Pioneer Era

    ตอนที่ 96 เงิน 5,000 ล้านยูนิต

    ***หนุ่มซื่อบื้อ [โฮป]

    “ขอบคุณที่ช่วยพวกเราหนีออกมา”

    “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เพื่อนของเพื่อนก็ต้องช่วยเหลือกันเป็นธรรมดาอยู่แล้วเจ้าค่ะ”

    คนที่มาช่วยพาพวกเราข้ามรั้วหนีออกมานอกเขตโรงเรียนได้ คือเพกมาไทต์ ยัยสาวกระต่ายดำ นักเรียนใหม่ที่เป็นเพื่อนสนิทของยัยลี่

    ผมนึกขอบคุณในความโชคดีของลี่ ที่มีเพื่อนฝีมือดียื่นมือมาช่วยพวกเราเอาไว้ในเวลาที่ต้องการพอดี

    “แต่ข้าน้อยสงสัยอยู่อย่างหนึ่งเจ้าค่ะ”

    “? ”

    “ทำไมถึงไม่ให้ท่านไฮเจนบินข้ามรั้วพร้อมกับเชือกละเจ้าคะ? ถ้าทำแบบนั้น ก็ใช้ปีนข้ามรั้วได้แล้วเจ้าค่ะ”

    ในตอนนั้นเองที่รู้สึกประหนึ่งโดนใครสักคนตบหัวเข้าเต็มแรง

    จริงด้วย! ลืมนึกถึงวิธีนี้ไปเลย!



    “พักเรื่องล้อเล่นเอาไว้แค่นี้ก่อน ว่าแต่การที่พวกคุณพยายามเลี่ยงสายตาทหารยาม แล้วติดอาวุธมาพร้อมแบบนี้ แสดงว่ากำลังคิดจะออกไปช่วยพวกท่านลี่สินะเจ้าคะ? ”

    “...ใช่”

    “ถ้าอย่างงั้นตามข้าน้อยมาทางนี้เลยเจ้าค่ะ”

    “เดียว---”

    ยัยกระต่ายวิ่งนำพวกเราตัดเข้าตรอกซอยที่ว่างเปล่าไร้ผู้คน

    ปกติจะไม่มีตรอกซอยที่ดูน่ากลัววังเวงแบบนี้

    เพราะปกติตัวเมืองจะถูกออกแบบให้เต็มไปด้วยต้นไม้ท้องถิ่นสวยงามเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงมีการจัดวางผังอย่างอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยไร้ซึ่งมุมอับปรากฏให้เห็น

    แต่ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน เลยทำให้วันนี้บนถนนหลักเต็มไปด้วยทหารยาม

    ประชาชนไม่ค่อยกล้าออกจากบ้าน

    สุดท้ายจึงทำให้ตรอกซอยที่มีคนเดินน้อยอยู่แล้ว กลายเป็นว่างเปล่าราวกับเมืองร้างไป



    “ (โฮป ไฮเจน เธอคนนี้วิ่งไม่มีเสียงดังออกมาเลยค่ะ ยังไงก็ระวังตัวเอาไว้ด้วย ฉันว่าเธอคนนี้มีฝีมือไม่ธรรมดาแน่นอนค่ะ) ”

    “ (อืม จะระวังเอาไว้) ”

    ถึงจะรู้สึกน่าสงสัย แต่เนื่องจากดีกว่าไปนั่งค้นหาร่องรอยเอง พวกเราสามคนจึงวิ่งตามเธอไป

    พวกเราวิ่งตัดผ่านซอยที่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีบนกระถางลอยฟ้า ผ่านสวนที่มีต้นไม้ขึ้นหนาทึบราวกับป่า

    แล้วไปหยุดที่กระท่อมไม้โทรม ๆ แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใจกลางสวนป่า

    “ที่นี่เจ้าค่ะ”

    บรรยากาศรอบตัวช่างสงบ มีเสียงนกน้อยขับขาน เสียงลมขัดสีกับยอดต้นไม้ เสียงสายธารน้ำที่ไหลเลียบผ่านสะท้อนดังกังวาล

    เสียงทั้งสามได้สอดประสานกลายเป็นบทเพลงธรรมชาติที่ไพเราะ อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมของป่าชวนให้รู้สึกผ่อนคลายสบายใจเสริมเข้าไปด้วย

