เซี่ยชิงอวินกระชากร่างสูงใหญ่ของชายผิวคล้ำให้ลุกยืนขึ้น ผลักร่างปวกเปียกที่แม้จะยืนด้วยแข้งขาของตัวเองก็ยังปัดป่ายพัลวัน บังคับให้เดินออกไปด้านนอกเรือนโดยใช้ปลายมีดสั้นจี้ต้นคอเป็การข่มขู่
เมื่อผ่านประตูออกมาก็พบเข้ากับวงล้อมของกลุ่มโจรฝู่ซิงซึ่งมีจำนวนมากกว่าห้าสิบชีวิต โอบล้อมปิดทางออก
“ท่านหัวหน้า” สภาพของโหยวเฟยที่ร่างกายนั้นเต็มไปด้วยเืสีแดงฉาน ทั้งที่ฝ่ามือและริมฝีปาก ทำให้เหล่าสมุนโจรทั้งหลายต่างก็พากันร้องะโ ทำทีจะกรูกันเข้ามา
“ถ้าไม่อยากให้คนผู้นี้ตาย ก็ถอยออกไป!” ปลายมีดในมือเซี่ยชิงอวินฝังลงไปในผิวเนื้อสีก่ำแดด ลึกลงไปเพื่อกดดันให้พวกโจรเปิดทาง
มันไม่ใช่เพียงแค่คำขู่ เพราะาแจากรอยมีดถูกฉาบไปด้วยโลหิตที่ไหลพลูไม่หยุด ลูกสมุนของโหยวเฟยจึง้าก้าวถอยหลังออกไป
“พวกเ้าไม่มีทางหนีรอดออกไปได้” โหยวเฟยกดเสียงต่ำ แม้จะอยู่ในเงื้อมือของเซี่ยชิงอวินก็ยังฝีปากกล้า
“งั้นรึ ก็ลองมาดูกันว่า ระหว่างข้ากับเ้า ผู้ใดจะไปยมโลกก่อนกัน”
ฝ่ามือหนากำเข้าที่ลำคอ กดปลายนิ้วจมลงไปที่เส้นเืใหญ่ ทำให้โหยวเฟยเริ่มหน้ามืด หายใจติดขัด
เหล่าลูกสมุนโจรน้อยใหญ่ จำต้องแหวกทางออกให้กับเซี่ยชิงอวินและหลินสืออี้เดินผ่านไปยังทางออกจากค่าย
ทั้งสองพร้อมด้วยตัวประกัน ก้าวเดินถอยหลังไปอย่างช้า ๆ โดยมีกลุ่มโจรเดินตามประกบกระชันชิด กระทั่งเดินมาถึงหน้าประตูทางออก
“ถ้ายังมีผู้ใดเดินผ่านประตูออกมาอีกแม้แต่คนเดียว พวกเ้าก็เตรียมมารับศพเขาไปได้เลย” เซี่ยชิงอวินยื่นคำขาด
หลังจากเดินพ้นประตูทางออกมาได้ ก็ไม่มีโจรคนใดเดินตามออกมา
เซี่ยชิงอวินเดินนำไปยังจุดที่ตนผูกม้าสีดำทมิฬทิ้งเอาไว้
แต่ก่อนที่จะหนีออกไปจากค่าย เขาจำต้องได้คำตอบจากความเหนื่อยยากในการลอบเข้าค่ายโจรในครั้งนี้เสียก่อน เขาจึงเค้นถามโหยวเฟย
“ข้าจะถามเ้าเป็ครั้งสุดท้าย หากเ้าบอกว่าผู้ใดเป็คนบงการอยู่เื้ั ข้าจะปล่อยเ้าไป”
“..” ทว่าหัวหน้าโจรฝู่ซิงก็ยังคงปากแข็ง อ้ำอึ้งไม่ยอมพูดอันใด
“คิดจะท้าทายความอดทนของข้างั้นรึ ถ้าเช่นนั้นก็เลือกเอาแล้วกัน ว่าจะพูดหรือตาย”
เมื่อเวลามีไม่มากให้มานั่งจับเข่าถามตอบกันแบบสุภาพชน คงใช้ไม่ได้กับคนอย่างเซี่ยชิงอวิน เขาจึงใช้วิธีลัดด้วยการกดปลายมีดให้ฝังเข้าที่ิับริเวณลำคอให้ลึกลงไปอย่างเชื่องช้า ทว่ายิ่งเ็ปและทรมาน
เืสีแดงสดพุ่งออกตามปลายมีด ไหล่ลงสู่พื้นดินดั่งสายน้ำไหลทะลัก
อ้า! อ้า!
