ระบบอัญเชิญพิชิตโลก

    คุณชายโปรดช่วยพวกเราด้วย

    หนานหมิงและเซี่ยเล่ยจีเดินทางไปยังเมืองฮั่วสุ่ย 

    การเดินทางของทั้งสองเป็นเรือบินขนาดเล็ก ซึ่งเรือบินลำนี้เป็นเรือบินที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งเรือบินลำนี้สามารถจุคนได้มากกว่าสามสิบคนเท่านั้น 

    โดยบนเรือบินลำนี้มีทั้งผู้ติดตามของหนานหมิงและเซี่ยเล่ยจีเฝ้าอยู่

    ถึงอย่างไรการขับเรือบินก็ต้องใช้คนที่ชำนาญรวมไปถึงคนอื่นๆที่คอยทำความสะอาดเรือบิน เพราะฉะนั้นนอกจากหนานหมิงและเซี่ยเล่ยจีแล้ว ก็ยังมีผู้ติดตามบางส่วนอยู่ด้วย

    ผู้ติดตามของหนานหมิงก็คือตัวละครที่เขาอัญเชิญมาสองคนและคนที่อยู่กับหนานหมิงมาตั้งแต่ที่เขายังเป็นเด็ก

    โดยผู้ที่อัญเชิญมาก็คือม่อเสี้ยนและมู่สือจิน เนื่องจากทั้งสอบรับหน้าที่ในการคุ้มครองหนานหมิงอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นแล้วการที่ทั้งสองติดตามหนานหมิงมาด้วยจึงไม่แปลก

    ส่วนผู้ติดตามอีกสองคนก็จู้ป๋ายและตู้ชิง ซึ่งทั้งสองก็นับว่าเป็นคนที่คอยดูแลหนานหมิงมาตั้งแต่เด็กๆ นอกจากนี้ทั้งสองก็นับว่าพัฒนาตัวเองมาอย่างรวดเร็ว แม้ว่าทั้งสองจะไม่ใช่คนที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมอย่างคนอื่นๆ แต่ทั้งสองก็นับมีความพยายามสูงมากทำให้ตอนนี้ทั้งสองดันตัวเองจนมาถึงระดับเทพยุทธ์ขั้นกลางแล้ว 

    ส่วนทางด้านของผู้ติดตามของเซี่ยเล่ยจี พวกนางก็คือคนที่ดูแลเซี่่ยเล่ยจีมาตั้งแต่เด็กเช่นกัน นับว่ามีความสนิทสนมกันอย่างมาก ซึ่งพวกนางก็มีความแข็งแกร่งในระดับจ้าวยุทธ์ขึ้นไป

    สำหรับพื้นที่เล็กๆแบบนี้ความแข็งแกร่งระดับเทพยุทธ์นับว่าเป็นเหมือนกับเทพเจ้าแล้ว 

    สำหรับเมืองแสงจันทร์ไปยังเมืองฮั่วสุ่ยต้องใช้เวลาประมาณสามวัน เนื่องจากเมืองฮั่วสุ่ยนั้นอยู่ในอีกเขตการปกครองหนึ่ง ซึ่งเขตนั้นตั้งอยู่ในการปกครองของนิกายป๋ายหลัว

    นิกายป๋ายหลัวนับว่าเป็นกอกงกำลังที่แข็งแกร่งกว่าสำนักหมื่นวิญญาณเล็กน้อยเพราะพวกเขามียอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ขั้นกลางเป็นผู้พิทักษ์

    เพียงแต่ระหว่างที่เรือบินของหนานหมิงกำลังบินอยู่บนท้องฟ้า พวกเขาก็เห็นว่าด้านหน้าของพวกเขามีเรือบินสองลำกำลังลอยอยู่ข้างกันก่อนที่จะมีเสียงระเบิดดังขึ้น พร้อมกับเสียงต่อสู้ดังตามมา

    หนานหมิงมองดูและแสดงสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย เนื่องจากเขาเห็นสัญลักษณ์ของเรือบินทั้งสองและรู้สึกคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก

    “ นั้นมันสัญลักษณ์ของกลุ่มคนที่ทะเลาะกันที่ทะเลสาบไม่ใช่หรอ? ” เซี่ยเล่ยจีที่อยู่ด้านข้างของหนานหมิงกล่าวขึ้น

    หนานหมิงจึงคิดออกทันที 

    “ เป็นสองกลุ่มนั้นจริงๆด้วยแหะแต่นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าพวกนั้นจะมาต่อสู้กันต่อที่นี้ ” หนานหมิงกล่าวขึ้นด้วยความประหลาดใจ 

    “ ข้าคิดว่าสองกองกำลังนี้น่าจะมีปัญหากันแหละ ไม่อย่างนั้นคงไม่ต่อสู้เป็นตายขนาดนี้หรอก ” เซี่ยเล่ยจีแสดงความคิดเห็น

    หนานหมิงเองก็เห็นด้วย ไม่อย่างนั้นคงไม่ปะทะกันอย่างรุนแรงแบบนี้แน่นอน 

    “ แต่เรื่องพวกนั้นก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกเราหรอก ” หนานหมิงส่ายหน้าก่อนที่จะหันไปบอกกับจู้ป๋ายที่รับหน้าที่ในการขับเรือบิน

    “ เปลื่ยนเส้นทางอื่น ” หนานหมิงกล่าวขึ้น

    “ ขอรับนายน้อยสาม ” จู้ป๋ายพยักหน้ารับ

    ไม่นานนักเรือบินของตระกูลหนานเปลื่ยนเส้นทางไปอีกเส้นทางหนึ่ง 

    เพียงแต่ยังไม่ทันที่เรือบินของหนานหมิงจะย้ายไปไหนก็มีชายวัยกลางคนบินตรงมาพร้อมกับกลิ่นอายของปราชญ์ยุทธ์ขั้นกลาง

    สำหรับยอดฝีมือปราชญ์ยุทธ์ แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถบินบนท้องฟ้าเหมือนกับราชันยุทธ์ได้ แต่พวกเขาก็สามารถเหาะเหินบนอากาศได้ช่วงเวลาหนึ่ง อย่างน้อยๆก็สองถึงสามชั่วยามไม่มีปัญหา

    ชายวัยกลางคนจ้องมองเรือบินของตระกูลหนานด้วยแววตาจริงจังจากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ สหายเอ๋ยพวกเจ้าถอยไปจากที่นี้เสีย เพราะตอนนี้สำนักเสิ่นฮวังของข้ากำลังปะทะกับตระกูลเตี้ยนอยู่ อาจจะเกิดความเสียหายกับเรือบินของสหายได้ ”

    หนานหมิงเคยได้อ่านข้อมูลของพื้นที่ต่างๆในแถบนี้มาหมดแล้ว เขาจึงรู้ว่าสำนักเสิ่นฮวังเป็นสำนักที่เพิ่งจะโด่งดังเมื่อไม่กี่ปีก่อนและตอนนี้สำนักเสิ่นฮวังกำลังทำสงครามกับตระกูลเตี้ยน

    สาเหตุที่ทั้งสองกองกำลังนี้ทำสงครามกันก็เพราะต้องการแย่งชิงทรัพยากรนั่นเอง 

    ตระกูลเตี้ยนก็นับว่าเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งในระดับหนึ่ง พวกเขามียอดฝีมือระดับราชันยุทธ์ขั้นต้นอยู่หลายคน ส่วนทางด้านของสำนักเสิ่นฮวังพวกเขาจู่ๆก็เพิ่งจะผงาดขึ้นมาในช่วงห้าปีหลังมานี้ ความแข็งแกร่งของพวกเขาค่อยๆพุ่งทะยานขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

    เนื่องจากพื้นที่ของทั้งสองกองกำลังทับซ้อนกันทำให้เกิดการต่อสู้ขึ้นบ่อยครั้ง ในช่วงแรกอาจจะเป็นการปะทะกันเล็กๆน้อยๆ แต่หลังต่อสู้กันแบบเป็นตาย เจอที่ไหนก็สังหารกันที่นั้น 

    เมื่อวานี้รุ่นเยาว์อัจฉริยะของทั้งสองกองกำลังนี้บังเอิญเจอกันที่ทะเลสาบแสงจันทร์จึงได้เกิดการทะเลาะและต่อสู้กันขึ้น ทำให้เจ้าเมืองแสงจันทร์เป็นปรากฏตัวเพื่อห้ามไม่ให้ทั้งสองกองกำลังต่อสู้กันไปมากกว่านี้ เพราะมันจะสร้างความไม่พอใจให้กับผู้คนอื่นและยังทำให้พื้นที่ที่งดงามเกิดความเสียหายอีกด้วย

