ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต

    เล่มที่ 2 บทที่ 42 ช่วงเวลาวิกฤต พลังที่เบ่งบาน

            “ซาซา ระวัง!”

            เมื่อเห็นว่าไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณดันตื่นขึ้นมาเสียได้เฉาอวี่ก็ตกใจสุดขีด เขาทำท่าจะพุ่งเข้าไปช่วยแต่กลับถูกลู่เซิ่งยื่นมือออกมาขวางไว้

            “ลู่เซิ่ง นายทำอะไรน่ะ?” เฉาอวี่ไม่เข้าใจเขาจ้องมองลู่เซิ่งพลางตะโกนเรียกด้วยความร้อนรน

            “อย่าเพิ่งเข้าไป นายไม่ใช่คู่ต่อสู้ของบอสตามธรรมชาติตัวนี้” ลู่เซิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เขาไม่ได้บุ่มบ่ามวู่วาม

            เพราะในเวลานี้เนื่องจากสวี่ซาซาอยู่ใกล้กับไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณมากเกินไปบอสตัวนี้จึงล็อกเป้าหมายให้เธอเป็นเป้าโจมตีลำดับแรกเรียบร้อยแล้ว

            ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้หากเฉาอวี่วู่วามเข้าไป นอกจากจะช่วยอะไรไม่ได้แล้วเขายังจะตกอยู่ในอันตรายไปพร้อมกับสวี่ซาซาอีกคน

            “แล้วจะทำยังไงดีล่ะ?” เฉาอวี่มีสีหน้าวิตกกังวลอย่างยิ่ง

            “อยากจะช่วยซาซา ถ้าเราไม่ควบคุมเจ้าไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณนี่เพื่อไม่ให้มันชิงลงมือก่อนเราก็ต้องมีใครสักคนยอมเสียสละตัวเองพุ่งเข้าไปดึงความสนใจของบอสสร้างโอกาสให้ซาซาหนีไปได้ไม่อย่างนั้นนักบวชที่ไม่ถนัดการต่อสู้ระยะประชิดอย่างเธอ เจอหน้าบอสแค่แวบเดียวคงถูกฆ่าตายในทันทีแน่”

            ลู่เซิ่งพูดพลางหยิบ‘เคียวปีศาจ’ ของตนเองออกมาจากช่องเก็บของติดตัวเตรียมพร้อมที่จะพุ่งเข้าไปช่วยเหลือ

            “ควบคุมงั้นเหรอ?”

            แต่แล้วในจังหวะนี้เองเมื่อเฉาอวี่ได้ยินสิ่งที่ลู่เซิ่งพูด เขาก็เหมือนจะนึกอะไรออกจึงหันขวับไปมองหลี่ว์อันที่อยู่ด้านข้างทันที

            “รุ่นพี่หลี่ว์อัน รุ่นพี่เป็นจอมเวทน้ำแข็งน่าจะมีสกิลควบคุมที่ทรงพลังอยู่ไม่น้อยเลยใช่ไหมครับ”

            พอพูดถึงตรงนี้เขาก็แทบจะอ้อนวอนด้วยเสียงสะอื้นว่า “ขอร้องละครับช่วยลงมือเพื่อช่วยซาซาด้วยเถอะ”

            “เหอะ เหอะ ตอนนี้รู้จักมาขอร้องฉันแล้วเหรอ? ก่อนหน้านี้มัวไปทำอะไรอยู่ล่ะ?”

            แต่หลี่ว์อันกลับไม่มีท่าทีจะช่วยเลยแม้แต่นิดเดียวนอกจากจะยืนเอามือไพล่หลังพร้อมกับแสดงสีหน้าลำพองใจเขายังเอ่ยปากเยาะเย้ยเฉาอวี่อีกว่า “พวกนายชอบไปทำตัวเป็นเพื่อนกับไอ้พาลาดินกระจอกนั่นนักไม่ใช่เหรอ?ก็ให้มันช่วยพวกนายสิ”

            “หลี่ว์อัน หมายความว่ายังไง อาชีพของลู่เซิ่งน่ะเน้นไปทางสายสนับสนุนให้เขาเข้าไปแบบนั้น มันก็เห็นๆ อยู่ว่าส่งเขาไปตาย!”

            เฉาอวี่ตะคอกออกมาด้วยความโมโหถึงขั้นไม่ยอมเรียกอีกฝ่ายว่ารุ่นพี่ แสดงให้เห็นว่าเขาโกรธจัดจนถึงขีดสุดแล้ว

            “หึ มันตายไปได้ก็ยิ่งดีไม่ใช่เหรอ? ถ้าไม่มีมันพวกเราก็จะได้แบ่งค่าประสบการณ์กับไอเทมดรอปได้มากขึ้น”

            หลี่ว์อันยังคงนิ่งเฉยเขาเป็นคนใจคอคับแคบอยู่แล้วก่อนหน้านี้พอเห็นสวี่ซาซากับเฉาอวี่กระตือรือร้นกับลู่เซิ่งขนาดนั้นในใจเขาก็รู้สึกไม่สมดุลและหมั่นไส้อยู่เป็นทุนเดิม

            ในที่สุดเขาก็รอจนช่วงโอกาสทองที่หาได้ยากยิ่งเช่นนี้มาถึงและตั้งตารอคอยให้ทั้งสองคนคุกเข่าโขกศีรษะยอมรับผิดต่อหน้าเขาอยู่

            “หน้าไม่อาย!”

            เฉาอวี่โกรธจนตัวสั่นเทิ้มกำลังจะอ้าปากด่าอีกรอบ แต่ลู่เซิ่งกลับยื่นมือมาขวางหน้าไว้

            “ไม่ต้องไปเปลืองน้ำลายกับเขาหรอก”

            ลู่เซิ่งมีสีหน้าเคร่งขรึมในใจของเขาก็เต็มไปด้วยโทสะไม่แพ้กัน

            เพราะตัวเขากับหลี่ว์อันคนนี้ไม่ได้มีความแค้นเคืองต่อกันเลยแม้แต่น้อยแถมทั้งคู่ยังเป็นผู้ใช้อาชีพของประเทศเสินเซี่ยเหมือนกันอีกด้วย

            แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นอีกฝ่ายกลับดูถูกเขาเพียงเพราะเป็นอาชีพสายสนับสนุนอย่างพาลาดินถึงขั้นอยากจะให้เขาต้องมาจบชีวิตลงในปากของบอสตามธรรมชาติ

            จิตใจที่อำมหิตผิดมนุษย์เช่นนี้ในสายตาของลู่เซิ่งแล้ว ถือว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปอีก

            ทว่าตอนนี้เห็นได้ชัดว่ายังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมในการสั่งสอนหลี่ว์อัน

            เพราะเบื้องหน้าเจ้าบอสตามธรรมชาติ ซึ่งก็คือไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณตัวนั้นได้ค่อยๆลุกขึ้นจากพื้น และเตรียมที่จะเปิดฉากจู่โจมใส่สวี่ซาซาแล้ว

            “แย่แล้ว!” สวี่ซาซามีสีหน้าสิ้นหวังเธอรีบร้อนร่ายสกิล 'โล่พิทักษ์' ใส่ตัวเองจนมือไม้พันกันวุ่นวายไปหมด

            “เป็นไงเป็นกัน!”

            ส่วนเฉาอวี่ที่อยู่ด้านหลังก็ยกโล่ในมือขึ้นเตรียมตัวที่จะพุ่งเข้าไปสู้ตายกับบอสตัวนี้โดยไม่สนชีวิต

            และในวินาทีวิกฤตินั้นเอง

            ฟึ่บ!

