บทที่ 10: โอสถพิษล้างไขกระดูก
เงินตั๋วแลกเงินมูลค่าหนึ่งร้อยตำลึงนอนนิ่งอยู่ในอกเสื้อของเทียนิ มันเป็กระดาษแผ่นบางๆ แต่กลับมีน้ำหนักมหาศาลสำหรับครอบครัวชาวนาผู้ยากไร้
ระหว่างทางกลับบ้าน เทียนิแวะตลาดสดอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้ซื้อเพียงเศษผักหรือเนื้อหมูเกรดต่ำ แต่เขาเหมาข้าวสารชั้นดี แป้งสาลีเนื้อละเอียด เนื้อแพะสด และเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มสำหรับฤดูหนาวให้ภรรยาและลูก
เมื่อกลับถึงกระท่อม ภาพที่เขาเห็นคือฟางเหนียงกำลังนั่งปะชุนเสื้อตัวเก่าของเขาอยู่ใต้แสงตะเกียงน้ำมันริบหรี่
"ท่านพี่..." ฟางเหนียงเงยหน้าขึ้นด้วยความใเมื่อเห็นสามีแบกของพะรุงพะรัง "ท่านไปเอาเงินมาจากไหนมากมาย? ท่านไม่ได้..."
"ข้าขายวิชาความรู้ ไม่ได้ขายศักดิ์ศรี" เทียนิวางของลง แล้วหยิบก้อนเงิน 5 ตำลึงยื่นให้นาง "นี่สำหรับค่าใช้จ่ายในบ้าน เก็บไว้ให้ดี อย่าให้ใครเห็น ส่วนที่เหลือข้าต้องนำไป 'ลงทุน'"
เขาไม่ได้บอกเื่ตั๋วเงินร้อยตำลึง ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจ แต่เพราะเงินจำนวนมากขนาดนั้นอาจนำภัยมาสู่หญิงชาวบ้านซื่อๆ อย่างนาง
"ลงทุน?"
"ร่างกายของข้าและเสี่ยวเป่าอ่อนแอเกินไป" เทียนิเอ่ยเสียงขรึม "ข้าต้องปรุงยาชนิดพิเศษเพื่อรักษา 'รากฐาน' ของพวกเรา... คืนนี้ข้าจะไปเก็บตัวที่ป่าไผ่ ห้ามใครเข้าไปรบกวนเด็ดขาด จนกว่าฟ้าจะสาง"
แววตาจริงจังของสามีทำให้ฟางเหนียงกลืนคำถามลงคอ นางพยักหน้าเบาๆ รับเงินมาด้วยมือที่สั่นเทา
...
หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จ เทียนิไม่ได้พักผ่อน เขาออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยัง 'ตรอกทมิฬ' ซึ่งเป็ตลาดมืดท้ายเมืองชิงเฟิง แหล่งรวมสินค้าผิดกฎหมายและของอันตรายที่ร้านค้าทั่วไปไม่กล้าวางขาย
ด้วยเงินทุน 90 กว่าตำลึงในมือ เทียนิกว้านซื้อวัตถุดิบที่ทำให้คนขายยังต้องขมวดคิ้ว
"เืตะขาบแดง, ดีแมงป่องหางไหม้, หญ้าไส้ขาด, และผงหินสารหนู..." พ่อค้าตลาดมืดมองหน้าเทียนิ "นี่เ้าจะเอาไปวางยาเบื่อคนทั้งหมู่บ้านหรือไง?"
"พูดมากปากจะมีสี" เทียนิวางเงินลง "จัดของมา"
เมื่อได้ของครบ เขาก็รีบกลับไปที่ป่าไผ่ท้ายหมู่บ้าน เข้าสู่ใจกลาง 'ค่ายกลเจ็ดดาว' ที่เขาวางหินเอาไว้
เทียนินำถังไม้ใบใหญ่มาตั้งไว้ตรงกลาง เทน้ำที่ตักมาจากลำธารลงไป จากนั้นจึงเริ่มใส่ส่วนผสม 'พิษ' ทั้งหมดที่ซื้อมาลงไปในถัง
สีของน้ำเปลี่ยนเป็สีดำสนิท ส่งกลิ่นเหม็นฉุนกึกราวกับซากศพ ฟองอากาศปุดๆ ลอยขึ้นมาแตกตัวส่งไอพิษลอยคลุ้ง
นี่คือวิชา 'มารกลืนพิษ ผลัดกระดูก'
สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ฝ่ายธรรมะ การชำระล้างไขกระดูกต้องใช้สมุนไพรทิพย์ราคาแพงระยับและใช้เวลาบ่มเพาะนับปี แต่สำหรับจอมมารผู้ไร้เวลาและทรัพยากร... 'พิษ' คือทางลัด
"ร่างกายมนุษย์นี้เปราะบางและเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกอุดตัน..." เทียนิถอดเสื้อผ้าออก เผยให้เห็นร่างกายที่ผอมแห้งเห็นซี่โครง "หากไม่ทำลายของเก่า ก็สร้างของใหม่ไม่ได้"
เขาก้าวเท้าลงไปในถังน้ำพิษ
ซู่!
