ตอนที่ 35 การคำนวณรูนศาสตร์
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
กลัวตาย? เมอร์ลินคิดอย่างไม่เข้าใจ ในเมื่อนักวิชาการเวทเก่งในการเขียนวงเวทขนาดนั้นแท้ๆ แล้วพวกเขากลัวตายจากอะไรกัน ไม่ใช่โอกาสความสำเร็จของพวกเขาสูงกว่านักเวทหรอกหรอ?
“มีสิ่งหนึ่งที่เธอต้องรู้ แม้ว่านักวิชาการเวทจะเขียนวงเวทได้สมบูรณ์แบบเพียงใด แต่มันก็ไม่ได้เพิ่มโอกาสที่จะยกระดับพลังเวทได้มากอยู่ดี”
กล่าวจบศาสตราจารย์ออสตินก็หันกลับไปที่กระดานแล้ววาดวงกลมเล็กๆ วงหนึ่งขึ้นมา ก่อนที่จะวาดวงกลมอีกวงที่ใหญ่กว่าเดิมทับซ้อนลงไป ซึ่งเขาวาดวงกลมที่ใหญ่กว่าทับไปเรื่อยๆ
“นี่คือวงเวทที่ประทับอยู่ในร่างกายของนักเวท ยิ่งเป็นวงเวทที่ใหญ่มากเท่าไหร่ก็ยิ่งวาดยากขึ้นเท่านั้น อีกอย่างความเสี่ยงที่วงเวทที่มีอยู่ก่อนแล้วจะพังทลายก็มีอยู่มากเช่นกัน ... อย่างที่ฉันเคยบอกเธอมาตั้งแต่แรกว่าวงเวทเหล่านี้สามารถเพิ่มอายุขัยของนักเวท หากวงเวทที่มีอยู่ก่อนแล้วพังทลาย นั่นหมายความว่าอายุขัยที่นักเวทใช้เกินไปแล้วก็จะหมดลงไปด้วย เธอคงรู้ความหมายนะว่าอายุขัยที่หมดลงแล้วหมายถึงอะไร” ชายชราอธิบายอย่างใจเย็น
เมอร์ลินที่ได้ยินก็ไม่คิดว่าการยกระดับพลังเวทแต่ละครั้งจะมีความเสี่ยงขนาดนี้
อย่างไรก็ตามเขาดูเหมือนจะเห็นถึงช่องโหว่บางอย่างจากสถานการณ์นี้ เขาจึงเอ่ยปากขึ้นมาว่า
“งั้นถ้าหากนักเวทคนนั้นยังมีอายุขัยที่ไม่ต่างจากคนธรรมดา การยกระดับพลังเวทล้มเหลวจะไม่มีผลใช่ไหมครับ?”
ดวงตาของชายชราสว่างขึ้น ก่อนจะพยักหน้าและเอ่ย “ใช่แล้ว แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก นักเวทที่ยกระดับล้มเหลวพวกเขาจะได้รับบาดเจ็บทางด้านร่างกาย ยิ่งวงเวทระดับสูงเท่าไหร่อาการบาดเจ็บก็ยิ่งมากเท่านั้น วงเวทที่มีถูกทำลายจะต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่และมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเพิ่มพลังเวทอีกครั้งเพราะร่างกายจะได้รับผลกระทบจากพลังเวทที่ปั่นป่วนจนพลังสมาธิเกิดความไม่เสถียร”
“มันร้ายแรงมาก” เมอร์ลินเอ่ยพึมพำออกมา
แน่นอนว่าเขามองเห็นความร้ายแรงของการยกระดับพลังเวทล้มเหลว ซึ่งเขาเองก็ไม่อยากเจอกับเหตุการณ์นี้
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าทำไมนักวิชาการเวทถึงได้หวาดกลัวในการยกระดับพลังเวท และไม่กล้าที่จะเสี่ยงหากไม่ถึงคราวใกล้หมดอายุขัย
เพราะเหตุนี้รูปลักษณ์นักวิชาการเวทระดับสูงส่วนใหญ่จึงเป็นชายชรา ไม่เหมือนกับนักเวทมากฝีมือที่รูปลักษณ์ค่อนข้างอ่อนเยาว์
“ถ้าผมเริ่มสร้างวงเวทแรกล้มเหลวมันจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ?” เมอร์ลินเอ่ยถาม เพราะอย่างไรเขาเองก็ต้องการที่จะใช้พลังเวทได้เหมือนคนอื่นๆ เช่นกัน
บ้านของศาสตราจารย์ออสตินมีอุปกรณ์เวทมากมาย แต่เขากลับไม่สามารถใช้งานพวกมันได้เลยสักชิ้น เพราะตอนนี้เขายังไม่ได้เริ่มบ่มเพาะพลังเวท
“อย่างมากก็แค่ร่างกายเกิดความปั่นป่วน ไม่สามารถสร้างวงเวทได้อีกระยะหนึ่งเท่านั้น” ชายชราเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
เขาดีใจที่เด็กน้อยใฝ่ความก้าวหน้า อย่างน้อยในอนาคตเขาก็คาดหวังว่าเด็กคนนี้จะไม่ใช่นักวิชาการเวทที่อายุสั้น เหมือนลูกศิษย์หลายคนของเขา
“เอาล่ะ พวกเรามาเรียนวิชารูนศาสตร์ต่อกันเถอะ”
ว่าแล้วชายชราก็เริ่มสอนวิธีใช้เครื่องหมายต่างๆ ในการคำนวณรูนศาสตร์
เครื่องหมายทั้งหมดนั้นต่างจากเครื่องหมายคำนวณที่เมอร์ลินเคยเรียนรู้ตอนเรียนอยู่ที่โบสถ์มาก แม้บางเครื่องหมายมันจะใช้เหมือนกับการคำนวณตัวเลข แต่ก็มีหลายเครื่องหมายที่ใช้คำนวณในตรรกะที่ลึกซึ้งมากกว่า
ไม่แปลกใจเลยที่หลักสูตรนี้จะมีสอนอยู่ในโรงเรียนเวทมนตร์หลักสูตรขั้นสูงขึ้นไป เพราะนักเรียนพื้นฐานหรือนักเรียนชั้นต้นย่อมไม่สามารถเข้าใจหลักสูตรวิชารูนศาสตร์ได้อย่างแน่นอน
ซึ่งจริงๆ แล้วแม้แต่นักเรียนหลักสูตรชั้นสูงเองพวกเขาก็เรียนวิชารูนศาสตร์ไม่ได้ง่ายๆ หลายคนต้องเรียนไม่จบเพราะไม่ผ่านวิชารูนศาสตร์พื้นฐานเลยก็มี
เมื่อมีวิชารูนศาสตร์พื้นฐานแล้ว แน่นอนว่าย่อมมีวิชารูนศาสตร์ชั้นสูง ซึ่งวิชานี้จะไม่มีสอนในโรงเรียนเวทมนตร์ หากต้องการเรียนจะต้องเข้าไปศึกษายังมหาวิทยาลัยเวทมนตร์เท่านั้น
ทั้งนี้มหาวิทยาลัยเวทมนตร์ยังมีสาขาวิชารูนศาสตร์โดยเฉพาะ ทั้งนี้ยังมีสาขาอื่นๆ อย่างสาขารูนธาตุ สาขารูนพลังงาน สาขารูนค่ายกล สาขารูนคาถา หรือสาขารูนประยุกต์ ซึ่งนักศึกษาสามารถลงเรียนในสาขาเฉพาะทางที่สนใจได้
เมอร์ลินเรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องหมายคำนวณรูนอย่างตั้งใจ แน่นอนว่าการมีอยู่ของดวงตาสีเงินทำให้การเรียนรู้ของเขาง่ายมาก
ดูเหมือนว่าไม่เพียงแค่การมองดูสิ่งที่ปรากฏในสายตาเท่านั้น แม้แต่เสียงเองดวงตาสีเงินยังสามารถจดจำแล้วนำไปทำความเข้าใจในเนื้อหาได้ มันเป็นดวงตาที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การมองเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการได้กลิ่น การรับรส หรือการสัมผัส ดวงตาสีเงินก็สามารถช่วยเหลือเมอร์ลินได้ทั้งสิ้น ราวกับว่ามันสามารถทำความเข้าใจได้ทุกการรับรู้ของเขา
นั่นจึงทำให้เมอร์ลินกลายเป็นนักเรียนยอดเยี่ยมในสายตาของศาสตราจารย์ออสติน
หลังจากเรียนรู้เครื่องหมายแล้ว ชายชราก็เริ่มสอนเกี่ยวกับการใช้โจทย์คำนวณรูนศาสตร์ เขาได้สร้างแบบฝึกหัดง่ายๆ ระดับพื้นฐานให้เมอร์ลินได้ลองทำ
ปรากฏว่าเมอร์ลินไม่แม้แต่จะใช้เวลาคิดด้วยซ้ำ
ทันทีที่ชายชราเขียนโจทย์เสร็จ เมอร์ลินก็สามารถคำนวณจนได้คำตอบอย่างรวดเร็ว
เมอร์ลินเขียนวิธีการคำนวณบนกระดาษ ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของชายชรา
‘นี่ไม่ใช่ว่าเขาพึ่งเขียนอักขระรูนเป็นครั้งแรกหรอกหรือ? ทำไมถึงดูคล่องแคล่วขนาดนี้ เขาพึ่งทำโจทย์รูนศาสตร์ครั้งแรกจริงๆ หรอ?’ ชายชราอดที่จะอุทานขึ้นมาในใจไม่ได้ เพราะเด็กน้อยทำโจทย์ได้รวดเร็วมาก อีกทั้งเขายังสามารถทำมันได้อย่างถูกต้อง
ไม่เท่านั้น!
เมอร์ลินยังแสดงวิธีทำที่รวบรัดยิ่งกว่า แน่นอนว่าไม่ใช่วิธีที่เขาพึ่งสอนไป
‘อัจฉริยะ!’
ดวงตาของศาสตราจารย์ออสตินพลันเป็นประกายขึ้นมา
ว่าแล้วชายชราก็เพิ่มความยากของโจทย์ให้มากขึ้น
ซึ่งแน่นอนว่าผลลัพธ์ยังออกมารูปแบบเดิม ทันทีที่เด็กน้อยจับปากกาเขาก็เขียนวิธีการคำนวณของโจทย์ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นวิธีคิดที่รวบรัดเหมือนเดิมอีกแล้ว
ยิ่งชายชราเห็นอย่างนั้นเขาก็ยิ่งเพิ่มความยากของโจทย์มากขึ้นและมากขึ้น
กระทั่งเขาแทบจะไม่รู้ตัวเลยว่าโจทย์ล่าสุดนั้นไม่ใช่โจทย์สำหรับนักเรียนระดับสูงอีกต่อไป แต่มันเป็นโจทย์สำหรับนักศึกษาระดับทอง!