บทที่ 42 คฤหาสน์แสนแพง แต่เข้าอยู่ไม่ได้
“ปลายฟ้ากว้างไกลสุดสายตาคือความรักของฉัน
ใต้เนินเขียวชอุ่ม ดอกไม้บานสะพรั่ง
จังหวะแบบไหนกัน ที่โยกย้ายสุดเหวี่ยง
เสียงเพลงแบบไหนกัน ที่ร้องแล้วเปิดใจที่สุด...
ก็เพลง ‘สไตล์ชาติพันธุ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด’ ไงล่ะ!”
จนถึงตอนนี้ พอนึกถึงเรื่องราวในวันนั้น ไป๋จวิ้นก็ยังรู้สึกว่าท่วงทำนองสุดหลอนนั่นยังคงก้องอยู่ในหู
เขาพูดกับซางเฟยหว่านด้วยน้ำเสียงที่เกือบจะสติแตก “หลังจากนั้น ไม่ว่าฉันจะผ่านไปคฤหาสน์แถวนั้นกี่ครั้ง ฉันก็ต้องอ้อมไปทางอื่นตลอดเลย! มันเฮี้ยน จริง ๆ นะ! ตอนนั้น เจ้าของโครงการถึงขั้นไปหาซินแสมาปราบผีเลย แต่ก็ไม่มีประโยชน์ ไม่มีประโยชน์เลยแม้แต่นิดเดียว ตอนนี้คฤหาสน์แถวนั้นก็เลยถูกปล่อยร้างเอาไว้หมด”
ซางเฟยหว่านพูด “งั้นก็เงียบสงบ เหมาะกับฉันอยู่เหมือนกัน”
“เธอไม่กลัวเลยเหรอ?” พูดจบ เขาก็นึกอะไรบางอย่างออก “อ้อ จริงสิ เธอยังปราบวิญญาณได้เลย แน่นอนว่าเธอต้องไม่กลัวอยู่แล้ว”
“โอเค ถ้าเธอชอบคฤหาสน์หลังนั้นจริง ๆ ฉันยกให้เธอก็ได้!”
ซางเฟยหว่านถาม “ตอนนั้นบ้านหลังนี้ราคาเท่าไหร่เหรอ?”
ไป๋จวิ้นโบกมือปฏิเสธ “ไม่ต้องจ่ายเงินหรอก เป็นของที่เจ้าของโครงการให้มา จริง ๆ แล้ว พวกเขามีเรื่องให้ตระกูลไป๋ของเราช่วย ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน ก็เลยไม่เชิงว่าจะได้มาฟรี ๆ ซะทีเดียว”
“ตอนนั้น เป็นเพราะว่าวันเกิดฉันใกล้เข้ามาหรือเปล่านะ ฉันอยากได้รถใหม่ เลยไปขอเงินแม่สิบล้านหยวน”
“แม่ก็เลยยกคฤหาสน์หลังนี้ให้ บอกว่าบ้านราคาขึ้น รถราคาตก ฉันก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ควรรู้จักบริหารเงินทอง ฉันก็คิดว่าถูกของแม่ เดี๋ยวเบื่อ ๆ ค่อยขายทิ้งแล้วเอาเงินไปซื้อรถก็ได้”
“ใครจะไปรู้ว่าแม่หลอกฉันซะอยู่หมัด! คฤหาสน์หลังนี้ขายไม่ออกเลย! รู้งี้ตอนนั้นเอาเงินสิบล้านหยวนไปซะเลยยังดีกว่า”
“ก็ได้ งั้นตีราคาสิบล้านหยวนไปเลยละกัน แต่ตอนนี้ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก ให้นายได้แค่ 1 ล้าน 3 แสนหยวนก่อน ที่เหลือค่อยรอให้ฉันหาได้ก่อนแล้วค่อยให้”
ในสายตาของซางเฟยหว่าน การซื้อคฤหาสน์อยู่เดี่ยว ๆ แบบนี้ยังดีกว่าซื้อห้องแถวที่ต้องอยู่ร่วมกับคนอื่นตั้งหลายสิบคน
ไป๋จวิ้นรีบปฏิเสธ “ไม่ต้อง ๆ! ยังไงบ้านหลังนี้ฉันก็ไม่ได้อยู่ เดี๋ยวจะร้างไปเปล่า ๆ ให้เธอก็ได้ ถือว่าเป็นค่าเหนื่อยที่ช่วยฉันเอาโชคชะตากลับคืนมา”
ซางเฟยหว่านพูด “การเอาโชคชะตากลับคืนมาเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับบ้าน”
ไป๋จวิ้นก็เลยอดสงสัยไม่ได้ “ตกลงเธออยากให้ฉันช่วยอะไร บอกมาเถอะ ถึงตอนนี้จะทำไม่ได้ แต่เผื่อจะได้เตรียมตัวไว้ก่อน”
ซางเฟยหว่านตอบ “ฉันอยากมีแฟนคลับเยอะ ๆ เป็นที่รักของคนหมู่มาก การเป็นสตรีมเมอร์อย่างเดียวมันไม่พอ ฉันอยากเข้าวงการบันเทิง นายเป็นถึงคุณชายแห่ง Starlight Entertainment รอให้นายเอาโชคชะตากลับคืนมาได้แล้ว พ่อของนายก็คงไม่รังเกียจนายอีก ตอนนั้นนายก็พาฉันเข้าวงการบันเทิงได้แล้ว”
“เรื่องนั้นไม่มีปัญหา!” ไป๋จวิ้นตอบตกลงทันทีอย่างไม่ลังเล “แค่ฉันเอ่ยปากขอคำเดียว...”
เขาถอนหายใจแล้วพูดว่า “แต่ฉันพูดอะไรใน Whale Live ไม่ได้เลย ฐานะใน Starlight Entertainment ของฉันมันต่ำต้อย แม้แต่พี่สาวที่เป็นญาติห่าง ๆ ยังมีบทบาทมากกว่า”
ซางเฟยหว่านยิ้ม “ไม่ต้องห่วงหรอก อนาคตต้องไม่เหมือนเดิมแน่”
เดิมทีเธอดูเย็นชา แต่รอยยิ้มนี้กลับทำให้ดูอ่อนโยนลงในพริบตา
ไป๋จวิ้นมองดูเธอก็เผลอหลงใหลไปชั่วขณะ ก่อนจะพึมพำว่า “งั้นฉันไม่เรียกเธอว่าคุณย่าแล้วได้ไหม...”
ซางเฟยหว่านหุบยิ้ม แล้วเอ่ยเสียงเย็นชาว่า “เลิกคิดเรื่องไร้สาระได้แล้ว เรื่องความอาวุโสมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้”
“...”
ไป๋จวิ้นถึงกับพูดไม่ออก
ดูเหมือนว่าเขาจะต้องเป็นหลานชายของเธอต่อไปอย่างช่วยไม่ได้
ในวันนั้น ซางเฟยหว่านก็ย้ายไปที่คฤหาสน์เจี่ยนเยว่
เพราะของใช้ของเธอมีน้อย จึงเก็บใส่กระเป๋าถือใบเดียวก็หมดแล้ว
คฤหาสน์เจี่ยนเยว่ถูกสร้างขึ้นอย่างสวยงาม คฤหาสน์หลังงามถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาและสายน้ำใสสะอาด แต่เนื่องจากไม่มีคนอยู่อาศัยเป็นเวลานาน จึงดูทรุดโทรมไปบ้าง
สิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะหลายอย่าง เช่น ไฟบนถนน ป้ายบอกทาง ม้านั่งพักผ่อน ก็ชำรุดเสียหายไปมาก
คฤหาสน์ของไป๋จวิ้นนั้น เป็นบ้านที่ตั้งอยู่บนยอดสุดของเขา สร้างขึ้นในสไตล์จีนโบราณ มีสวนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทุกย่างก้าวล้วนงดงามราวกับภาพวาด สะท้อนถึงความประณีตในการออกแบบ
แต่เพราะว่าไม่มีคนดูแล รอบ ๆ จึงเต็มไปด้วยวัชพืชที่ขึ้นปกคลุมจนบดบังทางเดินในสวนไปหมด
ไป๋จวิ้นบอกรหัสผ่านคฤหาสน์ให้ซางเฟยหว่าน ก่อนจะใช้รหัสเปิดประตูบ้าน
ทันทีที่ประตูเปิดออก กระแสลมเย็นยะเยือกก็พัดออกมาจากตัวบ้าน ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะหนาวสั่น
ถ้าไม่ใช่เพราะซางเฟยหว่าน ไป๋จวิ้นคงไม่มีวันกลับมาเหยียบที่นี่อีก แม้แต่ในตอนนี้ เขาก็ยังลังเลที่จะก้าวเข้าไป เพราะกลัวว่าเสียงดนตรีประหลาดนั่นจะดังขึ้นอีกครั้ง
ซางเฟยหว่านเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปในคฤหาสน์
บ้านหลังนี้มีสวนด้านนอกกว้างขวางกว่าหกร้อยตารางเมตร ตัวบ้านมีพื้นที่มากกว่าแปดร้อยตารางเมตร แบ่งเป็นสามชั้นบนดินและสองชั้นใต้ดิน
สองชั้นใต้ดินประกอบไปด้วยห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ โรงภาพยนตร์ส่วนตัว และอื่น ๆ
ส่วนสามชั้นบนดินนั้น มีห้องสวีทขนาดใหญ่อยู่สิบห้อง
นอกจากบันไดปกติแล้ว ภายในบ้านยังมีลิฟต์สำหรับขึ้นลงแต่ละชั้นอย่างสะดวกสบาย
เดิมทีคุณนายไป๋ใช้เงินตกแต่งบ้านหลังนี้ไปกว่า 20 ล้านหยวน แต่เสียดายที่ตอนนั้นเธออยู่ต่างประเทศ คิดไม่ถึงเลยว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันในภายหลัง
โชคดีที่ครอบครัวของไป๋จวิ้นมั่งคั่ง บ้านแค่หลังเดียว มีปัญหาอยู่ไม่ได้ เธอก็โยนให้ไป๋จวิ้นแบบขอไปที
ซางเฟยหว่านเห็นแล้วก็พอใจมาก
โดยเฉพาะสวนบนดาดฟ้าชั้นสาม เหมาะที่สุดสำหรับการนั่งบำเพ็ญเพยรและดูดซับแก่นแท้แห่งเดือนตะวัน
ดังนั้น เธอจึงรีบโอนเงินมัดจำให้ไป๋จวิ้น 1 ล้าน 3 แสนหยวนทันที
เดิมทีไป๋จวิ้นไม่อยากรับ แต่ซางเฟยหว่านก็ยังยืนกราน เขาจึงทำได้เพียงยอมรับมันอย่างเสียไม่ได้
เขาเห็นว่าในบ้านค่อนข้างสกปรก จึงเตรียมจะจ้างคนทำความสะอาดมาทำความสะอาดให้
ซางเฟยหว่านจึงพูดว่า “ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอก คืนนี้จะมีคนมาช่วยฉันทำความสะอาด”
ไป๋จวิ้นคิดว่า ซางเฟยหว่านหาคนได้แล้ว จึงไม่ได้พูดอะไรต่อ
เขากำลังคิดว่า จะให้คนไปซื้อเครื่องนอน เพื่อให้ซางเฟยหว่านนอนหลับสบายในตอนกลางคืน
“ไม่ต้องซื้อแล้ว ฉันไม่นอนบนเตียง” ซางเฟยหว่านเอ่ยห้ามเขา
“ไม่นอนบนเตียงแล้วจะนอนที่ไหน” ไป๋จวิ้นถามอย่างสงสัย
ซางเฟยหว่านไม่ตอบ ได้แต่เหลือบมองนาฬิกาแล้วพูดว่า “เอาแบบนี้ก่อนแล้วกัน เมื่อคืนฉันรับงานมา ตอนนี้ก็ถึงเวลาออกไปหาเงินแล้ว”
“เรื่องของดาราสาวที่เลี้ยงกุมารทองนั่นเหรอ” ถึงแม้เมื่อคืนไป๋จวิ้นจะพลาดการไลฟ์สดของซางเฟยหว่าน แต่เขาก็ไปหาดูย้อนหลัง ดังนั้นเขาจึงรู้เรื่องนี้
ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกสนใจขึ้นมา “ฉันจะไปกับเธอด้วย ฉันยังไม่เคยเห็นกุมารทองเลย อยากรู้ว่าเป็นยังไง”
ซางเฟยหว่านมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย “นายแน่ใจเหรอว่าจะไป ตอนนี้นายเป็นพวกดวงตกและยังสามารถดึงดูดพลังงานด้านลบได้ง่าย รู้สึกได้ว่าอาจจะถูกวิญญาณเข้าสิง”
ไป๋จวิ้นถึงกับถอย “ช่างเถอะ ฉันกลับโรงพยาบาลดีกว่า ไม่ใช่ว่าฉันกลัวนะ แต่ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าแผลบนหัวของฉันควรได้รับการดูแลอย่างดี”
ซางเฟยหว่านยิ้มโดยไม่ได้เย้าแหย่อะไรเขา
ตามที่อยู่ในข้อความส่วนตัวที่ได้รับ ซางเฟยหว่านเดินทางไปถึงคฤหาสน์ชื่อ ‘อ่าวแห่งความฝัน’
ที่นี่เป็นย่านของคนรวย คฤหาสน์แต่ละหลังก็มีมูลค่ากว่า 50 ล้านหยวน
แต่อยู่ในทำเลที่และสภาพแวดล้อมที่เทียบกับที่อยู่ใหม่ของซางเฟยหว่านแล้วยังคงด้อยกว่าเล็กน้อย
หลังจากกดกริ่งประตูและยืนยันตัวตนของเธอแล้ว ประตูคฤหาสน์ก็เปิดออกอย่างรวดเร็ว