    เจ้าของบ้านหลังนี้มีรสนิยมไม่เลวนะเนี่ย



    “นายท่านกำลังรออยู่ค่ะ”

    “นายท่าน? ”

    ยัยกระต่ายเปิดประตูไม้ตรงหน้าเข้าไปข้างใน

    พวกเราสามคนรีบเดินตามเข้าไป

    มันคือบ้านกระท่อมไม้ซุงที่มีกลิ่นอายแบบโบราณ

    หลังคาทรงจั่ว พรมทอมือ เครื่องเรือน เตาพิงไฟ ทุกอย่างล้วนแต่ตกแต่งด้วยของธรรมชาติ และก่อสร้างด้วยกรรมวิธีเข้ารูปไม้โดยไม่พึ่งปูนหรือตะปูแม้แต่น้อย

    ที่บนเตียงหนานุ่มด้านข้าง มีร่างของเมดสาวที่คุ้นตานอนอยู่คนหนึ่งกำลัง

    เธอกำลังส่งเสียงกรนน่ารักออกมาโดยไม่สนว่ามีแขกเข้ามาเยือน

    เธอคือ [สล็อต] หุ่นยนต์รับใช้โบราณลึกลับที่เหมือนกับโนอาร์คนนั้น



    "พวกเขามาแล้วค่ะ"

    ยัยกระต่ายดำพูดใส่เครื่องฉายโฮโลแกรมที่วางบนโต๊ะไม้ใจกลางห้อง ก่อนจะเริ่มฉายภาพของบุคคลที่ผมไม่อยากเจอหน้ามากที่สุดในโลกใบนี้ออกมาตรงหน้า…

    “... ไอมดหน้าเลือด”

    “ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ มาถึงก็ปากเสียใส่เลยนะ”

    ภายในกระท่อมไม้หลังเล็ก มีภาพสามมิติของบุรุษเผ่ามนุษย์มดสวมสูทสีเทาสูงสามเมตร และเขี้ยวหัก ฉายเอาไว้อยู่บนใจกลางโต๊ะไม้

    เขาคือเซอร์ไว ประธานหน้าเลือดที่หลอกต้มผมคนนั้น

    "กลับ…"

    "อย่าพึ่งรีบร้อนขนาดนั้นสิ ข้าคนนี้ถึงขนาดยอมโดดประชุมสำคัญออกมาเพื่อคุยกับเจ้าเลยนะ ข้ามีข้อมูลเกี่ยวกับเพื่อนของเจ้าที่โดนจับตัวไปอยู่ ไม่คิดจะฟังหรือ? "

    "!?! "

    ในตอนนั้นเองที่มีเสียงดังลอดผ่านโฮโลแกรมดังขึ้นมา



    ***



    "ใครกันที่ไร้สมองถึงขนาดสั่งให้หน่วยเรือรบยิงถล่มหอคอยกัน! ป่านนี้พวกที่อยู่ในเมืองหลวงของพวกชนเผ่าท้องถิ่นคงจะถูกจับกันไปหมดแล้ว! แล้วลูกสาวผม… ลูกสาวที่หายตัวไปคงจะ! "

    "... ถ้าลูกฉันตายไปละก็ พวกท่านคงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้นนะดอง? "

    "แล้วจะปล่อยให้พวกมันโจมตีเมืองฟรี ๆ นะหรือยะมะโตะ เอสเทอ? ส่วนลูกสาวของพวกท่าน เห็นสายข่าวรายงานว่าถูกหุ่นยนต์โบราณพาตัวออกไปจากเมืองตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ไม่ใช่ฝีมือของผู้ก่อการร้ายหรอกนะ"

    "แล้วมีหลักประกันอะไรมาบอกได้ว่าจะปลอดภัย!? หุ่นยนต์โบราณที่มีความเกี่ยวข้องกับหอคอยโบราณตัวนั้นอยู่ฝ่ายไหนก็ยังไม่แน่ชัดไม่ใช่หรือ! "

    "เรื่องหอคอยโบราณนี่มันละเอียดอ่อนนะ เพราะแบบนั้น สามีฉันเลยโหวตคัดค้านการถล่มกับไม่คิดจับตัวโนอาร์มาด้วยกำลังตั้งแต่แรก พวกท่านก็เห็นด้วยมิใช่หรือ? ดอง~ อีกอย่าง ไม่ใช่ว่ามีระบบบาเรียคลุมเมืองหรอกหรือ? ไม่ทันได้ลองเปิดใช้ แต่เล่นสั่งยิงโจมตีสวนกลับไปก่อนเลยเนี่ย คิดที่จะทำสงครามกันหรือพวกท่าน? ดอง~"

    "ยะมะโตะ เอสเทอ สถานการณ์มันเปลี่ยนไปตั้งนานแล้ว พวกท่านสองคนที่ลาออกจากวงการนี้ไปนาน ไม่มีทางรู้ได้หรอก"

    " ถ้าคิดแบบนั้น ก็อย่าเรียกพวกเรากลับมาใช้งานสิดอง…"

    "ถึงพวกผมจะแก่ แต่ก็ยังไม่หมดเขี้ยวเล็บนะครับ ก่อนจะเริ่มจัดการปัญหาภายในทวีปนี้ พวกเรามาสังคายนารัฐบาลของพวกเรากันเองดีกว่ากันก่อนไหมละครับ? "

    "การเมืองที่นี่มันปวดหัวซับซ้อนกว่าที่เจ้ารู้นะสเลบ อยู่ใกล้ราชินีของเจ้าทุกวัน ไม่รู้สึกถึงปัญหาบ้างเลยเรอะ? "

    "รู้สิครับ เพราะแบบนั้นถึงได้สงสัยคณะรัฐบาลอย่างพวกท่าน ว่าจงใจยิงถล่มหอคอยโบราณเมื่อวันก่อนยังไงละครับ? ท่านราชินีของกระผมไม่เคยบอกผมสักครั้ง ว่าต้องการทวีปนี้มากจนถึงขนาดต้องจุดฉนวนทำสงครามเพื่อหาเหตุผลแย่งชิงมาเลยนะครับ"

    "โอ๊ย! พอกันที! ถ้าการประชุมยังไม่คืบหน้า ฉันจะออกไปช่วยบานาคนเดียวแล้ว! "

    "แครอท! เดียวก่อน! ฉันขอไปด้วยจิ! "

    "ได้เลยเปอร์ไซด์ ถ้ามีเธออยู่ด้วย ใครก็มาขวางไม่ได้แล้วละ"



    ***



    "นี่ขนาดแอบดอดหนีมาห้องประชุมว่าง ๆ แล้ว เสียงยังดังลั่นมาถึงตรงนี้เลยแฮะ พวกวีรบุรุษนี่เสียงดังดีแท้"

    ภาพฉายของเจ้าประธานมดหน้าเลือดพูดอย่างหัวเราะชอบใจ

    "ดูอารมณ์ดีจังนะครับ? "

    "เห็นเป็นแบบนั้นนะหรือ? "

    ในตอนนั้นเองที่เขาจับจ้องมาทางผมด้วยรอยยิ้ม

    แต่เป็นรอยยิ้มที่---

    "ข้าเกลียดพวกแม่งวะ"

    ---ที่ชวนให้รู้สึกน่ากลัวอย่างน่าประหลาด…



    "ขอถามอะไรเจ้าหน่อย ในสายตาของคนนอกอย่างเจ้า คิดว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เมื่อวานนี้? "

    "เบื้องหลังเหตุการณ์เมื่อวาน? มันมีเบื้องหลังด้วยหรือ? "

    ไม่ใช่ว่าแค่มีผู้ก่อการร้ายบุกเฉย ๆ หรือยังไง?

    "คืองี้ เมื่อวานมีคำสั่งจากใครก็ไม่รู้ สั่งให้ถอนกำลังยามออกมาจากในสนามประลองให้มีน้อยลงกว่าที่ควรมี จนเป็นเหตุให้ผู้ก่อการร้ายลงมือได้อย่างสบาย ๆ นะ"

    มะ… มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยอย่างงั้นหรือ?

    ทำไปแล้วจะได้ประโยชน์อะไร?

    เพราะถ้าเกิดเรื่องวุ่นวาย เดียวก็ได้กลายเป็นความขัดแย้งระหว่างเผ่าขึ้นมา เหมือนอย่างที่กำลังคุกรุ่นในตอนนี้กันพอดี

    แล้วถ้าฟ้าลมเป็นใจ พัดพาไปในทิศทางให้เกิดสงคราม คนที่จะชนะเป็นคนสุดท้ายคงเป็นฝ่ายพวกเรา

    ฝ่ายผู้ชนะสงคราม คงจะได้ยึดครองทุกอย่างของผู้แพ้สงคราม

    ซึ่งคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุด ก็มีเผ่ามนุษย์มดที่มีประชากรล้นทวีป กับ… เออ… รัฐบาล? แล้วก็คนที่จะได้รีดทรัพยากร…

    "เจ้าของธุรกิจที่จะได้ขูดรีดทรัพยากร… หรือว่าแก! "

    "เออ นั่นละ ใคร ๆ ก็คิดแบบนี้กันหมด มีแต่คนจ้องยัดข้อหาให้ข้า แต่กลับไม่มีใครโทษเจ้าของบริษัทอย่างยะมะโตะเลยสักคน ลำเอียงกันชัด ๆ "

    ว่าแล้วเขาก็ถอนหายใจออกมาทีหนึ่ง

    "แถมเป็นเพราะข้ารอดจากการถูกจับเป็นตัวประกันมาได้เมื่อวานนี้ เลยยิ่งตอกย้ำ ทำให้หลายคนคิดว่าข้าคือผู้อยู่เบื้องหลัง ว่าเป็นคนที่แอบฮั้วกับราชินีเผ่ามนุษย์มด หรือไปฮั้วกับรัฐบาลสักคน เพื่อก่อเรื่องเมื่อวานขึ้นกันทั้งนั้น… "

    เจ้าประธานหน้าเลือดถอนหายใจออกมาเป็นครั้งที่สอง แล้วยกไวท์แดงแก้วหนึ่งขึ้นมาดื่มจนหมดรวดเดียว

    "เจ้าพวกวีรบุรุษสมองกลวง นึกว่าจะเป็นพวกที่ฉลาดกว่านี้เสียอีก ข้าละรู้สึกผิดหวังในตัวพวกมันจริง ๆ โชคดีที่ประธานยะมะโตะ กับประธานเอสเทอช่วยพูดให้ ข้าเลยยังไม่ถูกจับควบคุมตัวนะ"

    "ทำตัวเองทั้งนั้น อยากอยู่ในจุดยืนที่น่าสงสัยเองไม่ใช่เรอะ---"



    "อย่ามาดูถูกข้า! "

    "เหวอ!? "

    เสียงตะโกนของเขา ถึงกับทำให้ลำโพงของเครื่องโฮโลแกรมแตกพังทลาย

    "ใครมันจะวางแผนเพื่อให้ [ครอบครัว] กับ [ลูกน้อง] ต้องไปเสี่ยงภัยกัน! ถ้าข้าจะทำ ข้าจะไม่มีวันทำให้ครอบครัวกับลูกน้องต้องเสี่ยงชีวิตเด็ดขาด! คิดว่าไอที่ส่งไปสานสัมพันธ์กับพวกสัตว์หน้าขนที่เมืองหลวงของมัน มีกี่ชีวิตที่เป็นคนของข้า!? ห้าร้อย! ห้าร้อยชีวิตเลยนะเฟ้ย! แล้วห้าร้อยคนที่ว่าก็ยังไม่สามารถติดต่อได้! ถ้าถามว่าใครคือคนที่อยากจะหาตัวต้นเหตุครั้งนี้มากที่สุด ก็คือข้าคนนี้นี่แหละ! "

    นะ--- น่ากลัว!

    เจ้าประธานมดหน้าเลือดมันเป็นคนรักลูกน้องกับครอบครัวขนาดนี้เลยอย่างงั้นเรอะ?



    "... ท่านค่ะ อย่าลืมจุดประสงค์แรกสิเจ้าคะ? "

    "... ขอโทษที"

    เพราะคำพูดของยัยกระต่ายดำ เลยทำให้ประธานมดหน้าเลือดดูสงบสติขึ้นมาบ้าง

    เขาทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ ยกแก้วไวท์แก้วใหม่ขึ้นมาดื่มจนหมด ก่อนจะเริ่มพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งราวกับความฉุนเฉียวเมื่อกี้เป็นเรื่องโกหก

    "ก่อนอื่น ที่ข้าให้กระต่ายน้อยผู้น่ารักไปรับพวกเจ้ามา ก็เพราะอยากจะมอบสิ่งนี้ให้"

    ว่าแล้วยัยกระต่ายดำก็หยิบป้ายขนาดใหญ่ที่ถูกเขียนเอาไว้ว่า [เงินรางวัล] ขึ้นมาถือบนมือทั้งสองข้าง

    "ถึงจะไม่มีพิธีการ แต่ในฐานะสปอนเซอร์ผู้จัดงานหลัก ขอเป็นตัวแทนบานา มอบเงินรางวัลประลองยุทธ์จำนวนสิบล้านยูนิตให้กับเจ้า"

    "ให้แล้วเจ้าค่ะ"

    "..."

