Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    บทที่ 123 เนตรสวรรค์ผลาญภพ

                  ครืนนนนนน!!

                  เปลวเพลิงโลกันต์ถูกชักนำโดยวิชาเจดีย์กักวิญญาณของคุณชายหน้าหยกไปจนหมดสิ้นทั้งหมดเขาได้ร้องออกมาอย่างทรมานด้วยเปลวเพลิงที่เผาผลาญร่างกายของเขาคุณชายหน้าหยกได้ขยับเคลื่อนไหวมืออย่างรวดเร็วเพื่อวาดอาคมมรณะขึ้นกลางอากาศแทบจะในพริบตาเดียวด้วยกำลังเท่าที่

                  อาคมมรณะปราการซากกระดูก!

                  ในพริบตานั้นเองที่เส้นสายอาคมได้ชักนำกระดูกและสร้างโล่ป้องกันจากกระดูกขึ้นรอบร่างกายของเขาขึ้น! มันได้ปกป้องเขาจากเปลวไฟโลกันต์จนในที่สุดเปลวเพลิงทั้งหมดก็ได้จากหายไปปราการกระดูกได้แตกสลายออกพร้อมกับคุณชายหน้าหยกที่ทรุดร่างลงเข่าของเขากระแทกพื้นอย่างแรง

                  คุณชายหน้าหยกหอบหายใจอย่างเหนื่อยล้าร่างกายของเขาปรากฏบาดแผลจากเปลวเพลิงที่เผาไหม้จำนวนมาก ร่างของเขาปรากฏควันลอยขึ้นคุกรุ่นใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเขาเร่งรีบนำยันต์โลหิตแผ่นหนึ่งออกมาและโคจรพลังปราณมรณะที่เหลืออยู่ทั้งหมดเข้าไปในยันต์อย่างยากลำบาก

                  “พวกแก!ความอัปยศครั้งนี้! ความแค้นครั้งนี้ข้าไม่มีทางลืมแน่!!”คุณชายหน้าหยกกล่าวออกมาด้วยความโกรธแค้นจนแทบบ้าคลั่ง! ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยวังวนแห่งอารมณ์แค้นและอับอายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน!และในพริบตานั้นเองที่ยันต์โลหิตในมือของเขาได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นเลือดจำนวนมากและเข้าปกคลุมร่างของเขาเอาไว้เป็นม่านโลหิตทรงกลมม่านเลือดได้นำพาร่างของคุณชายหน้าหยกลอยขึ้นไปกลางอากาศพร้อมกับพุ่งหายไปในท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว!

                  นี่คือยันต์หลบหนีในศาสตร์อาคมมรณะซึ่งมีมูลค่าสูงเป็นอย่างมากคุณชายหน้าหยกยิ่งโกรธแค้นพวกนั้นเข้าไปอีก แต่ที่เขาโกรธแค้นยิ่งกว่าใครก็คือตนเอง!เขาทะนงตัวและประมาทคู่ต่อสู้มากจนเกินไป!เขาสูญเสียหลายสิ่งหลายอย่างไปในวันนี้ก็เพราะความมั่นใจในฝีมือของตนเองมากจนเกินไป!เขาไม่อาจผิดพลาดเช่นนี้ได้อีกในอนาคตและโดยไม่รู้ตัวแม้เขาจะได้รับความพ่ายแพ้แต่ระดับจิตใจของเขากลับพัฒนามากขึ้นซึ่งแน่นอนว่าย่อมต้องส่งผลดีแก่การฝึกตนของเขาในอนาคตเป็นแน่...

                  ถังเฟยหู่ที่เห็นอีกฝ่ายได้หลบหนีไปแล้วก็ได้ถอนหายใจออกมาเขาได้หงายหลังล้มตัวลงไปกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้า เขาหอบหายใจอย่างแรงเพราะความเหนื่อยอ่อนเขาได้หันไปมองทางด้านซินถงที่ได้พักฟื้นอยู่เช่นกันนางก็ได้แต่ยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่สามารถผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้…

                  “เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง…” ถังเฟยหู่ได้กล่าวถามออกไปทางซินถงได้แต่พยักหน้า พวกเขาทั้งสองได้นั่งพักพื้นพลังอีกสักพักซินถงเองก็ได้ลุกขึ้นเมื่อฟื้นพลังได้พอประมาณจากนั้นจึงได้เดินมาหาถังเฟยหู่พร้อมกับก้มลงมองอีกฝ่าย

                  ซินถงได้กล่าว“เกือบตายแล้วสินะ…เอาละๆ ข้าขอถามเจ้าอย่างหนึ่งสิ เจ้าสามารถควบคุมมรดกของบรรพบุรุษข้าได้แล้วเช่นนั้นเหรอ?” ซินถงเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจเป็นอย่างมากนี่คือสิ่งที่นางต้องการรู้เพราะทุกสิ่งที่เกี่ยวกับมรดกของจอมมารย่อมมีความสำคัญแม้จะยังไม่ทราบวิธีได้รับมรดกนี้คือจากถังเฟยหู่แต่การได้ฟังข้อมูลที่อย่างจากอีกฝ่ายอาจจะสามารถได้รับเบาะแสบางอย่างมาได้

                  ถังเฟยหู่ลืมตาขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นมานั่งเขาคิดถึงเรื่องราวต่างๆที่พึ่งเกิดขึ้นและคิดว่าจะบอกต่ออีกฝ่ายอย่างไรบ้างสิ่งที่ใดควรบอกและสิ่งใดไม่ควร แต่ความลับของอสูรทมิฬนั้นเป็นสิ่งที่ต้องปกปิดเอาไว้แต่แรกส่วนเรื่องที่เหลือก็สมควรที่จะเป็นเรื่องญาณมรณะที่เขาพึ่งบรรลุบางที่หากเขาเลือกบอกสิ่งนี้ออกไปอาจใช้เป็นข้ออ้างเพื่อกลบเกลื่อนว่าเขาสามารถใช้ศาสตราอสูรในมือได้อย่างไร…

                  เขาได้กล่าวออกไปถึงเรื่องที่เขานั้นบังเอิญบรรลุถึงญาณมรณะซึ่งทำให้อยู่ถึงสามารถควบคุมศาสตราอสูรทีเป็นรูปแท่งหินในมือได้ซินถงเองเมื่อฟังแล้วก็ได้แต่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งยังมิได้ปักใจเชื่อคำพูดของอีกฝ่ายโดยสนิทใจ

                  และถึงแม้ซินถงจะพูดเช่นไรก็ตามเพื่อให้อีกฝ่ายตามนางกลับไปยังบ้านเกิดของนางแต่ถังเฟยหู่ก็ตอบกลับปฏิเสธทุกครั้งไป ชายหนุ่มได้ตอบไปว่าเขายังคงมีภาระมากมายจึงทำให้ไม่สามารถตามนางกลับไปตอนนี้ได้โดยเขาได้ให้สัญญากับซินถงไว้ว่าหากมีโอกาสย่อมต้องไปเยือนนางที่ซีเซี่ยสักครั้ง

                  ในตอนนี้ซินถงยังคงยอมแต่โดยดีมิได้มีความคิดใช้กำลังเพื่อพาอีกฝ่ายกลับไปด้วยอีกแล้ว หลังจากผ่านเหตุการณ์ต่างๆมาด้วยกันหลายครั้งก็ทำให้นางได้เดิมมองอีกฝ่ายเป็นดั่งสหายคนนึงแล้วสำหรับชาวซีเซี่ยนั้นให้ความสำคัญกับมิตรภาพเป็นอย่างมากนั่นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ซินถงยอมถอยก้าวหนึ่งแต่โดยดี

                  เมื่อปราศจากห้วงมรณะที่ปกคลุมหุบเขาแห่งนี้เอาไว้ก็ทำให้ท้องฟ้าปลอดโปร่งเป็นยิ่งนักซินถงหลังจากได้พักมาสักครู่จึงทำให้กำลังและพลังของนางฟื้นคืนขึ้นมากว่าหลายส่วนมากแล้วนางได้ใช้จิตวิญญาณและแปลงกายเป็นวิหคหิมะใยทันทีซินถงในร่างวิหคได้สยายปีกและโผบินขึ้นท้องฟ้าไปในทันที

                  นางได้จากไปแล้วโดยไม่กล่าวคำลาในคลองจักษุของชายหนุ่มได้มองเห็นร่างเงาของวิหคสีขาวบินไปจนสุดสายตาที่ขอบฟ้าเขาได้เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะลุกขึ้นมาบ้างเช่นกัน “คาดว่าต่อไปคงจะได้เจอนางอีก…เอาละ ตอนนี้คงหมดเรื่องกับหมู่บ้านนี้แล้วคงจะถึงเวลากลับสำนักแล้วสินะ….”

