S Family Love Story

    Seen xx Daofhan 3

    Seen xx Daofhan 3


    “ทวิตอย่างเดือด” เสียงเง็กเอ่ยขึ้นเมื่อเรากลับมาถึงห้องและแยกย้ายกันอาบน้ำจนเสร็จแล้วเรียบร้อย

    “หือ? เกิดอะไรขึ้น” วุ้นเอ่ยถาม ระหว่างที่ปาเก้นอนมาร์คหน้าอยู่ข้าง ๆ ห้องที่เราพักมีสองเตียง แบ่งเป็นวุ้นนอนกับปาเก้ และฉันกับเง็กด้วยด้วยกัน

    “แฟนคลับซีนตื่นเต้นกับเสียงที่รับโทรศัพท์แทนมันเมื่อเย็นน่ะ” เง็กบอกราวกับว่าไม่มีอะไรแต่สายตาเจ้าเล่ห์ทำไมถึงจับจ้องมองมาที่ฉันกันแบบนั้น เหมือนเธอกำลังจะแซวฉันเลยท่าทางและสายตาแบบนี้

    “เดี๋ยวส่องก่อน” วุ้นบอกอย่างตื่นเต้นจากนั้นไม่นานก็แสร้งอุทานอย่างน่าตี

    “โอ๊ะโอ คนตามหาเจ้าของเสียงกันเยอะเลย คนรับว่าไงจ๊ะ” วุ้นหันมามองฉันแซว ๆ ก็แน่ล่ะ ตอนเย็นที่ว่าฉันเองนี่แหละที่รับสายที่โทรเข้ามาของซีน แต่ที่รับก็เป็นเพราะซีนบอกให้รับให้นะ ฉันไม่ได้อยากรับเองเสียหน่อย ทำไมต้องมองกันแบบนั้นด้วยล่ะ

    “อะไรกันเล่า ซีนขับรถไงเมื่อเย็นเขาบอกให้รับแทนเฉย ๆ ” ฉันรีบบอกเพื่อนไปอย่างกับไม่รู้สึกอะไร ทั้งที่ในใจกลับร้อนรุ่มและเต้นแรงตึกตัก เขินแหละ อาการแบบนี้คงเขินฉันรู้

    “ยังไม่รู้สินะ เอาละ ๆ นอนกันเถอะ เดี๋ยวก็รู้กันเอง” เง็กเอ่ยชวนพร้อมกับสีหน้ายิ้มแย้ม วุ้นหัวเราะคิกคักแล้วทิ้งตัวนอนบนเตียง ฉันทาครีมเสร็จก็ขึ้นเตียงพร้อมนอน พรุ่งนี้เพื่อน ๆ คุยกันว่าจะเล่นน้ำกันที่หาดติดกับที่พัก น้ำตรงนี้ใสและอยู่ใกล้ด้วยเดินไปไม่กี่เมตรก็ถึงชายหาดแล้ว นอกจากใกล้แล้วยังมีร่มไม้ที่ให้ร่มเงา มีเปลให้นั่งเล่น เพื่อนเลยเลือกที่จะเล่นน้ำและพักผ่อนกันอยู่ที่นี่ ส่วนฉันพรุ่งนี้น่าจะวุ่นทั้งวันและอาจจะกลับมาเจอเพื่อนอีกทีในช่วงเวลาบ่าย ๆ เย็น ๆ ฉันบอกเพื่อนไว้แล้ว และเพื่อนก็เข้าใจว่าฉันอาจจะยุ่งนิดหน่อย


    เช้าแรกของการมาเที่ยว ฉันรีบตื่นอาบน้ำแต่งตัวไปยังอาคารด้านหน้าของรีสอร์ทที่เป็นจุดบริการลูกค้า มีจุดบริการรับส่งลูกค้ารวมถึงแพ็คเกจดำน้ำต่าง ๆ รวมถึงการพาเที่ยวในจังหวัดและเกาะใกล้เคียง ตอนนี้แปดโมงเช้าเห็นจะได้ ฉันนัดผู้จัดการรีสอร์ทไว้แล้วตั้งแต่เมื่อคืน ตอนที่มาถึงน้าใจผู้จัดการของที่นี่ก็รออยู่ก่อนแล้ว

    “สวัสดีค่ะน้าใจ เป็นยังไงบ้างคะช่วงนี้หนูไม่ได้มาหาเลยสบายดีไหม” ฉันยกมือไหว้น้าใจทั้งยังเข้าไปสวมกอดท่านไว้อย่างคิดถึง

    “สบายดีค่ะคุณดาวฝัน”

    “เรียกแบบนี้อีกแล้ว งอนได้ไหมคะเนี่ย” ฉันบอกอย่างอแง น้าใจหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยกมือลูบหน้าฉันอย่างแผ่วเบา มองด้วยรอยยิ้มภูมิใจ

    “ไม่ต้องงอนหรอกค่ะ น้าเรียกหนูมาแบบนี้ตั้งแต่หนูลืมตาเกิดเลยรู้ไหม”

    “น้าใจคะ ไม่ต้องคิดมากนะหนูแค่แซวเล่นเฉย ๆ ” ฉันรีบอธิบายกลัวว่าน้าใจจะรู้สึกไม่ดี แต่ท่านก็ยังยิ้มและชวนเข้าไปในห้องทำงาน

    “น้าไม่คิดมากหรอกค่ะ แค่ดีใจที่หนูมาแล้วคุณดาวเหนือมาไหมคะ”

    “มาค่ะ เล่นอยู่กับเพื่อน ๆ หนู เดี๋ยวตอนเย็นจะพามาหานะคะ”

    “ได้ค่ะ นี่ค่ะเอกสารรายงานของที่นี่”

    เข้าสู้โหมดจริงจังแล้วสินะ ขอฉันทำงานก่อนแล้วกันจะได้เสร็จทันนัดของคุณป้าเจ้าของโรงแรมข้าง ๆ


    บ่ายสามครึ่งฉันกลับมารวมกับเพื่อน ๆ ที่กำลังเล่นน้ำกันอยู่ บ้างก็นั่งกินขนมนั่งกินอาหารที่สั่งมาจากทางรีสอร์ท เง็กกับวุ้นนั่งกินขนม ซีนนอนอยู่บนเปลถัดไปนั้นเป็นมาร์ช ส่วนน้องฉันกับคนอื่น ๆ เล่นน้ำกันอยู่ เมื่อวานก็ลืมบอกให้ทาครีมกันแดดไม่รู้ก่อนลงเล่นน้ำจะทาไปด้วยหรือเปล่า ถ้าไม่ทานี่มีผิวไหม้แน่ ๆ

    “มานานหรือยัง?” ซีนที่เหมือนจะหลับอยู่จู่ ๆ ก็ลืมตาขึ้นมองและเอ่ยถามฉันที่เพิ่งนั่งบนเปลว่างอีกตัวข้าง ๆ เขา ด้านหน้าเปลมีเสื่อปูไว้บนนั้นมีผลไม้และขนมวางอยู่ เง็กกับวุ้นหันมามองฉันก่อนจะยิ้มกรุ้มกริ่มใส่กัน ทั้งที่เพิ่งได้มาคุยกันแบบจริงจังฉันท์เพื่อนทำไมสองคนนี้ถึงดูมีอะไรเยอะแยะกันนะ ราวกับว่าสนิทกันมานาน

    “เพิ่งมา” ฉันตอบ สายตาก็มองน้องที่กำลังเล่นน้ำอยู่กับเพื่อน ๆ ฉันอย่างสนุกสนาน

    “กินข้าวหรือยัง” ซีนยังถามต่อ ฉันเอนหลังพิงเปลแล้วหลับตาลงเบา ๆ ฉันเหนื่อย สมองฉันล้าไปหมดแล้วเวลาอีกฝ่ายถามก็ต้องใช้เวลาประมวลคำตอบอยู่นานกว่าจะตอบเขาได้ ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงตอบใครแล้วล่ะ เหมือนหลับตาได้ไม่นานก็มีผ้าบาง ๆ คลุมร่างฉันไว้ พอลืมตาขึ้นมองก็เห็นว่าเป็นซีนที่ลุกนั่งบนเปลหันหน้ามาทางฉันมือยื่นมาจัดผ้าที่คลุมอยู่บนร่างให้ จากนั้นก็ขยับเปลเขาเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้น

    “นอนพักไปก่อนเย็นนี้มีปาร์ตี้ที่บ้านพัก”

    “อือ” ฉันขานรับอย่างเหนื่อย ๆ เหมือนช่วงที่จะหลับมีอะไรสักอย่างเลื่อนมาคลุมในหน้าฉันไว้เบา ๆ คลับคล้ายคลับคลายว่าเป็นหมวกสานใบที่อยู่บนหัวเง็ก

    “ดูแลกันดีชิบหาย”

    “เขาเหนื่อย”

    “กูก็เหนื่อย...”

