ข่าวการตั้งครรภ์ของแม่โจว ทำให้วันนี้ ที่บ้านเช่ามีแต่เสียงหัวเราะ
"ทีแรกหนูคิดว่าแม่แค่อ้วน"
ชิงเหมยบอกแม่โจว เอาซะคนทั้งบ้านหัวเราะกันใหญ่
แต่ชิงเหมยเป็นห่วงเรื่องที่แม่โจวที่ต้องตื่นมาตั้งแต่ตี4เพื่อทำอาหารไปขาย จะเหนื่อยไปรึเปล่า กลัวว่าจะเป็นผลเสียกับเด็กในท้อง
"แม่ตื่นเช้ามาทำอาหารทุกวันแบบนี้ จะดีหรือคะ ตอนนี้มีน้องอยู่นะคะ"
"แม่คะ แม่ก็สอนน้าสามทำอาหารสิคะ ให้เป็นพ่อกับน้าสามร่วมทุนกันไปเลย แม่ก็อยู่เฉยๆดูแลน้องในท้องเถอะค่ะ"
ชิงเหมยคิดว่าเอาอย่างนี้น่าจะดี สอนน้าสามโจวชิงเทียนทำอาหารไปเลย แล้วแบ่งกับพ่อหลี่คนละครึ่ง พ่อหลี่ก็ช่วยจัดการบัญชี และช่วยขายตอนเช้า แบบนี้พี่อี้เฟยจะได้มีเวลาด้วย
ชิงเหมยอยากให้พี่อี้เฟยไปดูแลที่ร้านฮุ่ยเหมยบูติก เพราะพี่อี้เฟยบอกว่าจะเป็นคนไปทำงานที่ร้านเอง เพราะตนไม่มีหน้าที่อะไรเลย
ให้น้าสามโจวชิงเทียนแบ่งรายได้กับพ่อหลี่คนละครึ่งไปเลย รวมถึงอาหารปิ่นโตมื้อกลางวันด้วย
"เอาอย่างที่ชิงเหมยบอกไหม ชิงเทียน"
แม่โจวถามน้องชาย ถึงจะยกให้โจวชิงเทียนเลย แม่โจวก็ยินดี
"ผมแล้วแต่พี่เลยครับ ถ้าพี่ยกให้ผมทำกับพี่เขย ผมก็ยินดีครับ"
โจวชิงเทียนที่ตอนนี้กำลังหาเงินเพื่อจะได้ไปขอเหลียนอี้เฟยแต่งงาน ถ้าเกิดได้ร่วมหุ้นร้านอาหารของพี่สาวจริงๆ ก็จะดีมาก แต่ก็ต้องแล้วแต่พี่สาว เพราะแค่ค่าจ้างวันละ10หยวนรวมกับคนรักเขาแล้ว ก็ถือว่าเยอะมากแล้ว
แต่ตอนนี้ เหลียนอี้เฟย รายได้นำเขาไปไกลโขแล้ว แต่ก็เป็นเพราะชิงเหมย ลูกสาวของพี่สาวตนอีกนั่นแหละ ที่ให้โอกาส ฉะนั้น ถ้าตนสามารถหาเงินได้เพิ่มขึ้นมาอีก ทำไมจะไม่ดีล่ะ จริงไหม
"ยังงั้นก็ดี ชิงเทียนเริ่มมาเรียนรู้กับพี่ทุกเช้าเลยนะ ใช้เวลาไม่นานหรอก"
แม่โจวให้น้าสามมาเรียนทำอาหารด้วยทุกเช้า คาดว่าไม่นานคงจะทำได้อร่อยเหมือนแม่โจว เพราะยังไงแม่โจวก็อยู่ที่เดียวกันอยู่แล้ว ถ้ามีปัญหาตรงไหนก็ถามได้ เรื่องนี้จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ดังนั้นถ้าโจวชิงเทียนสามารถเรียนรู้การทำอาหารจากแม่โจวได้เมื่อไหร่ ร้านอาหารเช้ากับอาหารปิ่นโตจึงจะเปลี่ยนเป็นกิจการของพ่อหลี่กับน้าสามโจวชิงเทียนแบ่งรายได้กันคนละครึ่ง จะไม่ต้องจ่ายค่าจ้างให้กับโจวชิงเทียนและเหลียนอี้เฟยแล้ว แต่เหลียนอี้เฟยบอกว่า จะยังไปช่วยตักอาหารเหมือนเดิมในตอนเช้า เพราะถือว่ายังไงก็เป็นกิจการของคนรักของตนครึ่งนึง
แม่โจวก็จะได้พักผ่อน ดูแลลูกน้อยในท้อง ชิงเหมยก็วางใจ
.................................