            ทันใดนั้นเงาร่างที่ดูองอาจร่างหนึ่งกลับพุ่งทะยานออกตัวทีหลังถึงก่อนด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเขาไม่ได้แค่แซงหน้าเฉาอวี่กับสวี่ซาซาไปเท่านั้นแต่ยังพุ่งเข้าหาไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณที่อยู่เบื้องหน้าอย่างกล้าหาญซึ่งคนคนนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่ลู่เซิ่ง

            “ลู่เซิ่ง! นายบ้าไปแล้วเหรอ?”

            “รีบกลับมาเร็ว!”

            สวี่ซาซากับเฉาอวี่เห็นดังนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

            ทว่าลู่เซิ่งกลับทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของทั้งคู่นอกจากฝีเท้าจะไม่หยุดชะงักลงแม้แต่น้อยแล้วเขายังปลดปล่อยสกิลออกมาสามสกิลรวดในอึดใจเดียว

            “พรจากสวรรค์!”

            “อัญเชิญ: ร่างจำลองเทวทูตหกปีก!”

            “พิพากษาคลั่ง!”

            วิ้ง...

            แสงสีทองอันศักดิ์สิทธิ์พุ่งลงมาจากฟากฟ้ากลั่นตัวกลายเป็นเงาร่างโปร่งแสงที่มีปีกติดอยู่ที่แผ่นหลัง ซึ่งนั่นก็คือ‘ร่างจำลองเทวทูตหกปีก’ นั่นเอง

            เพียงแต่ต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้ลู่เซิ่งไม่ได้ใช้พรสวรรค์การต่อสู้ ‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ของเขาออกมา

            ดังนั้นร่างจำลองเทวทูตหกปีกในตอนนี้จึงเป็นเพียงร่างจำลองเทวทูตระดับธรรมดาที่สุด ไม่ใช่ร่างจำลองของกาเบรียล

            แต่สำหรับลู่เซิ่งเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

            ชั่วพริบตานั้นเอง

            ในเวลาไม่กี่อึดใจลู่เซิ่งพุ่งพรวดเดียวไปถึงเบื้องหน้าของไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณ พร้อมกับเงื้อ‘เคียวปีศาจ’ ในมือขึ้นสุดแขน

            เคร้ง!

            คริติคอล!

            HP-799!!

            “โฮก...”

            น่าสงสารที่ไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณเพิ่งจะตื่นนอนหัวยังคงมึนงงสับสนมันยังไม่ทันจะตอบสนองเลยว่าเกิดอะไรขึ้นก็ถูกลู่เซิ่งใช้เคียวฟาดเปรี้ยงเข้าที่หน้าผากเต็มแรงจนแทบจะทำให้มันหน้ามืดตาลายในทันที...

            ด้วยความเจ็บปวดที่ได้รับไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณถึงกับถอยร่นไปข้างหลังติดกันถึงสามก้าว

            “นั่นอะไร? ถึงกับกระแทกไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณให้ถอยหลังไปได้เลยเหรอ?”

            ในขณะเดียวกันเมื่อเห็นว่าพาลาดินอย่างลู่เซิ่งสามารถซัดบอสตามธรรมชาติอย่างไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณให้ถอยร่นไปได้สวี่ซาซากับเฉาอวี่ที่อยู่ข้างๆ ก็ถึงกับอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก

            แม้แต่หลี่ว์อันที่ดูถูกลู่เซิ่งมาโดยตลอดก็ยังมีรูม่านตาหดเกร็งด้วยความตกใจ

            แต่มันยังไม่จบแค่นี้

            ในตอนนี้เจ้าไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณที่อยู่ไม่ไกลเริ่มได้สติกลับคืนมาแล้ว

            เมื่อเห็นว่าผู้ใช้อาชีพมนุษย์ตัวจ้อยบังอาจมาท้าทายความน่าเกรงขามในฐานะราชาแห่งหุบเขาสิ้นหวังของมันนอกจากมันจะโกรธจัดแล้ว มันยังปล่อยสกิลใส่ลู่เซิ่งโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

            “โฮก!!”

            “เสียงคำรามแห่งความสิ้นหวัง!”

            วิ้ง...

            คลื่นเสียงอันสยดสยองแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศสั่นสะเทือนถึงขั้นทำให้พื้นดินโดยรอบแตกเป็นเสี่ยงๆ จนเศษหินปลิวว่อนไปทั่วชั้นบรรยากาศเสียงสะท้อนที่น่าสะพรึงกลัวนั้นยังคงดังก้องวนเวียนอยู่ในหุบเขาที่ลึกชันอย่างไม่ขาดสาย

            HP-577!!!

            ลู่เซิ่งที่อยู่เป็นเป้าสายตาถูกคลื่นเสียงนี้กระแทกเข้าอย่างจังนอกจากเขาจะเสียพลังชีวิตไปจำนวนหนึ่งแล้ว เขายังถูกสั่นสะเทือนจนหน้ามืดตาลายเกือบจะสลบไปตรงนั้น

            ทว่าไม่นานนักเขาก็กลับมาได้สติอีกครั้ง เขาแค่สะบัดศีรษะไล่ความมึนงงเล็กน้อยก่อนจะพุ่งเข้าหาไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณอีกครั้งด้วยท่าทางราวกับว่าหากไม่โค่นบอสตัวนี้ลงให้ได้เขาก็จะไม่ยอมถอยเด็ดขาด

            “พลังป้องกันสูงมาก!”

            ฟืด!

            เมื่อได้เห็นภาพนี้เฉาอวี่และสวี่ซาซาที่อยู่ด้านหลังก็ไม่อาจข่มความตกตะลึงในใจได้อีกต่อไปพวกเขาต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความทึ่ง

            นั่นเป็นเพราะพลังต่อสู้ที่ลู่เซิ่งแสดงออกมานั้นมันขัดกับหลักสามัญสำนึกเกินไปไม่เพียงแต่พลังโจมตีจะรุนแรงจนทำให้บอสถอยร่นได้แม้แต่พลังป้องกันก็ยังสูงส่งจนน่ากลัว

            ต้องรู้ก่อนว่าหากสกิล‘เสียงคำรามแห่งความสิ้นหวัง’ ปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่แล้วพวกเขาสองคนต้องรับการโจมตีตรงๆ ก็มีโอกาสสูงมากที่จะถูกฆ่าตายในทันที

            แต่ลู่เซิ่งกลับเสียเลือดไปเพียง500กว่าหน่วย แถมยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วพุ่งเข้าไปตะลุมบอนกับบอสต่อได้ทันที

            นี่มันยังใช่ผู้ใช้อาชีพพาลาดินสายพิพากษาที่คนบนดาวสีน้ำเงินต่างตราหน้าว่าเป็นอาชีพไร้ค่าอยู่หรือเปล่า?

            ต่อให้เป็นอาชีพระดับอัจฉริยะหรืออาชีพลับ ก็คงจะทำได้ประมาณนี้เองมั้ง

            “นี่... หรือว่านี่จะเป็นเพราะ... อุปกรณ์ระดับทองคำมืด?”

            ในที่สุดหลี่ว์อันก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง

            เมื่อเขามองไปที่เคียวปีศาจรูปทรงดุดันน่าเกรงขามในมือของลู่เซิ่ง ซึ่งกำลังเปล่งแสงสีแดงเข้มออกมา

            หลี่ว์อันก็เกือบจะหลุดปากร้องตะโกนออกมาด้วยความตกใจ

            เพราะบนดาวสีน้ำเงินในปัจจุบันมีเพียงอุปกรณ์ระดับ ‘ทองคำมืด’ เท่านั้นที่จะเปล่งแสงสีแดงเข้มเช่นนี้ออกมา

            และพาลาดินสายพิพากษาก็เป็นอาชีพที่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์อย่างยิ่งพาลาดินสายพิพากษาที่มีอุปกรณ์ครบมือกับพาลาดินสายพิพากษาที่ไม่มีอุปกรณ์เลยนั้นแทบจะเป็นคนละอาชีพกันเลยทีเดียว

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต ที่คุณอ่าน