    “ ข้ารู้แล้วกำลังเปลื่ยนเส้นทางอื่นอยู่ พวกเจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอกพวกข้าก็ไม่คิดที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ของพวกเจ้า ” หนานหมิงกล่าวขึ้นด้วยท่าทีสบายๆ

    ผู้อาวุโสของสำนักเสิ่นฮวังพยักหน้าด้วยความพึงพอใจก่อนที่จะบินกลับไปยังการต่อสู้อีกครั้ง

    หนานหมิงยิ้มจางๆและไม่ได้สนใจกับท่าทีของผู้อาวุโสเสิ่นฮวังมากนัก เพราะเขารู้ดีว่าตอนนี้สถานการณ์กำลังตรึงเครียด แต่พวกเขาก็ยังมีน้ำใจออกมาแจ้งเรื่องนี้ให้กับพวกเขาทราบ

    เพียงแต่ยังไม่ทันที่เรือบินของหนานหมิงกำลังจะบินไปยังทิศทางอื่น จู่ๆก็มีสตรีวัยกลางคนบินเข้ามาพร้อมกับขอความช่วยเหลือ

    สภาพของนางได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างมาก แถมเสื้อผ้าของนางก็เต็มไปด้วยเลือด เห็นได้ชัดว่านางเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

    “ สหายได้โปรดช่วยพวกเราตระกูลเตี้ยนด้วย ” ผู้อาวุโสของตระกูลเตี้ยนกล่าวขึ้นด้วยท่าทีอ่อนแรง กลิ่นอายของนางอยู่ในระดับปราชญ์ยุทธ์ขั้นกลาง

    หนานหมิงเหลือบมองก่อนที่เขาจะเห็นว่าปราชญ์ยุทธ์ขั้นกลางสองคนของสำนักเสิ่นฮวังกำลังมุ่งหน้ามาหาพวกเขาด้วยความเร็ว 

    จากนั้นพวกเขาก็หยุดอยู่ห่างจากเรือบินของหนานหมิงเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวขึ้นด้วยท่าทีเย็นชาและแฝงไปด้วยจิตสังหารว่า “ สหายพวกข้าคิดว่าพวกเจ้าไม่ควรที่จะเข้ามายุ่งดีกว่า ไม่อย่างนั้นมันจะทำให้เกิดปัญหาขึ้นภายหลัง ” 

    หนานหมิงยิ้มยิ้มและค่อยๆลอยตัวขึ้นบนท้องฟ้า 

    สีหน้าของผู้อาวุโสของสำนักเสิ่นฮวากลายเป็นจริงจังขึ้นมาทันที เพราะพวกเขารู้ว่าหนานหมิงยังเป็นเพียงแค่รุ่นเยาว์อยู่เลย แต่เขาสามารถบินบนท้องฟ้านี้ได้เห็นได้ชัดว่ากองกำลังเบื้องหลังของเขาน่าจะแข็งแกร่งมาก เพราะแม้กระทั้งสำนักหมื่นโลกาที่แข็งแกร่งที่สุดก็ยังไม่สามารถมีรุ่นเยาว์ที่มีความแข็งแกร่งในระดับนี้ได้เลย

    หนานหมิงเหลือบมองผู้อาวุโสทั้งสามก่อนที่จะกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ ความจริงแล้วข้าก็ไม่คิดที่จะยุ่งเกี่ยวกับพวกเจ้าหรอกนะ พวกเจ้าจะอยู่หรือตายมันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกข้าและข้าเองก็เข้าใจว่าพวกเจ้าไม่ต้องการให้พวกเราไปยุ่งเกี่ยว แต่อย่างน้อยๆพวกเจ้าก็ควรเก็บความไม่พอใจเหล่านั้นเอาไว้ ไม่ใช่แสดงมันออกมาแบบนั้นและอีกอย่างถ้าหากจะปล่อยจิตสังหารออกมาแบบนี้ ข้าคิดว่าเจ้าควรทำให้มันเปิดเผยไปเลยแบบนี้ ”

    หนานหมิงกล่าวจบจิตสังหารที่ทรงพลังก็ระเบิดออกมา

    ผู้อาวุโสทั้งสามถูกจิตสังหารของหนานหมิงทำให้พวกเขาไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้เลย พวกเขาหล่นลงไปกับพื้นด้วยความเร็วสูง