    ผมรับป้ายมาจากยัยกระต่ายด้วยความรู้สึกที่มึนงง

    เพราะว่าถ้าพูดกันตามจริง คือผมลืมเรื่องเงินรางวัลเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว…



    "พาพวกเรามาเพื่อเรื่องแค่นี้? "

    ไหนว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับเพื่อนของผมที่จับตัวไปไม่ใช่หรือ?

    "ใจเย็นสิ ต่อมาคือเรื่องหนี้สินของเจ้า"

    "หะ...หืมมมม!? "

    หนี้สิน… หนี้สินอะไรกันฟะ!?

    "อย่างแรก ถ้ายังจำกันได้ ความเสียหายจาก [บริษัทเหมืองแร่โฮป] เจ้าจะต้องแบกรับเอาไว้ทั้งหมด ซึ่งเหตุการณ์เมื่อวาน มันทำให้สำนักงานของบริษัทที่ตั้งในเมืองเสียหาย ค่าชดใช้ที่เกิดขึ้นก็--- ราวหนึ่งล้านยูนิต"

    … ฉิบหาย

    เอาวะ อย่างน้อยก็ยังเหลือเก้า---

    "ต่อมาคือค่าเสียหายของสนามแข่งที่ทีมเจ้าทำเอาไว้ ซึ่งไม่ต้องห่วง ทางการได้แยกชัดเจนแล้วว่าส่วนไหนเกิดจากกลุ่มก่อการร้าย ส่วนไหนเกิดจากฝีมือทีมของทีมเจ้า ซึ่งค่าเสียหายโดยรวมก็คือ… ห้าพันล้านยูนิตที่เจ้าต้องจ่ายให้กับเจ้าของสเตเดียม ซึ่งก็คือภาครัฐบาลอะนะ คิดว่าอีกเดียวคงส่งจดหมายมาแจ้งกับเจ้าเองนั่นละ"

    อันนี้ฉิบหายของจริง!

    "บะ… บ้าชัด ๆ! "

    "ซึ่งคนที่แฉรายการค่าเสียหายให้ภาครัฐ คือข้าคนนี้เอง"

    "ไอสารเลว! "

    "แต่ว่าข้าเป็นคนใจดี เลยคิดว่าจะออกค่ารับผิดชอบแทนเจ้าให้ทั้งหมด รวมไปถึงค่ารับผิดชอบของบริษัทโฮปที่เจ้าแบกเอาไว้ด้วย"

    " ท่านนักบุญผู้ยิ่งใหญ่ ขอบคุณครับ! "

    "... เปลี่ยนสีทันทีเลยนะ แต่นั่นละ ข้าถือคติไม่ให้อะไรกับใครฟรี ๆ ดังนั้น เจ้าคงต้องเหนื่อยทำงานให้กับข้าสักหนึ่งอย่างก่อน"

    ผมกลืนน้ำลายแล้วตั้งใจฟังในสิ่งที่เขากำลังจะพูดออกมา

    "เจ้าจะต้องสวมชุดกับอาวุธของบริษัทข้า แล้วออกไปช่วยตัวประกันก่อนเจ้าหน้าที่ทางการจะไปถึง แล้วยกเครดิตการช่วยเหลือทุกอย่างให้กับข้า เพื่อแลกกับหนี้สินของเจ้าทั้งหมด ตกลงไหม? "

    เล่นงี้กันเลยเรอะ?

    แต่ข้อเสนอมันไม่เลวอยู่นะ



    "…ได้---"

    "โฮป! "

    จะตะโกนแทรกขึ้นมาทำไมกันเล่าพรุน!?