    “เหนื่อยกินอะเหรอ”

    “ดูมันสิวุ้น สองมาตรฐานแค่ไหนคิดดู”

    “ไม่ใช่เขาก็เหนื่อยหน่อยนะ”


    หลับไปนานฉันรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อตะวันคล้อย แสงสีส้มสาดทอไปทั่วทั้งหาดและท้องทะเล พอรู้สึกตัวสายตาก็มองหาเพื่อนและน้องชาย แต่มองอยู่นานก็ไม่เจอเพื่อน กลายเป็นเพื่อน ๆ ไม่อยู่กันแล้วส่วนคนที่ยังอยู่ข้าง ๆ คือซีน เขานอนเล่นโทรศัพท์อยู่ข้าง ๆ ถัดไปนั้นเป็นดาวเหนือที่กำลังหยิบขนมเข้าปาก

    “คนอื่น ๆ ล่ะ” ทันที่ดึงสติกลับมาได้ฉันก็รีบเอ่ยถามซีนทันที เขาหันมามองพร้อมกับเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าเสื้อ

    “ไปซื้อของมาปาร์ตี้ เรากับเหนือเลยอยู่เป็นเพื่อน”

    “อ้อ ขอบใจนะ เรากลับเข้าห้องพักไหมจะได้อาบน้ำ” ฉันพยามไม่เก้อเขินที่มาหลับต่อหน้าเขาแบบนี้ ซีนพยักหน้าเห็นด้วยพร้อมกับเก็บกล้องถ่ายรูปและตะกร้าขนม ชวนทั้งฉันและเหนือเดินกลับห้องพักพร้อมกัน

    “เป็นยังไงบ้างครับ” เหนือเอ่ยถามระหว่างที่เรากำลังเดินกลับห้อง ตอนนี้เริ่มมืดนิดหน่อยตามทางเดินเริ่มมีแสงไฟส่องสว่างข้าง ๆ ทางเดิน

    “เรียบร้อยหมดแล้ว”

    “แล้วโรงแรม...”

    “เซ็นสัญญาแล้ว มะรืนลุงทนายจะมาจัดการต่อเอง”

    “พี่ไนท์เก่งที่สุดเลย” ดาวเหนือกอดคอฉันอย่างดีใจ เราคุยกันจนถึงห้องทั้งเหนือและซีนเดินมาส่งจนถึงหน้าห้องพักจากนั้นก็เดินกลับไปที่ห้องพักของพวกเขาที่อยู่ข้าง ๆ ฉันกลับเข้ามาในห้องเจอเพียงเง็กที่หลับอยู่บนเตียง ส่วนเพื่อนฉันอีกสองคนหายไปไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน เอ๊ะ หรือจะออกไปซื้อของกับคนอื่น ๆ แต่ด้วยความที่เป็นห่วงเลยส่งข้อความเข้าไปในกลุ่มเพื่อนที่มีเพียงเพื่อนของฉัน ถามว่าอยู่ที่ไหน คำตอบที่ได้คือเพื่อน ๆ ไปซื้อของและกำลังจะกลับมา แน่นอนว่ามีเครื่องดื่มสุดฮิตแน่ ๆ

    “อ้าว ดาวฝันมาตั้งแต่เมื่อไหร่” เง็กที่งัวเงียตื่นเอ่ยถามด้วยความสงสัย

    “สักพักแล้วล่ะ วันนี้เป็นไงบ้างสนุกกันหรือเปล่า” เอ่ยถามเพื่อนใหม่ที่กำลังสนิท กลัวว่าเพื่อนมาด้วยแล้วจะไม่สนุก

    “สนุกมาก เป็นส่วนตัวสุด ๆ เลยล่ะแหกปากร้องเพลงเราก็ไม่อายนะ”

    “ฮา ๆ ๆ ใช้คำว่าแหกปากเลยเหรอ” เราสองคนคุยกันไปสักพักก่อนจะชวนกันเตรียมที่จัดปาร์ตี้ แต่เหมือนจะช้าไปเพราะเมื่อออกมาทุกอย่างก็ถูกเตรียมไว้หมดแล้วโดยน้าใจและพนักงานอีกสามคน เมื่อเห็นฉันเดินเข้าไปใกล้น้าใจก็ยิ้มกว้างส่งมาให้ เย็นแล้วนะยังไม่กลับไปพักอีกน่าตีจริงเชียว

