รถม้าที่พ่วงด้วยร่างผอมโซของโม่ขวางบนที่นั่งคนขับ เคลื่อนผ่านเส้นทางป่าไผ่สีเขียวครามที่เงียบสงบอย่างน่าประหลาด ระยะทางจากตลาดมืดกลับสู่เขตพรรคมารทมิฬนั้นต้องผ่าน ‘หุบเขาเสียงกระซิบ’ ซึ่งเป็ชัยภูมิที่เหมาะแก่การดักซุ่มโจมตีที่สุด ลมูเาพัดหวีดหวิวลอดผ่านช่องแคบ ทว่าภายในตัวรถม้า กงจื่อสี่กลับกำลังเผชิญกับวิกฤตที่ใหญ่หลวงกว่าการลอบสังหาร... นั่นคือการที่เขารู้สึกว่าเบาะรองนั่งมัน ‘แข็ง’ เกินไป
"เสี่ยวเตี๋ย... เ้าว่าข้าควรจะซื้อขนเป็ดมาทำเบาะเพิ่มไหม? นั่งรถม้านานๆ แบบนี้ข้าเริ่มปวดหลังแล้วนะ" กงจื่อสี่บ่นพึมพำขณะพยายามจัดท่านอนในพื้นที่จำกัด
"คุณชายเ้าคะ! ตอนนี้เราควรจะกังวลเื่ทาสคนใหม่มากกว่าไหมคะ?" เสี่ยวเตี๋ยกระซิบพลางชี้ไปที่แผ่นหลังอันสั่นเทาของโม่ขวางที่มองเห็นผ่านม่านกั้น "เขาจะตายคาที่นั่งคนขับอยู่แล้วนะเ้าคะ! ลมหายใจแ่เบาขนาดนั้น ถ้าเขาตายตอนนี้ เราจะเสียเงินหนึ่งตำลึงเงินไปฟรีๆ เลยนะเ้าคะ"
กงจื่อสี่ชำเลืองมองแผ่นหลังของโม่ขวางผ่านรอยแยกของม่าน ดวงตาที่ดูเหมือนจะง่วงงุนพลันฉายแววประหลาด เขาเห็น ‘เส้นด้าย’ สีดำปนเทาที่ขาดสะบั้นอยู่รอบตัวโม่ขวาง นั่นคือภาพลักษณ์ของเส้นลมปราณที่แหลกเหลวในสายตาของระบบ
[ติ๊ง! ตรวจพบสถานะ ‘หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน’ ของข้ารับใช้โม่ขวาง] [หากปล่อยไว้ เขาจะสิ้นใจในอีก 180 วินาที] [คำแนะนำ: ใช้ทักษะ ‘กายาไหมฟ้า’ เพื่อเชื่อมต่อเส้นลมปราณ... แต่ระวัง อย่าให้เขารู้ตัวว่าท่านช่วย!]
‘ช่างเป็ระบบที่เื่มากจริงๆ... จะช่วยก็ต้องช่วยแบบแอบๆ สินะ’ กงจื่อสี่ถอนหายใจยาว ก่อนจะแสร้งทำเป็ขยับตัวเข้าไปใกล้ด้านหน้าของรถม้า
"เฮ้! ไอ้ทาสขี้เรื้อน" เขาะโเรียกเสียงดัง "ข้าบอกแล้วไงว่าอย่ามาตายบนรถม้าของข้า มันจะทำให้กลิ่นศพติดเบาะ! มานี่... ข้าจะให้เ้าชิม 'ยาระงับประสาท' ของข้าหน่อย จะได้เลิกสั่นเหมือนโดนผีเข้าซะที"
กงจื่อสี่เอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อของโม่ขวางจากด้านหลังแล้วดึงเข้ามาใกล้ ราวกับจะข่มเหงทาสที่ไร้ทางสู้ ทว่าในวินาทีที่ฝ่ามือของเขาัักับแผ่นหลังที่เย็นเฉียบ กระแสพลังที่นุ่มนวลทว่าทรงพลังปานมหาสมุทรก็หลั่งไหลผ่านนิพพานเข้าสู่จุดศูนย์กลางกายของโม่ขวางทันที