ทันทีที่ิััักับน้ำยา ความเ็ปรวดร้าวแล่นพล่านดุจถูกน้ำกรดสาดใส่ เทียนิกัดฟันแน่นจนกรามแทบแตก ไม่ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่แอะเดียว เขาค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่งจนน้ำพิษท่วมถึงคอ
"อึก...!"
พิษร้ายซึมเข้าสู่รูขุมขน กัดกร่อนิัชั้นนอก และแทรกซึมลึกเข้าไปถึงเส้นเอ็นและกระดูก มันเข้าไปทำลายสิ่งสกปรกที่ตกค้าง ไขมันเลว และเืเสียที่อุดตันเส้นลมปราณ
ความเ็ปนี้เทียบเท่ากับการถูกถลกหนังทั้งเป็
เทียนิหลับตาพริ้ม จิติญญาของจอมมารตื่นตัวถึงขีดสุด เขาใช้ิญญาควบคุมพิษเ่าั้ไม่ให้แล่นเข้าสู่หัวใจ แต่บังคับให้มันวิ่งวนไปตามจุดชีพจรทั้ง 108 จุด
ตุบ... ตุบ... ตุบ...
เสียงหัวใจเต้นแรงราวกับกลองศึก เหงื่อกาฬผสมเืจางๆ ไหลออกมาจากรูขุมขน เปลี่ยนน้ำในถังให้ข้นคลั่กยิ่งขึ้น
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม... สองชั่วยาม...
ร่างของเทียนิสั่นกระตุกเป็ระยะ ิัที่เคยซีดเหลืองเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำ แล้วค่อยๆ ลอกออกราวกับคราบงู เผยให้เห็นิัชั้นใหม่ที่ดูแข็งแรงและมีเืฝาด
ในสมาธิ เทียนิเห็นภาพเส้นชีพจรในร่างที่เคยตีบตันดุจลำธารแห้งขอด บัดนี้ถูกกระแสพิษทะลวงจนเปิดกว้างขึ้นเล็กน้อย เปิดทางให้พลังปราณธรรมชาติจากค่ายกลเจ็ดดาวไหลบ่าเข้ามาเติมเต็ม
ปัง! (เสียงะเิก้องในจุดตันเถียน)
เทียนิลืมตาโพลง ั์ตาเปล่งประกายสีแดงวาบก่อนจะหายไป น้ำในถังที่เคยเป็สีดำ บัดนี้กลายเป็น้ำใสแจ๋ว เพราะพิษทั้งหมดถูกร่างกายเขาดูดซับไปจนหมดสิ้น!