ผ่านไปอีกสามวัน วันนี้ชิงเหมยบอกคณะขายเสื้อฮุ่ยเหมยบูติกว่า จะไปเลือกซื้อของเข้าร้านขายเสื้อที่ย่าน ต่งต้า ชิงเหมยไปกับหลี่หลิงและเหลียนอี้เฟย ส่วนสองพี่น้องฝาแฝดนั้นกำลังเร่งเย็บชุดกี่เพ้าโมเดิร์นอยู่ที่บ้าน เพราะจะต้องเอาไปโชว์ และวางขายในวันเปิดร้าน
มาถึงย่านต่งต้า ชิงเหมยเลือกซื้อหุ่นโชว์อย่างดีที่สุดที่มีในย่านนี้แล้ว ในราคาตัวละ 40หยวน มา 10ตัว ไม้แขวนเสื้อแบบที่ดูหรูหราที่สุดมาอีกกว่า100 อัน สิ่งของจิปาถะเอาไว้ตกแต่งอีกไม่น้อย จ่ายไปทั้งหมดเกือบ700หยวน พร้อมจ้างให้ไปส่งที่ร้านฮุ่ยเหมยบูติกเลย
พอซื้อของเสร็จก็นั่งรถมาที่ร้านฮุ่ยเหมยบูติก
ตอนนี้ร้านเสร็จหมดแล้วเหลือแค่เอาของเข้ามาจัดเรียง เหลียนอี้เฟยที่เพิ่งเคยมาที่ร้านครั้งแรก ถึงกับอึ้งไปเลย
"ชิงเหมย หนูทำได้ยังไงเนี่ย....."
ป้ายหน้าร้านโดดเด่น เขียนเป็นภาษาจีนตัวใหญ่อ่านว่า "ฮุ่ยเหมย" ส่วนด้านล่างมีภาษาอังกฤษตัวเล็กกว่าเขียนว่า " ฮุ่ยเหมยบูติก"
กระจกบานใหญ่หน้าร้านสามารถส่องเข้าไปเห็นด้านในที่มีสีขาวนวลดูสะอาดตา มีชั้นวางกับราวแขวนติดผนังยาวจนสุดผนัง ดูเป็นระเบียบ มีเวทีเตี้ยเท่าหน้าแข้งปูด้วยผ้ากำมะหยี่หลังกระจกด้านซ้าย ประตูก็เป็นประตูกระจกที่ตอนนี้มีหุ่นโชว์ที่ไปซื้อมาเมื่อกี้ วางอยู่สิบตัว พร้อมของอีกเยอะพอสมควร
"ช่วยเอาเข้าไปวางด้านในเลยค่ะ"
ชิงเหมยบอกกับคนส่งของ
พอเข้ามาด้านใน แล้วเปิดไฟ ยิ่งดูหรูหรามากขึ้นไปอีก แสงไฟสีส้ม เจอกับพื้นสีขาว ยิ่งดูยิ่งสะบายตา
ชิงเหมยบอกให้ช่วยกันเอาหุ่นไปตั้งไว้ที่เวทีก่อน สามตัว ตั้งไว้ที่จุดต่างๆของร้าน 5 ตัว แล้วอีกสองตัวเอาไว้ที่ห้องวัดตัว เอาไม้แขวนเรียงตามราวจนเต็ม
"สวยมากเลยชิงเหมย สวยจริงๆ"
เหลียนอี้เฟยยังทึ่งอยู่กับความหรูหราของร้าน นี่คือร้านที่ตนเป็นหุ้นส่วนจริงๆน่ะหรือ ไม่ใช่ว่าฝันไปหรอกนะ
"นี่แหละค่ะพี่อี้เฟย 2,800 หยวน คุ้มไหมล่ะคะ"