[ทักษะ: กายาไหมฟ้า (ระดับเริ่มต้น) ทำงาน!] [กำลังถักทอเส้นลมปราณที่ขาดสะบั้นด้วย ‘ปราณมารี้เี’] [กระบวนการนี้จะไม่ทำให้เ็ป... แต่จะทำให้รู้สึก ‘ง่วงนอน’ อย่างรุนแรง]
โม่ขวางที่เดิมทีสติเริ่มพล่ามัวและเตรียมใจรับความตาย พลันรู้สึกถึงกระแสความอบอุ่นที่ประหลาด มันไม่ได้ร้อนแรงดุจไฟป่าเหมือนวิชาไหมฟ้าของฝ่ายธรรมะที่เขาเคยรู้จัก แต่มันกลับนุ่มละมุนเหมือนแสงแดดยามบ่ายที่ชวนให้เอนกายลงนอน าแฉกรรจ์ที่เคยเ็ปจนแทบจะหยุดหายใจกลับค่อยๆ ทุเลาลง ราวกับมีด้ายล่องหนนับพันเส้นกำลังเย็บประสาทและกล้ามเนื้อของเขาเข้าด้วยกันอย่างประณีต
‘นี่มัน... พลังอะไรกัน? ทำไมขยะอย่างกงจื่อสี่ถึงมีพลังที่บริสุทธิ์ขนาดนี้...?’ โม่ขวางคิดในใจอย่างตกตะลึง ทว่าเขากลับไม่มีแรงแม้แต่จะหันไปมอง เพราะความง่วงงุนที่ระบบจงใจส่งผ่านมานั้นรุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน
"อึก... ท่าน... ทำอะไร..." โม่ขวางพึมพำเสียงแ่
"หุบปากไปซะ! ข้าแค่รำคาญที่เ้าสั่นจนรถม้ามันโยกเยก ข้าจะนอน!" กงจื่อสี่แผดเสียงกลบเกลื่อน พลางกดนิ้วลงบนจุดชีพจรสำคัญเพื่อส่งพลังขั้นสุดท้ายเข้าไปเร่งการสมานตัว
ทว่า ในขณะที่การรักษากำลังดำเนินไปถึงจุดสำคัญ...
ฟิ้ว! ปึก!
ลูกธนูหัวเหล็กแหลมคมพุ่งแหวกอากาศจากพุ่มไม้ข้างทาง ปักเข้าที่ขอบหน้าต่างรถม้าห่างจากศีรษะของกงจื่อสี่ไปเพียงไม่กี่นิ้ว!
"ว้ายยยยย!" เสี่ยวเตี๋ยกรีดร้องพลางหมอบลงกับพื้นรถม้า
"ชิ... พวกนี้มันไม่มีมารยาทเลยจริงๆ" กงจื่อสี่สบถอย่างหัวเสีย เขาไม่ได้กลัวตาย แต่เขารู้สึก 'เสียอารมณ์' ที่โดนขัดจังหวะการทำแต้มเกียจคร้าน
บนหน้าผาสูงข้างทาง ปรากฏร่างของชายในชุดรัดกุมกว่าสิบคน พวกมันไม่ใช่โจรป่ากระจอก แต่เป็มือสังหารที่ฝึกปรือวิชาธนูมาอย่างดี หนึ่งในนั้นคือชายหน้าบากที่มีรอยสักรูปตะขาบที่ลำคอ มันแค่นเสียงหัวเราะพลางง้างธนูค้างไว้
"คุณชายสี่... ท่านประมุขน้อย (กงจื่ออี้) ฝากมาบอกว่า หุบเขาแห่งนี้เหมาะจะเป็หลุมศพของคนไร้ค่าอย่างเ้าที่สุด! ยิง!!!"
ฟิ้วๆๆๆๆๆ!
ห่าฝนลูกธนูนับสิบพุ่งเข้าใส่รถม้าจากทุกทิศทาง โม่ขวางที่พึ่งจะได้รับการรักษาไปเพียงครึ่งเดียว พยายามจะขยับตัวมาบังหน้าประตูรถม้าตามสัญชาตญาณของนักรบ แม้ร่างกายจะยังไม่สมบูรณ์ก็ตาม "คุณชาย... หลบไป!"
ทว่า กงจื่อสี่กลับไม่ได้หลบ เขาเพียงแค่ถอนหายใจยาวๆ พลางบ่นงึมงำ "เฮ้อ... การขยับตัวมันเหนื่อยนะเ้ารู้ไหม?"
