ส่วนผู้ที่ทำให้ผู้อื่นจิตใจว้าวุ่น กลับไม่ได้สนใจว่าใครจะคิดอย่างไร หลังจากที่เดินเข้าไปดูแม่สามีก็เห็นว่าอีกฝ่ายนั้นนอนหลับไปแล้ว คงเป็เพราะฤทธิ์ยาที่กินเข้าไปก่อนหน้า รวมถึงความอ่อนเพลียจากการทำงานและอาการาเ็ จึงทำให้แม่เฉินหลับลึกจนไม่รู้สึกตัว แม้กระทั่งตอนที่เธอผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและห่มผ้าให้ คาดว่าคงอีกหลายชั่วโมงกว่าแม่สามีจะตื่น
โจวซิ่วหลันมองดูใบหน้าซูบตอบของแม่สามี ใต้ตาของอีกฝ่ายดำคล้ำ ดูแก่กว่าอายุจริงไปหลายปี จนเธอรู้สึกสะท้อนใจอย่างรุนแรง แม่สามีผู้นี้เป็คนดีมาก ในอดีตอีกฝ่ายไม่เคยมีปากมีเสียงกับใครเลยโดยเฉพาะกับเธอ สุขภาพของแม่สามีนั้นอ่อนแอและเจ็บป่วยมาตลอด พึ่งจะเริ่มดีขึ้นได้ไม่นานก็ต้องกลับมาทรุดหนักยิ่งกว่าเดิมก็เพราะเธอ
อีกฝ่ายอ่อนแอทั้งร่างกายและจิตใจ ยอมลงให้เธอทุกอย่าง อ่อนแอมากจนบางครั้งเรียกได้ว่าโง่งมจนน่าปวดใจ มองสภาพย่ำแย่เช่นนี้ของแม่สามีหัวใจของเธอก็บีบรัดจนรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อตอนที่เธอลงมือถอดเสื้อผ้าของแม่สามีออก แม่เฉินผอมมากจนน่าใจหาย ร่างกายของแม่สามีซูบผอมจากการที่ได้รับอาหารไม่เพียงพอมาเป็เวลานาน จนแทบจะเรียกได้ว่าหนังหุ้มกระดูก ในขณะที่เธอตอนนี้ดูอวบอิ่มมีน้ำมีนวล ฝ่ามือของอีกฝ่ายนั้นเต็มไปด้วยรอยแผลทั้งรอยเก่าและรอยใหม่ อีกทั้งยังหยาบกระด้างเป็อย่างมาก
เธอ เธอรู้สึกผิดมากจนไม่รู้ว่าจะชดใช้ให้อีกฝ่ายยังไงถึงจะพอ
หญิงสาวเม้มริมฝีปากที่สั่นระริกแน่น ขอบตาร้อนผ่าวจนต้องแหงนเงยใบหน้าขึ้น ใช้ปลายนิ้วกรีดหยดน้ำตาที่ผุดซึมตรงหางตาอย่างอัดอั้นภายในใจ แล้วจึงพ่นลมหายใจที่หนักอึ้งออกมาจากปากคำรบใหญ่
เธอจะมัวแต่รู้สึกผิดจนอ่อนแอไม่ได้ ตอนนี้ทุกคนต้องมีชีวิตย่ำแย่ก็เพราะเธอ ดังนั้นเธอจะต้องเร่งมือแก้ไข ดูแลพวกเขาไม่ให้ได้รับความลำบากไปมากกว่านี้
ไม่มีอะไรที่สายเกินไปหากลงมือทำ
โจวซิ่วหลันจึงตรงดิ่งมายังห้องครัว และหญิงสาวก็ต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวายครั้งใหญ่ในการทำความสะอาดห้องครัวที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำและสิ่งสกปรก
ความจริงน้ำที่แม่สามีทำหกเอาไว้ไม่ได้มากมายอะไร เพราะแรงของอีกฝ่ายทำได้เพียงขนน้ำครั้งละครึ่งถังเท่านั้น เพียงแค่ใช้ผ้าซับไม่กี่รอบก็หมด แต่เป็เธอเองที่ขนน้ำอีกหลายถังมาสาดไปทั่วห้องครัว จนตอนนี้บนพื้นห้องครัวเจิ่งนองไปด้วยน้ำ
หญิงสาวไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ว่าระยะเวลาไม่ถึงหกเดือนหลังจากที่เฉินห่าวซวนจากบ้านไป บ้านเฉินจะกลายเป็เช่นนี้ไปได้ จากบ้านที่เคยสะอาดสะอ้านน่าอยู่อาศัย ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยฝุ่น หยากไย่และคราบสกปรกเต็มไปหมด ทั้งบริเวณด้านหลังบ้านที่เคยมีแปลงผักอยู่หลายแปลงกลับเต็มไปด้วยหญ้ารกสูงชันจนแทบจะยื่นเข้ามาภายในบ้าน และเธอก็พึ่งจะสังเกตเห็นว่าผนังที่ถูกกั้นด้วยแผ่นไม้เริ่มที่จะผุพัง
