สี่เดือนต่อมา ณ สถานศึกษาของเหล่าเด็กๆ ในป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว
"เด็กๆ พวกเจ้าทั้งหลายต้องจำเอาไว้นะ สภาวะของพลังวิเศษนั้น แต่เดิมมันมีอิสระอย่างยิ่งยวด และน่าอัศจรรย์เกินบรรยาย เพียงแต่พวกเราเหล่ามนุษย์ สามารถเข้าถึงมันได้อย่างจำกัด ร่างภายในของพวกเรา หรือที่ถูกเรียกว่า 'กายวิญญาณ' นั้น เป็นภาชนะที่แม้จะไร้ขีดจำกัด แต่ในเหล่าผู้วิเศษฝึกหัดทั้งหลายที่ยังไม่สามารถสร้าง 'อาณาจักร' ได้ กายวิญญาณที่ใช้บรรจุพลังวิเศษที่ยิ่งใหญ่จากสรรค์และปฐพีกลับทำได้อย่างจำกัด"
"ข้อจำกัดเหล่านี้ทำให้พวกเราเหล่ามนุษย์ และเผ่าพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ต่างแสวงหาการก้าวข้ามขีดจำกัด เพื่อที่พวกเราจะได้ใช้พลังวิเศษที่มีในโลกนี้ได้อย่างอิสระ ดังนั้น 'วงจรเวทมนตร์' หรือที่พวกเจ้าเห็นตรงนี้..." เคอซวนกลางมือต่อหน้าเด็กๆ ในชั้นเรียนที่เซี่ยซีหานสร้างขึ้น วงเวทย์เรืองแสงปรากฏ
เด็กๆ หลายคนอ้าปากอย่างประทับใจ
"สิ่งนี้โดยพื้นฐาน พวกเราผู้เดินทางในวิถีแห่งผู้วิเศษ เรียกมันว่า 'วงเวทย์' มันเกิดจากการที่เราใช้พลังวิเศษของเราสร้าง 'วงจรเวทมนตร์' อันรวบรัดขึ้น... เมื่อข้าพูดถึงตรงนี้ เจ้าพวกตัวแสบทั้งหลาย พวกเจ้าคงอยากรู้แล้วสินะ ทำไมผู้วิเศษส่วนใหญ่ถึงต้องเรียนรู้ 'วงจรเวทมนตร์' และสร้าง 'วงเวทย์' ขึ้นมาด้วย ในเมื่อพลังวิเศษของเรามันใช้ได้อย่างอิสระ เราสร้างธาตุจากความว่างเปล่าได้ เมื่อเราตระหนักรู้รูนของสัตว์ร้ายที่ยอดเยี่ยม เราก็สามารถใช้พลังแฝงของมันได้ทันที เราอาจจะพ่นไฟ เรียกลม หลอกจิตผู้คนให้สับสนและหวาดกลัวได้ในทันที ในเมื่อเราทำได้แบบนี้ ทำไมเหล่าผู้วิเศษถึงต้องมีวงเวทย์ล่ะ"
"ก็อย่างที่ข้าได้พูดไป 'กายวิญญาณ' ของคนทั่วไปที่ยังไม่ได้สร้างอาณาจักรนั้น เป็นกายวิญญาณที่บรรจุพลังวิเศษได้น้อยนิด ดังนั้น ถ้าหากเราอยากจะใช้พลังวิเศษได้จำนวนมาก และใช้มันได้หลายๆ ครั้ง โดยที่พลังวิเศษหรือพลังโอน่าในร่างกายของเราไม่หมด หรือถูกตีกลับ จนทำให้กายวิญญาณเสียหาย 'วงเวทย์' คือสิ่งที่จำเป็น"
"นั่นเพราะในวงเวทย์มีสิ่งที่เรียกว่า 'วงจรเวทมนตร์' อักขระเวทย์ที่สามารถดึงพลังจากธาตุธรรมชาติรอบตัวของเรา และใช้มันมาเป็นพลังของเราได้ มันช่วยให้เราประหยัดพลังวิเศษหรือพลังโอน่าของตัวเองอย่างมาก ยกตัวอย่างง่ายๆ หากเราสร้างก้อนหินหนึ่งก้อนที่มีขนาดหนึ่งลูกบาศก์เมตร เราใช้พลังทั้งหมด 100 โอน่า"
"แต่ถ้าหากเราสร้าง 'วงเวทย์' ใช้พลังธรรมชาติรอบตัวช่วยสร้างก้อนหินขนาดหนึ่งลูกบาศก์เมตร แทนพลังวิเศษของเราเพียงอย่างเดียว เราอาจจะใช้พลังวิเศษเพียง 10 ถึง 20 โอน่า ในการสร้างก้อนหินขนาดหนึ่งลูกบาศก์เมตร "
"โอออออ / สุดยอดเลย" เสียงเด็กๆ ดังขึ้นเต็มห้อง พวกเขาให้ความสนใจสิ่งที่เคอซวนพูด จนบางคนถึงกับอ้าปากค้าง
เคอซวนยิ้ม เขามีความสุขที่ได้สอนเด็กๆ
การสอนเกี่ยวกับวงเวทย์ยังไม่จบลง เคอซวนรีบพูดต่อ เขาต้องเร่งปูพื้นฐานให้เด็กๆ เหล่านี้
"นี่ยังไม่ใช้ข้อดีที่สุดของวงเวทย์ อย่างที่ข้าได้เคยสอนพวกเจ้าไป พวกเจ้าคงจำได้ 'กายวิญญาณ' ของพวกเราที่ยังเป็นภาชนะที่มีขีดจำกัดนั้น หากเจ้าไม่ใช่คนบ้า อย่างเช่นท่านอาจารย์แสนรักของพวกเจ้า ไอ้เด็กเวรเซี่ยซีหาน จำไว้ก่อนที่จะกลายเป็นผู้วิเศษที่แท้จริง 'สามทักษะรูน' คือขีดจำกัดที่ปลอดภัยในการตระหนักรู้ 'รูน' ที่ดีและปลอดภัยที่สุด พวกเจ้าห้ามตระหนักรู้รูนเกินสามอันเด็ดขาด ข้าของย้ำอีกครั้งสามอัน นอกจากนั้น 'รูนชิ้นแรกสุด' ในการตระหนักรู้ คือรากฐานสำคัญที่สุดของชีวิตเจ้า มันไม่อาจจะเปลี่ยนหรือทดแทนได้ในภายหลัง พวกเจ้าต้องเลือกมันให้ดีที่สุด และควรได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ"
เคอซวนถอนหายใจ พลางนึกถึงเซี่ยซีหานไอ้เด็กเปรต หลังจากรู้ว่าเซี่ยซีหานทำอะไรไปบ้าง เกี่ยวกับการศึกษาและการพัฒนาวิถีแห่งผู้วิเศษของตัวเอง เคอซวนแทบจะต้องกลับไปเผาตำราของตัวเองทิ้ง นั่นเพราะเคอซวนรับรู้ว่า เซี่ยซีหานยังไม่ได้เป็นผู้วิเศษที่แท้จริง แต่ตอนนี้เขาได้ตระหนักรู้ 'รูนทักษะ' ไปเป็นจำนวนมาก แต่น่าแปลก กายวิญญาณของเซี่ยซีหานกลับไม่เสียหาย เขาไม่มีอาการป่วยทางจิตจากการตีกลับของพลังวิเศษ
นอกจากนั้นเขายังใช้พลังวิเศษได้อย่างมากมาย ราวกับว่าเขาคือผู้วิเศษที่แท้จริง เรื่องราวเหล่านี้รบกวนจิตใจเคอซวนที่รู้ความจริง เขาอิจฉาเซี่ยซีหาน และอยากรู้เคล็ดลับในความสำเร็จ แม้เซี่ยซีหานจะไม่ได้ปิดบังอะไรเคอซวน แต่เคอซวนก็พบว่ายากที่ตัวเองจะทำตาม
ความลับของเซี่ยซีหานอาจจะเป็นเพราะการตระหนักรู้ 'รูนธาตุธรรมชาติ' อันบริสุทธิ์สำเร็จ ทำให้เขาได้รับพลังอันยิ่งใหญ่
"แคร่ะ แคร่ะ" เคอซวนไอสองสามครั้ง ก่อนจะเริ่มสอนต่อ นี่คือบทเรียนสุดท้ายของวันนี้แล้ว
"เอาละเด็กๆ วงเวทย์นั้น นอกจากช่วยให้พวกเราประหยัดพลังวิเศษหรือพลังโอน่าของตัวเองได้แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้พวกเรา เหล่าผู้ที่หลงใหลในพลังเหนือธรรมชาติ จำต้องใช้วงเวทย์ มากกว่าการใช้พลังวิเศษอันบริสุทธิ์ของตัวเองไปตรงๆ สาเหตุนั้นก็เพราะ ในวงเวทย์นั้น เราสามารถเขียน 'อักษรเวทย์' เป็น 'ชุดคำวิงวอน' ที่หยิบยืมพลังธรรมชาติ และพลังกฎเกณฑ์ต่างๆ ของโลกใบนี้ได้"
"เช่นตัวเจ้ามีพื้นฐานธาตุไฟ แต่การควบคุมไฟจำต้องใช้ธาตุลมผลักออกไป ไฟอย่างเดียวไม่สามารถคลื่นตัวเองได้ ดังนั้นด้วยการมี 'วงเวทย์' อักษรเวทย์จะทำหน้าที่วิงวอนร้องขอพลังจากธรรมชาติมาบรรจุไว้ และเราก็ควบคุมมันผ่านวงเวทย์อีกที 'พลังวิเศษธาตุไฟ' ของเราสามารถพุ่งไปด้านหน้าราวกับลูกศรได้เพราะเหตุนี้ เพราะเราใช้วงเวทย์หยิบยืมธาตุลมจากธรรมชาติมาเสริมได้"
"ตอนนี้พวกเจ้าทุกคนคงเข้าใจถึงความสำคัญของวงเวทย์แล้ว ดังนั้นในฐานะของผู้ที่สนใจที่จะเป็นผู้วิเศษ พวกเจ้าต้องศึกษา 'อักษรเวทย์' จากนั้นก็ต้องเรียนเกี่ยวกับ 'วงจรเวทมนตร์' เมื่อพวกเจ้าเริ่มชำนาญการสร้าง 'วงจรเวทมนตร์' แล้ว เจ้าก็สามารถสร้าง 'วงเวทย์' ของตัวเองได้ แน่นอนว่าหากพวกเจ้าหลงใหลในอักษรเวทมนตร์และการศึกษาวงจรเวทย์ เจ้าสามารถกลายเป็น 'ผู้สร้าง' ได้ในภายหลังอีกด้วย ผู้วิเศษที่ยิ่งใหญ่มากมายเดินทางของผู้สร้าง แต่ผู้สร้างที่ยอดเยี่ยมกับมีเพียงแค่หยิบมือ"
เด็กๆ ยกมือถามเคอซวนว่าทำไม 'ผู้สร้าง' ที่ยอดเยี่ยมถึงมีเพียงแค่หยิบมือกันมากมาย เรื่องนี่น่าสนใจมากสำหรับเด็กๆ เพราะพวกเขารู้ว่า ผู้สร้างคือผู้ที่สร้างของวิเศษมากมาย เด็กๆ หลายคนอยากมีอาชีพแบบนี้ เคอซวนไม่ตอบ
เขาดูนาฬิกาเวทย์ เขาพบว่าคาบเรียนในวันนี้ของเขาได้ใกล้เวลาจบการสอนแล้ว
เคอซวนเขาไม่ชอบทำงานล่วงเวลา ดังนั้นเขาจึงพูดขึ้นโดยที่ไม่สนใจความอยากรู้ใดๆ ของเด็กๆ แม้แต่น้อย "เรื่องนี้เราจะสอนต่อในวันหลัง" เด็กๆ ทำหน้าเศร้า การสอนของเคอซวนสนุกมาก เด็กๆ ทุกคนต้องการเป็นผู้วิเศษที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต
เคอซวนหัวเราะ เขาดูมีความสุขที่ได้เห็นเด็กๆ ทำหน้าเศร้า เขาจึงพูดต่อ นี่คือการพูดปิดท้ายการสอนในวันนี้จริงๆ แล้ว
"เอาล่ะเอาล่ะเด็กๆ พวกเจ้าไม่ต้องทำหน้าเศร้า รู้เอาไว้ว่านี่ใกล้หมดเวลาแล้ว ข้าจะไม่สอนอะไรที่ยืดเยื้อต่อพวกเจ้า เจ้าเด็กตัวแสบทั้งหลาย แต่ก่อนที่ข้าจะหยุดการสอน ข้าจะขอย้ำเรื่องหนึ่ง อย่าง 'วงเวทย์' แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่เจ้าจงอย่ายึดติดมันมากจนเกินไป ในบางสถานการณ์การสร้างวงเวทย์คือสิ่งที่อันตราย โดยเฉพาะในการต่อสู้ หากพวกเจ้าสร้างวงเวทย์ได้ช้า จำไว้! อย่าได้ใช้มันต่อหน้านักสู้ที่แข็งแกร่งและรวดเร็ว จงใช้พลังวิเศษอันบริสุทธิ์โดยตรงที่รวดเร็วจะดีกว่า นอกจากนั้นจงรู้ไว้ว่า 'วงเวทย์' ที่เล็กและเหมาะสม สร้างได้เร็ว เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องฝึกฝน"
"การร่ายเวทย์หรือสร้างวงจรเวทมนตร์ขนาดใหญ่ อาจจะทำให้พวกเจ้าได้ใจและหยิ่งผยองในความสำเร็จ แต่นั่นจะเปล่าประโยชน์ในทันที เมื่อสิ่งนี้ไม่อาจจะใช้ในการต่อสู้จริงๆ ได้ ดังนั้นข้าจึงขอย้ำเตือนพวกเจ้าในเรื่องนี้"
ช่วงสุดท้ายเคอซวนพูดเสียงดังมาก และเขาก็พูดเร็วมากด้วย "และสุดท้ายจริงๆ แล้วของวันนี้ เมื่อพวกเราใช้วงจรเวทมนตร์ในการใช้พลังวิเศษร่วมกับการหยิบยืมพลังธรรมชาติ โดยทั่วไปพวกเราจะเรียกวิธีการแบบนี้ว่า 'เวทมนตร์' หรือ 'การร่ายเวทมนตร์' ไม่ใช่ 'พลังวิเศษ' อีกต่อไป"
เคอซวนที่สอนเด็กๆ จบแล้ว เขาทุบโต๊ะและบอกเด็กๆ ว่า จบแล้ว เขารีบหอบหนังสือที่ใช้ในการสอน ก่อนจะรีบเดินจากไปอย่างรีบร้อน
และในขณะที่เคอซวนรีบร้อนเดินจากไป
เขาก็เห็นชายที่คุ้นเคย
"ท่านผู้วิเศษเคอซวน..." เสียงเซี่ยซีหานเรียกเคอซวนอย่างอ่อนแรง ใต้ตาของเซี่ยซีหานคล้ายดำคล้ำ ใบหน้าก็ซูบผอม ทั่วร่างเต็มไปด้วยผ้าพลันแผลที่ทำให้ดูสะบักสะบอม ทำไมกัน