ดาบเทพมังกร (Sword of the Dragon God)

    บทที่ 56 ระบำเพลิงสังหาร ณ หุบเขาหมาป่าดำ

    อีกหนึ่งสัปดาห์ผ่านไป เฟยหลงไม่ได้ฝึกฝนการตวัดดาบอย่างไร้จุดหมายอีกต่อไป แต่เขาใช้เวลาที่เหลือในการปรับตัวให้เข้ากับพลังใหม่และฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจให้กลับสู่จุดสูงสุด เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการล่าสัตว์อสูรระดับต่ำในป่าหมอกอสูรเพื่อฝึกฝนการใช้ "เพลิงแค้นแรกเผา" ในสถานการณ์จริง

    เขาเรียนรู้ว่าการใช้กระบวนท่านี้ในขณะที่เคลื่อนไหวนั้นยากกว่าการยืนอยู่นิ่งๆ หลายเท่า มันต้องการสมาธิและการตัดสินใจที่เฉียบคมในเสี้ยววินาที เขาต้องสร้างโอกาส สังหารในดาบเดียว แล้วถอยออกมาทันที เพราะการใช้พลังนี้แต่ละครั้งคือการเปิดช่องว่างให้แก่ศัตรูเช่นกัน มันคือดาบสองคมอย่างแท้จริง

    เมื่อเขามั่นใจในความสามารถของตนเองแล้ว การเดินทางสู่ "หุบเขาหมาป่าดำ" ก็ได้เริ่มต้นขึ้น

    ด้วยคำชี้แนะของเฟิ่งหวงที่สามารถสัมผัสได้ถึงไอสังหารและความชั่วร้ายที่รวมตัวกันอยู่ และการเคลื่อนไหวอันไร้ร่องรอยจาก "วิชาก้าวเงา" ของเฮยหลง เฟยหลงใช้เวลาเพียงครึ่งค่อนวันก็มาถึงปากทางเข้าหุบเขา เขาลอบขึ้นไปบนหน้าผาสูง มองลงไปยังค่ายโจรที่ตั้งอยู่เบื้องล่าง

    ค่ายของกลุ่มหมาป่าดำนั้นใหญ่กว่าที่เขาคิด มีโจรอย่างน้อยห้าสิบถึงหกสิบคน ส่วนใหญ่มีพลังอยู่ในขั้นก่อกำเนิด แต่มีอยู่สี่ถึงห้าคนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าระดับย่อยซึ่งมีพลังถึงขั้นธาราไหลขั้นต้นและขั้นกลาง ที่น่าจับตาที่สุดคือชายร่างกำยำที่มีรอยแผลเป็นพาดผ่านใบหน้า กำลังนั่งดื่มสุราอยู่หน้ากระโจมที่ใหญ่ที่สุด พลังของมันแผ่ออกมาอย่างชัดเจน... ขั้นธาราไหลขั้นปลาย!

    "ดูเหมือนว่าเราจะเจอรางวัลใหญ่กว่าที่คิด" เฟยหลงพึมพำกับตัวเอง

    "ดีแล้วมิใช่รึ?" เฟิ่งหวงกล่าวอย่างกระหายเลือด "ยิ่งมีมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสนุกเท่านั้น! สังหารพวกมันให้หมด! อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว!"

    "ใจเย็น" เฮยหลงปราม "อย่าบุ่มบ่าม เจ้าหนู สังเกตการณ์ก่อน หาจุดอ่อนและวางแผนให้ดี การสังหารไม่ใช่แค่การใช้กำลัง"

    เฟยหลงเห็นด้วยกับเฮยหลง เขาใช้เวลาเกือบทั้งบ่ายในการสังเกตการณ์อย่างอดทน เขาจดจำเส้นทางการเดินยาม จุดที่มียามหนาแน่น และจุดที่เป็นคลังเสบียงและอาวุธของพวกมัน จนกระทั่งราตรีกาลมาเยือน... เวลาแห่งการล่าก็ได้เริ่มต้นขึ้น

    เฟยหลงหลอมรวมร่างของตนเข้ากับเงามืดด้วยวิชาก้าวเงา เขาลอบเข้าไปในค่ายราวกับภูตผีไร้ตัวตน เป้าหมายแรกของเขามิใช่หัวหน้าใหญ่ แต่เป็นหอสังเกตการณ์ไม้สี่มุมค่าย

    เขาปรากฏตัวขึ้นด้านหลังยามคนแรกอย่างเงียบกริบ ก่อนที่มันจะทันได้ร้องออกมา มือของเขาก็จับเข้าที่ต้นคอและบิดจนหักสะบั้น เขาทิ้งร่างไร้วิญญาณลงอย่างแผ่วเบา แล้วเคลื่อนไปยังหอต่อไป... ต่อไป... และต่อไป...

    ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ยามบนหอสังเกตการณ์ทั้งสี่ก็ถูกสังหารทั้งหมดโดยไม่มีใครรู้ตัว

    จากนั้น เป้าหมายต่อไปของเขาคือคลังเสบียงและอาวุธ ที่นี่มียามเฝ้าอยู่สี่คน หนึ่งในนั้นเป็นยอดฝีมือขั้นธาราไหลขั้นต้น เฟยหลงรู้ดีว่าการลอบสังหารเงียบๆ นั้นเป็นไปได้ยาก เขาจึงตัดสินใจที่จะสร้างความโกลาหล!

    เขายืนอยู่ในเงามืด ห่างจากคลังเสบียงประมาณสามสิบจั้ง เขาสูดหายใจเข้าลึก ดึงความรู้สึกเย็นชาและเด็ดขาดออกมาหลอมรวมกับเจตจำนงแห่งการทำลายล้าง...

    "เพลิงแค้นแรกเผา!"

    คลื่นเพลิงสีชาดที่ถูกบีบอัดจนเข้มข้นพุ่งออกจากปลายดาบราวกับดาวตก มันแหวกผ่านความมืดมิดและเข้าปะทะกับคลังเก็บเสบียงที่เป็นไม้โดยตรง!

    ตู้มมมมมม!

    เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาทไปทั่วทั้งหุบเขา! คลังเสบียงระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เปลวไฟสีเลือดลุกท่วมขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนราวกับประภาคารแห่งความตาย!

    "เกิดอะไรขึ้น!"

    "มีผู้บุกรุก!"

    เหล่าโจรที่กำลังหลับใหลและดื่มสุรากันอย่างสนุกสนานต่างตื่นตระหนกและวิ่งกันอย่างโกลาหล พวกมันคว้าอาวุธและพยายามมองหาต้นตอของเหตุการณ์

    เฟยหลงไม่รอช้า เขาใช้วิชาก้าวเงาพุ่งเข้าใส่กลุ่มโจรที่กำลังสับสนวุ่นวายราวกับพยัคฆ์ร้ายในฝูงแกะ ดาบราชันย์เพลิงในมือของเขากลายเป็นยมทูตเก็บเกี่ยวชีวิต ทุกครั้งที่ตวัดออกไป จะมีร่างของโจรล้มลง เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว

    "ไอ้สารเลว! มันอยู่ทางนั้น!" โจรคนหนึ่งตะโกนชี้มาที่เขา

    เหล่าโจรรีบกรูกันเข้ามาล้อมเขาไว้จากทุกทิศทาง เฟยหลงแสยะยิ้มเย็นชา

    "มาดี... จะได้ไม่ต้องเสียเวลาตามหา"

    เขากระโดดถอยหลังเพื่อสร้างระยะห่าง ก่อนจะตวัดดาบราชันย์เพลิงออกไปอีกครั้ง!

    "เพลิงแค้นแรกเผา!"

    คลื่นเพลิงที่บ้าคลั่งกวาดผ่านกลุ่มโจรที่อยู่เบื้องหน้าไปเป็นแนวรัศมีกว้าง ร่างของโจรเกือบสิบคนถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา พวกมันแม้แต่จะกรีดร้องก็ยังทำไม่ทัน!

    "อ๊ากกก! ปีศาจ! มันคือปีศาจ!"

    ความโหดเหี้ยมและพลังทำลายล้างที่เหนือสามัญสำนึกทำให้เหล่าโจรที่เหลือขวัญกระเจิง พวกมันสูญสิ้นความกล้าที่จะต่อสู้อย่างสิ้นเชิง

    "หนอย! ไอ้เด็กเมื่อวานซืน!" เสียงคำรามดังกึกก้อง หัวหน้าใหญ่ที่มีรอยแผลเป็นพุ่งออกมาจากกระโจม พลังปราณขั้นธาราไหลขั้นปลายปะทุออกมาอย่างเต็มที่ ในมือของมันคือขวานยักษ์ที่ดูน่าเกรงขาม "แกเป็นใคร! บังอาจมาทำลายรังของข้า!"

