ข้าก้าวเท้าตรงไปหาท่านย่าหยวนฉางที่ลานฝึกในเช้าวันใหม่ เฉินอี้เฟิงเดินเคียงข้าง สีหน้าสงบเยือกเย็นเช่นเคย ข้าสูดลมหายใจเบา ๆ ก่อนเคาะประตู ท่านย่าเอ่ยอนุญาตเสียงนุ่ม ข้ากับเขาจึงก้าวเข้าไปอย่างนอบน้อม
"ท่านย่า ข้ามารายงานเรื่องเมื่อคืนเจ้าค่ะ"
ข้านึกตามและพยายามเรียบเรียงถ้อยคำในใจ
"ข้ากับท่านเฉินอี้เฟิงสามารถช่วยส่งวิญญาณเด็กในครัวไปสู่สุขคติได้แล้วเจ้าค่ะ เด็กน้อยนั้น...เขาเพียงหิวและคิดถึงกลิ่นอาหาร ข้าจึงเตรียมสำรับเซ่นไหว้ให้ ส่วนท่าน...เฉินอี้เฟิงก็ช่วยทำพิธีอย่างอ่อนโยน"
ข้ายิ้มบางเบา
「ข้าไม่อาจลืมแววตาเศร้าของเด็กน้อยคนนั้นได้เลย」 [TwT]
ท่านย่าหยวนฉางพยักหน้าอย่างพอใจ
"เจ้าทั้งสองทำได้ดีมาก ข้าภูมิใจในความเมตตาของเจ้า"
ข้ารู้สึกอบอุ่นในอก เฉินอี้เฟิงมองข้าแวบหนึ่ง แววตาอ่อนโยน
「ถ้อยคำของท่านย่า...ช่างปลอบประโลมใจข้ายิ่งนัก」 [ (๑˘︶˘๑) ]
ท่านย่าหยวนฉางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่ม
"เจ้าทั้งสองคงสงสัยที่มาของพลังวิญญาณในสายเลือดของตระกูลเรา"
ข้าชะงักเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองท่านย่า
"ข้าจะเล่าเรื่องราวของต้นตระกูลฝ่ายหญิงให้ฟัง"
ท่านย่าหลุบตาลง ราวกับย้อนคิดถึงอดีต
"ย่ารุ่นแรกของเรานั้น เป็นหญิงยากจนแต่กตัญญู อาศัยอยู่กับแม่ที่ป่วย ต้องทำงานทุกอย่างเพื่อดูแลแม่ แม้จะลำบากเพียงใดก็ไม่เคยทอดทิ้ง"
ข้าฟังอย่างตั้งใจ
「สายเลือดนี้...ช่างเข้มแข็งและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน」 [ (´• ω •') ]
ท่านย่าหยุดเล็กน้อย ดวงตาท่านทอประกายราวกับย้อนกลับไปในอดีต
"คืนหนึ่ง ขณะย่ารุ่นแรกของเรากำลังปีนเขาเพื่อเก็บสมุนไพรให้แม่ ท่ามกลางสายหมอกหนาและลมหนาวที่พัดกรู นางได้ยินเสียงขลุ่ยแว่วมาแต่ไกล เสียงนั้นใสราวกับมาจากสวรรค์"
ข้าจินตนาการภาพหญิงสาวผู้เดียวดายท่ามกลางขุนเขา
「หัวใจของนาง...ต้องกล้าหาญเพียงใดจึงไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา」 [ (✧ω✧) ]
"นางเดินตามเสียงขลุ่ยไปจนถึงยอดเขา ที่นั่นเอง นางได้พบกับเทพเซียนผู้หนึ่ง ท่านนั่งอยู่ใต้ต้นสนใหญ่ ผมขาวยาวสยาย เสื้อคลุมสีขาวปลิวไสวราวกับเมฆหมอก ท่านเทพเซียนมองนางด้วยสายตาเมตตา"
ท่านย่าหยุดเล่า ราวกับปล่อยให้ภาพในอดีตล่องลอยอยู่ในห้อง
"เทพเซียนท่านนั้นเห็นความกตัญญูและความเพียรของนาง จึงเอ่ยถามว่า 'เหตุใดเจ้าจึงปีนเขาในยามค่ำเช่นนี้' นางตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า 'ข้าต้องหาสมุนไพรเพื่อรักษาแม่ แม้จะเหนื่อยเพียงใด ข้าก็ไม่อาจทอดทิ้งผู้ให้กำเนิด'"