    โชคดีที่พวกเขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับปราชญ์ยุทธ์ทำให้พวกเขาไม่ได้รับความเสียหายแม้ว่าจะตกลงมาจากที่สูงขนาดนี้ 

    ตอนนี้ผู้อาวุโสทั้งสามต่างก็แสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อครู่เพียงแค่จิตสังหารที่หนานหมิงปล่อยออกมาก็ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนกับมีบางอย่างกำลังจ้องมองพวกเขา มันเหมือนกับว่าพวกเขาเป็นเพียงแค่กบที่ถูกอสรพิษที่แข็งแกร่งและทรงพลังจับจ้องอยู่ตลอดเวลา ความรู้สึกของเขาเหมือนกับเป็นเหยื่อที่ถูกสังหารได้ง่ายๆ

    “ ช่างเป็นรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งอะไรเช่นนี้ เพียงแค่จิตสังหารนี้แม้แต่ท่านเจ้าสำนักก็ยังไม่สามารถเทียบเคียงได้! ” ผู้อาวุโสของสำนักเสิ่นฮวังกล่าวด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว

    ผู้อาวุโสสำนักเสิ่นฮวังอีกคนก็เห็นด้วย เพราะพวกเขาอยู่สำนักเสิ่นฮวังมาหลายร้อยปี พวกเขาย่อมรู้ดีถึงความแข็งแกร่งของเจ้าสำนักอย่างดี เพราะแบบนี้พวกเขาจึงรู้ว่ารุ่นเยาว์คนนี้แข็งแกร่งขนาดไหน

    ส่วนทางด้านของผู้อาวุโสของตระกูลเตี้ยน นางมองไปยังเรือบินของตระกูลหนานพร้อมกับครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนที่นางจะตัดสินใจในชั่วพริบตาเดียว

    นางพุ่งขึ้นบนท้องฟ้าอีกครั้งและรีบบินไปยังเรือบินของตระกูลหนาน

    ผู้อาวุโสทั้งสองคนของสำนักเสิ่นฮวังตกใจและรีบตามไปหยุดนางทันที เพราะพวกเขาคาดเดาได้ว่าผู้อาวุโสของตระกูลเตี้ยนคิดอะไรอยู่ เพราะแบบนั้นพวกเขาจึงต้องรีบหยุดยั้งนางเอาไว้โดยเร็ว

    แต่น่าเสียดายที่ทั้งสองฝ่ายมีความเร็วที่ใกล้เคียงกันมาก เพราะฉะนั้นผู้อาวุโสของตระกูลเตี้ยนจึงมาถึงเรือบินของตระกูลหนานก่อน

    “ คุณชายโปรดช่วยตระกูลเตี้ยนด้วย ถ้าหากคุณชายช่วยเหลือตระกูลเตี้ยนขอยินเป็นกองกำลังภายใต้สังกัดของพวกท่าน ” ผู้อาวุโสของตระกูลเตี้ยนกล่าวขึ้นด้วยท่าทีเร่งรีบ

    หนานหมิงที่กำลังเดินกลับไปยังห้องพักเขาก็หยุดชะงักและหันมามองผู้อาวุโสของตระกูลเตี้ยนด้วยความสนใจ จากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นว่า “ พวกเจ้าต้องการเป็นกองกำลังภายใต้สังกัดของข้า? ” 

    ผู้อาวุโสของตระกูลเตี้ยนพยักหน้าและกล่าวด้วยท่าทีจริงจังว่า “ ใช่แล้วคุณชาย พวกเราตระกูลเตี้ยนต้องการเป็นกองกำลังภายใต้สังกัดของคุณชาย ” 

    ทางฝั่งของผู้อาวุโสของสำนักเสิ่นฮวังมาถึง พวกเขาก็ทำได้เพียงแค่มองหน้ากันก่อนทีจะทำได้เพียงแค่อยู่เฉยๆเท่านั้น พวกเขากลัวว่าถ้าหากเข้าไปวุ่นวายตอนนี้อาจจะทำให้คุณชายท่านนี้ตกลงรับตระกูลเตี้ยนเข้าร่วมจริงๆ แถมพวกเขาก็ยังไม่รู้อีกว่ากองกำลังเบื้องหลังคุณชายท่านนี้เป็นใครและมีความแข็งแกร่งมากน้อยแค่ไหน 

    แต่พวกเขาคิดว่ากองกำลังที่อยู่เบื้องหลังของคุณชายท่านนี้คาดว่าจะต้องแข็งแกร่งอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงจะไม่สามารถฝึกฝนรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งแบบนี้ออกมาได้

    หนานหมิงยิ้มและถามขึ้นอีกครั้งว่า “ เจ้ามีความสามารถในการตัดสินใจงั้นหรือ? ถ้าหากผู้นำตระกูลของพวกเจ้าไม่ตกลงล่ะเจ้าจะทำอย่างไร? ” 

    “ ข้าน้อยเตี้ยนจูซินยินดีใช้ชีวิตของตัวเองเป็นหลักประกันถ้าหากผู้นำตระกูลไม่เห็นด้วยข้าขอยอมตายเป็นการขออภัยคุณชาย ” เตี้ยนจูซินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    หนานหมิงแสดงสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย เพราะเขาไม่ค่อยเห็นคนที่จะสละชีวิตของตัวเองง่ายๆขนาดนี้

    “ ข้าบอกกับเจ้าได้เลยว่า กองกำลังภายใต้สังกัดของข้าน่ะมีเยอะมากจนพวกเจ้าคิดไม่ถึงแน่ แถมกองส่วนมากก็มีความแข็งแกร่งที่สามารถบดขยี้พวกเจ้าได้ง่ายๆด้วยซ้ำ เจ้าคิดหรือว่าข้าต้องการรับตระกูลเล็กๆอย่างพวกเจ้าเข้าร่วมกับพวกเรา? งั้นเจ้าลองบอกข้าหน่อยว่าพวกเจ้ามีสิ่งใดที่จะมอบให้ข้าและทำให้ข้ารู้สึกพึงพอใจ ถ้าหากสิ่งที่เจ้าเสนอมาทำให้ข้าพึงพอใจ ข้าจะยินดีรับตระกูลเตี้ยนเข้าสู่กองกำลังในสังกัดของข้า ” หนานหมิงกล่าวด้วยท่าทีสบายๆ

    เตี้ยนจูซิงและผู้อาวุโสของสำนักเสิ่นฮวังถึงกับตกใจออกมา พวกเขานึกไม่ถึงเลยว่ากองกำลังที่อยู่เบื้องหลังคุณชายท่านนี้จะแข็งแกร่งขนาดนี้

    กองกำลังภายใต้สังกัดมีเป็นจำนวนมากแถมบางส่วนก็สามารถทำลายกองกำลังของพวกเขาได้ง่ายๆแบบนี้ เห็นได้ชัดว่ากองกำลังเบื้องหลังของคุณชายท่านนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

    “ คุณชายท่านได้โปรดช่วยพวกเรากำจัดตระกูลเตี้ยนด้วยขอรับ ” ผู้อาวุโสกังจินแห่งสำนักเสิ่นฮวังกล่าวด้วยน้ำเสียงเคารพ

    แม้ว่าสิ่งที่คุณชายท่านนี้จะกล่าวมาเป็นความจริงหรือไม่ ตอนนี้พวกเขาไม่สามารถปล่อยโอกาสที่จะสังหารคนของตระกูลเตี้ยน 

    หนานหมิงเหลือบมองทำให้กังจินถึงกับแสดงสีหน้าตกใจออกมาทันที

    “ ข้าน้อยขออภัยคุณชายด้วยขอรับ ” กังจินรีบกล่าวขอโทษด้วยความหวาดกลัว

    หนานหมิงเลิกสนใจกับกังจินก่อนที่จะหันไปมองกับเตี้ยนจูซิงและถามขึ้นว่า “ เช่นนั้นข้าขอรวบรวมข้อมูลของตระกูลเตี้ยนก่อนว่าเป็นอย่างไร ถ้าหากพวกเจ้าไม่มีปัญหาข้าก็ไม่รังเกียจที่จะช่วยเหลือ แต่ถ้าหากพวกเจ้าเป็นพวกที่เลวทรามล่ะก็อย่าหาว่าข้าเป็นคนโหดร้าย ” 

    เมื่อได้ยินที่หนานหมิงกล่าวมา ใบหน้าของเตี้ยนจูซิงเปลื่ยนไปเล็กน้อย ใบหน้าของผู้อาวุโสของสำนักเสิ่นฮวังก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจก่อนที่จะเห็นแววตากังวลของกันและกันได้อย่างดี

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอัญเชิญพิชิตโลก ที่คุณอ่าน

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416