    “น้ามาเตรียมให้จะได้ไม่ต้องเหนื่อยเตรียมกันเอง”

    “ขอบคุณค่ะ แล้วทำไมยังไม่กลับไปพักล่ะคะเย็นมากแล้วนะ”

    “มาจัดให้ก่อนเดี๋ยวน้ากลับไปพัก แต่น้ายังไม่เจอดาวเหนือเลย”

    “เดี๋ยวพาไปหาค่ะ เง็กมีคนทำให้เราแล้วเง็กเข้าไปรอในห้องก่อนก็ได้” ฉันหันไปบอกเง็ก ร้ายนั้นยิ้มกว้างพยักหน้ารับวิ่งกลับเข้าไปในห้องพัก คงจะยังไม่ตื่นดีนั่นแหละ จากนั้นฉันก็ปล่อยให้พี่ ๆ พนักงานเตรียมทุกอย่างและพาน้าใจไปหาดาวเหนือ ฉันเดินไปหยุดที่ห้องพักของดาวเหนือยกมือเคาะประตูไม่นานก็มีคนมาเปิด เป็นซีนที่เปิดประตูให้

    “เหนือล่ะ”

    “น้องอาบน้ำอยู่ เข้ามาก่อนไหม”

    “ไม่เป็นไร ถ้าน้องอาบน้ำเสร็จให้มาหาเราหน่อยนะ”

    “ได้ครับเดี๋ยวบอกให้” เมื่อได้ยินซีนรับปากฉันก็ชวนน้าใจไปนั่งเล่นที่ม้าหินอ่อนใกล้ ๆ กับที่จุดปาร์ตี้ เราคุยกันไปสักพักเพื่อน ๆ ที่ออกไปซื้อของก็กลับมาถึงพร้อมกับอาหารหลากหลายอย่าง พอจะลุกเดินไปช่วยเพื่อนดาวเหนือก็วิ่งเข้ามากระโดดกอดน้าใจ เด็กน้อยของฉันโตแล้วก็ยังชอบทำอะไรน่าเอ็นดูเสียจริง ฉันปล่อยให้น้องคุยกับน้าใจส่วนตัวเองก็มาเตรียมของช่วยเพื่อน ไม่นานอาหารทะเลสด ๆ ก็ถูกนำขึ้นไปย่างบนเตา อาหารบางอย่างน้าใจสั่งให้คนเอาไปทำให้สุกเสร็จแล้วค่อยนำกลับมาส่งให้ เราจะย่างเองแค่อาหารทะเลเท่านั้น หนุ่ม ๆ เริ่มนั่งล้อมวงกันแล้วส่วนสาว ๆ ก็ช่วยกันย่างอาหารจัดใส่จานไปวางจากนั้นก็นั่งกินด้วยกันอย่างเฮฮา

    “ดาวฝันขยับมาหน่อยจะถ่ายรูป” มาร์ชเอ่ยบอกติดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่แม้จะรู้สึกว่าเขาแกล้งแต่ก็ยอมขยับตามที่เขาบอกล่ะนะ ถ่ายรูปเสร็จเราก็นั่งคุยกันเล่นกันไปเรื่อย ทุกคนดื่มอย่างไม่เร่งรีบส่วนฉันเองก็นั่งดูแลเพื่อน ๆ เพราะตัวฉันเองดื่มไม่เยอะ กลัวว่าถ้าดื่มหนักกันหมดจะไม่มีใครดูแลเพื่อน อีกอย่างน้องฉันก็ท่าจะหนักแล้วเหมือนกัน โดนเพื่อนฉันสอนให้ดื่มถึงกับเริ่มนั่งไม่ตรงแล้ว

    “นี่ ถามหน่อยสิ ทำไมดาวเหนือถึงเรียกดาวฝันว่าไนท์ล่ะ” พุดเอ่ยถามอย่างสงสัย ดาวเหนือเงยหน้ามองคนถามก่อนจะยิ้มนิด ๆ

    “เพราะพี่ไนท์คือคนที่ทำให้ผมดีขึ้นจากนั้นที่เราเหลือกันเพียงสองคน เป็นกลางคืนที่ไม่มืดมิด”