                  ถังเฟยหู่ได้ทดลองควบคุมหุ่นเชิดศพอสรพิษโลกันต์ดูแต่เขาพบว่าควบคุมมันได้อย่างยากลำบากมากเมื่อปราศตัวช่วยควบคุมอย่างแท่งหินลึกลับและความช่วยเหลือจากญาณมรณะภายในกายดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่เชี่ยวชาญในศาสตร์การควบคุมศพที่พึ่งบังเอิญได้รับมานักแต่ด้วยความช่วยเหลือจากศาสตราอสูรในมือเขาก็ได้สั่งการให้มันเข้ามาสู่ภายในห้วงวิญญาณของตนได้สำเร็จในที่สุด

                  ถังเฟยหู่พบว่าหุ่นเชิดศพนั้นก็เปรียบเสมือนกับทาสอสูรตนหนึ่งที่สามารถอาศัยอยู่ภายในห้วงวิญญาณของเจ้าของได้นั่นจึงทำให้เขาเริ่มเข้าใจถึงสิ่งที่ผู้คนเรียกหุ่นเชิดศพเหล่านี้ว่าเป็นทาสอสูรเทียมแต่อาจจะต่างจากสัตว์อสูรที่ถูกจับมาเป็นทาสอสูรโดยเฉพาะในด้านของการพัฒนาและการควบคุมมันก็เท่านั้น…

            ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้เรียกทาสอสูรเฮยกุ่ยออกมาและควบมันออกไปในทันทีชายหนุ่มได้เดินทางข้ามผ่านหุบเขาและถนนหนทางจนไปถึงยังเมืองฝูโจว เขาได้นำข่าวเรื่องการปราบคุณชายหน้าหยกและรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่คุณชายหน้าหยกได้ทำลงไปในหมู่บ้านตระกูลซุนแจ้งให้แก่ทางการได้รับทราบ

            หลังจากพูดคุยกับเหล่ามือปราบในที่ว่าการเมืองฝูโจวเสร็จสิ้นพวกเขาเหล่านั้นได้รับปากว่าจะจัดการเรื่องราวภายในหมู่บ้านรวมไปถึงการจัดการศพทุกคนในบริเวณนั้นอย่างถูกต้องตามประเพณีพวกเขารู้สึกขอบคุณถังเฟยหู่เป็นอย่างมากเนื่องจากทางการเองก็ได้ส่งมือปราบเข้าไปตรวจสอบเกี่ยวกับหมู่บ้านตระกูลซุนเช่นกันและทุกคนต่างก็ได้ตกกลายเป็นเหยื่อของคุณชายหน้าหยก

                  และแน่นอนว่าถังเฟยหู่เองก็ได้บอกกล่าวถึงที่มาที่ได้รับทราบจากซินถงว่าคุณชายหน้าหยกที่ก่อคดีในครั้งนี้เป็นคนจากหอวิญญาณซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ทางการได้ทราบเรื่องนั้นกลับทำสีหน้าลำบากใจออกมา โดยทั่วไปแล้วหากเป็นเจ้าหน้าที่ทางการโดยทั่วไปมักจะไม่ชอบยุ่งเรื่องราวของยุทธภพมากนัก

                  นั่นเพราะถึงพวกเขาจะถูกกระทำมากเพียงใดแต่กำลังของเขาไม่อาจสู้คนเหล่านั้นได้จึงทำให้ไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวมากนักที่เหล่ามือปราบและทางการสามารถทำได้คือการส่งเรื่องราวในครั้งนี้ให้แก่ตุลาการเพื่อส่งมือปราบจากส่วนกลางหรือไม่ก็อาจจะเป็นหน้าที่ของมือปราบมารของราชสำนักที่อาจจะเดินทางมาจัดการเรื่องราวในครั้งนี้ก็ได้นั่นเพราะคดีในครั้งนี้เกี่ยวกับพันธ์กับสำนักในศาสตร์มารที่จับคนมาทำหุ่นเชิดศพและฆ่าคนจำนวนมากเพื่อฝึกวิชา…

                  เมื่อได้จัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้วถังเฟยหู่จึงได้วางใจและมุ่งหน้ากลับไปยังสำนักของตนในทันทีเมื่อมาถึงยังสำนักเขาก็ได้ตรงไปยังหอภารกิจเพื่อส่งมอบภารกิจปราบสัตว์อสูรทั้งหมดที่เขาได้รับมาเพื่อฝึกฝนวิชาทวนในการลงเขาครั้งนี้แม้ผลตอบแทนที่ได้รับมาจะเป็นแต้มคุณูปการที่ไม่อาจเทียบได้กับครั้งแดนลับทะเลปีศาจแต่ถังเฟยหู่ก็หาได้สนใจเรื่องนั้นไม่ นั่นเพราะผลของการฝึกฝนนับว่ามีค่ากว่าแต้มเหล่านั้นมากมายนัก