เขาลุกขึ้นยืน ยืดกายเต็มความสูง
เสียงกระดูกลั่น กรอบ! แกรบ! ดังสนั่นหวั่นไหว ร่างกายที่เคยผอมแห้งดูมีน้ำมีนวลขึ้น กล้ามเนื้อเริ่มปรากฏชัดเจน แม้จะยังไม่ล่ำสันเหมือนจอมยุทธ์ แต่ก็อัดแน่นไปด้วยพลัง
"ระดับรวบรวมปราณ... ขั้นที่ 3"
เทียนิกำหมัดแน่น ััได้ถึงพละกำลังที่มากกว่าคนธรรมดาถึง 5 เท่า
"สำเร็จ... แม้จะเป็วิธีที่โหดร้ายต่อร่างกายไปหน่อย แต่ก็คุ้มค่า"
เขาก้มลงมองดูตัวเอง คราบไคลสีดำเหม็นเน่าถูกขับออกมาเคลือบผิว เขาตักน้ำจากลำธารมาล้างตัวจนสะอาด แล้วสวมเสื้อผ้าใหม่
ความรู้สึกหนักอึ้งและเ็ปเรื้อรังที่หลี่หยางเคยมี หายไปเป็ปลิดทิ้ง ตอนนี้เขารู้สึกเบาสบาย หูตาเฉียบคมขึ้น สามารถได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องไกลออกไปถึงร้อยก้าว
"ต่อไป... ก็ถึงตาของเสี่ยวเป่าและฟางเหนียง"
เทียนิรู้ดีว่าเขาไม่สามารถใช้วิธีโหดร้ายนี้กับลูกเมียได้ เขาจึงเทน้ำที่เหลือทิ้ง แล้วเริ่มต้มยาหม้อใหม่
คราวนี้เขาใช้ 'โสมคน' และ 'เห็ดหลินจือ' ที่แอบซื้อมา (ของดีราคาแพง) ผสมกับสมุนไพรบำรุงเื เพื่อปรุงเป็ 'น้ำแกงผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นฉบับอ่อนโยน'
เมื่อรุ่งสางมาเยือน เทียนิเดินกลับเข้าไปในบ้านพร้อมกับหม้อดินเผาใบเล็ก
ฟางเหนียงตื่นมาหุงข้าวแล้ว พอเห็นสามีเดินเข้ามา นางก็ต้องชะงัก
"ท่านพี่... ท่านดู..." นางพูดไม่ออก
หลี่หยางตรงหน้าดูเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด หลังที่เคยค่อมลงเล็กน้อยบัดนี้ยืดตรงสง่าผ่าเผย ผิวพรรณดูสดใส ใบหน้าดูหนุ่มแน่นขึ้นราวกับย้อนวัยไปสิบปี
"ข้าแค่โกนหนวดและนอนเต็มอิ่ม" เทียนิโกหกหน้าตาย ก่อนจะวางหม้อลง "ปลุกลูกมาดื่มยานี่... แล้วเ้าก็ดื่มด้วย"
"ยานี่คือ..."
"ยาบำรุงที่จะทำให้พวกเ้าไม่เจ็บป่วยง่ายๆ" เทียนิตอบสั้นๆ "รีบดื่มตอนร้อนๆ"
หลังจากบังคับให้ลูกเมียดื่มยาจนหมด เทียนิก็ััได้ว่าลมหายใจของเสี่ยวเป่าสม่ำเสมอขึ้น แก้มที่เคยตอบเริ่มมีสีเืฝาด ฐานรากของร่างกายเริ่มได้รับการซ่อมแซม
"ท่านพ่อ... ข้ารู้สึกร้อนจังเลย" เสี่ยวเป่าบ่นอุบ
"ไปวิ่งรอบบ้านสิบรอบ" เทียนิสั่ง "ความร้อนจะทำให้เ้าแข็งแรง"
เสี่ยวเป่าทำตามอย่างว่าง่าย วิ่งตื๋อออกไปทันที โดยไม่รู้เลยว่า เด็ก 5 ขวบปกติไม่มีทางวิ่งได้เร็วขนาดนี้
เทียนิมองดูครอบครัวด้วยความพึงพอใจ ปัญหาเื่สุขภาพคลี่คลายไปเปราะหนึ่ง ปัญหาเื่เงินทองก็พอมีทางออก
แต่ทว่า... สัญชาตญาณมารของเขากลับเตือนว่า 'ความสงบมักจะอยู่ได้ไม่นาน'
ที่หน้าประตูรั้วบ้าน มีนกพิราบสื่อสารตัวหนึ่งบินมาเกาะที่กิ่งไม้ ขาของมันผูกกระบอกข้อความประทับตรา 'ตระกูลจ้าว' แห่งเมืองหลวง... แต่มันไม่ได้บินมาหาเทียนิ มันบินผ่านเลยไปทางตัวเมืองชิงเฟิง
สายตาอันเฉียบคมของเทียนิมองตามนกตัวนั้นไป
"ดูเหมือนหอโอสถสาขา จะทนไม่ไหวจนต้องฟ้อง 'นายใหญ่' แล้วสินะ" เทียนิแสยะยิ้ม
"ดี... มากันให้หมด ข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาตามไปจัดการทีละคน"