ตอนที่ 1: รอยร้าวในมงคลแดง
ความเงียบงันคือแขกเพียงคนเดียวที่มาเยือนห้องหอในค่ำคืนนี้
เม่ยเหลียน นั่งนิ่งอยู่บนขอบเตียงกุหลาบที่ปูด้วยผ้าไหมสีแดงสดลวดลายัหงส์อันเป็สัญลักษณ์ของความเป็สิริมงคล ทว่าสำหรับนาง สีแดงเหล่านี้กลับดูเหมือนโลหิตที่หลั่งออกมาจากหัวใจที่ถูกบีบคั้น แสงเทียนมงคลคู่หนึ่งวูบไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านซอกหน้าต่าง กระทบกับเครื่องประดับทองคำบนศีรษะของนางจนเกิดเงาไหวระริกบนผนังห้องที่ว่างเปล่า
ภายใต้ผ้าคลุมหน้าเ้าสาวที่บางเบา กายาของเม่ยเหลียนสั่นสะท้านน้อยๆ ไม่ใช่ด้วยความตื่นเต้นเยี่ยงสตรีที่กำลังจะได้พบหน้าสามีเป็ครั้งแรก แต่เป็เพราะความเหน็บหนาวที่กัดกินเข้าไปถึงทรวงอก นางถูกแต่งเข้าจวนแม่ทัพในฐานะ "ฮูหยินเอก" เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ทางการเมือง ทว่าความจริงที่เ็ปคือสามีของนาง—แม่ทัพเฉินหยาง ไม่ได้้าการสมรสครั้งนี้แม้แต่น้อย
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นที่ระเบียงทางเดินด้านนอก ใจของนางเต้นรัวด้วยจังหวะที่ปั่นป่วน เสียงประตูไม้จันทน์หอมถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น เม่ยเหลียนสะดุ้งตัวโยนขณะที่กลิ่นอายสุราเข้มข้นลอยมาปะทะจมูก พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเ้าชายที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางคุกคาม
เฉินหยางสะบัดมือเปิดผ้าคลุมหน้าของนางออกอย่างรุนแรง แววตาที่เขามองมายังใบหน้าอันงดงามที่ถูกแต่งแต้มอย่างประณีตนั้นไม่มีความเสน่หาแม้เพียงนิด มีเพียงความชิงชังและรังเกียจที่พุ่งตรงมาเยี่ยงคมดาบ
"เ้าคิดว่าการเข้ามาอยู่ในจวนของข้า จะทำให้ข้าลุ่มหลงในมารยาของตระกูลเ้าอย่างนั้นหรือ?" เสียงของเขาแหบพร่าและเ็าจนน่าใจหาย
เม่ยเหลียนพยายามข่มความกลัว "ท่านพี่... คืนนี้คือคืนเข้าหอของเรา ท่านควรจะ..."
"เข้าหอ?" เฉินหยางหัวเราะหยันในลำคอ มือหนาเอื้อมมาเชยคางนางขึ้นแรงจนนางรู้สึกเจ็บ "ร่างกายของเ้าอาจจะอยู่ที่นี่ แต่หัวใจของข้าไม่เคยมีที่ว่างสตรีหน้าไหว้หลังหลอกเช่นเ้า จำใส่หัวไว้... เ้าเป็เพียงหุ่นเชิดที่ข้าต้องรับไว้ตามคำสั่งเบื้องบนเท่านั้น"
เขาผลักร่างบางจนล้มลงบนเตียงกุหลาบ อาภรณ์ไหมสีแดงหลุดลุ่ยเผยให้เห็นหัวไหล่เนียนละเอียดที่ขาวผ่องดุจหิมะ ทว่าแทนที่เฉินหยางจะพึงใจ เขากลับเบือนหน้าหนีอย่างไม่ใยดี
"คืนนี้ข้าจะไปอยู่ที่เรือนของอนุชิง นางมีรสสวาทที่เ้าไม่มีวันเลียนแบบได้ ส่วนเ้านอนรอความอ้างว้างอยู่ในห้องนี้ไปเถิด ฮูหยินเอกเม่ยเหลียน"
เขาสะบัดชายเสื้อคลุมแล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่เหลียวหลังทิ้งให้เม่ยเหลียนนอนนิ่งอยู่บนเตียงกุหลาบที่บัดนี้ดูเหมือนกรงขังเย็นเฉียบ ความเงียบสงัดกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันมาพร้อมกับเสียงสะอื้นที่ถูกกดไว้ในลำคอ
นางมองไปที่กายาของตนเองภายใต้ชุดสีมงคล ความ้าที่ถูกปลุกเร้าด้วยบรรยากาศและสัญชาตญาณกลับถูกเหยียบย่ำจนป่นปี้ ความร้อนรุ่มที่แล่นพล่านอยู่ในกายไม่ใช่ความรัก แต่เป็ความโกรธแค้นที่เริ่มเผาไหม้จิติญญา หากสามีไม่้าร่างกายที่งดงามนี้ ไยต้องเก็บรักษามันไว้ให้เขาเชยชมเพียงผู้เดียว?
เม่ยเหลียนลุกขึ้นยืนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป นางปาดน้ำตาออกแล้วถอดเครื่องประดับศีรษะที่หนักอึ้งทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่ใยดี นางขยับอาภรณ์ให้เข้าที่แล้วตัดสินใจก้าวออกจากห้องหอ มุ่งหน้าไปยังป่าทึบท้ายจวนที่มืดมิดและเงียบสงบ ที่นั่นคือที่ที่นางใช้หลบซ่อนความเ็ปในวัยเยาว์ และในคืนนี้... มันจะเป็จุดเริ่มต้นของรสสวาทที่จะทำลายศีลธรรมทุกอย่างที่นางเคยยึดถือ
ลมราตรีพัดผ่านผิวพรรณที่อ่อนนุ่มจนนางรู้สึกวูบวาบ เม่ยเหลียนเดินลึกเข้าไปในความมืดจนกระทั่งพบกับกระท่อมไม้ไผ่หลังเก่าที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ ที่นั่นมีแสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมันส่องสว่างออกมา และที่หน้ากระท่อมนั้นเอง... นางได้พบกับบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังขัดคมธนูอยู่ใต้แสงจันทร์
เขาคือ อาซาน พรานเงาลึกลับที่มีร่างกายกำยำราวกับสลักจากศิลา กล้ามเนื้อแขนที่ตึงแน่นและแผ่นอกที่กว้างขวางภายใต้เสื้อผ้าเนื้อหยาบสีดำทำให้นางหายใจไม่ทั่วท้อง แววตาของเขาที่มองมายังนางในชุดเ้าสีแดงฉานนั้นดุดันและเต็มไปด้วยความปรารถนาที่เปิดเผย—สิ่งที่สามีของนางไม่มีวันมอบให้
"ฮูหยินเอกมาทำอะไรในป่าลึกยามค่ำคืนวิวาห์เช่นนี้?" เสียงของอาซานทุ้มต่ำและสั่นะเืไปถึงขั้วหัวใจ
เม่ยเหลียนก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆ ความร้อนแรงจากสายตาของพรานหนุ่มเปรียบเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงที่มาชุบชีวิตหัวใจที่เหี่ยวเฉา นางวางมือเล็กลงบนอกแกร่งที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจ "ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็ฮูหยินเอก... ข้ามาที่นี่เพื่อเป็เพียงสตรีคนหนึ่งที่อยากรู้รสชาติของไฟสวาทที่แท้จริง"
และในวินาทีนั้นเอง อ้อมแขนแกร่งก็รวบนางเข้าไปหาตัว ััที่หยาบกร้านแต่เร่าร้อนของเขาเริ่มรุกล้ำอาภรณ์มงคลที่ไร้ความหมาย ค่ำคืนที่ควรจะจืดชืดกลับกลายเป็เพลิงกามที่แผดเผาทุกสิ่ง...