เรี่ยวแรงในการยืนทุกคนทรุดลงไปนั่งบนพื้นหมดยกเว้นอายาโกะที่หลุดออกจากการจับกุมเลยพยายามถอยห่างจากพวกเขาออกมาเล็กน้อย
“!!! ม ไม่ครับ!!พวกข้าไม่ได้ตั้งใจจะท้าทาย!!! ต แต่ข้าเพียงแค่ไม่คาดคิด... วว่าท่านจะออกมาจากที่นั่นได้...” ดาร์ชตอบเสียงสั่น
‘งั้นจำบทเรียนคราวนี้ไว้ให้ดี...เพราะหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก คนที่จะถูกลงทัณฑ์ไม่ใช่เจ้าเพียงคนเดียว....’
“ค...ครับ....”
เมื่อทุกอย่างสงบลงเดฟไกส์ซึ่งยังอยู่ในร่างไลแคนสีครามนั่งอยู่บริเวณแคมป์ของเอลรอนด์เพื่อควบคุมความประพฤติฝั่งตรงข้ามดาร์คเอลฟ์ตอนนี้เสียหน้าไปมากพอสมควร แต่ก็จำต้องยอมรับ
เสียหน้าเสียศักดิ์ศรียังดีกว่าเสียชีวิต...
เพื่อภาพลักณ์ เดฟไกส์เลยต้องถอนหายใจในความคิดแทน
ให้ตายสิ...สุดท้ายข้าก็ต้องออกมาก่อนกำหนดจนได้ พวกดาร์คเอลฟ์นี่มันเลือดร้อนชะมัด!! น่าจะมากกว่าข้าด้วยซ้ำมั้งเนี่ย...?แล้วทำไมยัยนั่นมาช้านัก
วู้ม— ไม่ทันขาดคำ ประตูของเกทเปิดออกยิ่งสร้างความตกใจให้พวกดาร์คเอลฟ์พอสมควรไม่ว่าดาร์ชหรือคนอื่นๆก็นึกว่าเป็นประตูธรรมดาแค่นำมาตั้งไว้เท่านั้นจนกระทั่ง...ร่างของหญิงสาวผมสีเงินโผล่ออกมาจากประตู
“อ้าว? ทำไมเ—ท่านไลแคนสีเงินโผล่มาแล้วล่ะเนี่ย?”
‘ช่วยไม่ได้ ถ้าข้าไม่โผล่สงครามจะเกิดขึ้นระหว่างเจ้ากลับไปที่นั่นน่ะสิ’
“หวา... อันตรายๆ ยังไงก็ขอบใจนะ”ยิ้มหวานให้อีกฝ่าย
วู้ม— มีคนก้าวออกมาจากประตูอีกคนยิ่งทำเอาดาร์ชตกใจกว่าเดิม เพราะไม่ใช่ใครอื่นนอกจากลูกชายคนเล็กของตน
“ลูเธียน!!!!!?”
“ไงตาแก่”โบกมือให้อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
ในขณะที่พวกไลท์เอลฟ์ตั้งท่าเตรียมรบกับองค์ชายฝั่งดาร์คเอลฟ์คนเล็กที่อยู่ฝั่งตนลีลีน่าจำต้องสั่งให้ลดอาวุธและอธิบายให้ฟัง
ว่าเขา... อยู่ฝั่งไลท์เอลฟ์
“ลูเธียนไ-อคนทรยศ!!!!!!!!”เสียงตะโกนจากพวกพี่ชาย
“ทรยศ?ใครบอกว่าข้าทรยศ?....เดิมทีข้าก็ไม่ได้สนใจเรื่องที่พวกเจ้าวางแผนตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก...คิดเองเออเองกันทั้งนั้น...”
ว่าจบเขาก็มองเดฟไกส์ในร่างไลแคนสีครามก่อนทำความเคารพก้มโค้งอย่างนอบน้อม...
“เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบท่านครับ...ท่านราชันย์ไลแคนสีคราม”
ปฏิกิริยาต่างจากที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย
‘.......ขอโทษด้วย’
“ครับ?”
‘ตอนแรกที่เจอเจ้าข้าเคยคิดว่าเจ้ากับพวกดาร์คเอลฟ์คนอื่นคล้ายกันเสียอีกแต่ดูเหมือนเจ้าเป็นผู้เป็นคนมากกว่า ข้าดีใจที่ได้สนิทกับเจ้าลูเธียน...’
“ครับ???”
ทำหน้างงงวยหนักกว่าเดิมว่าตนไปสนิทกับอีกฝ่ายตอนไหนกัน
‘ส่วนเจ้าน่ะหยุดขำได้แล้วพริสทีน!!!’
ตะโกนใส่เจ้าหล่อนที่ตอนนี้ยกมือปิดปากไหล่สั่นหงึกๆ
“ข ขอโทษ.. อุ๊บ.. คิก”พยายามกลั้นขำอย่างเต็มที่ “แฮ่ม.. เอาล่ะ ถ้ายังไงเรามาเริ่มการเจรจากันเลยดีกว่านะคะว่าด้วยเรื่องของ... [วงแหวนต้องห้าม] นี้จะเป็นของใคร”
**************************
สาเหตุที่อัพช้าคราวนี้คือคอมพังจ้า—!!!ฮืออออออ
เอ้อ ใช่ อีกเรื่องที่จะประกาศคือเมื่อครบ 60 ตอนเมื่อไหร่
หลังจากตอนที่ 60คือเราเปิดให้อ่านฟรีแล้วนาจ๊ะ~
ตอบแทนความรักและเงินที่ทุกคนยอมเปย์มาให้เรา~