ครั้นเมื่อ บรรพบุรุษชรา มู่ไป๋ ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง ภายในด่านผ่าแต้มโลหิต มาเยือนด่านหน้าผาแต้มโลหิต มันก็ทำให้กลุ่มคนระดับสูงภายในด่าน ออกมาต้อนรับชายชราไม่น้อย ส่งผลให้ ด่านผาแต้มโลหิตเกิดความวุ่นวาย เล็กๆ ในยามนี้
ก่อนผู้อาวุโส คุมยอดเขาสวรรค์ จะกล่าวตัดบทพูดของหมู่ชน โดยเฉพาะเจ้าเมืองด่านผาแต้มโลหิต เชิญชวน ชายชราเข้าไปนั่งพักผ่อน กายาภายในห้องรับรอง แม้แต่เหล่าลูกศิษย์ อย่าง ซีเผิง ซีเยว่ ยังได้รับการปรนนิบัติ ดูแลเป็นอย่างดี จากผู้คนภายในด่าน ไม่ต่างอะไรจาก ผู้เป็นอาจารย์ของพวกเขา ...รอเวลาครบกำหนด10วัน ก่อนที่พวกเขา จะออกเดินทางกลับไปยังสถาบันยอดเขาสวรรค์
ระหว่างอี้เฉิน เดินทางเข้าไปภายในจวนที่พักพร้อมกับ ซีเผิง ซีเยว่ ..อี้เฉินเตรียมจะเปิดปากพูดคุยกับ สหายเก่าของเขา น้ำเสียงของหญิงสาว ทั้งสองก็ไต่ถามชายหนุ่มออกมา อย่างพร้อมเพรียงกัน ครั้นเห็นใบหน้าของชายหนุ่ม มีบาดแผลอยู่ไม่น้อย ริมฝีปากเปอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด อาภรณ์ขาดลุ่ย ไม่มีชิ้นดี
"เจ้า! เจ้า! รอดตายมาได้จริงหรืออี้เฉิน ข้าไม่คิดเลยว่า เจ้าจะมายืน ยิ้มหน้าบานได้"
ทว่าเมื่อพวกนางเหลือบไปเห็น หนึ่งสตรี หนึ่ง บุรุษเดินสืบเท้ามาพร้อม อี้เฉิน มันก็ทำให้พวกนาง ขมวดคิ้วมุ่น แล้วยิ่งเห็นเจ้าสมิงน้อย บนบ่าหญิงสาว
องค์ชิงเหมย จดจำมันได้ในทันที "เจ้า! เจ้า! มัน สมิงน้อย ที่ข้าพบเจอภายใน มิติหุบเหวสวรรค์ ไม่ใช่หรือ ข้าไม่คิดเลยว่าข้าจะได้พบเจอเจ้าอีกครา" สิ้นคำพูดของนาง 1 คน 1 สัตว์ก็แยกเขี้ยวเคี้ยวฟัน เข้าใส่กันในทันทีที่สบตากัน
มันถึงกับทำให้อี้เฉินถอนหายใจออกมายาว ครั้นเห็นองค์หญิงทั้งสองกล่าวคำพูดออกมาเช่นนั้น "องค์หญิงทั้งสองท่าน กลุ่มคนพวกนี้เป็นสหายของข้า โปรดท่านหลีกทาง ให้พวกข้าไปพักภายในจวนก่อนได้หรือไม่? พวกข้าเหนื่อยกันจะตายอยู่แล้ว"
ทว่าสองสาวเห็นรอยยิ้ม ใส่ซื่อ อี้เฉินทอประกายอยู่เบื้องหน้า จู่ๆ ใบหน้าก็พลันแดงน้อยๆ ขึ้นมา "ได้ๆ ข้าไม่รบกวนพวกเจ้าแล้วอี้เฉิน ข้าเห็นเจ้าปลอดภัย ก็ดีแล้ว พวกข้าจะได้ ไม่ถือว่าติดหนี้บุญคุณเจ้า"
อี้เฉินได้แต่ส่ายหัว เมื่อได้ยินน้ำเสียงของ องค์หญิง ซือหลิน กล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ ส่วนองค์หญิงชิงเหมย เองก็ดูจะแค้นเคืองเจ้าสมิงน้อยน่าดู ใบหน้าของนางพองลมตุ๊บป่อง จากไปด้วยความไม่จำยอม เท่าใดนัก ทว่าเมื่อเห็นอี้เฉินบาดเจ็บไม่น้อย จึงไม่อยากสร้างปัญหาให้ตัวเขา อย่างไรอี้เฉิน ก็ถือว่าได้ช่วยชีวิตพวกนางไว้ ก่อนชิงเหมยนางจะเอ่ยพูดพึมพำออกมา "ช่วงนี้ข้าจะปล่อยเจ้าอยู่สบายไปก่อนแล้วกันอี้เฉิน"
ครั้นเมื่อพวกอี้เฉิน ซีเผิง ซีเยว่เดินเข้าไปภายในจวน รับรองชั้นสองได้ อี้เฉินไต่ถาม พวกซีเผิง กับ ซีเยว่ ในทันที "พวกท่านเข้าร่วมสงคราม เทพพันปีหรือไม่?"
สองพี่น้อง ยิ้มกว้าง ตอบอย่างพร้อมเพรียง "ก็ต้องแน่นอนสิ อี้เฉิน พวกข้าเองก็ไม่คิดจะยอมแพ้เจ้าหรอกนะ" ก่อนซีเผิงจะกล่าวออกมาอีกครา "ท่านอาจารย์เองก็คงคิดเรื่องนี้ไว้เช่นกัน จึงออกจากการปิดด่านกะทันหันเฉกเช่นนี้ เพื่อไปเยือนยังสถาบันยอดเขาสวรรค์"
อี้เฉินยกยิ้มกว้าง "ดี ..ดี อย่างไรท่านทั้งสองก็ระวังตัวด้วยล่ะ สถาบันยอดเขาสวรรค์ มีกลุ่มคนที่จับตัว พี่ซีเยว่อยู่ หากพวกเขาเห็นท่านข้าเกรงว่า ท่านจะเกิดปัญหา"
ซีเยว่ นางทุบหน้าอกอี้เฉินในทันที ถึงกับทำให้ อี้เฉินกระแอม ไอออกมาน้อยๆ "เจ้ายังจะหวงคนอื่นอีกหรืออี้เฉิน ข้ามีท่านอาจารย์อยู่ อย่างไรพวกเขาก็ไม่กล้าทำอะไรที่บุ่มบ่าม"
ซีเผิงเองก็ตอบรับด้วยเช่นกัน "เจ้าอย่าได้เป็นกังวลไปอี้เฉิน พวกข้าไม่ได้อ่อนแอ ที่จะให้ใครรังแกได้ง่ายๆ อีกต่อไป"
"อืมๆ ข้าเข้าใจแล้ว"
ก่อนที่ซีเยว่ นางจะขอแยกตัวออกไปพักผ่อน เมื่อพูดคุยกับอี้เฉินจนหายคิดถึง ดวงตาที่ทอประกายในกรอบสายตา พอจะรู้ได้ว่าทั้งสองมีเรื่อง อยากจะพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว
…เมื่อ ซีเยว่จากไปพักผ่อน อี้เฉิน กับซีเผิงพวกเขาก็ปลีกตัวออกไปนั่งรับลม บนหลังคาชั้นสองของจวนในทันที ยามนี้เป็นยามค่ำคืน ทำให้มองเห็นหมู่ดาวพร่างพราว เต็มผืนฟ้า แสงเหนือเองก็ทำให้สถานที่แห่งนี้งดงามไม่น้อย ใครที่ได้ยวนโฉมมัน เป็นต้องหลงใหล
ก่อนอี้เฉินจะเปิดปากไต่ถาม เมื่อเห็นคนที่เหมือนพี่ชายของเขาคนหนึ่ง ทำหน้าเศร้าน้อยๆ ออกมา "พี่ซีเผิงแล้วท่าน รู้ข่าวคราว ของแม่นางกงหนานหรือยัง?"
ซีเผิงส่ายหัว "ข้าเสาะหานางพร้อมกับ น้องสาวของข้ามาตลอด แต่ก็ไรวี่แววของกงหนาน …แต่ข้ามั่นใจ หากนางกับข้าเดินไปในเส้นทางด้านหน้า ไม่ช้าก็เร็ว พวกเราจะได้พบเจอกันอีกครา อย่างแน่นอน"
อี้เฉินถอนหายใจออกมายาว "ข้าไม่รู้คิดถูกหรือผิด ที่ส่งเหล่าอนุชนดินแดนเบื้องล่างขึ้นมา มันทำให้ข้ารู้สึกผิดในใจไม่น้อย"
"เจ้าอย่าพูดเช่นนั้นอี้เฉิน หากพวกเราไม่ขึ้นมาดินแดนเบื้องบน ไม่ช้าก็เร็ว พวกเรากลุ่มคนดินแดนเบื้องล่าง ก็จะถูกยุคสมัยกลบฝังกลืนกิน ช่วงเวลานี้ถือเป็นโอกาสของพวกเรา ข้าไม่เคยโทษเจ้า แม้แต่น้อย"
"อืมๆ ข้าได้ยินเช่นนั้นความผิดของข้า มันก็ถูกบรรเทาลงไม่น้อย ..ข้าสาบานหากข้าแข็งแกร่งเมื่อใด 4สำนักใหญ่จะถูกข้าลบหายไปจากดินแดนเทพอย่างแน่นอน"
ซีเผิงที่เห็นความตั้งใจของอี้เฉิน เขากล่าวสมทบในทันที "หากวันนั้นมาถึง ข้าจะเป็นกำลังให้กับเจ้าเองอี้เฉิน ข้ายังจดจำกับสิ่งที่มันทำกับคนดินแดนเบื้องล่างได้ดี"
อี้เฉินพยักหน้ารับคำ ก่อนพวกเขาจะแยกย้ายกันไปพักผ่อนกายา
