กบของผมกลัวว่าผมจะตายจึงเดินทางทะลุมิติ

    EP-55 เริ่มวางแผนธุรกิจ

    “นายท่าน...เกมงั้นหรือ”

    หลี่หมิงจุนถูกดึงดูดด้วยหน้าจอเล็กๆ ในมือของเนี่ยฝาน ไม่มีใครไม่ชอบเกมยิ่งเด็กอย่างเขาในยุคโบราณ จะเห็นได้ว่างานราชการน่าเบื่อแค่ไหน สิ่งเหล่านี้ไม่ถือว่าเป็นหน้าที่ของเด็กในวัยเยาว์ แต่เพราะสายเลือดหลี่หมิงจุนจึงไม่มีทางเลือกอื่น

    เนี่ยฝานไม่รังเกียจที่จะสอนเขาเล่นเกม เมื่อได้ลองเล่นฮ่องเต้น้อยถึงกับวางไม่หลง

    เนี่ยฝานคิดใช้เกมครอบงำอีกฝ่าย เขาไม่จำเป็นต้องใช้ไม้แข็งตลอดไป แบบนั้นมีแต่จะสร้างศัตรูรวมถึงความแค้นฝังแน่นในใจ

    การปลูกฝังให้เป็นเด็กติดเกมเพื่อเบี่ยงเบนออกจากเส้นทางการเมืองจึงเป็นทางเลือกที่ฉลาด

    “เป็นยังไง มันสนุกใช่ไหม” เนี่ยฝานถาม

    “มันสนุกมากๆ ดีกว่าดูงิ้วหรือล่าสัตว์ป่าเยอะเลย นี่คือเกมจากสวรรค์ใช่หรือไม่”

    ตัวตนของเนี่ยฝานแปลกมาก รวมถึงสิ่งที่เขานำออกมาทุกๆ อย่างล้วนอยู่เหนือสามัญสำนึก ดังนั้นหลี่มิงจุนจึงมองเขาไม่ต่างจากเทพองค์หนึ่ง

    “นั่นแล้วแต่จะคิด แต่จำไว้ว่ายิ่งนายทำงานได้ดีมากเท่าไหร่ก็จะได้เล่นเกมเยอะขึ้น” เนี่ยฝานเริ่มหว่านเมล็ดพันธุ์ แล้วนำตลับเกมจำนวนมากออกจากกระเป๋าให้ดู “เห็นนี่ไหม นี่คือเกมทั้งหมด”

    หลี่หมิงจุนแทบไม่สามารถหายใจได้ เกมที่กำลังเล่นอยู่ว่าสนุกแล้ว แต่หากเขาได้เล่นเกมทั้งหมดในกระเป๋าใบนั้นเล่า ไม่ใช่ว่ามันจะสนุกมากกว่านี้เหรอ เห็นว่าอีกฝ่ายไม่สามารถละสายตาได้เนี่ยฝานจึงยิ้มเล็กน้อย สาเหตุที่เขาเลือกเกมบอยแทนเทคโนโลยีที่ใหม่กว่านี้คือการค่อยๆ ปลูกฝัง มิฉะนั้นหากให้สิ่งที่ดีที่สุดแล้วมันหมดไป การต้องเล่นเทคโนโลยีที่ด้อยกว่าคงไม่เหมาะสม

    “ทำงานให้ดี พรุ่งนี้เรียกประชุมขุนนางเหล่านั้นแล้วบอกสิ่งที่ต้องทำรวมถึงเงินเดือนที่จะเปลี่ยนไปใช้พริกไทย”

    “เข้าใจแล้ว แต่ยามนี้ข้าขอกลับไปเล่นเกมก่อนนะขอรับ”

    “อืม”

    หลี่หมิงจุนรีบออกจากที่พักของเนี่ยฝานแต่ไม่นานก็ต้องกลับมาด้วยความตื่นตระหนก

    “แย่แล้วขอรับ อยู่ๆ หน้าจอเกมมันก็ดับไป เป็นไปได้หรือไม่ที่มันเสียแล้ว”

    “อ้อ...”

    เนี่ยฝานเดาะลิ้นมุมปาก ดูเหมือนว่าถ่านจะหมดแล้ว หลี่หมิงจุนที่ไม่รู้เรื่องราวจึงร้องไห้เสียใจราวกับคนรักเสียชีวิต

    “ไม่ต้องกังวล แค่เปลี่ยนถ่านก็เล่นใหม่ได้แล้ว เอานี่ไป”

    เนี่ยฝานยื่นถ่านที่ซื้อมาให้ ฮ่องเต้วัยเยาว์เข้ามาดูวิธีการใส่ถ่านใกล้ๆ เมื่อเห็นว่าหน้าจอเกมติดจึงดีใจยกใหญ่ จากนั้นรีบย้ายก้นกลับไปที่ตำหนักเพื่อเล่นเกมต่อ

    .....

    วันรุ่งขึ้นขุนนางจำนวนมากยืนอยู่ในท้องพระโรง พวกเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นอยู่ๆ ฮ่องเต้น้อยก็สั่งให้ทุกคนมาแต่เช้าอีกครั้ง บอกว่ามีเรื่องสำคัญที่จะบอก คนบางกลุ่มโง่เกินกว่าจะเข้าใจ ส่วนบางคนคอยดูกระแสใต้น้ำภายในวัง

    “ฮ่องเต้เสด็จ!”

    ทุกคนพากันคุกเข่าต้อนรับมังกรสวรรค์ หลี่หมิงจุนหาวเล็กน้อย ดูง่วงนอนเป็นอย่างมาก แต่เขาไม่สามารถปล่อยผ่านเรื่องของเนี่ยฝานได้เพราะทำสัญญาไปแล้ว เมื่อนั่งลงบนบัลลังก์มังกรจึงสั่งให้ทุกคนลุกขึ้น

    หลี่หมิงจุนมองพวกเขาที่ค่อยๆ ยืนขึ้น ก่อนจะกล่าวคำสั่งตามที่ได้รับมอบหมายจากเนี่ยฝาน ขุนนางหลายคนพากันรับไม่ได้กับการยกเลิกภาษี แหกปากประท้วงกันยกใหญ่ แต่หนึ่งในนั้นได้กล่าวว่า

    “ข้าคิดว่าสิ่งนี้ดี นอกจากนั้นพระองค์ตรัสไว้ว่าเมล็ดพันธุ์ที่แจกจ่ายออกไปจะถูกนำกลับมาที่วังมิใช่หรือ นอกจากนั้นยังจ่ายเงินส่วนหนึ่งให้กับชาวบ้าน เมื่อพวกเขามีเงินมีรายได้ก็จะมีการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในขณะเดียวกันการงดเว้นภาษีไม่ใช่ว่าทำทุกพื้นที่ ด้วยเวลาสองปีหลายครัวเรือนจะตั้งตัวได้ เท่านี้กลุ่มกบฏน่าจะแตกคอกันเอง”

    “ข้าก็คิดเช่นนั้น แต่ฟังฝ่าบาทตรัสอีกว่าจะทำการค้ากับต่างชาติ รวมถึงนำเข้าพริกไทยเพื่อใช้แทนเงินเดือนชั่วคราว ข้าไม่คิดว่าสิ่งนี้ไม่ดีเพราะพริกไทยในตลาดราคาแพงมาก หาแทบไม่ได้แล้ว มันสามารถนำไปใช้ประกอบอาหารได้หลากหลาย หรือหากผู้ใดไม่ชอบก็แค่ขายส่งให้กับพ่อค้าวานิชในราคาที่สูงขึ้น”

    “ข้าอยากจะรู้นักว่ามีสินค้าใดที่จะนำเข้ามา แต่สิ่งแลกเปลี่ยนคือทองคำ ผ้าไหม เครื่องลายคราม คนต่างแดนไม่ชอบเงินของเราซึ่งถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่นั่นต้องหมายความว่าสินค้าที่นำมาขายต้องมีคุณภาพ”

    หลี่หมิงจุนไม่สนใจความคิดของขุนนาง เมื่อเขาว่าราชการเสร็จก็กลับไปที่ห้องเพื่อเล่นเกม

    .......

    เนี่ยฝานในอีกด้านหนึ่งเริ่มเตรียมเมล็ดพันธุ์และข้าวสารอาหารแห้ง เขาเช่าโกดังในเมืองหยูโจวชั่วคราวแล้วให้วอดก้ากับรัมดำเนินการให้ แม้ว่าทั้งสองคนจะสงสัยว่านายน้อยจะเอาสิ่งเหล่านี้ไปทำอะไรแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถาม เพราะหน้าที่ของคนรับใช้ที่ดีคือห้ามสอดเรื่องเจ้านาย

    “นี่หรือคือโลกของเจ้า มันสวยมากๆ”

    หนี่ฉางที่เดินผ่านประตูออกมาจากโกดังสินค้ามองไปรอบๆ เมืองด้วยนัยน์ตาตื่นเต้น

    สิ่งของทั้งหมดแตกต่างจากโลกยุคโบราณ เดี๋ยวนี้ไม่มีใครใช้เกวียนรถเทียมม้าแล้ว มีแต่รถยนต์ รถไฟ เครื่องบิน ทำเอาเธอไม่อยากกลับไปโลกใบเดิมเลยเชียว แต่เพราะคำพูดในอดีตจึงทำให้เธอไม่กล้าหักล้างคำพูดเหล่านั้น

    เนี่ยฝานพาหนี่ฉางกลับไปที่บ้าน หญิงงามตื่นเต้นเมื่อจะได้พบกับภรรยาจำนวนมาก ในขณะที่นั่งอยู่บนรถเธอลืมสำรวจสิ่งต่างๆ เพราะจิตใจกำลังคิดแต่เรื่องสาวๆ เหล่านั้น

    “นายน้อย...” เหวินจิงออกมาต้อนรับ ตอนนี้ร่างกายของเธอเริ่มเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย หน้าท้องที่แบนราบเหมือนว่าจะขยายขึ้น นอกจากนั้นหน้าอกยังใหญ่กว่าเดิมเพราะผลิตนมทุกวัน

    “เหวินจิง นี่คือหนี่ฉางเธอจะมาอยู่ที่นี่ก่อนชั่วคราวหนึ่งคืน” เนี่ยฝานเริ่มแนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน

    สำหรับเหวินจิงเธอไม่รู้ว่าอีกฝ่ายออกมาจากโลกผ่านบานประตู ดังนั้นจึงไม่ได้คิดอะไรมาก แค่คิดว่าอารมณ์ของหนี่ฉางค่อนข้างเย็นชา และนอกจากนั้นคือความสวยราวกับหญิงจีนในภาพวาด

    “สวัสดีพี่สาว ข้าได้ยินเรื่องราวของพี่สาวเยอะแยะมากเลย วันนี้ได้เจอตัวจริงแล้วต้องขอบคุณพี่สาวมากที่ดูแลเนี่ยฝานมาโดยตลอด”

    “นายน้อย...เอ่อ” เหวินจิงงงงันกับคำพูดของหนี่ฉาง ต้องหันหน้าไปขอความช่วยเหลือจากเนี่ยฝาน

    “ฮี่ฮี่ ไม่มีอะไรหรอกน่า นี่คือเอกลักษณ์ของหนี่ฉาง ยังไงก็สนิทกันเข้าไว้ล่ะ”

    “เข้าใจแล้วค่ะ”

    เหวินจิงพาหนี่ฉางเข้าไปในบ้าน ตอนนี้นอกจากอัลบาที่กำลังเลี้ยงลูกแล้วยังมียูบินและตงเหรินอยู่ด้วย เมื่อพวกเธอเห็นหนี่ฉางเข้ามาพร้อมกับเนี่ยฝานทุกคนจึงเข้าใจสถานะของหญิงสาวคนนี้ไปโดยปริยาย

    เนี่ยฝานปล่อยให้พวกเธอทำความรู้จักก่อนจะเรียกตงเหรินออกมาคุยคนเดียว

    “มีอะไรหรือเปล่าคะสามี” ตงเหรินเปลี่ยนคำเรียกเมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านสกุลเนี่ย ถึงตอนนี้เธอกับเขาจะยังไม่ได้นอนด้วยกันเพราะยุ่งกับงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอยังเป็นคนนอก

    “ตอนนี้ผมกำลังจะทำธุรกิจเครื่องลายคราม ผ้าไหมผ้าแพร รวมถึงของโบราณหลายชนิดจึงอยากให้ตงเหรินเข้ามาจัดการดูแลสักหน่อย”

    นี่เองคงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เนี่ยฝานกล้าจะเปิดการค้า ผ่านการประเมินของตงเหรินที่มองเห็นคุณภาพของวัตถุผ่านสี เขาจะสามารถเริ่มธุรกิจที่ทำกำไรได้สูงโดยไม่ต้องพึ่งเงินที่บ้านเพียงอย่างเดียว

    “เข้าใจแล้วค่ะ เรื่องนี้เดี๋ยวฉันจะจัดการให้เอง ว่าแต่สามีไปได้สินค้าพวกนั้นมาจากไหนคะ แต่หากเป็นสินค้าที่ผิดกฎหมายลักลอบขุดมาจากสุสานต้องห้ามคงจะขายโต้งๆ ไม่ได้ จำเป็นต้องแอบปล่อยในตลาดมืด แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากเราแค่ต้องหาตัวกลางเท่านั้นเอง”

    ตงเหรินอยู่ในธุรกิจค้าของโบราณมานาน แม้ว่าที่ผ่านมาจะไม่ได้เข้าไปยุ่งแต่เพชรยังไงก็คือเพชร

    “ฮี่ฮี่ พี่สาวไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เดี๋ยวผมจะพาไปดูแหล่งที่มา”

    เนี่ยฝานสามารถไว้ใจตงเหรินได้ ดังนั้นเขาจึงคิดที่จะเปิดเผยประตูต่างมิติให้เธอ

    ในนิยายต้นฉบับตงเหรินเป็นคนที่ยึดมั่นในคำสัญญามาก เมื่อตัวร้ายแก่แค้นให้เธอเธอก็ทำทุกอย่างได้เพื่อเขา แม้ว่าสิ่งเหล่านั้นจะผิดก็ตาม

    เมื่อคุยกับตงเหรินเรียบร้อยเนี่ยฝานกำลังจะกลับเข้าไปข้างในบังเอิญโทรศัพท์สั่น หยิบขึ้นมาดูเป็นข้อความจากเย่ถัง

    “นายน้อยเนี่ยขอโทษที่รบกวน เย่ซวนไม่ได้กลับบ้านมาเป็นเดือนแล้ว ไม่ทราบว่านายน้อยรู้ที่อยู่ของเขาไหม ฉันถามซูหยวนแล้วแต่เธอก็ไม่มีข่าวเกี่ยวกับเย่ซวนเหมือนกัน ในฐานะเพื่อนคนสนิทนายน้อยเนี่ยพอจะช่วยฉันได้ไหมคะ แน่นอนว่าฉันไม่ได้ขอให้ทำฟรีๆ นายน้อยเนี่ยสามารถสั่งให้เราสองแม่ลูกทำอะไรก็ได้ตามคำสั่งเหมือนวันนั้น”

    เนี่ยฝานเดาะลิ้นมุมปาก เพราะนานแล้วไม่ได้ไปเรียนเขาจึงไม่เจอหน้าซูหยวนจึงพลอยลืมเรื่องเย่ซวนไปด้วย ไม่คิดเลยว่าวันนี้แม่ของเขาจะเป็นคนที่ติดต่อเข้ามาเอง

    “ไม่รู้ว่าเย่ซวนตายไปหรือยัง แต่ภายใต้รัศมีของตัวเอกเขาอาจจะรอดแล้วกลับมาล้างแค้นพร้อมกับพลังที่เหนือกว่า นอกจากนั้นนี่คือโลกแห่งปาฎิหารย์อะไรก็เกิดขึ้นได้”

    คล้ายกับเรื่องกบของผมกลัวว่าผมจะตายจึงเดินทางทะลุมิติ ที่คุณอ่าน