แม้ว่าสองปีหลังมานี้บ้านเฉินจะมีความเป็อยู่ที่ดีขึ้นมาก พวกเขามีอาหารให้กินอิ่มท้องและไม่ต้องทำงานหนัก แต่บ้านเฉินก็ไม่ได้มีเงินมากมายที่จะใช้สร้างบ้านปูนหลังใหญ่ทั้งหลังให้เสร็จในคราวเดียว เงินที่เฉินห่าวซวนส่งมาในแต่ละเดือนตลอดระยะเวลาสองปี ส่วนหนึ่งใช้สำหรับสร้างบ้านใหม่ขนาดสี่ห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ หนึ่งห้องโถง และหนึ่งห้องครัวหลังนี้
บ้านเฉินสร้างรั้วบ้านที่แข็งแรงทนทานเพื่อความปลอดภัยของคนในครอบครัวที่มีเพียงสตรีและเด็ก รวมทั้งฐานของบ้านที่เป็อิฐและปูนที่แข็งแรง พื้นบ้านทั้งหมดเป็พื้นปูนขัดจนเรียบเนียน หลังคาบ้านล้วนใช้กระเบื้องอย่างดี แต่ผนังของบ้านเป็อิฐเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ซึ่งระยะเวลาเพียงสองปีได้เพียงแค่นี้ก็นับว่าดีมากแล้ว
เพราะเงินอีกส่วนหนึ่งยังต้องใช้เป็ค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายในบ้าน รวมทั้งค่ายาบำรุงร่างกายของแม่เฉินและน้องสาวที่ร่างกายอ่อนแอของเฉินห่าวซวน และยังมีค่าเล่าเรียนของน้องๆ ทั้งสองคน ผนังบ้านอีกครึ่งหนึ่งจึงต้องใช้ไม้จากบ้านหลังเก่าที่มีอายุการใช้งานมามากกว่าสิบปีมากั้นเอาไว้ชั่วคราว แต่ก็สามารถกันลมกันฝนและอากาศใน่ฤดูหนาวได้เป็อย่างดี
และพวกเขาคิดว่าบ้านของพวกเขาจะสามารถสร้างเสร็จสมบูรณ์ได้ภายในปีนี้ แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็อย่างที่คิดเพียงเพราะการแต่งสะใภ้เช่นโจวซิ่วหลันเข้ามา
ความจริงก่อนที่เฉินห่าวซวนจะกลับไปกองทัพ โจวซิ่วหลันได้ยินเขากล่าวกับแม่เฉินว่าเงินในแต่ละเดือนที่ส่งมานั้น ส่วนหนึ่งเขาอยากให้แม่เฉินใช้ในการซ่อมแซมต่อเติมบ้าน เปลี่ยนผนังบ้านครึ่งอิฐครึ่งไม้เป็อิฐทั้งหมด ทั้งที่ในตอนนั้นผนังบ้านยังอยู่ในสภาพที่ดีมาก แต่หลังจากที่อีกฝ่ายกลับไป เมื่อเขาส่งเงินกลับมาเธอก็ยึดเงินทั้งหมดเอาไว้เอง ใช้จ่ายเงินทั้งหมดเพียงคนเดียวและเงินส่วนมากก็หมดไปกับค่าเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของเธอ
แม่และน้องๆ ของเฉินห่าวซวนจากที่เคยกินดีอยู่ดีก็กลายเป็อดอยาก อาหารการกินทุกอย่างถูกจำกัด ยาบำรุงร่างกายที่เคยได้ดื่มกลับไม่ได้ดื่มอีกต่อไป ร่างกายที่เริ่มจะดีขึ้นกลับทรุดหนักลงอีกครั้ง พวกเขาไม่ได้กินอิ่มท้องแต่กลับต้องทำงานทุกอย่างภายในบ้าน ส่วนตัวโจวซิ่วหลันก็ทำตัวเกียจคร้านไม่สนใจเื่ภายในบ้านปล่อยให้แม่สามีและน้องสามีเป็ผู้จัดการกันเอง
แรกๆ แม่เฉินและเด็กทั้งสองก็ช่วยกันดูแลทำความสะอาดภายในบ้านเป็อย่างดี แต่อาหารที่พวกเขาได้รับในแต่ละวันเป็เพียงข้าวต้มที่ใสจนเห็นเม็ดข้าวกับผักป่า จึงทำให้ร่างกายไร้เรี่ยวแรงและเจ็บป่วยบ่อย จนในที่สุดก็ไม่อาจที่จะทำทุกอย่างได้ไหว แรงของแม่สามีที่ร่างกายอ่อนแอกับเด็กสองคนที่อ่อนแรงเพราะขาดสารอาหารจึงทำให้บ้านที่เคยน่าอยู่ทรุดโทรม แผ่นไม้ที่ใช้กั้นผนังผุพังจนแทบจะกันลมกันฝนไม่ได้ นั่นจึงเป็เหตุให้ทุกคนต้องเผชิญกับอากาศที่เลวร้ายในฤดูหนาวจนต้องจบชีวิตลงในตอนที่โจวซิ่วหลันหอบเอาเงินทั้งหมดหนีไป
ขณะที่ซิ่วหลันออกแรงขัดถูคราบสกปรกบนพื้นจนเหงื่อโทรมกาย เื่ราวในอดีตก็ทำให้เธออยากที่จะดึงทึ้งหัวของตัวเองไปด้วย ภายในใจก่นด่าความร้ายกาจของตัวเอง การกระทำอันเลวร้ายที่เธอได้ทำลงไปช่างไม่น่าให้อภัยเลยจริงๆ
กว่าเธอจะเก็บกวาดเช็ดถูข้าวของเครื่องใช้ภายในครัวจนสะอาดเรียบร้อย เวลาก็ล่วงเลยจนตอนนี้ดวงอาทิตย์ใกล้จะตรงศีรษะแล้ว ตอนนั้นท้องของเธอก็ร้องประท้วงดังขึ้นเพราะความหิว
ั้แ่ที่ลืมตาตื่นขึ้นมาก็ดูเหมือนว่าเธอจะยุ่งวุ่นวายจนลืมไปว่ายังไม่มีอาหารตกถึงท้อง และตอนนี้แม่สามีของเธอก็คงจะหิวแล้วเช่นกัน ยังมีเด็กสองคนนั้นอีกที่ไม่รู้ว่าตอนนี้หายไปทำอะไรอยู่ที่ไหน เพราะั้แ่ย้อนกลับมาเธอก็ยังไม่เห็นเด็กทั้งสองคนเลย
ทั้งนี้ทั้งนั้นตอนนี้เธอคงต้องวางมือจากทุกอย่างเสียก่อน แล้วลงมือทำอาหารสำหรับทุกคน แต่จากที่เธอเก็บกวาดภายในห้องครัวก็รู้ว่าภายในครัวนั้นไม่มีอะไรเลย ถังที่ใช้ใส่ข้าวสารนั้นว่างเปล่าและเธอก็ล้างมันคว่ำเอาไว้เป็ที่เรียบร้อยแล้ว รวมไปถึงโถใส่เครื่องปรุงต่างๆ ด้วย เห็นจะมีก็แต่ผักป่าดองอยู่ไหหนึ่งเท่านั้น
หญิงสาวจึงได้เดินกลับเข้าไปในห้องที่เป็ห้องนอนส่วนตัวของเธอ ตรงไปยังตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ที่ด้านในนั้นเต็มไปด้วยเสื้อผ้ามากมายอัดแน่นอย่างไร้ระเบียบ มองหาเสื้อตัวสีเหลืองเรียบๆ ในความทรงจำ เสื้อตัวนี้มีกระเป๋าลับที่เธอใช้เป็ที่ซ่อนกุญแจตู้ใบใหญ่อีกใบที่ตั้งอยู่ในห้องนอนของเธอ ก่อนจะหยิบกุญแจที่ซ่อนเอาไว้ไปไขตู้ใบนั้น
เมื่อเปิดตู้ใบนั้นออก ด้านในนั้นเต็มไปด้วยข้าวของมากมาย ทั้งข้าวขาวคุณภาพดี ธัญพืช แป้งสาลี เกลือ น้ำตาล น้ำมัน รวมไปถึงเนื้อตากแห้งและไข่ไก่
นี่แหละคือตัวเธอในอดีต เห็นแก่ตัวและเอาเปรียบคนอื่นได้อย่างน่ารังเกียจที่สุด
ด้านในตู้ยังมีกล่องเหล็กอีกหนึ่งใบที่ถูกคล้องแม่กุญแจเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง โจวซิ่วหลันสอดนิ้วเข้าไปในซอกเล็กๆ ภายในตู้ ก็พบกับกุญแจอีกดอกหนึ่งที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิด เธอใช้กุญแจดอกนั้นเปิดกล่องเหล็กใบนั้นออก ด้านในกล่องมีเงินหยวนอยู่ถึงห้าร้อยหยวน ซึ่งเงินจำนวนนี้ล้วนเป็เงินที่เฉินห่าวซวนส่งมาตลอดหกเดือน ความจริงมันควรจะมีมากกว่านี้เพราะเฉินห่าวซวนส่งเงินกลับบ้านมาครั้งละ 100-150 หยวนเลยทีเดียว แต่ส่วนที่ขาดไปนั้นเธอนำไปใช้จ่ายหมดแล้ว ซึ่งมันเป็เงินจำนวนมากกว่า 200 หยวน