    “ต่อไปก็มีพวกพี่นะ มีอะไรเล่าได้ พี่ดึงเข้ากลุ่มเกมให้ละ เผื่อมาเล่นด้วยกัน” ซีนเป็นฝ่ายบอกกับดาวเหนือ น้องยิ้มกว้างพยักหน้ารับ มีคนฉุดให้น้องรู้ในสิ่งที่ตัวเองชอบแบบนี้มันดีมาก ๆ เลยนะ ฉันรู้ที่น้องอยากเรียนหมอเพราะอะไร เพราะว่าในวันที่แม่ทนไม่ไหว สิ่งที่หมอบอกคือพยายามที่สุดแล้ว เหมือนเป็นปมในใจน้องที่คิดแค่ว่าถ้าได้ลองพยายามด้วยตัวเองต้องช่วยแม่ไว้ได้แน่ ๆ แต่ตอนนี้ฉันอยากให้น้องรู้ตัวตนของตัวเอง รู้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการจริง ๆ ไม่ใช่แค่ทำอะไรบางอย่างเพื่อลบล้างความรู้สึกในอดีต ฉันหวังให้น้องเจอตัวตนตัวเองเร็ว ๆ

    “พรุ่งนี้กลับสักเที่ยงได้ไหม อยากตื่นสาย ๆ ” เง็กเอ่ยบอกทุกคน ฉันเองก็อยากกลับเที่ยงนะอยากตื่นสายเหมือนกัน

    “ได้ งั้นก็ออกจากนี่เที่ยงแวะกินข้าวกันก่อนแล้วค่อยกลับ” มาร์ชเสนอ พอทุกคนตกลงก็ต่างทำในสิ่งที่สนใจ พอดื่มไปสักพักซีนก็ขอตัวออกไปรับโทรศัพท์ ฉันก้มมองนาฬิกาก็พบว่าจะห้าทุ่มครึ่งแล้ว แต่เพื่อนฉันก็ยังดูสนุกกันอยู่เอาไงดีฉันรู้สึกง่วงมากเลย นั่งมองซ้ายขวาอยู่นานเมื่อทนไม่ไหวถึงได้เอ่ยบอกเพื่อน ๆ ทุกคนที่นั่งดื่มกันอยู่ด้วยความรู้สึกเกรงใจ

    “ทุกคน เราขอตัวไปนอนก่อนได้ไหมอะ” เกรงใจเพื่อนก็เกรงใจ แต่ทนนั่งอยู่ต่อก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน

    “ได้ ๆ นอนพักเถอะแกเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” ขงบอกน้ำเสียงเป็นห่วง เพื่อนฉันก็หันมามองพรางพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่ขงพูด

    “ขอบใจนะเดี๋ยวเราไปก่อนไม่ไหวแล้ว เหนือไปนอนไหม?” ฉันเอ่ยถามน้องชายในท้ายประโยคโดนมอมเหล้าอีกแล้ว พอถามน้องที่กรึ่ม ๆ ก็พยักหน้ารับ ฉันจึงพยุงน้องชายตัวเองให้เดินกลับไปยังทางเข้าห้องพัก น้องตัวสูงและหนักกว่าฉันอยู่มาก พอพยุงแบบนี้น้องก็ทิ้งน้ำหนักตัวใส่ทำให้เราสองพี่น้องเดินเป๋ไปมาอย่างน่าขัน

    “กลับแล้วเหรอ?” ซีนที่เพิ่งเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงเดินเข้ามาพยุงเหนือช่วย

    “ใช่ เราง่วงน่ะ”

    “มาเดี๋ยวเราช่วย” ซีนช่วยพยุงเหนือจนถึงห้อง ฉันหาผ้ามาเช็ดหน้าให้น้องจนเสร็จถึงได้เอ่ยขอบคุณซีนที่ช่วยพยุงน้องเข้ามา

    “ดาวฝัน...”

    “หือ?” ซีนเดินมาส่งที่หน้าห้องพักเอ่ยเรียกฉันไว้ก่อนที่จะเปิดประตู

    “ทำอาหารเป็นไหม?”

    “ก็พอได้ ทำไมเหรอ?” มองอีกฝ่ายอย่างสงสัย

    “มีงานเข้ามาอะ มะรืนช่วยไปกับเราได้ไหม” ซีนเอ่ยขอ

    “งานอะไรเหรอ?” ฉันถามเพราะไม่กล้าที่จะตัดสินใจในทันที

    “ถ่ายรายการทำอาหารของพี่ที่รู้จักกันน่ะ แล้วเขาให้พาเพื่อนไปด้วยให้เป็นผู้ช่วยคือเราไม่มั่นใจว่าจะทำได้ไหม ช่วยไปกับเราได้ไหม...”


    =======

    แหม ซีนแหม มีอะไรแอบแฝงไหมเนี่ย