[ติ๊ง! ตรวจพบเจตนาฆ่าจากศัตรูจำนวน 12 ราย] [เปิดใช้งานเขตแดน: ‘สนามแห่งความเฉื่อยชา’ (Lazy Domain)] [ผล: ทุกสิ่งที่เคลื่อนที่เข้ามาในรัศมี 3 เมตร จะถูกลดความเร็วลง 90%]
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของโม่ขวางและเสี่ยวเตี๋ยคือภาพที่เหนือธรรมชาติ ลูกธนูที่พุ่งมาด้วยความเร็วปานสายฟ้า พลันชะลอตัวลงจนเห็นความหมุนของหัวลูกธนูอย่างชัดเจนเมื่อมันเข้าใกล้ร่างของกงจื่อสี่ พวกมันลอยเอื่อยเฉื่อยราวกับขนนกที่ร่วงหล่นในอากาศ
กงจื่อสี่ยังคงนั่งท่าเดิม เขาเอื้อมมือไปหยิบลูกธนูที่ลอยค้างอยู่ตรงหน้าขึ้นมาดูเหมือนกำลังสำรวจของเล่น "เหล็กเกรดต่ำ... ฝีมือการตีดาบของพวกคนรับใช้พี่ใหญ่นี่แย่ลงทุกวันเลยนะ"
เขาสะบัดมือทิ้งลูกธนูลงพื้นอย่างไม่ใยดี ก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงเ็า "โม่ขวาง... เ้าอยากล้างแค้นพวกที่ดูถูกเ้าไม่ใช่หรือ? ตอนนี้เส้นลมปราณของเ้าข้าเชื่อมให้ชั่วคราวแล้ว... จงออกไปจัดการพวกน่ารำคาญข้างบนนั่นซะ ข้าให้เวลาสามนาที ถ้าช้ากว่านั้น ข้าจะหักเงินเดือนเ้า"
โม่ขวางรู้สึกได้ถึงพลังที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างกะทันหัน แม้จะยังไม่เต็มร้อย แต่มันก็มากพอจะทำให้เขารู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ เขาจ้องมองกงจื่อสี่ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน—ทั้งหวาดกลัว สงสัย และซาบซึ้ง
"รับบัญชา..." โม่ขวางกระโจนออกจากที่นั่งรถม้า ร่างกายที่เคยผอมโซพลันกลายเป็เงาสีดำวูบวาบ พุ่งทะยานขึ้นสู่หน้าผาด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป
เสียงกรีดร้องและเสียงกระดูกหักดังแว่วมาจาก้าเพียงไม่นาน กงจื่อสี่ไม่ได้สนใจจะดูผลงาน เขาหันกลับมาหาเสี่ยวเตี๋ยที่ยังคงตัวสั่นเทา "เสี่ยวเตี๋ย... เ้ามีขนมเปี๊ยะเหลืออีกไหม? เมื่อกี้ข้าใช้แรงสะบัดมือไปเยอะเลย เริ่มหิวแล้วเนี่ย"
เสี่ยวเตี๋ยเงยหน้าขึ้นมองเ้านายของตนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป "คุณชาย... ท่านเป็ใครกันแน่เ้าคะ?"
[ติ๊ง! โฮสต์ได้รับแต้มความเคารพ (แบบงงๆ) จากเสี่ยวเตี๋ย +300 แต้ม] [ได้รับแต้มเกรงขามจากโม่ขวาง +500 แต้ม] [ปลดล็อกความสำเร็จ: เ้านายผู้ไร้ปรานี (แต่แอบช่วย)]
กงจื่อสี่ไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่เอนหลังลงกับเบาะที่เพิ่งบ่นว่าแข็ง พลางหลับตาลงรับฟังเสียงการต่อสู้ที่ค่อยๆ เงียบหายไป
‘พี่ใหญ่... ท่านส่งคนมาปลุกข้าทำไม? ข้าแค่อยากเป็คนขยะที่นอนกินบ้านกินเมืองไปวันๆ แท้ๆ... แต่ในเมื่อท่านอยากเล่นเกมชิงอำนาจนัก ข้าก็จะสอนให้รู้ว่า... การรบกับคนี้เีน่ะ มันน่ากลัวยิ่งกว่าเจอเทพาเสียอีก’
ผ่านไปไม่ถึงสามนาที ร่างของโม่ขวางก็ร่อนลงมาที่หน้ารถม้า กลิ่นคาวเืจางๆ ติดตัวเขามา ทว่าดวงตาของเขากลับมีความกระจ่างใสเป็ครั้งแรกในรอบหลายปี เขายืนคุกเข่าลงข้างรถม้า
"จัดการเสร็จสิ้นแล้วครับ... นายท่าน"
"ดี... คราวหน้าทำให้เงียบกว่านี้หน่อย ข้าเสียดายฝันดีเมื่อกี้" กงจื่อสี่ตอบโดยไม่ลืมตา "ออกรถได้... ข้าหิวข้าวจะแย่อยู่แล้ว"
รถม้าเก่าๆ เริ่มเคลื่อนตัวต่อไป ทิ้งซากศพของมือสังหารไว้เื้ั ท่ามกลางป่าไผ่ที่กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าความลับของ ‘ทายาทผู้ไร้ค่า’ เริ่มที่จะเก็บซ่อนไว้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
Wisan-Mars