องค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 57 สลายกลลวง

            "เอาล่ะเรื่องนั้นพักไว้ก่อนเถอะขอรับ" กู้หลินหลางหันมาให้ความสนใจกับผู้ใหญ่บ้านต่อ

            "บุตรชายท่านเฉลียวฉลาด ใฝ่เรียนรู้หากได้รับการอบรมบ่มเพาะอย่างดี วันหน้าสอบได้ถึงขั้นจิ้นซื่อ [1] ได้เป็นถึงเสนาบดี ความรุ่งโรจน์นั้นจะยิ่งใหญ่เพียงใด" เขามองผู้ใหญ่บ้านแวบหนึ่ง กล่าวต่อ "ข้าบังเอิญผ่านมายังหมู่บ้านท่านได้มาเป็นครูสอนก็นับเป็นวาสนาต่อกันข้าไม่อาจทนเห็นเพชรงามต้องแปดเปื้อนฝุ่นดินได้"

            พอผู้ใหญ่บ้านได้ยินคำว่า‘จิ้นซื่อ’ และ ‘เสนาบดี’ลมหายใจก็ถึงกับถี่รัว พ่อแม่ทุกคนย่อมหวังให้บุตรหลานได้ดีเขาก็เช่นกัน

            "จริงอย่างท่านว่าจางเจิ้นอันผู้นี้ก่อกวนความสงบสุขของหมู่บ้านเราจริงๆ" ผู้ใหญ่บ้านเงยหน้าสบตากับกู้หลินหลาง รีบกล่าวสนับสนุน "จางเจิ้นอันเป็นปัญหาของหมู่บ้านเราจริงๆข้าเห็นทีจะต้องไปพูดคุยตักเตือนเขาสักหน่อยแล้ว"

            "เช่นนั้นก็ดีขอรับ" กู้หลินหลางพยักหน้าอย่างพอใจ

            "ท่านผู้ใหญ่บ้านห่วงใยทุกข์สุขของชาวบ้านเช่นนี้นับเป็นบุญของพวกเราโดยแท้..."

            "โครม!"

            ยังไม่ทันที่เขาจะกล่าวจบประโยคประตูก็พลันถูกใครบางคนถีบพังเข้ามาเสียงดังสนั่น!

            "เมื่อครู่เหมือนได้ยินว่ามีใครอยากจะพบข้า?"

            เสียงทุ้มต่ำเยียบเย็นดังขึ้นเมื่อทั้งสองหันไปมอง ก็เห็นร่างสูงของจางเจิ้นอันยืนตระหง่านอยู่ที่ประตูแสงตะเกียงสาดส่องจากด้านหลัง ทำให้ใบหน้าครึ่งหนึ่งอยู่ในเงามืดคมสันราวกับสลักเสลา แผ่ไอคุกคามออกมาอย่างรุนแรง

            โดยเฉพาะดวงตาคมกริบคู่นั้นดำขลับลึกล้ำดุจเหยี่ยว จ้องตรงมายังคนทั้งสองในห้องพาให้รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง

            ผู้ใหญ่บ้านเพิ่งเคยเห็นจางเจิ้นอันโดยไม่มีผ้าคาดตาเป็นครั้งแรกดวงตานั้นลึกเกินหยั่งถึง ทำให้ใจเขาสั่นระรัวจนต้องหลบสายตาไปโดยไม่รู้ตัว

            พอตั้งสติได้กำลังจะอ้าปากพูดกู้หลินหลางกลับชิงตัดหน้าไปก่อน

            "จางเจิ้นอัน! มาได้จังหวะพอดี!หลายปีมานี้เจ้าก่อเรื่องเดือดร้อนให้หมู่บ้านมากมายท่านผู้ใหญ่บ้านกำลังคิดจะขับไล่เจ้าออกจากหมู่บ้านอยู่พอดี!" เขากล่าวเสียงดัง สีหน้าเปี่ยมด้วยความสะใจราวกับเห็นภาพจางเจิ้นอันต้องม้วนเสื่อออกจากหมู่บ้านชิงสุ่ยไปอย่างน่าสมเพชในไม่ช้า