***
…เมื่อวันเวลา ใกล้ครบกำหนด10วัน เหล่าลูกศิษย์ สถาบันยอดเขาสวรรค์ เริ่มทยอยกลับ ออกมาจาก แดนนรกสีขาว เริ่มมารวมตัวกันที่ด่านผ่าแต้มโลหิตอีกครา ทว่ากลุ่มที่เหลือรอดมีไม่มาก เหลือเพียง10กว่าคนเท่านั้น จาก50คนที่เข้าไปภายในแดนนรกสีขาว หลายคนล้วนตายตก จากกลุ่มคนต่างดินแดน บางส่วนก็ถูกแดนนรกสีขาวกลืนกิน
เหล่าผู้อาวุโสชราคุมยอดเขาทั้ง5 ที่เห็นภาพเหล่าศิษย์เหลืออยู่เพียงหยิบมือ ได้แต่ส่ายหัว ไม่คิดว่าการมา ครานี้ พวกเขาจะเสียอนุชนสีมือดี ไปหลายคนเฉกเช่นนี้ แม้ว่าจะเป็นส่วนน้อยที่มายังสถานที่แห่งนี้ก็ตาม แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายไม่น้อย ที่เมล็ดพันธุ์เหล่านี้ ตายตกก่อนที่จะเติบใหญ่
ทว่าเมื่อกลุ่มคนที่เหลือรอด เห็นอี้เฉินยังอยู่ดีมีสุข เดินสืบเท้าออกมาจากภายในจวนที่พัก มันก็ทำให้ใบหน้าของ หลายคนบูดเบี้ยว ไม่น่ามอง แม้ว่าอี้เฉินจะเจอคำสั่งล่าสังหารก็ยังไม่ตายตก กลับกลายเป็นสหายของพวกเขา ที่ตายตกเป็นใบไม้ร่วง
"ข้าได้ยินว่า พวกต่างดินแดน ตามล่ามัน ไม่ใช่หรือ? เหตุใดมันรอดพ้นการฆ่าสังหารออกมาได้อีก …แล้วกลุ่มคนพวกนั้นอีก พวกเขาเป็นใครกัน เหตุใดมายืนรวมกลุ่มกับพวกเราได้" หนึ่งในกลุ่มคนที่เหลือรอด กล่าวคำพูดออกมาด้วยความไม่จำยอม จนทำให้เสียงพูดคุยเริ่มดังขึ้นมา แววตามองอี้เฉิน ประหนึ่งว่าเขาเป็นตัวหายนะ
เหล่าผู้อาวุโสชราคุม5ยอดเขา พวกเขา กล่าวตัดบทพูดของเหล่าอนุชนที่มายืนรวมกลุ่ม เตรียมจะกลับสถาบันยอดเขาสวรรค์ ในทันที "เอาล่ะ เอาล่ะ ได้เวลากลับสถาบันยอดเขาสวรรค์แล้ว เลิกพูดคุยกันได้แล้ว พวกเจ้า"
เมื่อแผ่นหนังถูก ผู้อาวุโสคุมยอดเขาสวรรค์ ที่หนึ่ง กลางออกกว้าง พร้อมจะพาพวกเขากลับสถาบันยอดเขาสวรรค์ ครั้นหมู่ชน เห็นกลุ่มของ ซีเยว่ ซีเผิง มีชายชราผู้หนึ่ง หนุนหลัง กลุ่มคนที่คิดจะเอ่ยคำพูดถากถาง ซีเผิง ซีเยว่ ถึงกับต้องเก็บคำพูดเหล่านั้นกลับไป เมื่อรับรู้ถึงขั้นพลังของ ชายชรา นำพาให้กายาสั่นเทิ้มน้อยๆ แล้วยิ่งเห็นเจ้าสมิงน้อยบนบ่าหญิงสาว ยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกหวาดหวั่น
แม้แต่องค์หญิงชิงเหมย องค์หญิงซือหลิน ยังขมวดคิ้วมุ่น จ้องมองซีเยว่ อยู่แวบหนึ่งก่อนจะละสายตาจากตัวนางไป รับรู้ได้ในทันที ว่าทั้งสองเป็นศิษย์ของชายชรา ยามนี้คงจะไม่มีใครกล้าดูถูกดูแคลน พวกเขาอีกต่อไป ในบรรดาเหล่าอนุชนในยามนี้ มีเพียงอี้เฉินเท่านั้นที่ยืนสงบนิ่งได้เมื่อชายชราปลดปล่อยปราณพลังเล็ดลอดออกมา
เหล่าผู้อาวุโสคุมยอดเขาสวรรค์ ยิ้มชื่นชมอี้เฉินออกมาไม่น้อย แม้อี้เฉิน จะไม่ใช่ผู้สูงส่งก็ตาม ราวกับมองอี้เฉินเป็นสิ่งประหลาด 'หนุ่มน้อยเจ้าทำให้คนแก่คนชราอย่างพวกข้าดูหน่อยสิ ว่าเจ้าจะเดินไปได้ไกลแค่ไหนกันเชียว'