    เฟยหลงมองมันด้วยสายตาเย็นชา "คนที่มาเก็บหนี้... แทนคนที่พวกแกเคยปล้นฆ่า"

    "ปากดี!" หัวหน้าโจรคำรามลั่น มันกระทืบเท้าจนพื้นดินสั่นสะเทือนแล้วพุ่งเข้าใส่เฟยหลง ขวานยักษ์ในมือถูกเหวี่ยงออกไปอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงแหวกอากาศ

    เฟยหลงไม่คิดปะทะด้วยตรงๆ เขาใช้วิชาก้าวเงาหลบหลีกไปด้านข้างอย่างฉิวเฉียด คมขวานฟันพลาดลงบนพื้นจนเกิดเป็นรอยลึกยาว

    การต่อสู้ที่แท้จริงได้เริ่มขึ้นแล้ว หัวหน้าโจรนั้นแข็งแกร่งและมีประสบการณ์การต่อสู้สูงกว่าโจรทั่วไปมาก มันเหวี่ยงขวานโจมตีอย่างต่อเนื่องและบ้าคลั่ง บีบให้เฟยหลงต้องหลบหลีกอยู่ตลอดเวลา

    "คิดจะหนีอย่างเดียวรึ ไอ้ขี้ขลาด!" มันตะโกนเย้ยหยัน

    "ข้าแค่กำลังรอจังหวะ" เฟยหลงตอบกลับเสียงเรียบ

    ในขณะที่หลบการโจมตี เขาก็แอบโคจรพลังปราณเตรียมพร้อมใช้วิชาฝ่ามือระลอกคลื่น เมื่อหัวหน้าโจรเหวี่ยงขวานพลาดอีกครั้งและเกิดช่องว่างชั่วพริบตา เฟยหลงก็ฉวยโอกาสนั้นพุ่งสวนเข้าไป!

    "ฝ่ามือระลอกคลื่น!"

    เขาซัดฝ่ามือเข้าที่หน้าอกของหัวหน้าโจรโดยตรง!

    ปัง!

    หัวหน้าโจรรู้สึกถึงแรงกระแทกมหาศาล แต่มันกลับหัวเราะออกมา "ฮ่าๆๆ! แค่นี้รึ! เหมือนมดกัด!"

    แต่แล้วรอยยิ้มของมันก็แข็งค้าง มันรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่มองไม่เห็นกำลังอาละวาดอยู่ภายในร่างกาย อวัยวะภายในของมันปั่นป่วนจนต้องกระอักเลือดออกมาคำใหญ่!

    นี่คือโอกาส!

    ในขณะที่หัวหน้าโจรชะงักงัน เฟยหลงก็ถอยห่างออกมาอีกครั้ง เขารวบรวมพลังปราณทั้งหมดที่เหลืออยู่ ผสานเข้ากับเจตจำนงสังหารที่เข้มข้นที่สุด

    "จบสิ้นกันแค่นี้แหละ!"

    "เพลิงแค้นแรกเผา!!!"

    คลื่นเพลิงสีชาดที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เขาเคยใช้มาพุ่งเข้าใส่ร่างของหัวหน้าโจรที่กำลังป้องกันตัวเองไม่ทัน

    "ไม่!!!"

    ตู้มมมมมมม!!!

    ร่างของหัวหน้าใหญ่แห่งกลุ่มหมาป่าดำถูกกลืนหายเข้าไปในเปลวเพลิงแห่งความแค้นจนไม่เหลือแม้แต่เถ้ากระดูก

    เมื่อหัวหน้าตาย เหล่าโจรที่เหลือก็สิ้นหวังโดยสมบูรณ์ พวกมันทิ้งอาวุธและพยายามวิ่งหนีเอาชีวิตรอด แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว เฟยหลงในยามนี้ไม่ต่างจากยมทูตจากขุมนรก เขาไล่ล่าและสังหารพวกมันทุกคนจนหมดสิ้น

    ในคืนนั้น... หุบเขาหมาป่าดำได้กลายเป็นทะเลเพลิงและสุสานของเหล่าโจรอย่างแท้จริง

    เฟยหลงยืนอยู่ท่ามกลางซากศพและเปลวไฟ หอบหายใจอย่างหนักหน่วง พลังปราณของเขาหมดเกลี้ยง และร่างกายก็เหนื่อยล้าจนแทบยืนไม่ไหว แต่ในใจของเขากลับรู้สึกถึงความสำเร็จอย่างท่วมท้น

    เขาได้พิสูจน์แล้ว... เขาสามารถควบคุมพลังอันน่าสะพรึงกลัวนี้ได้ เขาสามารถเปลี่ยนความแค้นให้กลายเป็นอาวุธสังหารศัตรูได้

    เขาเดินไปสำรวจค่ายโจรและพบกับทรัพย์สมบัติที่พวกมันปล้นชิงมามากมาย รวมถึงเคล็ดวิชาและสมุนไพรบางส่วน เขาเก็บของมีค่าทั้งหมดใส่แหวนมิติของเขา

    คล้ายกับเรื่องดาบเทพมังกร (Sword of the Dragon God) ที่คุณอ่าน