“พูด ข้าพูดแล้ว”
เซี่ยชิงอวินยังคงไม่ถอนคมมีดกลับ แต่ยิ่งกดมันลึกลงไปซ้ำแล้วซ้ำอีก
“คนผู้นั้นคือ เ้าเมือง...”
ฉึก!
ก่อนที่นามคนผู้นั้นจะหลุดออกมาจากริมฝีปากซีดคล้ำ ลูกธนูเหล็กก็พุ่งมาจากทิศทางของฝั่งค่ายโจร ตรงเข้าที่หน้าอกด้านซ้ายทะลุกลางหลัง ตัดขั้วหัวใจของผู้เป็พยานปากสำคัญกระทั่งเขาหมดลมหายใจ
เซี่ยชิงอวินเงยหน้ามองไปยังต้นทางของธนูดอกนั้น ก็พบว่ามันถูกยิงออกมาจากหอสังเกตการณ์ที่ตั้งสูงตระหง่านอยู่ในค่ายฝู่ซิง
ธนูดอกนั้นหลุดออกมาจากมือชายชุดดำผู้สวมหมวกปีกกว้างที่มีผ้าคลุมผืนบางปิดบังใบหน้าอีกที และตอนนี้คนผู้นั้นก็กำลังจะหยิบดอกธนูดอกใหม่ขึ้น แล้วเล็งมายังจุดที่ตนยืนอยู่
“ระวังพ่ะย่ะค่ะ”
หลินสืออี้ะโเข้ามาผลักร่างของเซี่ยชิงอวินให้ล้มลง ลูกธนูจึงพลาดไปปักเข้าที่โคนต้นไม้อย่างหวุดหวิด
เมื่อเซี่ยชิงอวินทรงตัวได้ เขาดึงร่างผอมบางที่ช่วยตนให้รอดพ้นจากการลอบยิงเมื่อครู่ หลบเข้าไปที่ด้านหลังของต้นไม้ใหญ่ ก่อนออกคำสั่งกับนาง
“ไปขึ้นม้า”
“ฮ่ะ!” หลินสืออี้หยุดชะงัก ดวงตากลอกไปมา ก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงตะกุกตะกักและแหบแห้ง
“กระหม่อมขี่ม้าไม่เป็พ่ะย่ะค่ะ” นางไม่รู้วิธีขี่ม้า อย่าว่าแต่ขี่ม้าเลยวิธีขึ้นไปนั่งบนหลังมาต้องทำอย่างไรนางยังไม่รู้ด้วยซ้ำ
เซี่ยชิงอวินถลึงตา ถอนหายใจอย่างหงุดหงิดด้วยความที่คนตรงหน้าช่างไม่ได้ดั่งใจ
เมื่อมองกลับไปยังพลธนูที่กำลังง่วนอยู่กับการหยิบลูกธนูดอกใหม่ เขาก็อาศัยจังหวะนี้วิ่งออกไปจากที่ซ่อน ะโลอยตัวขึ้นไปบนหลังม้า พร้อมกับดึงบังเหียนบังคับให้มันวิ่งวนมารับตัวหลินสืออี้
ร่างบางถูกดึงตัวให้ลอยขึ้นเหนือพื้น ไปนั่งที่ด้านหน้าของผู้บังคับม้า จากนั้นเ้าอาชาสีนิลก็ควบด้วยความเร็วหลบหลีกลูกธนูดอกถัดไป ก่อนที่ทั้งคนทั้งม้าจะหายเข้าไปในป่าพร้อมกัน
“ออกตามล่าพวกมัน ผู้ใดเอาหัวของเซี่ยชิงอวิน กลับมาได้ ข้าจะตบรางวัลให้อย่างงาม” เ้าของคันศระโป่าวประกาศกับเหล่าพี่น้อยฝู่ซิง
“เฮ้!”
เหล่าสมุนโจรโห่ร้องด้วยความคึกคะนอง ออกมารวมกำลังพลซึ่งรวบรวมได้ ณ ตอนนี้ก็เกือบร้อยชีวิตเห็นจะได้ และเพลานี้กองกำลังย่อม ๆ นี้ก็เตรียมพร้อมสำหรับการออกไล่ล่าตามคำสั่งของชายชุดดำแล้ว
...อาชาสีนิลสูงสง่า วิ่งฝ่าเข้าไปกลางทุ่งหญ้า ซึ่งด้านหน้านั้นเป็กำแพงหน้าผาสูงชัน เมื่อทิ้งระยะห่างจากค่ายโจรฝู่ซิงมาได้ไกลพอสมควร เขาจึงผ่อนสายบังคับม้าเพื่อลดความเร็วลง
เซี่ยชิงอวินต้องพยายายามหาเส้นทางเพื่อที่จะออกไปจากูเาแห่งนี้ เขาต้องกลับเข้าสู่ตัวเมืองแคว้นฉี ไปสมทบกับจิ้งเทียนอี้ ที่เพลานี้เดินทางไปแจ้งทางการให้นำทหารมากวาดล้างกลุ่มโจร
ทว่าหนทางข้างหน้านั้นซับซ้อนและเต็มไปด้วยป่า รกสูง ประกอบกับเป็่เวลากลางคืน อีกทั้งยังมีผาหินสูงขวางหน้า การเสี่ยงเดินทางโดยไม่รู้จุดหมายในเวลาเช่นนี้จึงยิ่งอันตราย
เดินทางมาได้สักระยะฟ้าฝนก็ยังไม่เป็ใจให้ ท่ามกลางป่าเขาที่อากาศร้อนชื้นเช่นดี เมื่อครู่ฟ้ายังใสสว่างสดใด อยู่ ๆ ก็ดันเกิดฝนตกใหญ่กระหน่ำลงมาซ้ำเติม
เ้าอาชาสีดำวิ่งเหยาะ ๆ ต่อมาได้ครู่ใหญ่ มันก็ทำท่าไม่อยากวิ่งต่อ เซี่ยชิงอวินจำต้องทิ้งพาหนะไว้ที่ถ้ำขนาดเล็กใต้หน้าผา เขาลงจากหลังม้าแล้วก็รอรับหลินสืออี้ที่ทิ้งตัวตามลงมา ทว่าเมื่อนางจะลงไปนั่งบนพื้นด้วยความเหนื่อยล้า เขากลับดึงแขนนางแล้วพาเดินต่อไปอีกทาง
“พวกเราไม่หลบฝนที่นี่หรือพ่ะย่ะค่ะ”
“โจรป่าพวกนี้ชำนาญพื้นที่ ขืนหลบอยู่ในถ้ำก็เท่ากับรอให้พวกมันมาจับตัว”
เซี่ยชิงอวินกระชับฝ่ามือเรียวเล็กเอาไว้แน่น ในขณะที่เดินฝ่าสายฝนที่โหมกระหน่ำ ถึงขนาดที่แทบจะไม่สามารถลืมตาได้
“เ้าเห็นโน่นหรือไม่” ปลายนิ้วมือของเซี่ยชิงอวินชี้ไปยังผนังของหน้าผ้าสูงขึ้นไปจนต้องเงยใบหน้าขึ้นมอง
หลินสืออี้ต้องยกฝ่ามือขึ้นบังสายฝนที่กระหน่ำลงมาที่ดวงตา มองตามนิ้วมือของผู้ที่ชี้ทิศทาง นางจึงพอจะมองเห็นช่องว่างเล็ก ๆ ของชั้นหิน
ช่องแคบที่อยู่สูงจากพื้นดินประมาณเท่าเรือนสองชั้น ขนาดของช่องที่เป็เสมือนปากถ้ำพอจะให้คนสองคนเข้าไปอยู่ในนั้นได้
“อย่าบอกนะว่า”
