เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

เล่มที่8 ตอนที่ 214 : ซื่อสัตย์

        จากคำพูดของหยุนเหมี่ยว ดูเหมือนนางต้องการที่จะให้ฮุ่ยหลินแต่งงานกับหยางเฉินให้ได้ ฮุ่ยหลินเองก็ทำได้แต่เพียงปิดปากเงียบเท่านั้น เธอส่งสายตาอาฆาตไปให้หยางเฉินที่เป็นคนทำให้สถานการณ์เริ่มแย่ลง

        หลินจี้อกั๋วเปิดปากขึ้นอีกครั้งอย่างเหนื่อยล้า “หยุนเอ๋อร์ เจ้าพูดถูก ไม่ว่าจะหน้าที่ของคนที่เป็นสามีอย่างข้าหรือผู้อาวุโสของหลานสาว ข้าก็ไม่สมควรได้รับมัน ทั้งฮุ่ยหลินและรั่วซีควรจะมีวัยเด็กที่งดงาม ได้รับความรักจากครอบครัว แต่ข้ากลับไม่เคยให้สิ่งนั้นกับพวกเธอ ข้ามัวแต่ทำงานและธุรกิจของตระกูล และใช้มันเป็นข้ออ้างมาโดยตลอด ข้าคงไม่มีข้อโต้แย้งหากเจ้าจะเปรียบเทียบระหว่างข้ากับเจ้าสารเลวน้อยนี่ อีกทั้งข้ายังด้อยกว่าอีกด้วย”

        หลินจี้อกั๋วหันกลับไปพูดกับหยางเฉินอีกครั้ง “ข้าไม่สนว่าเจ้าจะภูมิใจหรือไม่ที่ถูกเปรียบเทียบ แต่เท่าที่ข้ารู้ เจ้ายังไม่ทันได้แต่งงานกับรั่วซี แต่กลับมีคนรักอยู่อีกสามคนเสียแล้ว แถมยังรักใคร่กันแนบแน่น เจ้าคิดว่าจะปิดเรื่องนี้ไปจากพวกเราได้งั้นเรอะ?”

        หยางเฉินกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “ผมไม่เคยคิดที่จะปกปิดอะไรแม้แต่น้อย อีกอย่างพวกเธอก็เป็นคนรักของผมไม่มีทางที่ผมจะปล่อยพวกเธอไปแน่”

        “อะไรนะ?” หยุนเหมี่ยวเลิกคิวขึ้นด้วยความตกใจ “นี่หมายความว่าเจ้าอยากจะเป็นพระจักรพรรดิหรืออย่างไร ประเทศจีนยอมรับการมีภรรยาได้เพียงคนเดียว เจ้ากับรั่วซีกำลังทำผิดธรรมเนียมของประเทศเรา!”

        ฮุ่ยหลินที่ทั้งเขินและมึนงงกับสถานการณ์ตรงหน้า เมื่อได้ฟังดังนั้น หัวใจดวงน้อยของเธอก็เต็มไปด้วยความเศร้าใจยิ่งขึ้น

        หยางเฉินถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย

        “อาจารย์หยุนเหมี่ยว ความจริงแล้วผมไม่ได้คิดจะปกปิดเรื่องนี้กับคุณ แต่คุณไม่ได้ให้โอกาสผมอธิบาย แน่นอนว่าผมซื่อสัตย์ต่อรั่วซีที่เป็นภรรยาของผม แต่ในเมื่อเธอไม่ถาม ผมก็ไม่จำเป็นที่จะต้องบอกให้เธอฟัง บางทีมันอาจเกิดความปรองดองในหมู่ภรรยาผมก็ได้ ใครจะไปรู้ เพราะฉะนั้นอาจารย์หยุนเหมี่ยว คุณคงไม่คิดที่จะทำให้หลานของคุณมาแปดเปื้อนเพราะผมหรอก ใช่มั้ย? ถึงแม้ผมจะดีไม่เท่าสามีคุณก็เถอะ...”

        “เจ้ากล้าล้อเล่นกับข้าเรอะ!?” หลินจื้อกั๋วพูดขึ้นอย่างโกรธเกรี้ยว

        หยุนเหมี่ยวเอ่ยอย่างเย็นชา “เขาพูดถูก อย่างน้อยเขาก็ยังกล้าที่จะยอมรับ ต่างจากเจ้าที่ซ่อนเอาไว้และหลอกข้ามาโดยตลอด!”

        “หยุนเอ๋อร์ แบบนี้มันใช้ไม่ได้ หมอนี่ไม่แม้กระทั่งเคารพผู้อาวุโส เจ้าจะให้ยอมให้คนที่ไม่มีสัมมาคารวะแต่งงานกับหลานเจ้าเหรอ!?” หลินจื้อกั๋วกล่าว

        หยุนเหมี่ยวมองหลินจื้อกั๋วด้วยสายตาเหยียดหยาม “หลานข้าคือฮุ่ยหลินเท่านั้น ส่วนรั่วซีเป็นหลานของเจ้า คนตระกูลหลินจะว่าอย่างไรก็ช่าง และข้าก็เป็นคนดูแลฮุ่ยหลินมาตลอดชีวิตของนาง ไม่ใช่เจ้า เจ้าไม่มีสิทธิมายุ่งเกี่ยวกับนาง!”

        “วิธีการของเจ้ามันไม่มีเหตุผลเลย แต่ก่อนเจ้าไม่เคยเป็นอย่างนี้!”

        “หุบปากซะ!!”

        เมื่อหยางเฉินเห็นว่าเรื่องนี้เป็นการทะเลาะกันระหว่างสามีภรรยา ตัวเขาจึงไม่เข้าไปห้ามแต่อย่างใด

        ส่วนฮุ่ยหลินก็ได้แต่มองสงครามเย็นที่เกิดขึ้นอย่างขนลุก!

        แน่นอนว่าถึงแม้เธอจะโกรธปู่กับย่าเธอสักเพียงใด สุดท้ายทั้งสองคนก็ยังคงเป็นคนในครอบครัวเธอ และเป็นคนที่คอยดูแลเอาใจใส่เธอเสมอมา

        "คุณย่า คุณปู่ อย่าทะเลาะกันเลยนะคะ!”

        ฮุ่ยหลินเห็นย่าและปู่ของเธอทะเลาะกันอย่างรุนแรง หัวใจของเด็กสาวก็บีบรัดด้วยความเจ็บปวด หยาดน้ำตาค่อยๆ เอ่อไหลออกมาจากดวงตา

        “พวกท่านจะทะเลาะกันไปให้ได้อะไรขึ้นมา ถ้ายังจะทะเลาะกันอีก หนู... หนูจะไม่สนใจใครอีกแล้ว!”

        หลังจากนั้นฮุ่ยหลินที่ทั้งโกรธเละเสียใจก็วิ่งออกไปจากค่ายทหารทันที

        “เดี๋ยว... ฮุ่ยหลิน! ฮุ่ยหลิน! กลับมาก่อน!"

        หยุนเหมี่ยวและหลินจี้อกั๋วตะโกนเรียกฮุ่ยหลินหลายครั้ง แต่เธอก็ไม่กลับมา

        "หยางเฉิน เจ้ารออยู่ตรงนี้ก่อน อีกอย่างหนึ่ง เมื่อเจ้าแต่งงานกับหลานข้า ข้าไม่อนุญาตให้เจ้ามีนางสนมเพิ่มขึ้นแน่"

        เมื่อพูดจบนางก็วิ่งไปตามฮุ่ยหลินทันที

        หยางเฉินรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่ภายในใจ เขาไม่ได้อยากแต่งงานกับฮุ่ยหลินหรือรับเธอมาเป็นภรรยาอยู่แล้ว แต่ผู้หญิงคนนี้กำลังเริ่มกีดกันไม่ให้เขาไปยุ่งกับผู้หญิงอื่นแทนหลานของเธอเสียแล้ว?

        ดูเหมือนว่าซ่งเทียนฉิงนั้นถึงแม้จะสำเร็จวิชาบ่มเพาะจิตกำเนิดชีพ แต่ก็ไม่สามารถจัดการน้องสาวที่วุ่นวายคนนี้แม้แต่นิด

        หลินจื้อกั๋วมองหยางเฉินอย่างลึกซึ้งกล่าวว่า “เจ้าไม่จำเป็นจะต้องมาใส่ใจกับเรื่องภายในมากนัก หลานสาวทั้งสองของข้าต่างมีชีวิตที่แตกต่างกันเกินไป แต่ที่ทั้งคู่เหมือนกันคือข้าไม่อาจดูแลพวกเธอได้ แล้วก็อีกอย่างหนึ่ง... ขอบใจมากที่ช่วยเหลือพวกทีมมังกรและเปิดโปงแผนของต้วนเหริน เจ้าทำให้ทุกคนกลับมาได้อย่างปลอดภัย ความดีความชอบนี้จะต้องถูกบันทึกเอาไว้แน่นอน ส่วนพวกที่หนีไปนั้นเรากำลังสะกดรอยตามอยู่ ซึ่งข้าคิดว่ามันอาจส่งผลต่อเจ้าในอนาคตก็ได้”

        หยางเฉินยิ้ม “ตอนนี้ผมคิดว่ามันยังไม่มีผลกระทบอะไรกับผมนะ”

        “ภาพลักษณ์ของเจ้าไม่ใช่คนโหดร้าย นั่นทำให้มีคนต้องการลองดีกับเจ้า  เจ้าคิดหรือไม่ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะปกป้องผู้หญิงของเจ้าทั้งหมดเอาไว้ได้?” หลินจื้อกั๋วถามกลับ

        หยางเฉินเผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย็นชาออกมา

        “คุณควรจะรู้ว่าคนที่ต้องการจะมายุ่งกับผมนั้น ก็มีคนของคุณอยู่บ้างเช่นกัน ผมอาจจะไม่สามารถปกป้องพวกเธอได้ทั้งหมดก็จริง แต่ผมสามารถฆ่าคุณได้อย่างแน่นอน การล่มสลายขององค์กรซีโร่เป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถของผมได้ดีทีเดียว ถ้าคุณต้องการ จะทดลองก่อนก็ได้นะ”

        “เจ้ากล้าขู่ข้า!?” หลินจื้อกั๋วเผยสายตาโกรธเกรี้ยวออกมา

        หยางเฉินตอบคำถามเขาอย่างไม่ใส่ใจ “ตราบใดที่พวกคุณไม่มายุ่งกับผมและคนของผมมันก็จะไม่เกิดปัญหาอะไรขึ้น สนธิสัญญาเทพเจ้ายังคงผูกมัดผมอยู่ หากคุณไม่ล้ำเส้นของผม ผมก็จะไม่ทำให้คุณเดือดร้อนเช่นกัน”

        ใบหน้าของหลินจื้อกั๋วเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายที่ตีกันไปมาก่อนจะพูดขึ้น “เฮลิคอปเตอร์ข้างนอกจะทำให้เจ้ากลับไปได้อย่างรวดเร็ว จงใช้มันซะ”

        "ขอบคุณมาก"

        “เดี๋ยวก่อน!”

        หยางเฉินเดินไปได้ครึ่งทางก่อนจะหันกลับมา “มีอะไรเหรอครับ?”

        "ถ้าเกิดว่าเจ้า..." หลินจื้อกั๋วเอ่ยขึ้นอย่างลำบากใจ "ข้าหวังว่าเจ้าจะช่วยข้าพูดกับรั่วซี ข้าไม่ต้องการให้ครอบครัวของเราแตกแยกไปมากกว่านี้ แต่เธอก็ไม่ฟังข้าเลยแม้แต่นิด ข้าอยากให้เธอกลับมาเป็นคนตระกูลหลิน ไม่ต้องไประหกระเหินอยู่ข้างนอกนั่น กลับมาอยู่ในครอบครัวของเธอจริงๆ..."

        หยางเฉินยิ้มขึ้น "ผมเข้าใจว่าทำไมภรรยาผมถึงเกลียดขี้หน้าคุณอย่างมาก"

        "แน่นอนว่าเธอแค้นใจคนในครอบครัวของคุณที่ทำกับย่าของเธออย่างไม่ยุติธรรม และอีกอย่างหนึ่งผมคิดว่าคุณคงเข้าใจผิด เธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว ผมเองก็เป็นครอบครัวของเธอเช่นกัน" หลังจากนั้นหยางเฉินก็เดินออกไปจากค่ายทหาร

        หลินจื้อกั๋วกำลังตะลึงกับคำพูดของหยางเฉิน ถอนหายใจก่อนจะกล่าวว่า "ฮุยอี เจ้าว่าสิ่งที่เขาพูดมันถูกต้องหรือไม่?"

        เมื่อได้ยินเจ้านายของตนถาม ฮุยอีก็เอ่ยขึ้นเงียบๆ “ข้าคิดว่าค่อนข้างจะถูกต้องทีเดียว”

        “แต่... รั่วซีไม่เคยให้ข้าเข้าใกล้ แถมยังไม่คิดว่าข้าเป็นปู่ของเธออีกด้วย?” หลินจื้อกั๋วกล่าว

        "นายท่าน ถึงอย่างไรเธอก็เป็นหลานของท่าน เพียงแต่ความผิดทั้งหลายทั้งมวลที่เกิดขึ้นนั้น เพียงแค่ 20 ปีคงไม่มีทางที่จะหายไปง่ายๆ ทำไมเราไม่ให้เวลาหยางเฉินได้เข้าไปพูดคุยกับเธอก่อนล่ะ?" ฮุยอีกล่าว

        เมื่อหลินจื้อกั๋วได้ยินดังนั้นเขาก็ค่อยๆ จมเข้าไปในความคิดของตน

        เมื่อหยางเฉินออกมาจากค่ายทหารแล้วเขาก็ยังไม่เห็นหยุนเหมี่ยวและฮุ่ยหลินดูเหมือนทั้งคู่จะหายออกไปข้างนอก

        ใกล้ๆ กับเขา คนของสะพานเหล็กอัคคีเหลืองออกมารอรับเขา ใกล้กับจุดที่เฮลิคอปเตอร์จอดอยู่

        ยกเว้นหัวเป่าที่แผลรุนแรงจนต้องนอนรักษาตัวอยู่ภายในเต็นท์ แต่ก็ยังส่งยิ้มมาให้เขาเป็นระยะ

        "พวกเรามาส่งท่าน ในฐานะของตัวแทนของทีมมังกรแห่งกองพลน้อยเหยียนหวง ผมขอขอบคุณที่ท่านได้ช่วยเหลือพวกเราในครั้งนี้ด้วยใจจริง"

        ไห่เซี่ยวได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าทีมกล่าวขอบคุณหยางเฉิน

        หยางเฉินพยักหน้าตอบ “ผมก็หวังว่าในอนาคตพวกคุณคงจะไม่พลาดเหมือนกับครั้งนี้นะ”

        "การทรยศและความพ่ายแพ้ของเราก่อนหน้าเกิดจากต้วนเหริน แน่นอนว่ามันจะต้องไม่มีต้วนเหรินคนที่สองอีกเป็นอันขาด!" ต้าเจี่ยวเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ

        “ผมก็หวังว่าอย่างนั้น” หยางเฉินกล่าว

        เย่จื่อพูดขึ้นอย่างอายๆ ว่า "พี่ใหญ่หยาง ฉันฝากขอโทษป้าหม่ากับพี่โม่ด้วย ถ้ามีเวลาโอกาสหน้าฉันจะไปขอโทษพวกเธอด้วยตัวเองนะคะ"

        หลังจากนั้นเธอก็ก้าวไปกอดหยางเฉินอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบวิ่งหนีไปอย่างเอียงอาย ทุกคนในทีมต่างหัวเราะครืน ใบหน้าของเย่จื่อยิ่งทวีความแดงขึ้นเรื่อยๆ

        หยางเฉินบอกลาคนทั้ง 11 แล้วจึงนั่งเครื่องบินกลับไปยังหมู่บ้านคุนหมิง

        เขาคิดว่าหลังจากนี่คนที่บ้านของโม่เชี่ยนนีคงจะมีเรื่องอยากถามเขาอยู่มากมายเป็นแน่

        แต่หยางเฉินก็ไม่ได้สังเกตเห็นคนของกองพลน้อยเหยียนหวงคนหนึ่งที่กำลังลอบมองเขาอยู่ในมุมมืด และกำลังเผยแววตาแปลกๆ ออกมา...

คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน