เมืองของเผ่ามังกรแห่งนี้มีชื่อว่าเมืองมังกร เป็นเมืองที่ไม่มีกำแพงล้อมเมือง
เมืองมังกรตั้งอยู่ใจกลางหุบเขาซ่อนมังกร พื้นที่เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าและป่าไม้จำนวนมากที่ล้อมรอบเมืองมังกรเอาไว้ ห่างจากเมืองมังกรไม่ไกลก็จะมีทะเลสาบขนาดใหญ่
หลังจากที่พวกไลท์บินลงจากท้องฟ้าพวกเขาก็เดินเข้าไปในเมืองมังกรทันที
ไลท์และคนอื่นๆพากันอึ้งกับบ้านเรือนของเผ่ามังกร เพราะบ้านเรือนของมังกรถูกสร้างขึ้นมาจากหินที่ผสมเงินและทองทั้งหลัง ทำให้รู้เลยว่ามังกรนั้นร่ำรวยแค่ไหน
นอกจากนี้ตามถนนก็ยังมีต้นไม้และดอกไม้เป็นจำนวนมากทำให้บรรยากาศร่มเย็น ไม่เหมือนกับที่พวกไลท์จินตนาการไว้เลย
“ พวกเราเผ่ามังกรก็มีอารยธรรมเหมือนกันนะ ” มาตินอสหัวเราะออกมาเมื่อเห็นท่าทีของพวกไลท์
“ ดูเหมือนว่ามันจะแตกต่างจากอดีตมากเลยทีเดียว ” เฮลเฟลชพูดพร้อมกับใบหน้าที่แสดงถึงความคิดถึง
“ แน่นอนสิในเมื่อเวลามันก็ผ่านมากว่าพันปีแล้วอะไรๆหลายๆอย่างก็ต้องมีการพัฒนากันบ้าง ” มาตินอสหัวเราะ
พวกไลท์กลายเป็นที่สนใจของมังกรทุกคนเพราะพวกไลท์เป็นมนุษย์
“ ท่านมาตินอสพามนุษย์เข้ามาในเมืองมังกรได้อย่างไรกัน? ”
“ นั้นสิไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ถึงได้พามนุษย์เข้ามาในเมืองแบบนี้ ”
มังกรทั้งหลายพากันประหลาดใจและสงสัยว่ามาตินอสพามนุษย์เข้ามาในเมืองทำไม แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครกล้าที่จะไปถามกับมาตินอสตรงๆ
ไม่นานมาตินอสก็พาพวกไลท์ไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งเพื่อเป็นการเลี้ยงฉลองเพื่อเป็นการขอบคุณพวกไลท์ที่ช่วยเหลือเฮลเฟลชออกมาจากผนึกและฉลองที่เฮลเฟลชกลับมาเมืองมังกรอีกครั้ง
ในตอนที่กำลังบินมาที่เมืองมังกร เฮลเฟลชได้บอกกับมาตินอสว่าไลท์เป็นคนช่วยเธอให้ออกมาจากผนึกและเธอก็ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมกลุ่มกับไลท์
ร้านอาหารแห่งนี้เป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดในเมืองมังกรและมีราคาแพงมาก ส่วนค่าเงินของที่เผ่ามังกรใช้ก็คือเหรียญทอง เนื่องจากมังกรเป็นเผ่าพันธุ์ที่ชอบสะสมเหรียญทองเป็นนิสัยเพราะฉะนั้นค่าเงินก็คือเหรียญทอง
อาหารของเผ่ามังกรคือคนละขั่วกับเอลฟ์เลย เพราะมังกรจะกินแต่เนื้อเป็นหลักซึ่งจะมีอาหารเมนูผักน้อยมากหรือแทบจะไม่มีให้เห็นเลยดีกว่า ผิดกับพวกเอลฟ์ที่จะกินแต่ผักส่วนเนื้อแทบจะไม่กินกันเลย
หลังจากที่สั่งอาหารเสร็จแล้ว มาตินอสก็ขอตัวออกมาด้านนอกครู่หนึ่ง
ไลท์และคนอื่นๆก็นั่งพูดคุยกันเกี่ยวกับเมืองมังกรด้วยความสนใจ
หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงพูดคุยดังขึ้นที่หน้าประตูก่อนที่ประตูจะเปิดออกและเป็นมาตินอสพร้อมกับมังกรคนอื่นๆอีกห้าคน ซึ่งเป็นมังกรชายสามคนและมังกรหญิงอีกสองคน
นอกจากนี้ออร่าของพวกที่มาใหม่ก็อยู่ในระดับSSกับระดับS
“ เรียกฉันมาทำไมมาตินอส แกก็น่าจะรู้ว่างานของฉันมันโคตรยุ่งเลย ” น้ำเสียงไม่พอใจดังขึ้นซึ่งมันก็มาจากมังกรหญิงคนหนึ่ง
“ เอาน่าๆที่ฉันรู้ว่างานของเธอมันวุ่นวายแต่ครั้งนี้มันคุ้มค่าที่เธอจะมานะแอสเทียร์ ” มาตินอสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายๆ
“ มันจะคุ้มค่าอยากที่แกว่ามาจริงใช่ไหมมาตินอส ถ้าหากว่ามันไม่คุ้มค่าล่ะก็ฉันจะไล่กระทืบแกแน่ ” มังกรชายคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด แต่ทันใดนั้นเขาก็ต้องเดินชนกับมังกรชายที่อยู่ด้านหน้า
“ แกจะหยุดทำบ้าอะไรวะบาเฮล? ” มังกรชายคนเดิมตะโกนด้วยความไม่พอใจก่อนที่จะชะโงกหัวตัวเองดูว่าด้านหน้ามันเกิดอะไรขึ้น
ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็ต้องหดลงและเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ
“ นั่นใช่ยัยหัวโจกเฮลเฟลชไหม? ” มังกรชายคนเดิมถามด้วยน้ำเสียงสงสัยและไม่มั่นใจ
“ ห๊ะ ไหนๆยัยเฮลเฟลช!! ” แอสเทียร์ที่อยู่ด้านหลังสุดได้ยินเสียงของมังกรชายก็ตกใจและรีบผลักคนอื่นๆออกทันทีก่อนที่เธอจะเห็นเฮลเฟลชกำลังโบกมือมาให้กับเธอ
แอสเทียร์เบิกตาและหัวเราะออกมาก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ ยัยเฮลเฟลชฉันคิดว่าเธอจะตายไปแล้วนะเนี้ย ยังอุส่าห์รอดมาได้อีกนะ ”
“ ก็ฉันมันตายยากเธอก็น่าจะรู้นิยัยแอสเทียร์ ” เฮลเฟลชหัวเราะออกมา ก่อนที่มังกรชายและมังกรหญิงที่เหลือจะเข้ามารุมล้อมเธอ
“ มาตินอสแกรู้อยู่แล้วทำไมถึงไม่บอกพวกเรา ” บาเฮลตะโกนด้วยความไม่พอใจ
พวกเขาเหล่านี้คือเพื่อนของเฮลเฟลชได้แก่ บาเฮล ยอร์คก้า แอสต้า แอสเทียร์ สกอล่า
แอสต้ากับแอสเทียร์เป็นสองพี่น้องมังกรแฝด แอสต้าเป็นมังกรชายและยังเป็นพี่ชายของแอสเทียร์ที่เป็นมังกรหญิง
“ แล้วไอเจ้าไกเซอร์มันรู้ข่าวยัง? ” แอสต้าถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์
อย่างที่ทุกคนรู้กัน ไกเซอร์ชอบเฮลเฟลชมานานแล้วและตอนนี้ก็ยังคงคิดถึงเฮลเฟลชอยู่
“ ฉันไปตามมาแล้วแต่เจ้านั้นดันติดธุระอยู่จึงจะมาช้าหน่อย แต่ฉันได้กำชับไว้แล้วว่าไม่ว่ายังไงก็ต้องมาให้ได้ ” มาตินอสพูดขึ้น
“ งั้นก็นั่งกินอาหารรอมันเถอะ ” ยอร์คก้าพูดขึ้นก่อนที่จะสังเกตเห็นว่ามีมนุษย์หลายคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ
“ เห้ยมาตินอสมนุษย์เหล่านี้คือใคร? ” ยอร์คก้าสงสัยและถามขึ้นด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร ส่วนคนอื่นๆเองก็แสดงสีหน้าไม่พอใจด้วยเหมือนกัน
อย่างที่รู้มังกรคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งที่สุดและจะไม่ลดตัวไปพูดคุยกับเผ่าอื่นๆ เพราะฉะนั้นการที่มีมนุษย์มาอยู่ในห้องอาหารแห่งนี้ก็ทำให้พวกเขาไม่พอใจขึ้นมา
มาตินอสแนะนำพวกไลท์ให้กับพวกเพื่อนๆฟัง
เมื่อทุกคนรู้ว่าพวกไลท์เป็นคนที่ปลดผนึกเฮลเฟลชออกมาก็แสดงสีหน้าที่เป็นมิตรทันทีและพูดขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง
“ ขอบคุณมากพวกนายทุกคน นับจากนี้พวกนายทุกคนจะเป็นเพื่อนของฉันแอสต้า ถ้าหากพวกนายมีปัญหาที่เมืองมังกรสามารถใช้ชื่อของฉันได้เลยไม่ต้องเกรงใจ ” แอสต้าพูดด้วยน้ำเสียงซาบซึ้ง
“ ใช่ๆพวกนายคือเพื่อนของฉันด้วยเช่นกัน ” แอสเทียร์พูดขึ้นพร้อมกับพยักหน้าเห็นด้วย
ส่วนคนอื่นๆเองก็นับว่าพวกไลท์เป็นเพื่อนและไม่มีท่าทีไม่เป็นมิตรเหมือนกับตอนแรกอีกต่อไป
หลังจากนั้นทุกคนก็นั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน โดยที่พวกไลท์ได้เล่าเรื่องราวการผจญภัยให้กับพวกมาตินอสฟัง โดยที่มีเฮลเฟลชคอยเสริม
“ นึกไม่ถึงเลยว่าด้านนอกจะน่าสนใจขนาดนี้ ” สกอล่าพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น สกอล่าเป็นมังกรหญิงอีกหนึ่งคนนอกจากแอสเทียร์
“ มิน่ายัยเฮลเฟลชจึงเที่ยวเล่นจนเพลินกว่าจะกลับมาที่นี้ได้ก็ใช้เวลาหลายเดือนเลย ” แอสเทียร์พูด
“ ฉันเองก็อยากจะลองไปเที่ยวดูบ้างแหะ ” ยอร์คก้าพูดขึ้นพร้อมกับทำสีหน้าจริงจัง
“ เห้ยๆแกจะไปไหนไม่ได้เว้ย แกเป็นถึงหัวหน้าองครักษ์เลยนะ ” บาเฮลพูดพร้อมกับหัวเราะออกมา
ความแข็งแกร่งของเพื่อนๆเฮลเฟลชคือ ยอร์คก้าและแอสต้าคือตัวตนระดับSS ส่วน บาเฮล แอสเทียร์ สกอล่าคือตัวตนระดับS
แม้ว่าเผ่ามังกรจะมีชีวิตที่ยืนยาวหลายพันปีแต่ก็ใช่ว่าเผ่ามังกรทุกตัวจะต้องแข็งแกร่งในระดับSS
มันก็เหมือนกับมนุษย์และเผ่าอื่นๆ ถ้าหากคนๆนั้นไม่มีพรสวรรค์หรือโชคปาฏิหาริย์ก็ยากที่จะกลายเป็นตัวตนระดับSSได้
ไลท์และคนอื่นๆนำของใช้หลายอย่างออกมาให้กับพวกมาตินอสดู
ราวกับเป็นการเปิดโลกใบใหม่ให้กับพวกเขา เนื่องจากเผ่ามังกรไม่สุงสิงกับใครทำให้พวกเขากลายเป็นพวกล้าหลังกว่าเผ่าอื่นๆเล็กน้อย
พวกมาตินอสพากันชื่นชมอุปกรณ์เวทย์ต่างๆที่พวกไลท์นำออกมาให้ดู
ในขณะที่กำลังดูอุปกรณ์เวทย์กันอยู่จู่ๆประตูก็เปิดขึ้นโดยที่มีมังกรชายใบหน้าหล่อเหลา เส้นผมสีแดงเพลิงและสวมชุดคลุมสีแดงก้าวเดินเข้ามาในห้อง
มังกรชายผู้มาใหม่มองดูทุกคนในห้องก่อนที่จะไปหยุดอยู่ที่เฮลเฟลช ทันใดนั้นร่างของเขาก็หยุดชะงักก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“ ไงเจ้าเบ้ของฉัน ” เฮลเฟลชพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
มังกรชายที่อยู่ด้านหน้าของทุกๆคนก็คือมังกรเพลิงไกเซอร์ ผู้ปกครองเมืองมังกรแห่งนี้ หรือก็คือตัวตนระดับSSSเพียงหนึ่งเดียวของมังกรที่อาศัยอยู่ที่เมืองมังกรแห่งนี้
“ เธอกลับมาแล้วงั้นหรอเฮลเฟลช ” ไกเซอร์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“ ถ้าหากฉันไม่กลับมาก็คงมีใครบางคนนั่งมองท้องฟ้าทุกค่ำคืนน่ะสิ ” เฮลเฟลชหัวเราะ หลังจากที่ได้คุยกับพวกมาตินอสแล้วก็ทำให้รู้ว่าไกเซอร์ยังคงเป็นโสดและไม่แต่งงาน แม้ว่าจะถูกบ่นโดยคนอื่นๆเพื่อที่จะให้มีทายาทมาสืบทอดตำแหน่งต่อจากไกเซอร์
แต่ทว่าไกเซอร์ปฏิเสธเรื่องการแต่งงานทั้งหมดเพราะใจของเขามีเพียงแค่เฮลเฟลชเท่านั้น
เฮลเฟลชเองก็รู้ว่าไกเซอร์ชอบเธอมาตั้งแต่เมื่อก่อน แต่เธอก็ไม่คิดว่าเลยไกเซอร์จะยังชอบเธออยู่จนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าเวลาจะผ่านไปกว่าพันปีแล้วก็ตาม
นอกจากนี้สาเหตุที่พวกไกเซอร์ไม่ได้อพยพไปกับมังกรตัวอื่นๆก็เพราะพวกเขารู้ว่าถ้าหากเฮลเฟลชกลับมา เฮลเฟลชก็จะต้องกลับมาที่เมืองมังกรแห่งนี้ เพราะฉะนั้นไกเซอร์และคนอื่นๆจึงตัดสินใจที่จะอยู่ที่เมืองมังกรแห่งนี้
ไกเซอร์นั่งลงที่เก้าอี้ก่อนที่จะมองดูพวกไลท์ด้วยความเย็นชาและไม่เข้าใจว่าทำไมมนุษย์ถึงเข้ามาอยู่ที่นี้ได้ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเฮลเฟลช เขาก็ทำตัวสงบนิ่งเอาไว้ไม่กล้าที่จะวางอำนาจ
แต่หลังจากที่รู้ว่ามนุษย์เหล่านี้เป็นคนที่ช่วยปลดผนึกเฮลเฟลชออกมา สีหน้าของไกเซอร์ก็เปลื่ยนไปอย่างรวดเร็ว ราวกับเป็นคนละคน
“ มนุษย์ ข้ามังกรเพลิงไกเซอร์ ผู้ปกครองเมืองมังกร ขอขอบคุณพวกเจ้ามากที่ช่วยเฮลเฟลชออกมาจากผนึกบ้าๆนั้น ” ไกเซอร์พูดด้วยน้ำเสียงขอบคุณ
“ จริงสิในเมื่อเป็นผู้มีพระคุณของเฮลเฟลชก็เปรียบเสมือนกับผู้มีพระคุณของข้าด้วยเช่นกัน นับจากนี้ไปพวกเจ้าคือแขกพิเศษของเมืองมังกรแห่งนี้ ” เซอร์พูดด้วยรอยยิ้ม
“ ว่าแต่พวกคุณรู้ข่าวเรื่องที่เผ่าเอลฟ์กำลังเปิดศึกกับเผ่าปีศาจไหม? ” ไลท์ถามขึ้น
ไกเซอร์และคนอื่นๆพากันแสดงสีหน้าตกใจออกมา
“ เจ้าบอกว่าเผ่าเอลฟ์กำลังเปิดศึกกับเผ่าปีศาจงั้นหรอ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ” ไกเซอร์ถามด้วยความสงสัย
ไลท์เล่าเรื่องที่องค์หญิงเมลิซ่าถูกเผ่าปีศาจจับตัวไป รวมไปถึงการที่องครักษ์ระดับSSที่ถูกส่งไปช่วยเหลือองค์หญิงถูกฆ่าตายที่ทวีปปีศาจ ทำให้จักรพรรดินีเอลฟ์ประกาศเปิดศึกกับเผ่าปีศาจ
“ เหอะเจ้าพวกปีศาจก็ยังทำตัวสารเลวแบบเดิมไม่มีเปลื่ยน ” ไกเซอร์พูดด้วยความเย็นชา
“ แต่แล้วยังไงในเมื่อไม่ใช่เรื่องของพวกเราเผ่ามังกร พวกเราก็จะไม่ขอยุ่งกับเรื่องพวกนี้ ” ไกเซอร์ส่ายหน้า
ไลท์เองก็เข้าใจดีว่าเผ่ามังกรมักจะไม่ยุ่งกับเผ่าอื่นๆ แต่อย่าให้เผ่าอื่นๆมาหาเรื่องเผ่ามังกรไม่งั้นล่ะก็ต้องตายกันไปข้าง
หลังจากที่กินข้าวเสร็จแล้ว ไกเซอร์ก็พาเฮลเฟลชและพวกไลท์เดินชมเมืองมังกรด้วยตัวเอง
แม้ว่ามังกรคนอื่นๆจะตกใจที่จู่ๆท่านไกเซอร์เดินพามนุษย์เที่ยวชมเมืองมังกร ถึงแม้ว่าจะสงสัยแต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะไปถาม
หลังจากที่เดินเล่นนานกว่าสามชั่วโมง ไกเซอร์ก็พาเฮลเฟลชและพวกไลท์ไปยังที่พักของเขา
ตลอดการเดินเล่น ไกเซอร์มักจะถูกเฮลเฟลชใช้งานตลอดเวลา ทำให้พวกไลท์รู้อนาคตของไกเซอร์เลยว่าจะเป็นยังไง
ที่พักของเขาเป็นคฤหาสน์ขนาดใหญ่และยังมีพื้นที่กว้างขวางอีกด้วย
“ เดี๋ยวฉันจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของเฮลเฟลชอีกครั้งที่นี้ ” ไกเซอร์พูดขึ้น
จากนั้นไกเซอร์ก็พาพวกไลท์ไปเลือกห้องพักของตัวเอง เนื่องจากคฤหาสน์ของไกเซอร์มีขนาดใหญ่และยังมีห้องว่างเหลืออีกหลายห้องทำให้เขาตัดสินใจให้พวกไลท์พวกที่นี้ เพราะถ้าหากพวกไลท์พักที่นี้เฮลเฟลชก็ต้องพักที่ด้วย
ในขณะที่พวกไลท์กำลังเดินเลือกห้องพักอยู่นั้นจู่ๆก็มีทหารมังกรคนหนึ่งวิ่งมาหาไกเซอร์ด้วยความรีบร้อน
“ ท่านไกเซอร์ครับ ท่านแช็คกับท่านโอเชี่ยนมาขอพบครับ ” ทหารมังกรพูดขึ้นด้วยความเคารพ
“ แช็คกับโอเชี่ยนงั้นหรอ เข้าใจแล้วเจ้าไปบอกให้พวกเขาไปรอที่ห้องรับแขกได้เลยเดี๋ยวข้าตามไป ” ไกเซอร์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วครับท่านไกเซอร์ ” ทหารมังกรพูดจบก็วิ่งไปทันที
จากนั้นไกเซอร์ก็พาพวกไลท์เลือกห้องนอนจนเสร็จและให้พวกเขาไปนั่งเล่นที่สวนหลังคฤหาสน์โดยที่มีคนรับใช้สามคนคอยรับใช้ ก่อนที่ตัวเขาจะเดินไปที่ห้องรับแขกเพื่อคุยธุระดับแช็คและโอเชี่ยน
“ นี้ๆพี่เฮลเฟลช นี้คือแฟนของพี่งั้นหรอ ” เดซี่ถามขึ้นหลังจากที่ไกเซอร์เข้าไปในคฤหาสน์แล้ว
เฮลเฟลชหัวเราะและยิ้มขึ้นมาก่อนที่จะพูดว่า “ ฉันกับไกเซอร์ยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะคบกันเลย เพราะฉะนั้นยังเรียกว่าแฟนไม่ได้หรอก ”
เฮลเฟลชเธออยู่กับพวกเดซี่มานานทำให้รู้ว่าคำว่าแฟนหมายถึงอะไร สำหรับเผ่ามังกรก็จะเรียกว่าคู่รักแทน
“ งั้นเหรอๆ ” เดซี่พยักหน้าพึมพำเบาๆ ก่อนที่เธอจะถูกเฮลเฟลชเขกหัว
“ พี่เฮลเฟลชจะมาเขกหัวฉันทำไม? ” เดซี่โวยวาย
“ ก็เธออายุยังน้อยจะมาสนใจเรื่องพวกนี้ทำไม ถ้าหากเธอว่างมากก็ไปฝึกฝนตัวเองซะสิ ” เฮลเฟลชหัวเราะและพูดขึ้น ทำให้คนอื่นๆก็พากันหัวเราะออกมาด้วยเช่นกัน