                  หลังจากนั้นชายหนุ่มได้เดินกลับไปยังตำหนักที่หกของตนเมื่อมาถึงยังเขาของตำหนักที่หกแล้วก็เป็นช่วงเวลาเย็นมากแล้วดวงอาทิตย์ใกล้จะตกดินเต็มทีเขาได้เดินไปจนถึงสระบัวขนาดใหญ่ซึ่งเป็นที่ตั้งของตำหนักที่ตรงกลางเขาได้เดินไปตามสะพานไม้ที่ทอดตัวไปจนถึงบริเวณตำหนักไม้ที่ตรงกลางกลิ่นหอมของสระบัวราวกับจะซึมซาบเข้าสู่จิตใจของเขาจนทำให้ใจของเขาผ่อนคลายขึ้นกว่าหลายส่วน

                  จิตใจที่เหนื่อยล้าของเขาจากการต่อสู้ที่กดดันกับกองทัพซากศพและคุณชายหน้าหยกได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาบ้างชายหนุ่มรับรู้ได้ในทันทีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ได้สร้างภาระให้แก่ร่างกายและจิตใจของเขาเป็นอย่างมากเขาต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน เขาได้เร่งรีบตรงกลับไปยังเรือนด้านตะวันออกของตำหนักซึ่งเป็นห้องของเขา

                  หลังจากเข้าสู่ห้องพักชายหนุ่มก็ได้อาบน้ำเพื่อชำระร่างกายจากคราบและเศษซากเลือดเนื้อความสกปรกจากเหล่ากองทัพซากศพจากนั้นเขาก็ได้ล้มตัวลงนอนพักอย่างเต็มอิ่มบนเตียงแม้ผู้ฝึกยุทธ์จะไม่จำเป็นต้องนอนหรือดื่มกินแต่บางครั้งการได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มในตอนที่เหนื่อยล้าก็ถือว่าเป็นการฝึกฝนอย่างหนึ่งเช่นกัน

                  ไม่นานนักยามเช้าอีกวันก็ได้มาเยือนหนังตาของถังเฟยหู่ขยับเล็กน้อยก่อนที่เขาจะลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาได้ลุกขึ้นมาและจัดเก็บห้องของตนให้เรียบร้อยก่อนที่จะออกไปยังลานฝึกของตำหนักที่แห่งนั้นเขาก็ได้พบเห็นศิษย์พี่หลายคนออกมาฝึกในยามเช้า เขาได้เข้าไปทักทายศิษย์พี่ทั้งหลายก่อนที่จะหาบริเวณหนึ่งเพื่อทำการฝึกวิชาเช่นกันแต่ก่อนที่เขาจะได้เริ่มฝึกวิชาอย่างจริงๆจังๆในตอนนั้นเองก็ได้มีเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบพุ่งตัวมาทางเขา เมื่อหันกลับไปมองทางต้นเสียงก็ค้นพบว่าเป็นศิษย์พี่หยางถิงดวงตาสีทองของนางจดจ้องมาที่เขาอย่างไม่พอใจเท่าไหรนัก

                  หยางถิงได้มาหยุดตรงหน้าของถังเฟยหู่พร้อมกับยืนกอดอกใบหน้าของนางเจือปนไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย โดยเฉพาะความรู้สึกอิจฉาอยู่บางส่วน “ศิษย์น้อง!เจ้าหายไปไหนมา! ข้าตามหาเจ้ามาตั้งหลายวัน…”

                  ถังเฟยหู่ได้กล่าวออกไป “เรียนศิษย์พี่หยางถิงศิษย์น้องแซ่ถังลงเขาไปเพื่อทำภารกิจของสำนักและฝึกวิชาจึงทำให้ข้าไม่อยู่สำนักมากว่าหลายวันไม่ทราบว่าศิษย์พี่มีเรื่องอะไรหรือไม่ถึงได้ตามหาศิษย์น้องผู้นี้?” เขาถามออกมาด้วยความสงสัย

                  “เหอะ!คนที่ต้องการพบเจ้ามิใช่ข้าหรอกนะ แต่เป็นท่านตาของข้าต่างหากละที่ต้องการจะพบเจ้าปล่อยให้เจ้าตำหนักรอคอยพบเจ้ากว่าหลายวันมิใช่เรื่องดีหรอกนะข้าขอเตือนเจ้าไว้เลยว่าท่านตาของข้าถ้าโมโหขึ้นมาจะเป็นคนที่น่ากลัวมากเลยทีเดียว!”ศิษย์พี่หยางถิงได้พูดข่มขู่ทีเล่นทีจริงออกมา

                  ถังเฟยหู่ได้แต่หัวเราะแห้งๆออกมาแต่หยางถิงกลับยิ้มออกมาแทนเพราะพอใจที่อย่างน้อยก็ได้ข่มขู่แกล้งศิษย์น้องผู้นี้เล็กๆน้อยๆไปแล้วนั่นจึงทำให้เรื่องที่นางไม่พอใจในตัวถังเฟยหู่ลดน้อยลงบางส่วนจากนั้นนางได้นำถังเฟยหู่เดินไปยังโถงของตำหนักเพื่อไปพบท่านตาของเธอ หรือก็คือหยางเฟยเทียนเจ้าตำหนักแห่งนี้นั่นเอง…

                  ไม่นานนักชายหนุ่มก็ได้ตามศิษย์พี่หยางถิงไปจนถึงห้องโถงของตำหนักเมื่อเข้าไปด้านในแล้วก็พบเห็นหยางเฟยเทียนกำลังนั่งดื่มชาอยู่ที่กลางห้องโถงเบื้องหน้าหยางถิงได้บอกกล่าวกับท่านตาของนางว่าในที่สุดก็ตามหาศิษย์ตัวดีของท่านตานางพบแล้วนางได้บ่นอุบอิบออกมาอีกหลายคำก่อนที่จะเดินจากไปทิ้งให้เหลืออยู่เพียงสองคนในห้องนั้น

                  ถังเฟยหู่ได้ประสานมือออกไปทำความเคารพ“คาราวะท่านอาจารย์”

                  หยางเฟยเทียนพยักหน้าอย่างพอใจชายชราได้ดื่มชาอีกจิบหนึ่งก่อนที่จะวางถ้วยน้ำชานั้นลงบนโต๊ะข้างที่นั่งชายชราได้ลุกขึ้นพร้อมกับก้าวเดินไปหาทางถังเฟยหู่อย่างรวดเร็วในพริบตาเดียวนั้นเองที่หยางเฟยเทียนได้ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของถังเฟยหู่ราวกับสายลมหอบหนึ่งที่ไร้ร่องรอยดวงตาสีทองของชายชราจนจ้องลงบนร่างของศิษย์ตนดวงตาคู่นั้นราวกับเป็นตาสวรรค์ที่มองเห็นทุกสิ่งอย่างถังเฟยหู่รู้สึกราวกับว่าไม่สามารถซ่อนสิ่งใดได้จากการจับจ้องของดวงตาคู่นั้น

                  และในตอนนั้นเองที่หยางเฟยเทียนได้เผยรอยยิ้มออกมา“ฝีมือของเจ้าพัฒนาขึ้นมากเลยนะศิษย์ข้าตั้งแต่เจ้าเข้าสำนักมาดูเหมือนว่าจะยังมิเคยได้รับการชี้แนะจากข้าสักครั้งเลยสินะ…แล้วจิตวิญญาณของเจ้าละ? ก้าวหน้าไปถึงขั้นไหนแล้ว?”หยางเฟยเทียนกล่าวถามออกไปอย่างคาดหวังในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่เองก็ได้เรียกจิตวิญญาณอสรพิษจากภายในห้วงวิญญาณของตนออกมา

                  ละอองปราณสีเขียวมรกตพวยพุ่งออกมาจากร่างของเขาและรวมตัวกันจนกลายเป็นจิตวิญญาณอสรพิษมรกตที่เบื้องหลังของชายหนุ่มหยางเฟยเทียนมองสำรวจจิตวิญญาณงูตนนี้อย่างสนใจ ชายชราสามารถมองออกว่าจิตวิญญาณของสกุลถังตนนี้ได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตระดับสี่แล้ว

                  หยางเฟยเทียนเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพอใจ“เจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ เช่นนั้นเจ้าสามารถสร้างเพลิงพิษของอสรพิษมรกตได้หรือไม่?” ชายชรายังคงถามต่อไปด้วยความคาดหวังในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้พยักหน้าพร้อมกับสั่งให้อสรพิษมรกตได้อ้าปากของมันออกพร้อมกับภายในปากของมันได้ปรากฏเปลวเพลิงสีเขียวอยู่ภายใน

                  “เยี่ยมมาก!” หยางเฟยเทียนร่ำร้องอย่างดีใจ “เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าตระกูลถังของเจ้าสามารถนำเพลิงพิษมาฝึกร่วมกับลมปราณในระดับการฝึกตนขอบเขตหลอมรวมเพื่อก่อเกิดปราณวิญญาณชนิดพิเศษขึ้นถ้าอาจารย์บอกว่ามีวิชาที่สามารถนำเพลิงพิษนี้มาใช้ประโยชน์ร่วมกับการฝึกวิชาได้ก่อนขอบเขตหลอมรวมเจ้าสนใจหรือไม่?”

                  ถังเฟยหู้ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมากแต่เขาคิดว่าวิชาที่อาจารย์ของเขาได้กล่าวถึงคงจะไม่ได้ฝึกได้อย่างง่ายดายเช่นนั้นแน่ๆแต่เขาเองก็รู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก หากมีโอกาสทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างรวดเร็วเขาก็ย่อมต้องไขว่คว้าโอกาสนั้นเอาไว้อย่างแน่นอน!ชายหนุ่มเร่งรีบตอบรับอย่างรวดเร็วดวงตาสีทองของหยางเฟยเทียนราวกับจะปรากฏเปลวสีทองลุกโชนขึ้น

                  หยางเฟยเทียนได้กล่าว“หากเจ้ามีความตั้งใจเช่นนั้น…ข้าก็จะสอนวิชานี้ให้แก่เจ้าเอง…แต่ขอเตือนเจ้าเอาไว้ก่อนว่าวิชานี้มิใช่สามารถฝึกได้อย่างง่ายดาย” เมื่อกล่าวเสร็จแล้วหยางเฟยเทียนก็ได้เรียกจิตวิญญาณของตนออกมาละอองปราณสีทองพวยพุ่งขึ้นจากร่างของเขาและก่อตัวขึ้นกลายเป็นมังกรสวรรค์ที่เบื้องหลัง

                  จิตวิญญาณมังกรสวรรค์มีเกล็ดสีทองเรียงตัวกันอย่างสวยงามลำตัวของมันเรียวเล็กและยืดยาวเป็นอย่างมาก กรงเล็บของมันแหลมคมราวกับดาบ เป็นมังกรที่รูปร่างงดงามเป็นอย่างมากตามรูปแบบตำนานความเชื่อโบราณของซื่อหลิงในพริบตานั้นเองที่มังกรสวรรค์ร้องคำรามออกมาพร้อมกับปลดปล่อยเพลิงมังกรสีทองออกมา

                  ครืนนนน

                  ใบหน้าของถังเฟยหู่สามารถสัมผัสได้ถึงความร้อนของเพลิงมังกรเหล่านั้นหยางเฟยเทียนได้ยกมือห้ามเอาไว้จากนั้นมังกรสวรรค์จึงได้ดึงรั้งเพลิงกลับไปหยางเฟยเทียนได้เอื้อมมือออกไปพร้อมกับมังกรของเขาที่โน้มหัวลงมาให้ชายชราลูปหัว “นี่คือจิตวิญญาณมังกรสวรรค์ของตระกูลหยางอาจารย์ของเจ้าก็เหมือนกับเจ้าที่ได้รับสืบทอดจิตวิญญาณของตระกูลมาเช่นกันจิตวิญญาณมังกรสวรรค์นี้เองก็มีเพลิงมังกรชนิดพิเศษ ซึ่งเพลิงมังกรชนิดนี้เองก็เป็นที่สร้างชื่อให้แก่ตระกูลหยางเช่นกัน”
                  ในตอนนั้นเองที่หยางเฟยเทียนได้กางมืออีกข้างหนึ่งขึ้นกลางอากาศในพริบตานั้นเองที่เปลวเพลิงมังกรสีทองได้ลุกโชนขึ้นจากฝ่ามือข้างนั้น
    “แม้ว่านี่คือผลลัพธ์ของการฝึกฝนปราณวิญญาณในขอบเขตที่สูงขึ้นเพื่อผสานพลังการจิตวิญญาณเข้ากับการฝึกตนของผู้ฝึกยุทธ์แต่สำหรับตระกูลหยางนั้นจะมีวิชาที่สามารถนำเพลิงของจิตวิญญาณมาฝึกฝนเพื่อสามารถใช้ออกได้ก่อนขอบเขตหลอมรวม”

                  เมื่อชายชราได้กล่าวเสร็จแล้วในพริบตานั้นเองที่ดวงตาสีทองของชายชราราวกับจะปรากฏเปลวเพลิงสีทองลุกโชนขึ้นหยางเฟยเทียนได้หันเหสายตาของตนเองไปมองยังเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งที่วางไว้ด้านข้างในห้องโถงในตอนนั้นเองที่ได้เกิดลูกไฟมังกรสีทองพุ่งออกไปโจมตีใส่เก้าอี้ตัวนั้นในทันที! เปลวเพลิงทองพุ่งจู่โจมอย่างรวดเร็วราวกับเป็นดาวตกลูกหนึ่งก็ไม่ปาน!