            "ก็...ก็เป็นเช่นนั้น จางเจิ้นอันท่านมาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเรานานกว่าสองปี ก่อความเดือดร้อนให้ชาวบ้านไม่น้อยเพื่อความสงบสุขของส่วนรวม ข้าหวังว่าท่านจะย้ายออกไปเสีย" ผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ข้างๆ จำต้องพูดคล้อยตามเพื่ออนาคตของบุตรชายแต่ทว่าน้ำเสียงกลับอ่อนลงกว่ากู้หลินหลางมากนัก ออกจะสุภาพเสียด้วยซ้ำ

            "จริงหรือ?" จางเจิ้นอันหัวเราะหึ กล่าวว่า "บ้านหลังนี้ข้าซื้อมาด้วยเงินของข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายทั้งยังมีชื่อในทะเบียนบ้านที่ทางราชสำนักรับรอง ท่านเป็นเพียงผู้ใหญ่บ้านตัวเล็กๆไม่มีสิทธิ์มาไล่ข้า ส่วนเจ้า...กู้หลินหลาง ยิ่งไม่มีสิทธิ์มาพูดเรื่องนี้กับข้า!"

            กล่าวจบ เขาก็ก้าวเข้ามาข้างหน้าสองก้าวร่างกายสูงใหญ่กำยำแผ่แรงกดดันมหาศาลเข้าใส่กู้หลินหลางจนอีกฝ่ายอดไม่ได้ที่จะถอยหลังไปสองก้าว ร้องถามเสียงหลง

            "เจ้า...เจ้าจะทำอะไร?"

            "วางใจเถิด ข้าไม่สนใจคนอย่างเจ้า!"เขาเหลือบมองด้วยสายตาดูแคลน ก่อนจะยื่นมือออกไปคว้าข้อมือกู้หลินหลางไว้มั่นแล้วบิดอย่างรวดเร็ว!

            "อ๊ากกกก…!"

            เสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบน่าสยดสยองชายหนุ่มรูปงามพลันส่งเสียงร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือด พอจางเจิ้นอันปล่อยมือหน้าผากกู้หลินหลางก็เต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดโป้ง ร่างกายทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นหมดแรงแม้แต่จะครางออกมา

            เมื่อจัดการกู้หลินหลางเสร็จจางเจิ้นอันหันกลับไปมองผู้ใหญ่บ้านที่ยืนตัวสั่นอยู่ผู้ใหญ่บ้านถูกจ้องด้วยสายตาคู่นั้นก็ถึงกับผงะถอยหลังไปหลายก้าว ร้องว่า"จางเจิ้นอัน! เจ้าจะทำอะไร! บ้านเมืองยังมีขื่อมีแปอยู่นะ!"

            "มีขื่อมีแป?" จางเจิ้นอันยกมุมปากยิ้มเยาะ "ท่านผู้ใหญ่บ้านอันท่านเคยบอกข้าไม่ใช่หรือว่า... ท่านนั่นแหละคือขื่อแป?"

            พอผู้ใหญ่บ้านได้ยิน ก็หน้าซีดเผือดถอยหลังไปอีกสองก้าว เขามองสภาพน่าเวทนาของกู้หลินหลางที่นอนอยู่บนพื้นอ้าปากพะงาบๆ แต่กลับหวาดกลัวจนพูดอะไรไม่ออก

            "วางใจเถอะท่านก็แซ่อันเหมือนซิ่วเอ๋อร์ ได้ยินว่าเป็นญาติกันด้วย ข้าย่อมไม่ทำอะไรท่านแต่คนเราควรรู้จักที่ต่ำที่สูง อย่าได้ริษยาเห็นแก่ผลประโยชน์เล็กน้อยจนไปสร้างศัตรูที่ไม่ควรสร้าง"

            น้ำเสียงของเขาเนิบช้าแต่กลับดังก้องในใจราวเสียงกลอง พอได้ยินว่าจางเจิ้นอันจะไม่ทำอะไรตนความกังวลของผู้ใหญ่บ้านก็คลายลง เขามองกู้หลินหลางที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้นมือเท้าอ่อนแรง แม้แต่จะคลานยังทำไม่ได้ แต่จางเจิ้นอันกลับมีสีหน้าเรียบเฉยราวกับมองไม่เห็นสภาพน่าสมเพชนั้นเลย

            "เจ้าทำอะไรข้า?"

            กู้หลินหลางตะโกนถามจางเจิ้นอันอย่างไม่อยากเชื่อเมื่อครู่เขาแค่บิดข้อมือ "กร๊อบ" ไม่กี่ที แขนเขากลับไร้ความรู้สึกไปเลยพอความเจ็บปวดแล่นเข้ามาจนได้สติอีกครั้ง เขาก็นอนแผ่อยู่บนพื้น แขนขาไร้เรี่ยวแรงขยับไม่ได้แม้แต่น้อย

            "ก็แค่ขยับข้อต่อของท่านนิดหน่อยเท่านั้น"

            จางเจิ้นอันกล่าวเสียงเรียบพลางหยิบถ้วยชาขึ้นมาเล่นในมือ นึกขึ้นได้ว่าเมื่อตอนบ่ายอันซิ่วเอ๋อร์เพิ่งทุบถ้วยชาในห้องนี้ทิ้งไปจนหมดไม่คิดว่าเขาจะหาชุดใหม่มาแทนได้เร็วขนาดนี้

            ความเจ็บปวดมักทำให้คนชาไปชั่วขณะพอจางเจิ้นอันพูดจบ ความเจ็บปวดระลอกใหม่ก็ถาโถมเข้าใส่กู้หลินหลางรู้สึกราวกับแขนขาถูกควักออกมาทั้งเป็น เจ็บปวดทรมานอย่างยิ่งเขากัดฟันแน่น พยายามเงยหน้ามองจางเจิ้นอัน

            "เจ้าต้องการอะไร?"

            "ข้าต้องการอะไร?"

            จางเจิ้นอันมองเขาจากมุมสูงกู้หลินหลางในยามนี้รู้สึกว่าตนเองต่ำต้อยไม่ต่างจากสุนัขตัวหนึ่งแต่เดิมทีเขาก็ไม่ใช่คนกล้าหาญอะไร พอถูกสายตาเย็นชาคู่นั้นจ้องมองจิตใจก็พลันสั่นสะท้าน ไม่กล้ามีความคิดต่อต้านใดๆ

            "ข้าให้เจ้าเลือกสองทาง ทางแรกอาศัยที่ท่านผู้ใหญ่บ้านยังอยู่ตรงนี้จงเล่าความจริงเรื่องที่เจ้าวางแผนใส่ร้ายหรงเหอออกมาให้หมด และพรุ่งนี้ต่อหน้าศิษย์ทุกคน จงกล่าวขอโทษหรงเหอเสีย ส่วนทางเลือกที่สอง...ข้าคงไม่ต้องพูดกระมัง"

            "ข้า..." กู้หลินหลางเพิ่งอ้าปากได้คำเดียวความเจ็บปวดแสนสาหัสก็จู่โจมจนเขาแทบหายใจไม่ออก

            เมื่อเห็นท่าทีของเขาจางเจิ้นอันก็หัวเราะเยาะเดินเข้าไปใช้เท้าเหยียบลงบนกระดูกเชิงกรานของเขาสองสามครั้งจากนั้นก็ยื่นมือจับแขนทั้งสองข้างแล้วกระชาก!

             

             "อ๊าก! อ๊าก!"

            เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นอีกครั้ง ในพริบตาแขนขาทั้งสี่ของเขาก็ถูกต่อกลับเข้าที่ดังเดิม

            เพียงแต่ความเจ็บปวดจากการถูกถอดและต่อข้อต่อกลับเข้าไปนั้นมีแต่ผู้ที่ประสบด้วยตนเองเท่านั้นจึงจะเข้าใจอย่างน้อยก็เพียงพอที่จะทำให้กู้หลินหลางจดจำไปชั่วชีวิต

            "เจ้ารู้ดีว่าข้าเป็นคนใจร้อนไม่มีความอดทนมากนักหรอก" จางเจิ้นอันกล่าวเสียงเย็นชา

            กู้หลินหลางหวาดกลัววิธีการของเขาจนตัวสั่นเขาคิดว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่คน แต่เป็นปีศาจความเจ็บปวดราวกับแขนขาขาดวิ่นยังคงฝังลึกอยู่ในกระดูกตอนนี้เขาสั่นเทิ้มด้วยความกลัว ความรู้สึกไร้เรี่ยวแรง ขยับไม่ได้ยิ่งทำให้เขารู้สึกหวาดผวา พอลองขยับแขนขาดู ก็พบว่ากลับมาเคลื่อนไหวได้เป็นปกติแล้ว

            เขาเป็นคนรักษาภาพลักษณ์ยิ่งชีพหากเป็นไปได้ เขาย่อมอยากเลือกทางเลือกที่สองแต่จางเจิ้นอันสามารถหักแขนเขาได้ครั้งหนึ่ง ก็ย่อมทำได้เป็นครั้งที่สองเขาไม่กล้าแม้แต่จะสบตา แล้วจะกล้าปฏิเสธได้อย่างไร?

            เดิมทีคิดจะใช้วิธีประวิงเวลาแต่พอถูกจางเจิ้นอันจ้องมองด้วยสายตาเย็นเยียบอีกครั้ง กู้หลินหลางก็กัดฟันรู้สึกว่าชีวิตตนเองสำคัญกว่า จึงยอมเล่าความจริงออกมาทั้งหมด

            ที่แท้ เพราะวันนั้นถูกอันซิ่วเอ๋อร์หักหน้าเขาจึงจงใจยกย่องอันหรงเหอขึ้นมา เพื่อรอเล่นงานในวันนี้พู่กันด้ามนั้นเขาก็เป็นคนสั่งให้เด็กรับใช้ของตนแอบเอาไปใส่ไว้ในโต๊ะของอันหรงเหอเอง

            ผู้ใหญ่บ้านที่ยืนฟังอยู่ข้างๆถึงกับตกตะลึง แม้เรื่องนี้กู้หลินหลางจะพูดออกมาเพราะถูกข่มขู่แต่ก็น่าจะเป็นความจริง เพราะลึกๆ แล้วเขาก็ยังเชื่อในความบริสุทธิ์ของอันหรงเหอเขาเพียงไม่อยากเชื่อว่า คุณชายกู้ผู้สูงส่งราวกับหยกเบื้องหลังกลับเป็นคนต่ำช้าถึงเพียงนี้

            เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าการให้บุตรชายเรียนหนังสือกับคนเช่นนี้ จะได้อะไรดีๆ กลับไปบ้าง

            "ท่านอาจารย์กู้หากเรื่องนี้เป็นความจริงข้าเกรงว่าต่อไปท่านคงไม่อาจสอนหนังสือในหมู่บ้านของเราได้อีก" น้ำเสียงของผู้ใหญ่บ้านเย็นชาลงทันทีตอนแรกเขาอาจจะมองว่ากู้หลินหลางรูปงามน่ามอง แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่าอาจารย์ที่อายุมากหน่อยน่าจะไว้ใจได้และมีคุณธรรมสูงส่งกว่า

            "เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นไม่ต้องรอให้ท่านผู้ใหญ่บ้านเอ่ยปาก ข้าก็ไม่มีหน้าจะอยู่ที่นี่ต่อไปแล้ว"

            กู้หลินหลางหัวเราะอย่างขมขื่นเขาไม่มีหน้าอยู่ในหมู่บ้านชิงสุ่ยนี้อีกต่อไป แม้ตอนจากไปอาจจะดูน่าสมเพชไปบ้างแต่พอกลับบ้านเกิดไป ก็ไม่มีใครรู้เรื่องน่าอับอายนี้อย่างน้อยเขาก็สามารถหนีจากฝันร้ายในวันนี้ และรักษาภาพลักษณ์ของตนเองไว้ได้

            "ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ตกลงตามนี้ข้าหวังว่าพรุ่งนี้ท่านจะทำตามที่พูดอย่างจริงใจ"

            จางเจิ้นอันลุกขึ้นยืนพอเดินเข้าไปใกล้กู้หลินหลาง เขากลับยื่นมือออกไปบิดอีกครั้ง!แขนซ้ายของกู้หลินหลางถูกถอดออกพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนอีกคราเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังขึ้นข้างหู "หวังว่าพรุ่งนี้ท่านอาจารย์กู้จะ 'เล่าเรื่อง' ได้สมบูรณ์แบบนะ"กล่าวจบ เขาก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง

            กู้หลินหลางใช้มือขวาที่ยังดีอยู่ปาดเหงื่อเย็นที่ผุดขึ้นเต็มหน้าผากการถูกกระชากเมื่อครู่ทำให้เขารู้สึกว่าแขนขวาอ่อนแรงไปหมดไม่รู้ว่าจางเจิ้นอันใช้วิธีการอะไรกันแน่

            อันที่จริง กู้หลินหลางเพิ่งคิดได้ว่าพรุ่งนี้เขาแค่หาเหตุผลให้อันหรงเหอกลับมาเรียน จากนั้นก็พูดอะไรส่งเดชไปพอพูดจบก็จะรีบจากไปทันที จางเจิ้นอันมีหรือจะรู้เรื่องได้?แต่ไม่คิดว่าจางเจิ้นอันจะเล่นงานเขาแบบนี้ตอนนี้ความคิดที่จะตุกติกของเขาแตกสลายไปหมดสิ้นหากพรุ่งนี้การแสดงของเขาไม่เป็นที่พอใจคิดว่าแขนข้างนี้คงไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก

            วิธีการทำร้ายคนโดยไม่ทิ้งร่องรอยเช่นนี้ผู้ใหญ่บ้านเองก็ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน เขามองกู้หลินหลางที่แขนห้อยร่องแร่งหน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อ สภาพน่าสมเพช ก็รู้สึกเพียงว่าเขาสมควรแล้วลืมไปเสียสนิทว่าเมื่อครู่ตนเองเกือบจะร่วมมือกับเขาทำเรื่องไม่ดีไปแล้ว

            ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวอีกผู้ใหญ่บ้านไม่กล่าวอะไรสักคำ เพียงเอามือไพล่หลังแล้วเดินจากไปกู้หลินหลางอย่างไรเสียก็เป็นบัณฑิต ถึงจะทำผิดไป แต่ก็เคยเป็นอาจารย์ของลูกชายตนเขาจะไม่ซ้ำเติม แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไปปลอบใจ

            กระท่อมน้อยทรุดโทรมของบ้านตระกูลจาง

            อันซิ่วเอ๋อร์ตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงียพอนึกถึงเหตุการณ์ก่อนจะหมดสติไป ก็ถึงกับสะดุ้งตกใจ เมื่อมองไปรอบๆเห็นสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย ก็รู้ว่าตนเองกลับมาถึงบ้านแล้วจิตใจจึงค่อยคลายกังวลลง แต่กลับรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งเนื้อทั้งตัว ในชั่วขณะนั้นความหวาดหวั่นก็แล่นเข้าจับใจ

            แสงตะเกียงในห้องริบหรี่อันซิ่วเอ๋อร์กวาดตามองไปรอบๆ ไม่เห็นจางเจิ้นอันนางลองส่งเสียงเรียกชื่อเขาสองสามครั้ง แต่ไร้เสียงตอบกลับนางเริ่มคิดฟุ้งซ่านไปต่างๆ นานาหรือว่า...หรือว่านางเสียความบริสุทธิ์ไปแล้วจริงๆ เขาจึงรังเกียจและทิ้งนางไป?

            พอนึกถึงตรงนี้น้ำตาที่ไม่รู้มาจากไหนก็ไหลอาบแก้ม นางซบหน้าลงกับหมอนเริ่มสะอื้นไห้ออกมาอย่างเงียบงัน

            เชิงอรรถ

            [1] จิ้นซื่อคือผู้ที่สอบผ่านการสอบคัดเลือกขุนนางระดับสูงสุดในสมัยโบราณของจีน

    คล้ายกับเรื่ององค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390