ฝนยังกระหน่ำอยู่ข้างนอก แต่ลมเริ่มสงบแล้ว บรรยากาศเดิม ๆ กลับมา แต่มันต่างที่ความรู้สึกจากเมื่อห้าปีที่แล้วมากมายนัก คัมภีร์เคยคิดว่า หากวันหนึ่งที่ริวกลับมา เขาคงจะทนเห็นริวไม่ได้ เขาคงจะฟูมฟาย และเขาคงจะขาดการควบคุมตัวเอง
แต่เปล่าเลย ทุกอย่างกลับตรงกันข้าม
เพราะว่าเขาคงอโหสิให้คนรักเก่าอย่างริวไปนานแล้ว แม้ว่าริวจะนั่งอยู่ตรงหน้า เขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไร นอกจากความหวังดีที่เขาจะมีให้เพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น
ซึ่งมันแบ่งแยกออกจากความเจ็บช้ำที่ยังเหลืออยู่
"ั้แ่เลิกกับผมไป พี่มีใครบ้างหรือเปล่า"
แม้แววตาแพรวพราวจะพยายามส่งมา แต่คัมภีร์ก็รู้แล้วว่า มันไม่ได้มีความหมายอะไรในนั้น นอกจากความปรารถนาชั่วครั้งชั่วคราว กับหัวใจที่ว่างเปล่าของเขา
"ไม่มี"
จะให้เขาบอกว่ามีบนความไม่แน่นอนได้อย่างไรกัน
"เหรอฮะ แต่ดูพี่มีความสุขดีนะฮะ"
"อยู่ที่นี่ก็สงบดี ไม่ต้องยุ่งกับใคร"
ริวมองไปรอบ ๆ บ้านเหมือนกับว่าเขาไม่รู้ว่าจะหาเื่อะไรมาคุยกับคัมภีร์ดี
"ที่นี่เปลี่ยนไปเยอะนะฮะ แต่ก็...พี่แต่งบ้านได้เป็ตัวพี่มากเลย ผมว่ามันก็น่ารักดี"
"ที่นี่ไม่มีอะไรเปลี่ยน แค่ริวมีโอกาสได้อยู่ที่นี่น้อยไปหน่อยเท่านั้นเอง"
ริวพยักหน้ารับรู้การแดกดันของคัมภีร์ เขาเดินไปที่ตู้เย็น ถือวิสาสะหยิบเบียร์ออกมาสองขวดเล็ก แล้ววางตรงหน้าคัมภีร์หนึ่งกระป๋อง เปิดกระป๋องเบียร์แล้ว ริวก็นั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิมเพื่อจิบเบียร์
"ผมว่าพี่ต้องมีใครบ้างแหละ ผมเห็นของในห้องน้ำ ของที่พี่ไม่เคยใช้ แล้วพี่ก็ดูมีความสุขดี"
เออนะ แล้วทำไมเขาต้องบอกเื่ส่วนตัวให้กับอีกฝ่ายให้รับรู้ด้วยล่ะ ในเมื่อ เราไม่ได้เป็อะไรกันแล้ว
"เวลาเปลี่ยน อะไร ๆ มันก็เปลี่ยนไปนะ ของพวกนั้นเป็ของพี่"
"อย่างนั้นหรือฮะ"
แววตาแพรวพราวทำให้คัมภีร์รู้จุดประสงค์ แต่เขาไม่ใช่คัมภีร์คนเดิมอีกแล้ว คัมภีร์รู้สึกเห็นใจคนชื่อไนท์ขึ้นมาเสียแล้วสิ
"ก็มีบ้าง ริวจะมาคาดคั้นกับพี่ทำไม ริวเองก็รักษาคนรักของตัวเองไว้ให้ดี ๆ เถอะ"
"ผมรักไนท์จริงจัง ว่าแต่ พี่ภีร์นอนห้องไหนหรือฮะ"
ชายหนุ่มรุ่นน้องส่งสายตา คัมภีร์ยิ้มตอบ เขาดีใจที่ไม่มีความวูบไหวอยู่ในใจของเขาอีกแล้ว
"ห้องชั้นบนด้านหลังที่ติดกับทะเล"
"บอกว่าห้องเดิม...ที่เราเคยอยู่ด้วยกันก็ได้นี่ฮะ"
ริวย้อนเขา เมื่อริวมองไม่เห็นแววตาที่แสดงการตอบรับความ้าตามที่เขาคาดหวัง เขาจึงยกเบียร์ขึ้นดื่มทีเดียวหมดกระป๋อง แล้ววางกระป๋องเปล่าไว้บนโต๊ะ
"ผมจะไปนอนแล้วนะ"
"ไปพักผ่อนเถอะ ริวเดินทางมาเหนื่อย ๆ"
"ฮะ ว่าแต่ พี่ยังฟังแจ๊สอยู่อีกหรือ เสียดายจัง ที่ผมไม่ได้เอาแซกโซโฟนมาด้วย"
ทั้งห้องเงียบสงัด ลมข้างนอกสงบนิ่ง ฝนหยุด ท่วงทำนองเพลงแจ๊สที่เปิดคลอในห้องเบา ๆ อยู่จึงได้ยินได้ชัดเจนขึ้น คัมภีร์ไม่ตอบ เพราะคำถามนั้นมันจี้ใจดำของเขา ริวรู้จักเขาดี พอ ๆ กับที่เขารู้จักริว ริวรู้ว่าจะจี้จุดเขาตรงไหนได้บ้างและเขาก็รู้ว่าริวจะทำอย่างนั้น แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนาน แต่บางเื่ แค่สะกิด แผลเรื้อรังก็พร้อมที่จะลุกลาม
คัมภีร์เงียบ เขาไม่มีน้ำตาแล้ว มันมีแต่ความเสียใจที่ถาโถมเข้ามา หรือว่าครั้งนี้ แผลอาจจะเปิดเพื่อเอาหนองครั้งสุดท้ายออกก็เป็ได้
"แล้วริวจะถามเพื่ออะไร จะมาสะกิดแผลที่มันกำลังจะปิดดีแล้วเพื่ออะไร"
คัมภีร์โวยวาย เขาพยายามควบคุมอารมณ์ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันยากแสนยากแค่ไหน
"งั้นก็แสดงว่า พี่เองก็ยังไม่ลืมผม"
ริวยิ้ม เพราะรู้ว่าตัวเองกำลังเป็ต่อ รอยยิ้มที่กวนใจเขา เหมือนกับว่าตัวเองกำชัยชนะ ที่ว่าใคร ๆ ก็ต้องรักและไม่ลืมคนอย่างเขา
"คนบางคนก็โรคจิต แค่รู้สึกว่าได้ชนะ โดยที่ไม่ได้รู้สึกถึงใจคนอื่น ก็ดี ที่ริวมาที่นี่ ที่ติดค้างกันไว้เป็อันหมดกัน พี่เห็นทุกอย่างของเธอแล้วริว พี่กินยาตายเพราะความโง่ของพี่เอง โดยคิดว่าเธอจะกลับมา แต่ก็ไม่เห็นแม้เงา เธอทำถูกแล้ว เพราะหมดรักแล้วก็ไม่มีอะไรต่อกัน แม้กระทั่งความเห็นอกเห็นใจ เหมือนกับที่เธอมาวันนี้ มาเพื่อตัวเอง กับเพื่อคนของเธอ แล้วพี่ก็ขอบอกว่า เธอทำให้พี่โมโหได้ แต่การที่พี่โมโห มันไม่ได้หมายถึงว่า พี่ยังมีเยื่อใย แต่พี่แค่สงสัย ว่าเธอจะต้องเอาชนะทุกเื่ เหนือกว่าทุกคนในทุกเื่อย่างนั้นหรือ แต่เธอก็ชนะนะริว ที่ทำให้พี่หงุดหงิดรำคาญใจได้ พอใจแล้วใช่ไหม แค่นี้ใช่ไหมที่เธอ้า แต่พี่ขอบอกเลยนะ ว่าคนอย่างเธอ จะไม่มีวันที่จะได้พบรักดี ๆ หรอก เพราะเธอมันรักใครไม่เป็"
อีกฝ่ายหุบยิ้ม เมื่อคัมภีร์พูดตรง ๆ แต่คัมภีร์นั้นความอดทนสิ้นสุดลงแล้ว
"แล้วเื่เพลงแจ๊ส เธอพยายามจะโน้มน้าวให้พี่คิดถึงคืนแรกที่เราอยู่ด้วยกัน ที่เธอบอกว่าเธอชอบ แล้วเปิดให้พี่ฟัง เธอเป่าแซกฯให้พี่ฟัง แล้วพี่ก็ชอบมันรักมันจริง ๆ จัง ๆ เราสองคนมีความหลังด้วยกันเกี่ยวกับเพลงพวกนั้นมากมาย แต่พี่ถามจริง ๆ เถอะ เธอจะถามไปเพื่ออะไร ทั้ง ๆ ที่เธอก็เพิ่งบอกพี่ว่าเธอกำลังจะแต่งงาน หรือเธออิจฉา ที่พี่ดูมีความสุข เธอยังอยากจะให้พี่ทุกข์เพราะเธอ เธอจะได้รู้สึกดี อย่างนั้นใช่ไหม"
จิวทำท่ายักไหล่ หากใบหน้าคมเข้มนั้นเครียด เพราะเขาเองก็ลืมไปว่า คัมภีร์ก็รู้เท่าทันเขาไม่น้อยเหมือนกัน
"ผมก็แค่ถาม ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น"
"เธอไม่ได้แค่ถามนะริว เธอตั้งใจจะกวนใจพี่ นั่นคือนิสัยที่แก้ไม่ได้ของเธอ ต้องอยู่เหนือกว่าทุกคน ขอชนะนิดนึงก็ยังดี และไม่อยากเห็นคนอื่นมีความสุข เธอมันเด็กขี้อิจฉา เธอมันคนมีปม"
ใบหน้าของริวไม่ได้ยิ้มระรื่นอีกแล้ว เมื่อถูกจี้ใจดำเข้าอย่างนั้น
"ผมจะไปนอน"
"หลับให้สบาย และขอให้เดินทางปลอดภัยในวันพรุ่งนี้ พี่คงไม่ได้ตื่นขึ้นมาส่งในตอนเช้า"
คัมภีร์มองจนริวเดินเข้าห้องไป แล้วกระแทกตัวนั่งลง เขาพยายามระงับสติอารมณ์ ไม่รู้จะทำอะไรจึงยกโทรศัพท์ขึ้นแล้วเปิดดูแอคเคาท์ของธีรัช
เขาคิดถึงธีรัชก็จริง แต่เขาก็จะไม่ติดต่อไปเด็ดขาด เขาอยากจะปล่อยให้ธีรัชได้เป็อิสระ ยังไม่ต้องคิดถึงเื่อะไร
'I miss you' (ฉันคิดถึงเธอ)'
'อยากจะก้าวผ่านความเ็ปไปด้วยกัน ให้เราได้เจอกันนะ'
ธีรัชโพสเป็เพียงข้อความสองครั้ง อย่าบอกนะ ว่าธีรัชกำลังตามหาริว คิดถึงริวและยังอยากจะยึดความสัมพันธ์นั้นไว้ นั่นน่ะหรือคือภารกิจที่เขาบอกว่าเขาต้องทำให้สำเร็จ ถ้าธีรัชยังมีใจอยู่กับริวแล้วละก็ มันคงน่าเสียใจอยู่เหมือนกัน
คัมภีร์แอบเสียใจ...แต่ก็เพียงเล็กน้อย เพราะเขายังไม่ได้ปล่อยให้ใจของตัวเองถลำลึกไปมากกว่าที่เป็อยู่ แล้วธีรัชตัวจริงก็ดีกว่าที่เขาคิดไว้ ในตอนแรก เขาจึงหวังว่า ภารกิจของธีรัชนั้น จะไม่ใช่การตามหาริว
เพราะถ้าธีรัชอยากจะกลับไปคืนดีกับริวจริง ๆ แสดงว่า ธีรัชเองก็มีนิสัยบางอย่างที่คล้ายริว ถ้าเป็อย่างนั้นจริง ๆ เขาก็แค่ปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไป และกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม
เสียงเพลงแจ๊สยังบรรเลง คัมภีร์นั่งสงบสติอารมณ์อยู่พักใหญ่ ๆ จนเขารู้สึกดีขึ้น เขาจึงปิดไฟแล้วเตรียมเข้านอน และหวังว่า พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมา เขาจะไม่ได้พบกับริวอีก
และแล้วก็เป็ไปตามคาดหมาย ริวออกเดินทางแต่เช้าตรู่ เสียงรถยนต์ของริวค่อย ๆ ห่างออกไป ทะเลเงียบสงบแล้ว มีแต่เพียงเสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งเบา ๆ คัมภีร์นอนฟังเสียงคลื่นลมที่สงบอย่างสบายใจ ตัดคนที่เพิ่งขับรถออกไปได้ในพริบตา
คัมภีร์กำลังคิดว่า วันนี้จะทำอะไรกินดี
วันทั้งวัน คัมภีร์สบายอกสบายใจอย่างที่สุด เขาไปตลาด กลับมาทำขนมปัง ชงชาแล้วนั่งมองทะเล มองไปที่เก้าอี้ว่างเปล่าที่อยู่อีกด้านหนึ่งของโต๊ะแล้วยิ้มกับตัวเอง อย่างน้อย ในบาง่ของชีวิตของเขาก็ยังไม่เงียบเหงาจนเกินไปนัก
'ผมหวังว่าคุณจะกลับมานะ ธีรัช'
คัมภีร์ยอมรับว่าตัวเองแอบหวังอยู่ลึก ๆ ว่า ธีรัชจะกลับมา เหมือนอย่างที่เคยสัญญาไว้