                  ตู้มมมมม!!

                  เก้าอี้ตัวนั้นได้ถูกทำลายลงในพริบตา เพลิงสีทองได้เผาทำลายเก้าอี้ตัวนั้นจนกลายเป็นเถ้าถ่านไปชายชราได้ดึงรั้งเพลิงที่ลุกโชนกลับเข้าสู่ดวงตาอีกครั้ง จากนั้นเขาจึงได้หันกลับมาทางศิษย์ของตนเพื่ออธิบาย“วิชานี้ถูกเรียกว่าเนตรสวรรค์ผลาญภพเป็นวิชาสายเลือดดวงตาของตระกูลหยาง ข้าจะสอนหลักการของวิชานี้ให้แก่เจ้าแม้เจ้าจะไม่สามารถใช้วิชาขั้นสูงของสายเลือดดวงตานี้เพราะไม่มีสายเลือดสกุลหยางแต่ข้าคิดว่าเจ้าที่ฝึกวิชาดวงตาและครอบครองเพลิงพิเศษของสายเลือดน่าจะมีประโยชน์อยู่บ้าง”

                  ชายชรากล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มอย่างอบอุ่นออกมาถังเฟยหู่แทบจะไม่เชื่อหูของตนเองเพราะอาจารย์ของเขาพึ่งจะบอกว่าจะสอนวิชาประจำตระกูลให้โดยทั่วไปแล้ววิชาต่างๆต้องผ่านการคิดค้นและฝึกฝนมาอย่างยาวนานของคนถึงหลายรุ่นรวมถึงบางส่วนนั้นอาจจะเป็นของตกทอดมาตั้งแต่สมัยบรรพกาลเสียด้วยซ้ำไป

                  นั่นจึงทำให้ตระกูลหรือสำนักต่างๆต่างก็หวงวิชาของตนเอง มิยอมถ่ายทอดให้แก่คนนอกโดยเด็ดขาดและสิ่งที่หยางเฟยเทียนกำลังจะทำนี้นับว่าผิดวิสัยของผู้ฝึกตนโดยทั่วไปอย่างมากมายนัก

                  แม้ถังเฟยหู่จะรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างแต่เพื่อความแข็งแกร่งของตนเองเขาก็มักจะทำอะไรที่มันแหกคอกอยู่เสมอหรือแม้แต่การขโมยฝึกวิชาของสำนักคู่ปรับอย่างสำนักแปดดาราเขาก็เคยทำมาแล้วนับประสาอะไรกับการที่อาจารย์จะถ่ายทอดวิชาให้แก่ลูกศิษย์

                  ในตอนนั้นเองที่เขาได้ตัดสินใจได้แล้วเขาได้ตอบรับความหวังดีของอาจารย์ตนไปในทันที หยางเฟยเทียนเองก็พยักหน้าอย่างพอใจและกล่าวออกไป“ดีมาก!หากเจ้าสามารถดึงเพลิงของจิตวิญญาณและสายเลือดมาใช้ประโยชน์ได้อย่างดีต่อไปอาจารย์จะสอนบทเพลงเพลิงเฟิงหวงให้แก่เจ้า”

                  หลังจากนั้นหยางเฟยเทียนจึงได้ทำการสอนเคล็ดวิชาการควบคุมสายเลือดดวงตาและหลักการใช้เพลิงจิตวิญญาณมากมายแม้จะเป็นเพียงเคล็ดขั้นพื้นฐานของเนตรสวรรค์ผลาญภพแต่ถังเฟยหู่กลับรู้สึกได้ถึงความลึกล้ำของวิชานี้นี่คือวิชานี้ลับที่นำสายเลือดมาควบคุมดวงตาและเปลี่ยนดวงตาของผู้ฝึกให้กลายเป็นที่กักเก็บเพลิง

            โดยในขั้นพื้นฐานเป็นการฝึกความเคยชินและเรียนรู้ถึงหลักการของความร้อนถึงแม้จะเป็นขั้นพื้นฐานที่สุดก็ตาม แต่หยางเฟยเทียนได้บอกเอาไว้ว่าเคยมีคนของสกุลหยางที่เร่งร้อนฝึกวิชาเนตรสวรรค์ผลาญภพด้วยความรีบร้อนเกินไปจึงทำให้เกิดเปลวเพลิงเผาผลาญดวงตาทั้งสองข้างจนบอดไป…

                  ในตอนที่ได้ฟังเรื่องเล่านั้นถังเฟยหู่กลับลอบกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบากเขาได้บอกตัวเองในใจว่าต้องอย่าทำผิดพลาดเช่นนั้นเป็นอันขาดเขาตั้งใจฟังและทำความเข้าใจเกี่ยวกับเคล็ดวิชาทั้งหมด เขาทำตัวราวกับถังน้ำที่รอรับความรู้ที่อาจารย์หยางเฟยเทียนได้มอบเอาไว้ให้แก่เขา

                  ชายชราได้สอนเคล็ดวิชาและตอบคำถามมากมายของถังเฟยหู่ไปกว่าสามวันในห้องโถงของตำหนักถังเฟยหู่ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับศาสตร์ของเพลิงอย่างมากมายในตอนนั้นเองที่อาจารย์ของเขาได้ให้เขาเริ่มที่จะควบคุมเพลิงพิษของอสรพิษมรกตดูบ้าง

                  หยางเฟยเทียนที่มีจิตวิญญาณที่ควบคุมไฟได้เช่นกันจึงสามารถชี้แนะถังเฟยหู่ได้อยู่บ้างไม่นานนักถังเฟยหู่เองก็สามารถสั่งการและควบคุมจิตวิญญาณของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าตอนที่บังเอิญใช้ออกมาตอนต่อสู้กับคุณชายหน้าหยก

                  อสรพิษมรกตได้อ้าปากของมันออกพร้อมกับปลดปล่อยเพลิงสีเขียวแสนลี้ลับออกมาอสรพิษน้อยเริ่มสามารถควบคุมเพลิงได้อย่างใจตามการสั่งการของถังเฟยหู่เพลิงสีเขียวล่องลอยไปมาโดยรอบห้องโถงใหญ่ด้วยการควบคุมอย่างละเอียดละออของสองนายบ่าวหนึ่งคนหนึ่งจิตวิญญาณ

                  หยางเฟยเทียนเฝ้ามองการฝึกควบคุมจิตวิญญาณและเพลิงของลูกศิษย์ตนเองอย่างใจเย็นจนหลายวันผ่านไปเขาจึงแน่ใจว่าถังเฟยหู่นั้นพร้อมกับการฝึกขั้นต่อไปแล้ว ชายชราได้สั่งให้ศิษย์ของตนนั่งสมาธิอยู่กลางห้องจากนั้นจึงบอกให้ถังเฟยหู่สร้างเพลิงพิษขึ้นมาให้แก่เขา ถังเฟยหู่จึงพยักหน้าและสั่งให้อสรพิษมรกตปล่อยเปลวเพลิงสีเขียวขนาดเล็กหนึ่งฝ่ามือขึ้นมากลางอากาศ

                  หยางเฟยเทียนได้เอื้อมมือออกไปและชักนำเพลิงก้อนนั้นมาไว้ในมือด้วยเพราะเขาเองก็ฝึกวิชาเพลิงมังกรของตระกูลจึงทำให้เพลิงนี้ยังไม่อาจทำอันตรายตัวเขาได้เขาได้ยื่นนิ้วชชี้และกลางออกมาแตะยังเพลิงพิษบนมืออีกข้างจากนั้นเขาจึงได้ลากนิ้วทั้งสองออกมาและปรากฏเพลิงพิษที่ถูกดึงออกมาเป็นเส้นสายขนาดเล็กราวกับด้าย

                  หยางเฟยเทียนมองศิษย์ของตนอย่างจริงจัง“เตรียมพร้อมให้ดี จำเคล็ดวิชาที่อาจารย์สอนให้ขึ้นใจชักนำเปลวเพลิงเหล่านี้หล่อหลอมดวงตาชักนำสายเลือดเพื่อฝึกฝนดวงตาให้เคยชินกับความร้อนและธาตุเพลิง!” ในพริบตานั้นเองที่หยางเฟยเทียนได้ชี้นิ้วออกไปและปลดปล่อยเส้นสายเพลิงสีเขียวสองสายพุ่งเข้าสู่ดวงตาของถังเฟยหู่!!

    คล้ายกับเรื่องLegend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า ที่คุณอ่าน

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912