    "อย่าพึ่งรีบตกลงค่ะ"

    "แต่ว่าพวกเราตั้งใจจะไปช่วยเพื่อนอยู่แล้ว แถมนี่ยังได้ทั้งข้อมูลกับอาวุธ กำไรเห็น ๆ เลยไม่ใช่หรือพรุน? "

    "มันก็จริงค่ะ แต่ช่วยคิดมากกว่านี้ก่อนตอบไม่ดีกว่าหรือคะ? อย่างเช่น ถ้าหากอยากกู้ชื่อตัวเองด้วยการช่วยตัวประกัน สู้คุณเซอร์ไวใช้คนของตัวเองยังจะดีกว่าใช้งานเด็กอย่างพวกเราหรือเปล่าคะ? อีกอย่าง ข้อมูลที่อยู่ของฐานทัพผู้ก่อการร้าย ไปหามาจากไหนกันละคะ? "

    เออ… ถูกของพรุนแฮะ

    "ตัวข้าโดนจับตาดูอยู่ เลยเคลื่อนไหวคนสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ อีกอย่าง เรื่องอะไรข้าจะต้องส่งคนของตัวเองออกไปเสี่ยงชีวิตกันด้วยละ? ส่วนเรื่องข้อมูล ตอนที่พวกมันจับตัวข้าได้ พวกมันพล่ามออกมากันเองเลยว่าฐานทัพตั้งอยู่ที่ไหนนะ และเหตุผลสุดท้าย คือข้าประเมินว่าพวกเจ้าแกร่งกล้ากว่าทหารรับจ้างส่วนตัวของข้าไปแล้วนะ"

    ไอหมอนี่…

    พวกตรูไม่ใช่หมากใช้แล้วทิ้งนะเฟ้ย!

    แต่ว่าหนี้สินห้าพันล้านมันก็ออกจะลำบากเอาการอยู่…

    "อีกอย่าง ข้ากะจะส่งแม่กระต่ายสุดน่ารักเพกมาไทต์ไปกับพวกเจ้าด้วย แม่นี่คือคนที่ช่วยข้าออกมาจากเงื้อมือผู้ก่อการร้ายเมื่อวาน รับประกันฝีมือได้"

    "..."

    พรุนหันมาทางผมทีหนึ่ง แล้วหันไปทางไฮเจน ก่อนจะหันไปทางประธานมดหน้าเลือด

    "ทางนี้คือคนที่เสี่ยงชีวิตเพื่อชื่อเสียงของท่าน รบกวนเพิ่มผลประโยชน์ให้อีกสักข้อด้วยค่ะ"

    "... ว่ามา"

    " กรุณาช่วยเปลี่ยนเนื้อหาสัญญาเรื่องบริษัทที่ท่านเคยทำเอาไว้กับโฮปทีค่ะ"

    "ฮะ ฮะ ฮะ ฉลาดต่อรองดีนี่? แต่หวังน้อยจริง ไม่มีความโลภเลยเจ้านะ ได้สิ ข้ายอมทำตามคำขอนั้นให้"


    “ถ้าท่านผิดสัญญา… เอาเถอะ ฉันดูแล้วท่านคงไม่ใช่คนที่จะมาพูดผิดสัญญาหน้าด้าน ๆ หรอกใช่หรือเปล่าคะ? ”

    “ถ้าไม่เชื่อใจ จะให้ลงเป็นลายลักอักษรตอนนี้ก็ได้นะ? ”

    พรุน นี่เธอ…

    "เอาละ ถ้าตกลงกันได้แล้ว งั้นมาเริ่มกันเลย ข้าจะพูดแค่รอบเดียวเท่านั้น ถึงข้อมูลที่อยู่ของพวกผู้ก่อการร้าย"

    ผมกลืนน้ำลายลงคออีกรอบ

    "ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทวีป ดินแดน [ทะเลสาปไข่มุข] ที่นั่น คือฐานทัพหลักของพวกมัน"

    พวกลี่อยู่ที่นั่นสินะ…

    ถึงจะกลายเป็นหมากเพื่อสร้างชื่อเสียงของไอบ้านี่ แต่ก็ยังดีกว่าไร้พลังจนช่วยเพื่อนไม่ได้ละฟะ

    ค่อยก่อนนะ พวกผม กำลังจะไปช่วยเดียวนี้แล้ว!

    คล้ายกับเรื่องPioneer Era ที่คุณอ่าน