“นี่ นี่ ทำไมนกเหยี่ยวถึงพาพวกเรามาใต้หน้าผาล่ะ ค่ายโจรอยู่้าไม่ใช่เหรอ” เด็กชายเอ่ยถาม
“พูด นี่ นี่ อยู่นั่นแหละ คนเขามีชื่อนะยะ” เด็กหญิงค้อนควัก ยกมือขวางเขาเอาไว้ เพื่อตนเองจะได้เดินนำหน้า
ทางเดินไม้ที่สร้างอย่างง่าย ๆ ใต้ชะง่อนผาส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด มองลงไปเห็นผืนน้ำอันกว้างใหญ่ ทว่าไม่น่ากลัวเพราะตัวทางเดินอยู่เหนือผืนน้ำเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น
“ท่านหญิงโนะฮิเมะขอรับ ช่วยเล่าความคิดอันปราดเปรื่องของท่าน ให้คนเขลาอย่างข้าน้อยฟังด้วยจะได้ไหมขอรับ”
เด็กหญิงฉีกยิ้มอย่างยินดี ดูท่าเธอจะชอบวาจาไพเราะ อันที่จริงต้าหมินตั้งใจพูดแดกดัน แต่เหมือนเธอไม่เข้าใจ
“หากเ้าเป็โจรจะโง่มีทางเข้าออกทางเดียวเหรอ”
คำถามง่าย ๆ แต่โดน ขนาดโจรในยุคปัจจุบันยังเตรียมทางหนีไว้หลายทาง ไม่เว้นเื่ง่าย ๆ อย่างการปิดบังรูปโฉม ปิดแผ่นป้ายทะเบียน จนถึงเื่ยากอย่างเปลี่ยนรถคันใหม่เพื่อหลบหนี รถที่ใช้ล้วนถูกขโมยมา
“ยามใกล้รุ่งอย่างนี้เวรยามอาจหละหลวม แต่ถึงหละหลวมอย่างไรไม่สู้ทางลับ ลึกลับขนาดนี้คงเอาไว้ขนถ่ายของที่ปล้นมาเป็แน่”
ตอนแรกเขายังไม่เข้าใจ จนพ้นแนวโค้งของหินผา ถึงได้รู้ว่ามีถ้ำใหญ่โตซ่อนอยู่ ขนาดพอซ่อนเรือไว้ได้หลายลำ
คงเป็ทางหนีทีไล่คงมันสินะ
มองดูเหมือนพวกโจรประมาท ้ามีเวรยามแต่ด้านล่างกลับว่างเปล่า จริง ๆ แล้วทุกด้านล้วนมีเวรยามเพียงแต่เด็กทั้งสองโชคดีมา่ผลัดเปลี่ยนเวร นอกจากนี้ยามใกล้รุ่งทุกคนล้วนเฉื่อยเนือย ทำอะไรเชื่องช้า อีกประการหนึ่งยังต้องขอบคุณความปราดเปรียวของโนะฮิเมะในฐานะคนเบิกทางด้วย
ทางเดินเล็กแคบโผล่ยังห้องโถง
เมื่อแรกสร้างค่าย โถงถ้ำอันกว้างใหญ่ดึงดูดใจเล็บเหยี่ยวยิ่งนัก เหมาะเป็ที่ชุมนุม ทั้งยังมีทางแยกหลายทาง สร้างความสับสนให้ศัตรู บางเส้นไปยังโถงขนาดเล็กซึ่งต่อมากลายเป็ห้องพัก ห้องขัง รวมถึงห้องเก็บสมบัติ ทั้งยังมีเส้นทางตรงไปยังช่องว่างใต้หน้าผา ต่อมากลายเป็ท่าเรือ
หากศัตรูบุกเข้ามาทางบก ประตูเหล็กด้านหน้าคงกันไว้ได้พักหนึ่ง จากนั้นเหล่าโจรจะทยอยหลบหนีไปทางเรือ เมื่อศัตรูเข้ามาได้จะงุนงงไปกับทางแยกมากมายในถ้ำแห่งนี้
ยามเด็กทั้งสองก้าวพ้นออกจากทางเดิน ทั้งคู่ต่างตกตะลึง
โนะฮิเมะไม่คิดว่าจะพบกับจุดศูนย์กลางของค่ายโจรอย่างง่ายดายเพียงนี้
ต้าหมินกลับมึนงงกับภาพตรงหน้า เหล่าโจรซึ่งนอนระเกะระกะอยู่บนพื้น ตามเนื้อตัวกลับเต็มไปด้วยสีแดง หนืดข้นติดตามตัว คล้ายมีคนสาดสีราดรด ทั้งยังเป็สีสะท้อนแสงอีกด้วย
“นี่คือ?”
ต้าหมินอดเอ่ยถามโนะฮิเมะไม่ได้
“เ้ามองเห็นด้วย?”
เธอจ้องเข้าไปในแววตาของเขา มองเห็นความปั่นป่วนและความสงสัยข้างใน จึงได้รู้ว่านี่คือความจริง
“มันคือประกายโลหิต ใครสังหารผู้อื่นย่อมมีสิ่งนี้ ปกติจะหายไปในไม่กี่วัน ยกเว้นว่า... เร็ว ต้องรีบแล้ว”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเร่งร้อน
“หา?”
“ไม่มีเวลาแล้ว ตรงเก้าอี้ไม้ นั่นคือจุดศูนย์กลางของที่แห่งนี้ เร็วเข้า” เสียงพูดจากเสียงกระซิบกลายเป็แหลมสูง
เด็กชายค่อย ๆ ยกเท้าน้อย ๆ หลบเลี่ยงเหล่าโจรที่นอนสลบไสลอยู่บนพื้น กลิ่นเหล้าผสมกับกลิ่นตัวกลายเป็กลิ่นเฉพาะอันชวนคลื่นเหียน ยังดีที่ก่อนนี้เพิ่งอยู่กับซากศพ ทำให้จมูกยังด้านชาอยู่
เขาไม่เข้าใจว่ายันต์แผ่นเดียวจะทำอะไรได้ แต่เมื่อได้รับการไหว้วานก็ต้องทำตาม...
เด็กชายหยิบเศษไม้ซึ่งเหน็บไว้กับผ้าคาดเอวออกมา จิ้มไปที่นิ้วชี้ข้างซ้าย เืแดงฉานผุดขึ้น ยังไม่ทันจะป้ายลงบนแผ่นยันต์
อาจเพราะก่อนหน้านี้เด็กทั้งสองพูดคุยกันเสียงดังเกินไป หรือบางทีเล็บเหยี่ยวเพิ่งผล็อยหลับ ยังหลับไม่สนิท หรือเพราะยันต์คุ้มภัยร้องเตือน แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด หัวหน้าโจรผู้นี้ได้ตื่นขึ้นมาแล้ว และระยะระหว่างมันกับเด็กชายก็ใกล้กันอย่างยิ่ง
“ผู้ใด?”
มันร้องะโก้อง มือชักดาบคู่มือซึ่งด้ามจับทำด้วยไม้ที่เสียบอยู่ข้างเอวออกมา เล็งไปยังคอของเด็กชายผู้อยู่ห่างไม่ถึงสองวา คมดาบเปล่งประกายวาววับ
ขุนโจรอย่างมันไม่มีกระบวนท่าซับซ้อน ทุกท่าล้วนเรียบง่าย ยิ่งเรียบง่ายยิ่งรวดเร็ว ยิ่งรวดเร็วยิ่งยากป้องกัน มันเคยใช้เพลงดาบนี้สังหารทหารทางการมาหลายคนแล้ว
‘เล็บเหยี่ยวโฉบลง ศีรษะปลิดปลง’
ความคิดฆ่าฟันตรึงเด็กชายอยู่กับที่ ราวกับหนูนาถูกพญางูจดจ้อง ลืมสิ้นทุกสิ่ง ภาพตรงหน้ากลายเป็ภาพสโลว์โมชั่น ในใจรู้ดีว่าอีกไม่กี่วินาทีศีรษะของตนคงหลุดลอย
ฉิบ! ไม่น่าแส่หาเื่เลยกู
สองตาเบิกกว้าง แทบลืมหายใจ
ขณะคมดาบอยู่ห่างจากลำคอแค่คืบ กลับมีบางสิ่งเข้ามาขวางไว้
ตูมมม!
ร่างของเล็บเหยี่ยวกระแทกกับเก้าอี้จนแตกเป็เสี่ยง ๆ
ดาบที่วกกลับไปป้องกันตัวในวินาทีสุดท้าย ไม่อาจช่วยอะไรได้
ต้าหมินอ้าปากค้าง ในสายตาเห็นเพียงแขนสีดำขนยาวปุกปุย กับกรงเล็บยาวเฟื้อยอยู่ตรงหน้า พอไล่ตามแขนข้างนี้ไป กลับพบคำตอบชวนตะลึง ที่แท้นี่คือแขนข้างขวาของโนะฮิเมะ
“Oh my god!” อุทานออกมาอย่างลืมตัว
“เร็วเข้า” โนะฮิเมะร้องเตือน
เสียงการต่อสู้ปลุกเหล่าโจรให้ตื่นจากนิทรา ต่างคนต่างร้องเรียกพรรคพวก โจรคนเดียวไม่น่ากลัวแต่หากอยู่รวมกันหมู่มาก ต่อให้เป็องครักษ์ของผู้ครองแคว้นก็ไม่อาจต่อกร
“เฉยทำไมเล่า เร็ว” เด็กหญิงเอ่ยเร่ง
อา!
เมื่อได้สติเขารีบป้ายโลหิตลงบนแผ่นยันต์
ทุกอย่างยังเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเล็บเหยี่ยวขณะกำลังตะเกียกตะกายลุกขึ้น มันร้องะโจนเืฟูฝอยออกจากปาก สั่งลูกน้องให้สับเด็กทั้งสองเป็ชิ้น ๆ
โนะฮิเมะซึ่งแขนกลับคืนสู่สภาพเดิมรีบวิ่งมาทางต้าหมิน กึ่งดึงกึ่งลากไปทางผนัง พร้อมสั่งให้หลับตาไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือได้ยินเสียงอะไรห้ามลืมตาเด็ดขาด
“เออ พวกเราไม่หนีดีกว่าหรือ พวกโจรกำลังมาแล้ว”
ฝูงโจรต่างแสยะยิ้ม ค่อย ๆ ย่างเท้าเข้ามา พอเห็นว่าศัตรูเป็แค่เด็กสองคน เสียงหัวเราะเยาะดังสนั่น แต่ยังไม่ทันลงมือ เสียงดังสนั่นหวั่นไหวพลันดังขึ้นทางประตูหน้า
ตึง!
ตึง!
ตึง!
ตึงงงงงงงงง!
ประตูที่ทำด้วยเหล็กหนาเริ่มยุบเข้ามาทีละน้อย สุดท้ายกลายเป็บุบเบี้ยว เสียงหวีดดังแสบแก้วหู สั่นะเืประสาท ทำร้ายไปถึงจิติญญา
เมื่อประตูเหล็กไม่อาจต้านทาน เงามืดจำนวนมหาศาลผุดเข้ามาตามรอยร่อง ฉีกขยายร่องกว้างให้ถ่างออก จนสุดท้ายประตูเหล็กหนาแตกแหลกกลายเป็เศษโลหะ เสียงลมพัดโหมดังขึ้นทุกทิศทุกทาง สลับกับเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของฝูงโจร เสียงพร่ำเพ้อดั่งคนบ้า และเสียงร้องขอชีวิต...
เด็กน้อยทั้งสองนั่งกอดกันกลม
ยันต์ในมือที่ท่านผู้เฒ่าบอกว่าเป็ยันต์เบญจธาตุ สุดท้ายกลายเป็ยันต์อัญเชิญ ทั้งยังเป็ยันต์อัญเชิญขั้นสูง
ยันต์ร้อยภูต!!!