ทั้งไป๋ฉีและเย่กู่เฉินต่างประสบชะตากรรมเดียวกันคือโดนภรรยาต่อว่าเสียยกใหญ่ ข้อหาที่ตัดสินใจเรื่องใหญ่โดยไม่ปรึกษาพวกเธอก่อน ซึ่งกว่าไป๋ฉีและกู่เย่เฉินก็ใช้เวลาง้อภรรยาอยู่หลายชั่วโมงด้วยกัน พวกเธอจึงใจเย็นลงได้เพราะถึงโกรธไปก็แก้อะไรไม่ได้อยู่ดี
สิ่งที่พวกเธอทำได้ในตอนนี้ก็เพียงแค่เพียงภาวนาให้พวกเขาปลอดภัยในการหยั่งเชิงอบิสมังกรเก้าหัว
"เห้อ เครียดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา งั้นฉันกับจิวลี่ขอไปช่วยพวกคุณแม่ทำอาหารต้อนรับแขกก่อนก็แล้วกัน"โรสกล่าวขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน และพาจางจิวลี่ไปช่วยพวกไป๋เยว่อิงทำอาหารในทันที
หลังจากนั้นก็มีคนมาที่บ้านของไป๋ฉีตั้งมากมาย หนึ่งในนั้นคืออู่จินหยางผู้เป็นอาจารย์ พวกเขาพูดคุยถึงเรื่องภารกิจในวันพรุ่งนี้อยู่พักใหญ่ อู่จินหยางพยายามโน้มน้าวให้ไป๋ฉีเปลี่ยนใจแล้วเขาจะไปแทนเอง
แต่ทว่าไป๋ฉีก็ปฏิเสธ จากนั้นก็เปิดเผยความลับส่วนหนึ่งในกับอาจารย์ได้รับรู้นั่นคือ คอสมิคฟรอสธาตุไฟ สายฟ้า แม่แหล็ก และแสง รวมทั้งหมดสี่ธาตุ นี่ก็เพื่อยืนยันว่าเขามีความมั่นใจในการหยั่งชิงมังกรมารเก้าเศียรจริงๆ
ภายใต้คอสมิคฟรอสที่น่าสะพรึงทั้งสี่ชนิด ทั้งอู่จินหยาง จิงจิง รวมไปถึงอีกหลายคนที่มาหาไป๋ฉีถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พวกเขาคัดค้านอะไรไป๋ฉีอีกต่อไป เนื่องจากรู้แล้วว่าชายคนนี้มีความมั่นใจในการหยังเชิ่งครั้งนี้มากจริงๆ
ไป๋ฉีถือโอกาสนี้เชิญทุกคนที่มาบ้านทานข้าวเย็นด้วยกัน แน่นอนทุกคนที่มาก็ไม่ได้ปฏเสธน้ำใจ เหล่าภรรยาสาวของไป๋ฉีและลูกทีมที่เป็นเพื่อนพากันไปจัดโต๊ะขนาดใหญ่ที่สวนเอาไว้
มื้ออาหารเย็นในวันนี้จะพูดว่าเป็นงานเลี้ยงขนาดย่อมๆก็ไม่ผิดนัก เพราะไป๋ฉีเชิญทั้งเพื่อน อาจารย์ พ่อตา แม่ยาย รวมไปถึงญาติของภรรยาให้มารวมงานนี้ทั้งสิ้น
ก่อนที่จะเข้างานเขาไม่ลืมกำชับทุกคนว่าห้ามพูดเรื่องการประชุมในงานเลี้ยงเด็ดขาดเพราะไม่อยากให้พ่อกับแม่เป็นกังวลจนเกินไป ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
"อาจารย์หนูมาสายอีกแล้วใช่ไหมค่ะ"
ในขณะที่ทุกคนกำลังสังสรรค์เสียงที่สดใสก็พลันดังขึ้นมา เมื่อไป๋ฉีหันกลับไปก็พบกับหมิงหรง หมิงเย่ และกู่เย่เฉินที่ยืนอยู่ด้านหลัง
"ไม่สายๆ ทั้งสามคนเชิญนั่งก่อน อีกไม่นานอาหารก็น่าจะเสร็จแล้วล่ะ"ไป่ฉีกล่าวอย่างเป็นมิตร กู่เย่เฉิน หมิงเย่ รวมไปถึงหมิงหรงก็นั่งลงยังเก้าอี้ที่ว่างโดยไม่รอช้า
ก่อนที่ทั้งกู่เย่เฉินและหมิงเย่จนเบนสายตาไปมองยังหัวโต๊ะที่มีไป๋เฉินกำลังนั่งอยู่ ทั้งสองรู้ได้ในทันทีว่าไป๋เฉินและไป๋เฉินเป็นพ่อลูกกันเนื่องจากหน้าตาของพวกเขาเหมือนกันมากเลยทีเดียว
"โอ้ ท่านนี้คงเป็นพ่อของเทพสงครามไป๋ฉีไช่ไหมครับเป็นเกียรติมากที่ได้พบ"เป็นกู่เย่เฉินที่กล่าวทักทาย ทว่าหมิงเย่กลับนั่งนิ่งไม่ได้กล่าวอะไร ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันแต่พอเห็นหน้าของไป๋เฉินแล้วเธอถึงรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาเล็กน้อย
"ใช่ครับ ผมเป็นพ่อของไป๋ฉีเอง ไม่ทราบว่าผมควรเรียกคุณว่าอย่างไรดี"ไป๋เฉินตอบรับและถามกลับไป
"เรียกผมว่ากู่เย่เฉิน คุณกู่ พี่กู่ หรือเย่เฉินเฉยๆก็ได้"กู่เย่เฉินกล่าวอย่างเป็นกันเอง
ไป๋เฉินพยักหน้ารับ "ถ้าอย่างนั้น คุณกู่ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ"
ไป๋เฉินและกู่เย่เฉินยกแก้วของตนเองขึ้นมาจากนั้นก็ดื่มเหล้าในแก้วจนหมดเพียงรวดเดียวเท่านั้น ผ่านไปครู่ใหญ่ทั้งสองคนนี้ก็กลายเป็นสนิทสนมกันไปราวกับรู้จักกันมาแรมปี
ภาพนี้ทำให้ไป๋ฉีและหมิงหรงถึงกับกุมขมับ เนื่องจากสิ่งที่ไป๋เฉินและกู่เย่เฉินคุยกันส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องราวสมัยเด็กของพวกเขาทั้งสองคน แน่นอนว่ามีทั่งเรื่องที่ดีและเรื่องที่น่าอาย
เหล่าผู้คนในงานถึงกับหัวเราะอย่างขบขันกับเรื่องเล่าของทั้งสองคน อีกทั้งยังไม่วายผสมโรงเล่าเรื่องลูกหลานของตนเองไปตามๆกัน ในเวลานี้ช่างเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างหาที่สุดมิได้
หลังจากที่ทุกคนบนโต๊ะอาหารกำลังเพลิดเพลินอยู่กับการพูดคุยสทนากันอยู่สักพัก ในที่สุดช่วงเวลาอาหารเย็นก็ได้เริ่มอย่างเป็นทางการเสียที
เหล่าภรรยาของไป๋ฉีรวมไปถึงหมิงหรงไปช่วยกันเสริฟอาหารอย่างไม่หยุดมือจนครบ ก่อนที่จะนั่งลงบนเก้าอี้ข้างของตัวเองโดยไม่รอช้า
"ขอโทษที่ให้รอนะจ๊ะ พอดีพวกเรามัวแต่เก็บของใน........."ยังไม่ทันพูดจนจบประโยคเสียงของไป๋เยว่อิงก็ขาดหายไป พร้อมกับร่างกายที่ชะงักค้างไปกลางทาง
ในเวลาเดียวกันนั้น ร่างกายของหมิงเย่และกู่เย่เฉินก็สั่นสะท้านไปเหมือนกัน ดวงตาของพวกเขาสั่นไหว ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง
เมื่อค่อยๆหันไปทางต้นเสียงสิ่งที่ปรากฏขึ้นในตาของพวกเขาคือร่างของผู้หญิงที่แสนงดงามสามคน ทว่าดวงตาของทั้งสองกลับโฟกัสไปยังหญิงสาวผมสีแดงที่อยู่ตรงกลางเพียงเท่านั้น
ราวกับสถานที่แห่งนี้มีเพียงพวกเขาสามคน หมิงเย่และกู่เย่เฉินลุกขึ้นแทบจะพร้อมกับท่ามกลางสายตางุนงงของคนทั้งงาน
"อิงเอ่อร์ นั่นลูกใช่ไหม" ไม่ปล่อยให้รอนาน เสียงของหมิงเย่ดังขึ้นมาทำให้ทุกคนพากันอึงงันไป แต่ทว่าไม่กล้าที่จะกล่าวอะไรขึ้นมาในตอนนี้ ทางด้านไป๋เยว่อิงกำหมัดแน่นและทำหน้าราวกับจะร้องไห้
"หมิงอิงเอ่อร์ตายไปแล้วค่ะ คนที่อยู่ตรงหน้าของคุณตอนนี้คือไป๋เยว่อิง" กล่าวจบเธอก็หันหลังกลับวิ่งเข้าไปในบ้าน
"อิงเอ่อร์ ฟังแม่ก่อน!"หมิงเย่ตะโกนไล่หลังและวิ่งตามไปในทันที กู่เย่เฉินเองก็เช่นกัน
ในเวลานี้ทุกอย่างกลายเป็นสับสนวุ่นวาย จากเดิมที่วันนี้เป็นงานเลี้ยงอาหารค่ำ อยู่ดีๆก็กลายเป็นงานพบปะกันระหว่างครอบครัวที่พลัดพรากไปเสียอย่างนั้น
ในโต๊ะอาหารแห่งนี้ คนที่ได้รับผลกระทบจากสิ่งที่ได้ยินมากที่สุดคงหนีไม่พ้นไป๋ฉีกับหมิงหรง ในหัวของพวกเขาสับสนไปหมดแต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกมา