หวังโจวรู้สึกตกตะลึงกับภาพเบื้องหน้าเช่นกันแต่ด้วยความหยิ่งยโสเขาจึงไม่ได้พูดออกมา
ในขณะเดียวกันนั้นมีสายรุ้งหลากสีได้ลอยมาถึงพวกเขาจึงได้พบว่ามีเด็กอายุราวๆ 15 ปีหลายคนถูกพามาเช่นกันผู้เยาว์ชายหญิงพวกเขาต่างแสดงอาการตื่นใและตกตะลึงในความงามเหมือนหวังหลิน
นักเรียนของเหิ่งยั่วจากที่ต่างๆได้มองไปรอบๆและจับกลุ่มคุยกันอย่างตื่นเต้นหลังจากรอสักพักพวกเขาได้รวมตัวกันต่อหน้าชายวัยกลางคนที่สวมชุดดำ เขาเริ่มพูด
“มีพวกเ้าไม่กี่คนเท่านั้นที่จะได้รับเลือกเป็นักเรียนของโรงเรียนเหิ่งยั่ว”
ทุกคนต่างเริ่มใ หวังหลินเองก็กังวลเช่นกันจากที่เขานับดูคนที่อยู่ที่นี้มีถึง 48 คน
“ซิวเซียน(เด็กฝึกหัด)เป็ขั้นเริ่มต้นของการเป็เซียนข้าจะเริ่มต้นการทดสอบโดยตรวจสอบพลังิญญาของพวกเ้าว่าเพียงพอหรือไม่จากนี้คนที่ข้าเลือกให้เดินออกมาทีละคน”
เด็กคนแรกได้เดินไปหาชายวัยกลางคนเขาวางมือบนหัวเด็กคนนั้นเบาๆและพูดขึ้นมาว่า “ไม่ผ่าน!!ไปยืนทางซ้าย”
เด็กน้อยดูเหมือนจะไม่มีเรื่ยวแรงขึ้นมาทันทีใบหน้าเขาแสดงความเสียใจและก้มหน้าเดินไปทางซ้าย
จากนั้นชายชุดดำก็ทดสอบต่อไปเรื่อยๆ
“ไม่ผ่าน”
“ไม่ผ่าน”
“ไม่ผ่าน”
“ไม่ผ่าน”
…..
สิบคนมาแล้วยังไม่มีใครผ่านเลยทางขวาของชายวัยกลางคนยังไม่มีคนยืนแม้แต่คนเดียว คนต่อไปคือหวังโจวเขาเดินไปอย่างมั่นใจแต่มีความประหม่าเล็กน้อย
ชายวัยกลางคนได้เอามือวางบนหัวเขาท้นใดนั้นใบหน้าของชายชุดดำก็แสดงอาการพึงพอใจ “เ้าชื่ออะไร”
หวังโจวตอบอย่างรวดเร็วด้วยเสียงที่นอบน้อม “ท่านเซียน นามของข้าคือหวังโจว”
ชายวัยกลางคนพยักหน้าเบาๆ “เ้าคือเด็กที่อาจารย์พูดถึงสินะถ้าอย่างนั้นไปยืนทางขวาได้”
หวังโจวได้เดินไปทางขวาท่ามกลางดวงตาของนักเรียนคนอื่นที่มองอย่างอิจฉาเขายืนอย่างหยิ่งยโสราวกับสวมมงกุฎอยู่บนหัว “เขาโชคดีเป็บ้า”หวังเฮ่าบ่นให้หวังหลินฟังแต่ทว่าหวังหลินกำลังกังวลใจโดยเฉพาะเมื่อคิดถึงความหวังของพ่อแม่ทำให้เขาต้องกำหมัดแน่น
“เ้าไปทางขวาได้” ชายวัยกลางคนกล่าวขึ้นมาทุกคนต่างใที่คนที่ได้รับเลือกนั้นเป็เพียงแค่เด็กผู้หญิง
เวลาผ่านไปมีเพียงแค่สองคนเท่านั้นที่ยืนอยู่ฝั่งขวาต่อไปถึงตาของหวังเฮ่าแล้ว
หวังเฮ่าเดินไปอยู่ต่อหน้าชายวัยกลางคนและคุกเข่าอย่างรุนแรงราวกับพื้นจะแตกพร้อมพูดว่า “ท่านเซียนข้าหวังเฮ่า วันนี้ท่านลำบากมากแล้วเชิญท่านไปพักผ่อนก่อนข้ายังไม่รีบ ตกลงนะครับ?”
ชายวัยกลางคนขำออกมา เขาพบเด็กมามากแต่พึงเคยเจอคนแบบนี้แน่นอนเขาไม่ได้เหนื่อยเลยแม้แต่น้อยโดยไม่สนใจคำพูดของหวังเฮ่าเขาวางมือลงบนหัวหวังเฮ่าพร้อมส่ายหัว “พลังิญญาห่ว…..”
ทันใดนั้นก่อนที่จะพูดอะไรต่อไปหวังเฮ่าก็หยิบกล่องหยกขึ้นมาแล้วกล่าวว่า “ท่านเซียนพ่อของข้าพบสิ่งนี้ทีู่เาลองมาหลายวิธีแล้วไม่สามารถเปิดได้เลยข้าเลยนำมาให้ท่าน”
ชายวัยกลางคนรู้สึกขำเขากำลังจะปฎิเสธแต่ว่าพอมองไปที่กล่องนั้นก็เผยแววตาใ “นี่มันเห็ดหลินจือสามร้อยปีถูกผนึกโดยเซียนไม่แปลกเลยที่พ่อของเ้าไม่สามารถเปิดมันได้”
“เอาเป็ว่าข้ากำลัง้าคนช่วยทำยาพอดีข้าเห็นเ้าเป็เด็กฉลาด มาเป็ศิษย์ข้าไหมละ?”
หวังเฮ่ารู้สึกตื่นเต้นมากทันทีที่เห็นท่าทีที่เปลื่ยนไปของชายวัยกลางคนเขารู้สึกยินดี “ตกลงครับท่านเซียน ข้าหวังเฮ่า้าเป็ศิษย์ท่าน”
ชายวัยกลางคนยิ้ม “ถึงเ้าจะเป็ผู้ช่วยข้าแต่ข้าก็ไม่ลำเอียงหรอกนะไปยืนทางขวากับคนอื่นๆ” หวังเฮ่าเดินไปหาหวังโจวอย่างดีใจทันทีเด็กๆคนอื่นต่างรู้สึกเสียใจบางคนถึงขนาดร้องไห้ออกมาชายวัยกลางคนเห็นดังนั้นจึงตะคอก “เอาพวกที่ร้องไห้กลับบ้านไป!!!”
เหล่าศิษย์ของสำนักที่ยืนอยู่ไม่ไกลต่างพาเด็กที่ร้องไห้ลงไปทันที
ในที่สุดก็ถึงคราวหวังหลินเขาหายใจลึกๆแล้วเดินเข้าไปหาชายวัยกลางคนความคิดของเขาว่างเปล่าไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากคิดถึงหน้าพ่อแม่ “เขาต้องเลือกข้า!” หวังหลินบอกกับตัวเอง
ชายวัยกลางคนวางมือบนหัวหวังหลินเขารู้สึกว่าเืตัวเองกำลังจะเป็ลิ่มน้ำแข็ง
“ไม่ผ่าน!!”
หวังหลินรู้สึกเสียการทรงตัว หูของเขาราวกับได้ยินเสียงฟ้าผ่าเขาได้ยินเสียงของชายวัยกลางคนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทุกคนรับการทดสอบเสร็จแล้วมีแค่สามคนเท่านั้นที่ถูกเลือกช่างสูงส่งเหลือเกินสำหรับคนที่ได้รับเลือก หวังโจวมองหวังหลินอย่างดูถูกกว่าเดิม
“สำหรับซิวเซียน(เด็กฝึกหัด)พลังิญญาเป็เื่สำคัญแต่ความมุ่งมั่นและความขยันสำคัญกว่าคนธรรมดาที่มีความพยายามสามารถกลายเป็ศิษย์ลับได้ นี่เป็โอกาสสำหรับคนที่ไม่ผ่านการทดสอบที่สองคือทดสอบความพยายาม”
ชายวัยกลางพูดต่อ “พวกเ้าทุกคนต้องขึ้นเขาจากขั้นแรกไปถึงยอดเขาในเวลาสามวันผู้ที่ทำได้ถือว่ามีคุณสมบัติแต่ถ้าหากยอมแพ้ให้พูดออกมา จะมีคนรับกลับบ้าน”
หลังจากพูดเสร็จชายวัยกลางคนได้เดินไปผู้ถูกเลือกทั้งสาม “พวกเ้าสามคนมากับข้า ไปเตรียมพบอาจารย์ เวลาที่จะพบได้ขึ้นอยู่กับความ้าของท่านอาจารย์หวังเฮ่ามากับข้าจะแนะนำให้รู้จักต้านฟง” ชายวัยกลางคนพูดพร้อมพาเด็กทั้งสามหายเข้าไปในูเา
หวังหลินหายใจลึกดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเขาเริ่มออกเดินทางเพื่อขึ้นเขา ซึ่งเป็การทดสอบความอดทน
ตอนนี้เหลือผู้เข้าทดสอบอยู่ 39คนที่คราแรกรู้สึกท้อใจแต่ในตอนนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวังอีกครั้ง
เขากำลังก้าวเดินออกไปสู่ถนนแห่งโชคชะตาที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงที่ไหน