บทที่สี่สิบสี่
หลังขุนพลเฉินหายไปปีศาจจิ้งจอกที่อารมณ์เสียไม่น้อยก็กลับคืนร่างก่อนจะวิ่งไปกัดม่านคลุมเตียงแล้วดึงเล่นแต่คงจะรุนแรงไปเสียหน่อยม่านจึงหลุดลงมาหลุมร่างเล็กจนมิดพอไม่มีอะไรให้ทำก้อนขนสีขาวก็กัดม่านเล่นเสียเลยแถมระบายอารมณ์ได้ด้วยยังไม่ทันกัดให้ม่านฉีกเป็นชิ้นเล็กๆเสียงด้านนอกก็เกิดดังสนั่นชนิดที่แผ่นดินสั่นไหว อิงหมิงสะดุ้งด้วยความตกใจดีที่นอนอยู่ที่พื้นถ้ายังอยู่บนหลังคาได้ร่วงมาเจ็บตัวแน่ๆ
ร่างจิ้งจอกน้อยวิ่งออกมาจากในเรือนเพื่อออกมาดูเหตุการณ์ด้านนอกที่ขุนพลเฉินถูกตามตัวไปต้องเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้แน่ๆถ้าให้คิดว่าเกิดอะไรขึ้นนางคิดได้อย่างเดียวคือทัพสวรรค์บุกมาอีกแผ่นดินสะเทือนขนาดนี้จะมีจากเรื่องอื่นได้อีกหรือ
แต่พอปีนขึ้นมาถึงหลังคากลับไม่เห็นทัพสวรรค์อย่างที่คาดการณ์ท้องฟ้าก็ดำมืดเฉกเช่นยามกลางคืนปกติ ไม่ได้มีแสงสีทองเปิดทางให้ทัพสวรรค์“แล้วเสียงอะไรล่ะ?”
อิงหมิงสอดส่ายสายตามองหาต้นเสียงที่ห่างออกไปไกลๆ นั้นเห็นแสงสว่างวาบต่อกันหลายต่อหลายครั้งแต่ไม่รู้ว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นเพราะความหนาของพื้นป่าที่อุดมสมบูรณ์แม้จะอยากรู้อยากเห็นมากเท่าใดแต่ก็ไม่สามารถออกไปดูได้
‘ทำไมถึงต้องถูกขังอยู่แบบนี้ด้วย’ อิงหมิงบ่นในใจระหว่างที่กำลังพยายามมองตามแสงที่สว่างวาบอยู่ด้านล่างใต้เรือนก็ปรากฏคนทำท่าทางแปลกๆมองซ้ายขวาไม่หยุด เดินย่องเบาเข้ามาในเรือน คนผู้นั้นใส่ชุดหลุมปกปิดตัวตนมิดชิดไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นมนุษย์หรือปีศาจ แต่ที่แน่ๆคนนี้ต้องกำลังแอบใครอยู่เป็นแน่จิ้งจอกน้อยเปลี่ยนจากมองแสงสว่างห่างตัวมามองตามร่างในชุดคลุมดำที่อยู่ในเขตตัวเองคล้ายว่าคนนี้จะระหว่างตัวเป็นอย่างดี มองรอบตัวระมัดระวังทุกท่วงท่าแต่กลับไม่มองขึ้นมาแม้แต่น้อยร่างก้อนขาวสีขาวที่ลมพัดพาให้ขนนุ่มสลวยไปตามลมยิ้มแล้วมองตามอย่างรู้สึกสนุกสนาน รอดูว่าอีกฝ่ายจะรู้เมื่อไรว่าถูกพบแล้ว
พอบุคคลปริศนาหายเข้าไปในเรือนอิงหมิงจึงกระโดดลงจากหลังคาแอบเดินตามไปสะกดรอยซ้อนอีกฝ่ายไม่รู้ตัว บุคคลนั้นเข้ามาในเรือนก็เข้าออกนอกออกในตามห้องต่างๆเหมือนค้นหาอะไรอยู่ แต่คงหาไม่เจอสักทีหลังๆ จึงรีบร้อนไม่ระวังตัวอีกแล้วอาจจะเพราะทั้งเรือนนั้นว่างเปล่าอยู่แล้วด้วยจึงลดการระวังตัวลง
เมื่อหาครบทุกห้องผู้บุกรุกก็ถอนหายใจออกมาคงตามหาสิ่งที่ตามอยู่ไม่เจอ จิ้งจอกน้อยเริ่มคิดสนุกหรือว่าจะแสดงตัวแล้วช่วยตามหาดีนะแต่ถ้าอีกฝ่ายไม่ต้องการถูกพบแล้วสังหารตนทิ้งก็จะเป็นภัยแก่ตัวอีก ‘ตามดูเงียบๆต่อดีกว่า’
ร่างภายใต้ชุดคลุมสีดำเหมาะสำหรับพรางตัวนั้นดูไม่สูงเท่าไรทั้งยังดูบอบบางเกินจะเป็นผู้ชายด้วย จิ้งจอกน้อยสังเกตแล้ววิเคราะห์ไม่แน่ว่าคนด้านในจะเป็นผู้หญิงมีผู้หญิงบุกเข้ามาทำอะไรในภพปีศาจที่อันตรายแบบนี้กัน นางนึกไปถึงเจียงเถียนหนิว‘ว่าไปลักษณะหรือท่าทางก็คล้ายๆ หรือจะเป็นนาง? ’
อิงหมิงกระโดดออกไปซ่อนหลังโต๊ะแล้วเปลี่ยนร่างเป็นเด็กชายก่อนจะแสร้งส่งเสียงร้อง“ช่วยด้วย” แล้วกลับร่างเดิมแฝงตัวหายไปก่อนที่ผู้บุกรุกจะหาเจอแต่ถ้าเป็นเถียนหนิวนางได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือของเด็กจะต้องพยายามช่วยมากกว่าหนีไปเพราะกลัวถูกเจอแน่ๆ
จริงอย่างที่คาดการณ์ร่างใต้ชุดคลุมพอได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือของเด็กผู้ชายก็มุ่งไปหาที่ต้นเสียงทันทีแต่พอมาถึงก็ไม่พบใคร
ใบหน้าที่ถูกปิดบังไว้ไม่รู้ทำสีหน้าอย่างไรแต่สักพักบุคคลนั้นก็เอ่ยออกมาเบาๆ“หรือว่ามีห้องลับ” ทั้งถอนใจออกมาแต่ไม่ละความพยายาม “น้องชาย อยู่แถวนี้หรือ”แม้จะเบาแต่อิงหมิงได้ยินชัดเจน เสียงผู้หญิงแน่นอน และต้องใช่เจียงเถียนหนิวแน่นอนแม้จะอู้อี้แต่ตนจำได้
ปีศาจจิ้งจอกกระโดดออกจากที่ซ่อนแล้วเปลี่ยนร่างเป็นคนเดิมที่เถียนหนิวเคยพบถึงจะโดนจอมมารสั่งแล้วว่าห้ามเปลี่ยนเป็นร่างนี้แต่ว่าเขาไม่อยู่เสียหน่อย
“ท่าน!” เสียงใต้ชุดคลุมเอ่ยออกมาทันทีที่เห็นอิงหมิงจากตอนที่บุกเข้ามาภพปีศาจเถียนหนิวคงรู้แล้วว่าอิงหมิงเป็นปีศาจจิ้งจอกครั้งนี้ตนจึงไม่ปิดบังอีกกล้าเปลี่ยนร่างให้เห็นต่อหน้า“อิงหมิง ท่านอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย” เถียนหนิวเปิดผ้าปิดหน้าออก
“ข้าเอง” นางยิ้มออกมาเมื่อเห็นเต็มตาว่าอีกฝ่ายคือคนที่คาดเอาไว้“แม่นางมาหาข้าหรือ?”
“ใช่ นับจากวันนั้นข้าก็แฝงตัวอยู่ในภพปีศาจได้ข่าวมาว่าท่านอยู่ที่นี่แต่หาทางลอบเข้ามาไม่ได้จนกระทั่งเกิดการต่อสู้ที่นอกเขตแดน”
“อ่อ” การต่อสู้นอกเขตแดนที่เถียนหนิวว่าคงเป็นสิ่งที่เห็นจากสุดชายป่า“เกิดอะไรขึ้นนอกเขตแดนหรือ”
“ไม่แน่ชัด แต่น่าจะเป็นพวกชาวสวรรค์ ปกติไม่เคยลอบเข้ามาภพปีศาจแบบนี้แท้ๆข้าก็แปลกใจ แต่ก็ดีแล้วข้าจะได้มาช่วยท่านได้”
“ช่วยข้า?”
“ท่านช่วยข้าไว้ มีบุญคุณก็ต้องตอบแทนเรารีบไปกันเถอะก่อนการป้องกันแทบนี้จะหนาแน่น”
“ข้า..” ถ้าเป็นวันแรกอิงหมิงคงพร้อมใจและอยากรีบหนีไปแต่ตอนนี้มีวิธีจะช่วยจางเยี่ยนแล้วหากได้กินปราณมากกว่านี้ “ข้าไปไม่ได้..”
“หะ!” เถียนหนิวตกใจไม่น้อยที่ถูกปฏิเสธ “ทำไมกันท่านรู้ไหมว่าจอมมารจะใช้ท่านทำอะไร?”
“ข้ารู้ แต่ข้าจำเป็นต้องมีพลัง มันจะสามารถช่วยผู้มีพระคุณของข้าได้”อิงหมิงตอบตามตรงไม่ได้ปิดบังอะไรอีก เพราะอย่างไรเถียนหนิวก็จริงใจถึงขั้นกลับมาช่วยนาง
“พลัง? ท่านจะเอาพลังไปทำอะไรถ้าไม่หนีตอนนี้ถึงมีพลังก็ใช้ว่าจะออกไปได้ จอมมารไม่ปล่อยท่านไปแน่”ไม่มีอะไรที่อิงหมิงได้ยินแล้วจะเอ่ยขัดได้เลย เถียนหนิวพูดถูกทุกอย่างแต่การจะไปขโมยของวิเศษที่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนหรือใช้อย่างไรก็เป็นหนทางที่อาจจะแย่กว่า
“ผู้มีพระคุณของข้าบาดเจ็บหนัก ต้องใช้พลังรักษาถ้าข้ากินปราณให้มีหางเพิ่มอีกหน่อยต้องรักษาเขาได้แน่ๆ”
“แล้วก่อนหน้านี้ที่บุกเข้าภพปีศาจมาเพื่ออะไร?” ถ้าจะกินปราณเพื่อเพิ่มพลังก็ไม่จำเป็นต้องกินปราณอยู่ที่นี่ก็ได้หรือปีศาจจิ้งจอกต้องการจะกินปราณของปีศาจชั้นสูงถึงต้องเสี่ยงตายขนาดนี้“ท่านมาเพราะต้องการกินปราณใครใช่หรือไม่”
“เปล่า ตอนนั้นข้าจะบุกมาชิงของวิเศษ คือเรื่องมันยาวข้าก็พึ่งรู้ว่าตัวเองมีความสามารถอะไรหลังจากถูกจับมา”ได้ยินมาถึงตรงนี้เถียนหนิวก็เริ่มงุนงงว่าเรื่องไปมาเป็นอย่างไรแต่เรื่องที่ติดใจคือปีศาจจิ้งจอกตนนี้บอกว่าจะชิงของวิเศษซึ่งไม่แน่อาจจะเป็นสิ่งนั้นที่โด่งดังไปทั้งสามโลกหลังจากมี‘บันทึกเซียนลู่อิงหมิง’ ก็ไม่มีใครไม่รู้จักเสี้ยวผลึกส่วนหนึ่งแน่นอนว่ายังอยู่กับจอมมารหลังที่เซียนลู่อิงหมิงใช้รักษาจอมมารให้มีชีวิตอยู่จวบจนทุกวันนี้
“ท่านอยากได้ของวิเศษหรือว่าคือเสี้ยวผลึกในตำนานหรือ?”
“หะ แม่นางรู้จักด้วย! มันคือเสี้ยวผลึกหรือ รู้ไหมว่าอยู่ที่ไหน?” เถียนหนิวนิ่งไปสักครู่ชั่งใจว่าจะพูดออกไปดีไหมแต่ในที่สุดนางก็พยักหน้าเป็นคำตอบอิงหมิงที่รู้เบาะแสของวิเศษก็ดวงตาเป็นประกาย
“บอกข้าได้หรือไม่!”
“ความจริงถ้าเป้าหมายของท่านอยู่ที่เสี้ยวผลึกก็คงไม่ต่างจากข้าสองอย่างถูกเก็บอยู่ที่เดียวกัน” แม้แต่สถานที่เก็บของวิเศษเถียนหนิวก็รู้นางจะต้องเป็นเจียงเถียนหนิวในตำนานเซียนลู่อิงหมิงตัวจริงแน่ๆอิงหมิงปักใจเชื่อหมดใจ
“ถ้าแม่นางรู้ เช่นนั้นข้าว่าเรารีบหนีเถอะ ข้าไม่อยู่รอกินปราณแล้ว”เส้นทางใหม่ปรากฏขึ้น เห็นว่ามีความหวังอิงหมิงก็พร้อมจะพลิกแพลง
“ได้” เถียนหนิวยิ้มทันทีที่ปีศาจจิ้งจอกยอมหนีไปด้วยกัน
ทั้งสองออกมาจากเรือนด้านในแล้วแต่พอถึงประตูบานใหญ่เป็นทางออกที่ก่อนหน้านี้ทำปีศาจจิ้งจอกสลบทันทีที่ก้าวเท้าออกไปอิงหมิงก็พลันชะงักนิ่งไม่ก้าวเท้าต่อไป
“เกิดอะไรขึ้น?” เถียนหนิวหันมาถามคนที่ไม่ยอมเดินต่อ
“คือข้าเคยพยายามหนีมาแล้วพอข้าก้าวออกจากประตูนี้จะถูกอาคมบางอย่างจนสลบไป”อิงหมิงชี้ไปที่บานประตูใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า
“เข้าใจแล้ว เช่นนั้นเข้ามาในผ้าคลุมของข้า”ว่าจบเถียนหนิวก็สะบัดผ้าคลุมขึ้นให้กางออกพร้อมเชิญชวนให้อิงหมิงเข้าไปอยู่ด้านในจิ้งจอกน้อยที่ตอนนี้อยู่ร่างคุณชายหนุ่มแม้จะไม่ได้มีร่างกายสูงใหญ่มากนักแต่การจะเข้าไปอยู่ในผ้าคลุมสำหรับคนเดียวก็ค่อนข้างจะเบียดอยู่ไม่น้อยส่วนเถียนหนิวที่เป็นมนุษย์กลับเริ่มรู้สึกเคอะเขินจากการใกล้ชิดของชายหญิงต่างจากอิงหมิงที่เป็นจิ้งจอกมาตั้งแต่จำความได้แทบจะโดนอุ้มโดนกอดตลอดเวลาจึงไม่มีความรู้สึกด้านนี้แม้แต่น้อย
“ผ้าคลุมนี้จะช่วยได้แน่หรือ?” อิงหมิงหันไปถามหญิงสาวความใกล้ชิดยิ่งทำใบหน้าหวานของคุณหนูคนสวยแดงขึ้นทันที
“แน่นอน นี้คือของที่ข้าแอบขโมยท่านพ่อมาตอนหนีออกจากบ้าน มันกันอาคมได้!ขอแค่อย่าให้มีส่วนใดของร่างหายเล็ดลอดออกไปก็พอ”
“เช่นนั้นข้าเปลี่ยนร่างดีกว่า” ร่างนี้ใหญ่ไป ไม่สู้เปลี่ยนเป็นร่างเล็กๆจะได้ง่ายต่อการซ่อนในผ้าคลุม อิงหมิงกลับไปเป็นร่างจิ้งจอกกระโดดทีเดียวก็อยู่บนไหล่หญิงสาวเถียนหนิวเห็นเจ้าก้อนสีขาวก็ตาเป็นประกายความน่ารักของจิ้งจอกน้อยเต็มตาก็อดไม่ได้ที่อยากจะจับมากอดไว้
“ให้ข้าอุ้มท่านได้ไหม” จิ้งจอกน้อยก็พยักหน้าแทนคำตอบเถียนหนิวจึงอุ้มอิงหมิงเอาไว้แล้วกระชับผ้าคลุมมาคลุมร่างทั้งสองจนมิดแล้วเดินออกจากเรือนที่ใช้ขังปีศาจจิ้งจอกเอาไว้
เมื่อมั่นใจว่าออกนอกเขตแดนอาคมมาแล้วหญิงสาวก็เปิดผ้าออกตอนนี้ทั้งสองอยู่ท่ามกลางหมู่แมกไม้สำหรับอิงหมิงนั้นไม่รู้เส้นทางจึงยังต้องอาศัยอีกฝ่ายอิงหมิงยังมีเรื่องอยากถามเถียนหนิวอีกมากจึงเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์กลับมาคุยกับหญิงสาว
“แม่นางเดินเหมือนรู้เส้นทาง เคยมาที่นี่หรือ?”
“ใช่ ตลอดหลายปีมานี้ข้าลอบเข้ามาที่นี่หลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยสำเร็จ”เถียนหนิวเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อยให้เดาอิงหมิงต้องคิดว่าสาเหตุที่หญิงสาวลอบเข้าแดนปีศาจต้องเป็นเพราะเซียนลู่อิงหมิงแน่ๆ
“เพราะท่านเซียนใช่หรือไม่”
“ใช่” เถียนหนิวไม่คิดปิดบัง “ข้ามาหาท่านเซียน”แต่ว่าเซียนลู่อิงหมิงสิ้นชีพไปแล้วนี่ นางไม่กล้าเอ่ยสิ่งนี้เพราะใบหน้าของเถียนหนิวเศร้าเกินกว่าที่ตนจะตอกย้ำ สีหน้าเถียนหนิวเหมือนเซี่ยจือจือที่เสียใจจากการที่คนรักจะจากลาไม่ผิดเพี้ยน“จอมมารตนนั้นซ่อนท่านเซียนไว้ที่นี่”
“พร้อมกับของวิเศษหรือ?”
“ใช่ ครึ่งหนึ่งของเสี้ยวผลึกถูกเก็บไว้กับท่านเซียน”เจียงเถียนหนิวพูดออกมาอย่างเหมือนกับเคยเห็นได้ด้วยตาตนเอง อิงหมิงมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ทั้งตื่นตะลึงทั้งชื่นชมและขอบคุณที่ได้รับการช่วยเหลือไม่งั้นคงไม่มีวันหาของวิเศษเจอแต่เหมือนเถียนหนิวจะอ่านสายตาได้อย่างเก่งกาจจึงเอ่ยต่อ“แต่ว่าข้าก็ไม่คิดว่าจะได้เจอปีศาจจิ้งจอกมาก่อนเช่นกัน ทั้งยังเป็นมิตรขนาดนี้”
“ข้าเป็นมิตรหรอ? ขุนพลเฉินก็เคยบอกว่าข้าใจอ่อนเพราะถูกเลี้ยงด้วยมนุษย์”แม้กระทั่งเถียนหนิวยังพยักหน้าเห็นด้วยกับคำบอกเล่านี้“ข้าเลยไม่ค่อยรู้วิถีชีวิตของปีศาจจิ้งจอกสักเท่าไรเช่นเรื่องที่จิ้งจอกกินปราณคนอื่นได้ก็รู้เมื่อตอนถูกจับมานี่เอง”
“เข้าใจแล้ว เมื่อครู่ข้าก็เห็นท่านมีเพียงหางเดียว”
“ใช่ๆ หางเดียวก็ดีถ้าข้ายืมของวิเศษไปรักษาจางเยี่ยนได้หลังจากนั้นข้าก็จะกลับไปเป็นจิ้งจอกเหมือนเดิมมีหางเพิ่มคนที่ตระกูลจางต้องไล่ข้าออกจากจวนแน่เพราะรู้ว่าข้าเป็นปีศาจ”อิงหมิงพูดเสียยาวถึงแผนการ พูดไปก็ยิ้มไป ไม่ได้เห็นสีหน้าของเจียงเถียนหนิวแม้แต่น้อยว่าหน้าเป็นอย่างไรสีหน้าที่เป็นกังวลคล้ายอยากจะเอ่ยอะไรออกมาแต่ก็เกรงจะดับฝันจิ้งจอกน้อยนางจึงเก็บเรื่องในใจเอาไว้ ถ้าผ่านเหตุการณ์คืนนี้ไปได้ค่อยบอกจะดีกว่า
“ที่ผ่านมาข้าก็ไม่ได้กินปราณใครเลยมีแต่จอมมารคนเดียวที่ได้กิน”อิงหมิงยังคงเล่าไปเรื่อยเปื่อยระหว่างที่เดินตามเจียงเถียนหนิวจนจบประโยคนี้เถียนหนิวจึงหยุดชะงักเล็กน้อยเอียงหน้าหันมาเอ่ยถาม
“เขาให้เจ้ากินปราณเลยงั้นหรือ?”
“ใช่ มีอะไรหรือ?” อิงหมิงมองใบหน้าสงสัยของหญิงสาวนางเลิกคิ้วขึ้นคล้ายมีความตกใจอยู่เล็กน้อย “หรือข้าไม่ควรกินปราณของท่านจอมมาร”
“เปล่าหรอก แค่แปลกใจแต่ว่าการกินปราณของปีศาจจิ้งจอกไม่ใช่การที่จะ..แบบนั้นกันหรือ ที่..”พอมาถึงท้ายประโยคคำพูดก็เริ่มติดขัด เรื่องนี้อิงหมิงก็เริ่มสงสัยกลับบ้างทำไมใครๆ พอจะพูดถึงวิธีกินปราณจะต้องมีท่าทางอ้ำๆ อึ้งๆ กันทั้งนั้นเลย
“ก็ร่วมสัมพันธ์ เสพสม พวกมนุษย์ใช้คำไหนกันบ้างนะ? แม่นางเข้าใจใช่ไหมหรืออยากให้อธิบายเพิ่ม” คำตอบเรียบๆ ทำเอาหญิงสาวหน้าแดงเถือกตั้งแต่คอถึงใบหู
“แคกๆ” หลังจากเถียนหนิวสำลักไปสองสามทีก็เอ่ยขัด “ช้าก่อนๆ ข้าพอรู้แล้ว”หลังจากนั้นนางก็ลอบสำรวจร่างของปีศาจจิ้งจอกตอนนี้แม้จะเป็นผู้ชายแต่ว่าใบหน้าไม่ได้แข็งกร้าวแต่อย่างใดที่สำคัญตอนที่ตัวนางเจอครั้งแรกยังทักผิดเลยคิดว่าเป็นคนอื่นมีหรือจอมมารคนนั้นจะไม่คิดเช่นกันหรือที่เขายอมร่วมสัมพันธ์กับปีศาจจิ้งจอกเพราะความคล้ายคลึงนี้ตกหลุมพรางเสน่ห์จิ้งจอก ‘น่ารังเกียจจริงๆ นี่นะหรือความจริงใจที่มีต่อท่านเซียน’เถียนหนิวนึกเย้ยหยันในใจ “ปกติข้าว่าจอมมารนั้นเย่อหยิ่งจองหองแต่พอรู้ว่าเขาสยบใต้เสน่ห์ของปีศาจจิ้งจอกก็รู้สึกดีไม่น้อย”
“ใช่ๆ ข้าต้องศึกษาเรื่องเสน่ห์ของปีศาจจิ้งจอกด้วยมีแต่คนบอกว่ามันร้ายกาจแต่ข้าใช้ไม่เป็นเลยน่าเสียดาย”อิงหมิงเอ่ยอย่างเศร้าสร้อย
“ข้าขอละลาบละล้วงถามท่านสักเรื่อง อันนี้ใช้ร่างจริงท่านหรือไม่”
“ไม่ใช่ๆ ร่างจริงข้าคือจิ้งจอกสิ เมื่อครู่แม่นางพึ่งอุ้มข้าไปแท้ๆร่างนี้เป็นร่างในความคิดของข้าน่ะ มันมักจะปรากฏมาในความคิดบ่อยๆไม่ค่อยเห็นชัดหรอก รางเลือนไปบางเลยออกมาเป็นเช่นนี้”
“ร่างในความคิด หรือว่าท่านก็เคยพบท่านเซียน?”
“เซียนคนไหนหรือวันนั้นที่ข้าถูกจับขึ้นไปแดนสวรรค์ก็พอจะได้เห็นเซียนอยู่หลายคน” อิงหมิงตอบ
“ข้าหมายถึงท่านเซียนลู่อิงหมิง” น้ำเสียงของเถียนหนิวเอ่ยถามอย่างจริงจัง
“ไม่หรอก ข้าอยู่แต่ที่เมืองเสวียหยางเกิดมาท่านเซียนก็กลายเป็นตำนานในบันทึกหรือเรื่องที่เล่ากันปากต่อปากไปเสียแล้ว”
“เจ้าอายุเท่าไร?”
“ข้าก็ไม่รู้อายุหรอก แต่นับจากจางเยี่ยนรับข้าไปอยู่ด้วยก็เจ็ดปี”
“...” เจียงเถียนหนิวนิ่งไป ไม่รู้คิดอะไรอยู่ในใจ นางไม่ได้ฟังสิ่งที่ปีศาจจิ้งจอกเอ่ยหลังจากนั้นอีกเลยจนเดินมาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง
“นั้นสระบัวหรือเปล่า? บึงใหญ่ดีจริงๆ”อิงหมิงชี้นิ้วไปที่ภาพตรงหน้าก่อนจะไปเห็นสิ่งปลูกสร้างที่อยู่กลางบึง“มีบ้านอยู่ที่นั่นด้วย”
ในที่สุดพวกเขาทั้งสองก็เดินมาถึงที่จุดหมายแม้ตลอดทางจะไม่ถูกพบเจอ แต่หลังจากนี้ไม่ใช่“เข้าเขตบึงไปที่นั่นจะมีการป้องกันที่หนาแน่นที่สุด อาคมของจอมมารคุ้มกันอยู่ขนาดมดแมลงก็เข้าไม่ได้ จอมมารซ่อนของล้ำค่าทั้งสองไว้ที่นั่น”หนึ่งคือเซียนลู่อิงหมิง สองคือเสี้ยวผลึก
“แต่ที่นั่นดูเล็กจัง ข้าคิดว่าจะเป็นเรือนใหญ่ๆ โอ่โถงกว่านี้เสียอีก”ปีศาจจิ้งจอกเอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจออกมา
“ที่นี่คือสุดขอบสวรรค์ที่จอมมารตัดออกมาในดาบเดียวที่นี่คือที่อยู่ของเซียนลู่อิงหมิงตอนอยู่บนแดนสวรรค์”
“หะ! ที่นี่เองหรือ”อิงหมิงตกใจไม่น้อยที่เรื่องเล่าปากต่อปากเป็นเรื่องจริง จอมมารคลุ้มคลั่งตัดแดนสวรรค์เพื่อนำมาเก็บไว้ที่ภพปีศาจมิน่าตลอดบริเวณนี้ถึงอุดมสมบูรณ์นัก เพราะจริงๆ พื้นที่ตรงนี้คือแดนสวรรค์มาก่อนน่าตื่นเต้นไม่น้อยที่ได้มาพบเห็น
ที่นี่คือสวนสระนี่เองไม่รู้ทำไมพอคิดแบบนี้อิงหมิงก็พลันรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกมุมปากของคุณชายร่างโปร่งบางยกยิ้มทอดมองบึงที่เต็มไปด้วยบัวและสวนสุดลูกหูลูกตา