ข้ารู้สึกขนลุกวาบ
「หากเป็นข้า...จะกล้าตอบเช่นนั้นหรือไม่」 [O_o]
"เทพเซียนหัวเราะเบา ๆ แล้วกล่าวว่า 'ความกตัญญูของเจ้าคือคุณธรรมสูงสุดในใต้หล้า ข้าจะถ่ายทอดวิชาสายขาวให้เจ้า เพื่อให้เจ้ามีฤทธิ์ช่วยเหลือผู้คนและปกป้องผู้ที่เจ้ารัก'"
ท่านย่าหยุดเล็กน้อย ดวงตาท่านเปล่งประกาย
"นับแต่นั้นมา สายเลือดของเราจึงได้รับพรจากเทพเซียน วิชาสายขาวที่สืบทอดกันมาไม่เคยขาดสาย"
ข้ารู้สึกหัวใจเต้นแรง
「ข้าเป็นหนึ่งในสายเลือดนั้น...ข้าคือผู้สืบทอดพรอันยิ่งใหญ่」 [>O<]
"เทพเซียนท่านนั้นยังคงบำเพ็ญพรตอยู่บนภูเขาเดิม แม้เวลาจะผ่านไปหลายร้อยปี ท่านจะปรากฏตัวเฉพาะกับผู้มีวาสนาเท่านั้น"
ข้าเชื่ออย่างเต็มใจและเคารพ
「ข้าจะไม่หยุดฝึกฝน ไม่หยุดเชื่อในความดี...สักวันหนึ่ง ข้าอาจได้พบเทพเซียนด้วยตนเอง」 [UwU]
เฉินอี้เฟิงมองท่านย่าอย่างเงียบงัน
ท่านย่าหัวเราะเบา ๆ
"บรรพบุรุษของเรานั้น แม้จะมีวิชาปราบผี แต่ก็มักจะยึดมั่นในคุณธรรมมากกว่าทรัพย์สิน เคยมีครั้งหนึ่ง บรรพบุรุษของเราถูกเชิญไปปราบผีในวัง แต่กลับหยิ่งไม่รับสินจ้าง สุดท้ายเลยจนมาถึงทุกวันนี้"
ข้าหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ
"หากบรรพบุรุษรับเงินบ้าง ป่านนี้ข้าคงได้กินขนมทุกวันแล้วเจ้าค่ะ" [^O^]
เฉินอี้เฟิงยิ้มบาง ๆ
"เจ้าก็ยังคิดถึงขนมอยู่ดี" [ (◡‿◡✿) ]
ท่านย่าหัวเราะเสียงใส
"ข้าชอบที่เจ้ามีความสุขกับเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้"
บรรยากาศในห้องอบอวลด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะ ข้ารู้สึกภูมิใจในสายเลือดของตนเอง
「แม้จะจน แต่ก็เปี่ยมด้วยคุณธรรมและความเมตตา」 [ (๑˘︶˘๑) ]
เฉินอี้เฟิงมองข้าอย่างเงียบงัน แววตาเขาอ่อนโยนกว่าทุกครั้ง
"ข้าดีใจที่ได้ฝึกวิชานี้ และได้ช่วยเหลือผู้คน"
ข้าก้มหน้าลง ยิ้มละมุน
"ข้าหวังว่าสักวันหนึ่ง ข้าจะได้พบเทพเซียนเช่นกัน" [>///<]
ท่านย่าพยักหน้า
"หากเจ้ามีวาสนา สักวันหนึ่งเจ้าจะได้พบ"
ข้ารู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาอย่างประหลาด
「ข้าจะไม่หยุดฝึกฝน ไม่หยุดเมตตา ไม่หยุดเชื่อในความดี」 [ (ノ◕ヮ◕) ノ*:・゚✧]
เฉินอี้เฟิงเอ่ยเสียงเบา
"ข้าภูมิใจที่ได้ร่วมทางกับเจ้า" [>w<]
ข้ายิ้มบางเบา
"ข้าก็เช่นกัน ท่าน" [ (๑•́ ₃ •̀๑) ]
เสียงหัวเราะและรอยยิ้มยังคงอยู่ในห้องนั้น ข้ารู้สึกว่าทุกสิ่งที่ผ่านมาล้วนมีความหมาย
「ข้าจะเดินต่อไปในเส้นทางนี้ ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความหวัง」 [ (●´ω`●) ]