สิ้นชื่อ
มองเห็นว่าหวังเฉินส่งอาวุธระดับหกออกมาสามชิ้น ใบหน้าของหานเสี่ยวกับอี้จงเถียนพลันเปลี่ยนไปอย่างมาก ใบหน้าของพวกเขาถึงกับเผือดสีลง ดวงตาทั้งคู่แทบถลนกระเด็นออกมา ทั่วร่างกายสั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่ง
“หนะ...หนี!” โดยไม่ลังเลทั้งสองคนเลือกที่จะหนีในทันที เพราะรับรู้ได้ชัดเจนว่าอาวุธระดับหกทั้งสามชิ้นนั้นกำลังอยู่ในสภาวะระเบิดสังหาร
ร่างกายของพวกเขาพลันเคลื่อนไหวพุ่งทะยานออกไปคนละทาง ภายในใจปรากฏความเสียใจขึ้นมาที่คิดให้ความช่วยเหลือเจี้ยนติงเทียน
หากว่าพวกเขารู้มาก่อนว่าหวังเฉินไม่ได้ครอบครองอาวุธระดับหกเพียงแค่ชิ้นเดียว หากแต่เป็นสามชิ้น พวกเขาจะไม่กล้ามีความคิดใดๆ ต่อหวังเฉินเลย เพราะการเป็นศัตรูกับผู้ฝึกตนที่ครอบครองอาวุธระดับหกถึงสามชิ้น ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยแม้แต่น้อย
แต่แม้ว่าทั้งหานเสี่ยวกับอี้จงเถียนจะพุ่งออกไปคนละทางเพื่อหนี หวังเฉินก็ไม่ได้เคลื่อนไหว เขาเพียงแค่ขยับมือทั้งสองข้างเท่านั้น
ทันใดนั้นแรงกดดันอันรุนแรงก็ทำให้ร่างกายของหานเสี่ยวกับอี้จงเถียนช้าลง ซึ่งมันส่งผลให้อาวุธระดับหกพุ่งเข้ามาหาร่างของพวกเขาเร็วมากขึ้น
“มะ...ไม่!” หานเสี่ยวแผดร้องด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นกระบี่เทวะพุ่งเข้ามาจนเกือบที่จะถึงร่างกายของเขาแล้ว เขาจะหลบตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว
เมื่อครู่นี้ เป็นเขาเร่งรีบที่จะหนีแต่อาวุธระดับหก จึงไม่ได้ระวังการลงมือของหวังเฉิน ผลจึงออกมาอย่างที่เห็นอยู่นี้
ตูม!
กระบี่เทวะที่พุ่งเข้ามาจนถึงร่างของหานเสี่ยว พลันระเบิดตัวเองอย่างรุนแรง กลายเป็นพลานุภาพทำลายล้างอันน่าหวาดกลัว ท้องฟ้าในบริเวณนี้ถึงกลับแตกสลายออก กลายเป็นมิติสีดำอันน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึง!
เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกสองครั้งติด โดยหนึ่งเกิดขึ้นกับอี้จงเถียน ส่วนอีกหนึ่งนั้น แน่นอนว่าเกิดขึ้นกับเจี้ยนติงเทียน
สาเหตุที่เจี้ยนติงเทียนหนีไม่พ้น ล้วนมาจากเขาพึ่งจะต่อสู้กับหวังเฉินไป ใช้พลังปราณไปเป็นจำนวนมาก จนแทบจะหมด จึงทำให้เขาไม่อาจที่จะหลบหนีได้พ้นอย่างที่เห็น
มองการระเบิดที่น่าหวาดกลัวสามครั้งติดต่อกัน หวังเฉินไม่มีความรู้สึกใดทั้งนั้น สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉย แม้จะน่าเสียดายที่ต้องเสียอาวุธระดับหกไปสามชิ้น
แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะมันก็คุ้มที่สามารถเอาชีวิตของผู้ฝึกตนระดับราชันย์เทวะขั้นปลายสามคนได้
หวังเฉินอยู่ๆ ก็โบกสะบัดมือครั้งหนึ่ง แหวนมิติสามวงพลันพุ่งออกมาจากม่านควันขนาดใหญ่ที่พึ่งจะปรากฏออกมา หลังจากเกิดการระเบิดอันน่าหวาดกลัวสามครั้งติดต่อกันเมื่อครู่นี้
แหวนมิติสามวงนี้ แน่นอนว่าเป็นของเจี้ยนติงเทียน หานเสี่ยวและอี้จงเถียน เหตุผลที่แหวนมิติทั้งสามวงไม่ได้ถูกทำลายไป ล้วนเป็นเพราะว่าหวังเฉินบังคับให้การระเบิดของอาวุธระดับหกทั้งสามชิ้นละเว้นแหวนมิติ
ด้วยที่เป็นแหวนมิติของผู้ฝึกตนระดับราชันย์เทวะ หวังเฉินคงไม่โง่พอที่จะทำลายมันไปพร้อมกับพวกหานเสี่ยว
เมื่อได้รับแหวนมิติทั้งสามวงมาอยู่ในมือ หวังเฉินก็ใช้จิตสัมผัสตรวจสอบ พบเห็นสมุนไพรจำนวนมากอยู่ภายใน นอกจากนี้ยังมีพวกอาวุธระดับห้าอีกสองสามชิ้น รวมไปถึงสมบัติวิเศษต่างๆ ด้วย
“ไม่เลว” หวังเฉินพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ด้วยสิ่งที่ได้รับจากแหวนมิติของพวกหานเสี่ยวสามคน เขาเชื่อว่าสามารถหลอมอาวุธระดับหกออกมาได้สองชิ้น ปรุงเม็ดยาระดับหกออกมาได้หนึ่งเม็ด
ถ้าหากว่าได้กินเม็ดยาระดับหก พื้นฐานฝึกตนของเขาคงจะต้องไปถึงระดับราชันย์เทวะขั้นต้นอย่างแน่นอน และด้วยที่เขามีแก่นอมตะ ระดับความแข็งแกร่งของเขาก็จะเทียบเท่าระดับจักรพรรดิ!
เมื่อเป็นเช่นนี้ ภายในโลกผู้ฝึกตนของประเทศจีน หวังเฉินก็จะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด เนื่องจากในตอนนี้ยังไม่มีผู้ฝึกตนที่เหนือกว่าระดับราชันย์เทวะปรากฏตัวออกมาเลยสักคนเดียว
หวังเฉินกวาดจิตสัมผัสเข้าไปในม่านควันครั้งหนึ่ง พบซากศพที่ไม่สมประกอบสามซากศพ พลันส่ายหน้าไปมา
เดิมทีพวกนี้สมควรมีชีวิตอยู่ได้นานมากกว่านี้ แต่เป็นเพราะเลือกหนทางผิด มาหาเรื่องตายกับเขา จึงต้องจบชีวิตลง สิ้นชื่อไปอย่างน่าสลดใจ!
โบกมือวูบหนึ่ง ซากศพทั้งสามก็ถูกป่นแหลกเป็นผง!
เมื่อจัดการแล้วเสร็จ หวังเฉินก็ยังไม่มีความคิดที่จะกลับไปยังตระกูลเมิ่งในตอนนี้ เพราะเขายังต้องการสมบัติของนิกายภูเขากระบี่อยู่ ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดขุมอำนาจ สมบัติย่อมมากมายก่ายกองอยู่แล้ว เมื่อเป็นอย่างนี้ เขาจะพลาดได้อย่างไร
ร่างของหวังเฉินพลันกระตุกวูบเลือนรางจางหายไป
หลังจากหวังเฉินจากไปได้ครึ่งชั่วโมง ร่างหนึ่งได้ปรากฏขึ้นยังจุดที่อาวุธระดับหกทั้งสามระเบิดฆ่าสังหารพวกเจี้ยนติงเทียนไป
ร่างนี้เป็นชายชราร่างผอม สวมใส่ชุดธรรมดาเรียบง่าย แต่เขากลับไม่เรียบง่ายดั่งชุดที่ใส่ เนื่องจากเขาเป็นผู้ฝึกตนระดับราชันย์เทวะคนหนึ่งเช่นเดียวกัน
แต่เทียบกับเจี้ยนติงเทียน หานเสี่ยวและอี้จงเถียนแล้ว เขาอ่อนแอกว่าขั้นหนึ่ง เขาไม่ใช่ผู้ฝึกตนระดับราชันย์เทวะขั้นปลาย แต่เป็นขั้นกลาง เขามีชื่อว่าเถาเปียน ผู้คนส่วนมากในโลกผู้ฝึกตนจะเรียกเขาว่า ‘มหาหอกเถาเปียน’
ด้วยชื่อที่ผู้คนเรียก เป็นที่แน่นอนว่าเถาเปียนคนนี้เป็นหนึ่งด้านหอก เชี่ยวชาญกระบวนท่าหอกอันร้ายกาจนั่นเอง
ด้วยความที่เขาเป็นผู้ฝึกตนระดับราชันย์เทวะ เขาย่อมเป็นหนึ่งในสิบผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลกผู้ฝึกตนของประเทศจีนแน่นอน และเขาก็ไม่ได้มาจากเจ็ดขุมอำนาจ เป็นเพียงผู้ฝึกตนสันโดษเช่ยเดียวกับหานเสี่ยวและอี้จงเถียน
“เกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ขึ้นที่นี่ น่าเสียดายที่ตัวข้ามาไม่ทัน” เถาเปียนอดพูดออกมาไม่ได้ เขามองดูท้องฟ้าที่กลายเป็นมิติสีดำ ซึ่งในเวลานี้มันกำลังซ่อมแซมตัวเองให้กลับเป็นท้องฟ้าเช่นเดิม
สิ่งที่ทำให้ท้องฟ้าสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ ก็คือพลังปราณฟ้าดินที่มีอยู่ภายในโลกนี้
“ไม่รู้ว่าเป็นผู้ใดที่สู้กัน” เถาเปียนสงสัย เขาลูบคางตัวเองเล็กน้อย เพื่อครุ่นคิด แต่คิดอย่างไรก็ไม่มีทางคิดออกอยู่ดี สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจครั้งหนึ่ง “น่าเสียดายๆ แต่ก็ยังดีที่สู้กันในความสูงระดับนี้ รวมถึงยังเป็นสถานที่ที่ไม่มีผู้คน จึงไม่ทำให้ผู้ใดแตกตื่น”
เถาเปียนพลันหมุนตัวมองไปยังทางหนึ่ง ซึ่งทางนี้ก็คือทางที่ตระกูลเมิ่งอยู่
“เกือบลืมไป ข้าไม่อาจมาเสียเวลาอยู่ที่นี่ หลานชายของข้าต้องตาเด็กสาวตระกูลเมิ่ง ข้าต้องไปรีบเป็นธุระให้” พูดถ้อยคำนี้จบ เขาก็ยิ้มออกมา หลานชายของเขาต้องการแต่งงาน เขาแน่นอนว่าจะไปเป็นพ่อสื่อสู่ขอให้
และเขาก็ไม่คิดว่าตระกูลเมิ่งจะกล้าปฏิเสธ เพราะถ้ากล้าปฏิเสธเขาล่ะก็ ผลที่ตามมา จะน่ากลัวอย่างแน่นอน!
ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด ตระกูลเมิ่งจะถูกเขาลบให้หายไป!
“ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะไม่เลือกทางผิด” เถาเปียนพึมพำด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะก้าวทะยานร่างออกไป เขาตรงไปที่คฤหาสน์ของตระกูลเมิ่งด้วยความเร็วสูงสุด พริบตาเดียว ร่างกายของเขาก็หายไปจนไกลลิบ
จบบทที่ 56