เซี่ยชิงอวินโอบรอบเอวบางอย่างไม่พูดพร่ำทำเพลง ย่อตัวแตะปลายเท้าดันร่างของทั้งสองเหอะขึ้นไปในอากาศ ท่ามกลางเม็ดฝนที่ซัดสาดเข้าสู่ใบหน้า
หลินสืออี้ทำได้แค่หลับตาปี๋ เรียวแขนโอบรอบคอของบุรุษตรงหน้าไว้แน่น ซุกเรียวหน้าเข้าแผงอกหนาเพื่อหลบกระแสน้ำที่พยายามจะกระทบเข้าดวงตา
ใช้เวลาเพียงเสี้ยวลมหายใจ ร่างที่เปียกปอนไปทั่วทั้งกายก็ทะยานขึ้นสู่้าของเนินช่องว่างที่ยื่นออกมาตรงกลางผาสูงได้สำเร็จ
หลินสืออี้รู้สึกถึงความนิ่งสงบ ได้ยินเพียงลมหายใจของตนและน้ำเสียงทุ้มต่ำอันทรงพลังดังก้อง สะท้อนอยู่ภายในถ้ำหิน
“เ้าจะกอดข้าอยู่อย่างนี้ทั้งคืนหรือ”
ขนตางอนกระพริบถี่สลัดหยดน้ำหยดเล็กที่เกาะอยู่ปลายขนตาให้หลุดออก หรี่ตามองไปออกโดยรอบก็เห็นแต่ความมืดมิด รู้ตัวอีกทีตนก็ขึ้นมาอยู่บนซอกเขาซ้ำยังโอบกอดร่างบุรุษเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย นางจึงรีบผละตัวออกห่างด้วยอาการเคอะเขิน
เซี่ยชิงอวินหยิบฮวาเจ๋อจึ[๑] ออกมาจากสาปเสื้อ เปิดฝาแล้วเป่าเพียงหนึ่งครั้งก็เกิดเป็ประกายไฟที่ลุกโชน พอให้มีแสงสว่างที่ช่วยให้มองเห็นโดยรอบขึ้นมาบ้าง
“ยืนเฉยอยู่ทำไม ไฟแค่นี้มันจะช่วยให้เ้าอุ่นขึ้นอย่างนั้นหรือ รีบไปหาไม้มาเพิ่ม”
หลินสืออี้ขยับยกมุมปากขมุบขมิบบ่นอุบ ทว่าไร้ซึ่งเสียงที่เล็ดลอดออกมา แม้ใบหน้าขาวนวลยู่ยี่แสดงท่าทีไม่พอใจ แต่ก็ต้องออกไปทำตามคำสั่งอยู่ดี
เมื่อกองไฟถูกจุดขึ้นมา ร่างกายที่สั่นสะท้านก็พลันอบอุ่นขึ้น หลินสืออี้จับจ้องไปยังใบหน้าอันซีดเซียวของบุรุษตรงหน้าผ่านแสงสว่างของกองไฟก็พลันนึกถึงอาการป่วย
“ทรงไม่ปวดศีรษะหรือหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
เซี่ยชิงอวินส่ายหน้า เขายังคงมีอาการป่วยที่มักจะกำเริบใน่เวลาที่เกิดฝนอยู่ แม้ว่าจะผ่านการรักษาให้อาการดีขึ้นมาได้หลายส่วนแล้ว ทว่ามันก็ยังคงไม่หายขาด
“หากอาจารย์ไม่ถูกคนชั่วลอบสังหาร อาการของพระองค์ก็คงจะรักษาได้หายขาดแล้วแท้ ๆ”
“เ้าคนชุดดำนั่น...” เซี่ยชิงอวินเอ่ยขึ้นในขณะที่ครุ่นคิดถึงลูกธนูที่หลุดจากคันศร ด้วยน้ำมือของชายปริศนาที่้าฆ่าปิดปากหัวหน้าโจรฝู่ซิง
“กระหม่อมได้ยินโหยวเฟยเรียกคนผู้นั้นว่า ผู้นำคนผู้นั้นอยู่เื้ัคอยบงการกลุ่มโจรฝู่ซิง ความจริงแล้วเขา้าให้พระองค์เข้ามาในค่ายโจร เพื่อลอบสังหารพระองค์ที่นั่น แต่มีเื่หนึ่งที่กระหม่อมคิดไม่ตก ไยต้องฆ่าอาจารย์แล้วโยนความผิดให้กับพระองค์ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าพระองค์เข้ามาในหมู่บ้านกู่ซานโดยไม่มีทหารติดตามมา หากจะสังหารพระองค์เลยย่อมทำได้ง่ายกว่า”
หลินสืออี้หยุดคิดตริตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนแววตาใคร่รู้ของนางจะมองตรงไปยังผู้ที่กำลังนั่งเขี่ยไฟอยู่ฝั่งตรงข้าม
“ฝ่าบาท คนผู้นี้น่าจะมีความแค้นกับพระองค์มาก พระองค์ทรงรู้หรือไม่ว่าเขาคือผู้ใด”
ผู้ที่กำลังหยิบท่อนไม้โยนใส่กองไฟอยู่นั้น เมื่อได้ยินคำถามของนางก็เหลือบตาขึ้นมาส่งสายตาดุมองตอบกลับไป
“แล้วเ้าคิดว่าอย่างไร”
“ก็ต้องคิดว่าศัตรูของพระองค์คงจะมีมากมายจนจนนับไม่ถ้วนเลยกระมัง” นางตอบกลับทันควัน โดยไม่จำเป็ต้องเสียเวลาคิดให้มากความ
“หลินสืออี้ ดูท่าเ้าจะเหิมเกริมขึ้นทุกวัน ครั้งก่อนเ้าก็กล้าด่าข้า กลับไปชีหนานครานี้คงอยากจะย้ายไปนอนเล่นในหลุมใช่หรือไม่” น้ำเสียงเ็ากล่าวข่มขู่
++.....+.....+.....+.....++
ฮวาเจ๋อจึ[๑] : พับไฟ หรือตะบันไฟ เป็เครื่องมือจุดไฟของชาวจีนโบราณ ชุดจุดไฟนั้นทำจากกระบอกไม้ไผ่ที่อัดแน่นไปด้วยกระดาษมูลม้าที่แห้งและไม่ติดไฟหรือกระดาษฟาง กระดาษดินเผา ฯลฯ ส่วนฮวาเจ๋อจึขั้นสูงจะทำจากรากมันเทศ
กระดาษเหล่านี้มีส่วนประกอบของฟอสฟอรัสและสารที่มีออกซิเจนบางชนิด เมื่อเปิดออกมากระดาษด้านในจะถูกออกซิเจนจากภายนอก เพียงแค่เบาหรือสลัดเล็กน้อยก็จะกระตุ้นให้ไฟติดได้
ที่มา : sohu.com, m.qulishi.com, 163.com
หลังฉาก
เซี่ยชิงอวิน : ชักจะเอาใหญ่แล้วน
ะ เห็นข้าใจดีด้วยหน่อย ก็ไม่เกรงกลัวกันแล้วรึ
หลินสืออี้ : หม่อมฉันเคยกลัวพระองค์ด้วยหรือ
เซี่ยชิงอวิน : (กำหมัด แต่ไม่ได้เราต้องไม่ทำร้ายผู้หญิง)