ในเมืองยามค่ำคืนแห่งหนึ่งเต็มไปด้วยหมอกควันจากท่อระบาย ความเงียบกดทับทุกตรอกซอยราวกับโลกหยุดหมุน แต่ในความเงียบนั้น…มีเสียงฝีเท้าที่ไม่มีใครได้ยิน
บนดาดฟ้าของตึกสูงกว่า 40 ชั้น เงาร่างหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์ ร่างสูงผมสีดำยาวเลยไหล่ในชุดสูทดำเรียบเนียนจนไร้รอยยับ หน้ากากสีเงินปกปิดใบหน้า มีเพียงดวงตาคมดุที่เยือกเย็นจนแม้แต่คนมองผ่านกล้องสไนเปอร์ยังต้องกลืนน้ำลาย
ในมือของเขามีเพียงดาบคาตานะเงินคมกริบ อาวุธที่เขาใช้ล้มเป้าหมายมากกว่า 300 ศพ โดยไม่เคยพลาดแม้แต่ครั้งเดียว
ในโลกของนักฆ่า…ไม่มีใครกล้าพูดชื่อของเขาออกเสียงตรง ๆ พวกเขาเรียกกันแค่ว่า "Zero"
คืนนี้…เป้าหมายคือหัวหน้ามาเฟียผู้ตั้งค่าหัวนักฆ่าทุกคนที่กล้าท้าทายอำนาจของตนเอง คนที่เชื่อว่าตนอยู่บนจุดสูงสุดชื่อของเขาคือ "ยามาดะ"
นาฬิกาข้อมือของ Zero แสดงเวลานับถอยหลัง 00:05 เขาก้าวลงจากดาดฟ้าอย่างไร้เสียงและมืออาชีพ
ในวินาทีที่ตัวเลขบนหน้าจอถึง 00:00 เสียงกระจกแตกดัง 'เพ้ง!!!'
Zero ะโกระแทกกระจกเข้าไปในตึก เหล่าลูกสมุนของ ยามาดะ กำลังใที่มีชายะโเข้ามาทางหน้าต่างบนตึกที่สูงถึง40ชั้น ชายคนนึงกล่าว"ทุกคนเตรีย..ม..'' ยังไม่ทันจะพูดจบหัวก็ได้หลุดออกจากบ่าแล้ว คนอื่นที่เห็นอย่างนั้นได้หยิบอาวุธ ดาบ มีด ปืน เข้าโจมตีใส่ Zero
Zero โชว์ถึงความเหนือชั้นฟาดฟันศตรูที่วิ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพลงดาบคาตานะเงิน กระทบแสงจันทร์ อาบด้วยเืสีแดงสดของศตรู
ศตูรที่คิดจะ ยิง Zero ก่อนจะลั่นไกล รู้ตัวอีกทีแขนทั้งสองข้างที่จับปืนก็ขาดออกเสียแล้ว Zero ฟาดฟันศตรูจนไปถึง แกนนำ
''เป็เกียรติมากที่นักฆ่าระดับโลกอย่างท่าน Zero ได้มาหากระผมในวันนี้ผมได้เตรียมเซอร์ไพรส์เล็กๆน้อยไว้ให้คุณด้วยล่ะ''
หลัง ยามาดะ พูดจบ มียากูซ่า มือซ้าย และขวา โผล่เข้ามาโจมตี อาวุธอีกคนคือดาบคาตานะ อีกคนคือ ลูกตุ้มเหล็ก
พร้อมบุกเข้าโจมตีใส่ Zero ไม่ยั้ง แต่ Zero ปัดป้องและหลบอย่างง่ายดาย ไอ้ลูกตุ้มเหล็กะโเหนือหัว Zero และฟาดลูกตุ้มเหล็กลงมา Zeroหลบ และ สวนกลับตัดแขน ของเ้าลูกตุ้มเหล็ก "อ๊ากก!!! " ร้องด้วยเสียงเ็ป "ไอ้ระยำเอ๊ย'' มืออีกข้างกำลังจะคว้าลูกตุ้มแต่กับโดน Zeroตัดข้อมือ "อ๊าก!!!! มือฉัน!!!!" ไอ้หนุ่มคาตานะพุ่งเข้าใส่ Zero จากด้านหลัง Zeroหมุนตัวไปทางขวาเตะไปที่หน้าท้อง และ หมุนตัวไปทางซ้าย ตวัดดาบ ตัดลำตัวไอ้หนุ่มคาตานะขาดสองท่อน
Zero ค่อยๆเดินเข้าไปหา ยามาดะ ดาบเปื้อนเืหยดตามพื้น ''นี่ แกอยากได้อะไร ฉันให้ได้หมดเลยนะ ฉันมีอำนาจมากมาย เงินตราเหลือล้น แกอยากได้อะไรเอาไปเลย!!!!'' ยามาดะพูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว "ฉัน้า....หัวของแก" Zero ตวัดดาบตัดคอปิดชีพ ยามาดะ จบภารกิจ
รุ่งเช้า…ข่าวการตายของหัวหน้ามาเฟียกระจายไปทั่วทั้งโลกมืด แต่ในเวลาเดียวกัน ข่าวลืออีกข่าวหนึ่งก็แพร่สะพัด "Zero" วางมือแล้ว...
ไม่มีใครรู้เหตุผล บ้างว่าถูกจ้างให้หายตัว บ้างว่าถูกขู่จากองค์กรใหญ่ แต่ไม่มีใครกล้ายืนยัน เพราะั้แ่นั้นเป็ต้นมา เขาหายไปจากโลกอย่างไร้ร่องรอย
แต่ความเงียบสงบของเขาไม่ได้คงอยู่ตลอดไป…
เงามืดที่เคยไล่ล่าเขากลับตามรอยมาอีกครั้ง องค์กรและศัตรูเก่าพากันออกล่า "อดีตนักฆ่าอันดับ 1" ด้วยเหตุผลที่ต่างกัน—ล้างแค้น ล่าหัว หรือดึงเขากลับสู่สนามเดิม
[หลายปีต่อมา]
ชายผู้เคยเป็ Zero กลายเป็เพียง "คุณพ่อเงียบขรึม" ในหมู่บ้านเล็ก ๆ เขาเก็บเด็กกำพร้ามาเลี้ยงทั้งหมด 7 คน เป็เด็กผู้ชายทั้งหมด
หวาย – เด็กที่มีความจำแม่นยำและเรียนรู้ไวผิดปกติ
เติ้ล – เด็กเ้าเล่ห์ ชอบคิดแผนซน ๆ
นิว – เด็กไม่ค่อยพูด รักสันโดษ
โฟร์ – เด็กมุทะลุ ดื้อรั้นแต่ซื่อสัตย์
กาย – เด็กอารมณ์ดี ทำให้บรรยากาศในบ้านไม่เครียด
พู่กัน – เด็กความจำดี ปากติดกวนๆ
ฟิวส์ – เด็กที่ห้าวๆ ชอบพูดกวนประสาท
Zero สอนพวกเขาเหมือนลูกชายจริง ๆ ไม่ใช่เพื่อให้เป็นักฆ่า แต่เพื่อให้มีชีวิตรอดในโลกที่โหดร้าย
ยามเช้าในหมู่บ้านเล็ก ๆ บนเชิงเขา เสียงไก่ขันผสมกับกลิ่นข้าวสวยร้อน ๆ ลอยออกมาจากครัวไม้เก่า เด็กทั้งเจ็ดค่อย ๆ ลุกจากเสื่อฟาง บางคนยังหาว บางคนก็วิ่งไปล้างหน้าอย่างรวดเร็ว
เพราะรู้ดีว่า ถ้าสายแม้แต่วินาทีเดียว จะต้องวิ่งรอบลานฝึกเพิ่มเป็สองเท่า
Zero หรือในตอนนี้ พวกเด็ก ๆ เรียกว่า "พ่อ" ยืนรอที่ลานฝึกด้วยเสื้อผ้าธรรมดา แต่สายตาเฉียบคมเหมือนทุกวัน
การฝึกเช้า
วิ่งเท้าเปล่า รอบหมู่บ้าน 5 รอบเพื่อให้ร่างกายฟิต
ฝึกสมดุล เดินบนคานไม้สูง 1 เมตรพร้อมถือถังน้ำเต็มมือทั้งสองข้าง
ฝึกสติรับรู้ พ่อจะโยนก้อนกรวดจากทุกทิศ ให้เด็กๆหลบหรือรับได้ทันที
ต่อสู้ตัวเปล่า ฝึกคู่กัน โดยหมุนเวียนคู่เพื่อให้ได้เจอการเคลื่อนไหวที่ต่างกัน
บุคลิกและการฝึกเฉพาะตัว
หวาย – ฝึกจดจำแผนที่หมู่บ้านและเส้นทางลัด จนสามารถเดินทางได้แม้ปิดตา
เติ้ล – ถูกพ่อมอบหมายให้คิด "แผนการหนี" ในสถานการณ์จำลองเสมอ
นิว – ฝึกการฟังเสียง
โฟร์ – ฝึกแรงกายและความอดทนด้วยการยกหินหนัก
กาย – ฝึกการสื่อสารและจิตวิทยา ใช้รอยยิ้มกลบความตึงเครียด
พู่กัน – ฝึกการการจดจำท่าทางการเดิน การขยับตัวตามคนในหมู่บ้านทุกคน
ฟิวส์ – ฝึกความเร็วและปฏิกิริยา
ยามบ่าย
หลังทานข้าวกลางวัน เด็ก ๆ ได้เวลาทำงานบ้านและช่วยชาวบ้านในหมู่บ้าน บางวันไปช่วยซ่อมหลังคา บางวันไปตัดฟืน ทำให้เด็กๆรู้จักความลำบากของคนธรรมดา และเรียนรู้ที่จะใช้แรงกายอย่างมีจุดหมาย
ยามเย็น
พ่อจะพาเด็กทั้งเจ็ดไปนั่งรอบกองไฟ ฟังเื่ราวในอดีตที่ตัดชื่อและรายละเอียดออก เหลือเพียงบทเรียนเกี่ยวกับการเอาตัวรอด และความหมายของ "การปกป้อง"
เช้าวันถัดมา
ที่หมู่บ้านเล็ก ๆ บนเชิงเขาเงียบกว่าปกติ
สายลมพัดเย็น แต่แทนที่จะรู้สึกสดชื่น กลับมีความหนาวที่ชวนขนลุกปะปนอยู่
ขณะที่เด็ก ๆ กำลังฝึกวิ่งรอบหมู่บ้าน ฟิวส์ เป็คนแรกที่หยุดวิ่งกลางคัน
เขาหันไปมองป่ารกด้านหลังหมู่บ้าน ดวงตาหรี่ลงราวกับจับได้ว่า…มีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่ตรงนั้น
"ฟิวส์ เป็อะไร?"
หวาย ะโถาม แต่เด็กคนนั้นไม่ตอบ เพียงสบตากับพ่อที่ยืนอยู่ริมลานฝึก
Zero ไม่พูดอะไรเช่นกัน
เขาเพียงแค่ยกมือเป็สัญญาณให้เด็กทุกคนหยุดการฝึกทันที
คืนนั้น
เสียงฝนกระทบหลังคาไม้เป็จังหวะสม่ำเสมอ เด็ก ๆ หลับสนิทในห้องใหญ่
แต่ Zero กลับนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง มือกุมถ้วยชาร้อน ดวงตาจับจ้องไปที่ความมืดนอกบ้าน
เขาเห็นเงาหนึ่งเคลื่อนไหวระหว่างต้นไม้ชั่วพริบตา
ไม่ใช่ชาวบ้าน…เพราะก้าวเดินนั้นเบาเกินไป และการหยุดนิ่งนั้นเฉียบขาดเกินกว่าจะเป็คนธรรมดา
Zero ถอนหายใจเบา ๆ
"ในที่สุด…ก็หาเจอสินะ"
วันต่อมา
การฝึกของเด็ก ๆ ถูกปรับเปลี่ยนทันที
ไม่มีคำอธิบายจากพ่อ แต่ทุกคนต้องสลับระหว่างการฝึกปกติ กับการ "หนี" และ "ซ่อนลมหายใจ"
แม้กายจะบ่นว่ามันยาก แต่สีหน้าจริงจังของพ่อทำให้ไม่มีใครกล้าขัด
สามวันผ่านไป…
ฟิวส์สังเกตว่ามีรอยรองเท้าบู๊ตเล็ก ๆ ฝังอยู่ในดินหลังหมู่บ้าน เป็ร่องรอยที่เมื่อคืนไม่มี
เขาเงยหน้าขึ้นมองไปทางป่า และคราวนี้…เขาเห็นชัด มีใครบางคนยืนมองพวกเขาอยู่ไกล ๆ
คืนนี้
ฝนตกหนักจนหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านเหมือนถูกกลืนลงในม่านน้ำ เสียงฟ้าร้องบดบังทุกเสียงเล็กน้อย…ยกเว้นเสียงหนึ่ง เสียงรองเท้าหนักย่ำบนโคลน
ฟิวส์เป็คนแรกที่สะดุ้งตื่น
เขาผลักหวายกับนิวให้ลุกขึ้น ก่อนจะเห็นเงาดำหลายร่างกำลังเคลื่อนผ่านรั้วไม้หลังบ้าน การเคลื่อนไหวของพวกมันเฉียบคมราวนักล่าฝีมือระดับสูง
ประตูบ้านไม้ถูกเตะเปิด ปัง!
น้ำฝนสาดเข้ามาในห้อง และร่างสูงในชุดเกราะดำพร้อมหน้ากากกันแก๊สก้าวเข้ามาอย่างไม่มีลังเล
"เจอแล้ว…Zero" เสียงทุ้มลอดผ่านหน้ากาก กลิ่นอายฆ่าฟันปกคลุมทันที
Zero ลุกจากเก้าอี้อย่างช้า ๆ ไม่มีท่าทางใ
"พวกแก…ใช้เวลานานกว่าที่คิด" เขาพูดเสียงเรียบ ก่อนก้าวออกมาขวางระหว่างศัตรูกับเด็กทั้งเจ็ด
"พ่อ…เกิดอะไรขึ้น?" กายถามด้วยน้ำเสียงสั่น
"ไม่มีเวลาอธิบาย" Zero พูดพร้อมดันพวกเขาไปทางประตูหลังบ้าน
"ไปที่โพรงใต้โขดหินฝั่งตะวันตก แล้วรอจนกว่าพ่อจะไปหา"
ศัตรูกรูเข้ามาอย่างพร้อมเพรียง ปลายปืนและมีดสะท้อนแสงฟ้าแลบ
Zero หมุนตัว ปัดปืนจากมือศัตรูคนแรกด้วยความเร็วที่เด็ก ๆ ไม่เคยเห็นมาก่อน มีดสั้นในมือเขาฟาดฟันอย่างแม่นยำจนโลหิตกระเด็นปะปนกับน้ำฝน
"ไป!!!" เขาะโเสียงดังกว่าฟ้าผ่า ในระหว่างที่ทุกคนกำลังจะหนี
"ฟิวส์ ดาบคาตานะเงินเล่มนั้นพ่อยกให้ ใช้มันปกป้องพวกพี่น้องของแกด้วยนะ!!!''
"ค...ครับ!!!" ฟิวส์พูดทั้งน้ำตาพร้อมกับวิ่งไปหยิบดาบ
เด็กทั้งเจ็ดวิ่งฝ่าฝนออกไป เสียงหัวใจดังตึบ ๆ ในหู ฟิวส์หันกลับไปเพียงเสี้ยววินาที…
ภาพสุดท้ายที่เขาเห็น คือร่างของ Zero ยืนกลางสายฝน ล้อมรอบด้วยศัตรูมือชั้นยอดขององค์กรอย่างน้อย 20คน และไม่มีท่าทีว่าจะถอยแม้แต่ก้าวเดียว
ฝนยังคงกระหน่ำลงมาราวะุ เสียงสายฟ้าผ่าดังสนั่นทุกครั้งที่เด็กวิ่งผ่านทุ่งหญ้าเปียกชุ่ม
หวาย วิ่งนำหน้า ดวงตาไล่มองทุกทิศเพราะกลัวว่าจะพลาดร่องรอยโพรง
นิว คอยฟังเสียงฝีเท้าและหายใจแ่เบาจนน่ากลัว
เด็กทุกคนต่างรู้ดีว่า…ถ้าหยุดเพียงวินาทีเดียว อาจไม่มีโอกาสได้เจอพ่ออีก
ในที่สุด พวกเขาก็เจอโขดหินสูงที่พ่อเคยบอกอยู่ตรงหน้า
ฟิวส์พุ่งเข้าไปสำรวจอย่างรวดเร็ว พบช่องแคบที่ซ่อนอยู่ด้านหลังพุ่มไม้
"ตรงนี้! เข้ามาเร็ว!" เขาะโ
พวกเขาผลัดกันมุดเข้าไปทีละคน ดินชื้นเย็นเฉียบแตะมือและหัวเข่า
โพรงนี้ลึกกว่าที่คิด และแคบจนต้องหมอบคลานไปเรื่อย ๆ
หวายพยายามใช้ความจำบอกว่าอีกไม่กี่เมตรก็จะถึงห้องโถงเล็ก ๆ ที่พ่อเคยซ่อนเสบียงเอาไว้
แต่…ก่อนที่พวกเขาจะถึง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืดด้านใน
"ช้าไป…พวกมันมาถึงก่อนแล้ว"
เด็กทั้งเจ็ดชะงักแทบพร้อมกัน
ในแสงฟ้าแลบที่สาดเข้ามาเพียงเสี้ยววินาที พวกเขามองเห็นเงาของชายสามคนในชุดเกราะดำ กำลังนั่งรออยู่ด้านในโพรง—ราวกับรู้ล่วงหน้าว่าพวกเขาจะมา
"สวัสดีไอ้หนู..." หนึ่งในนั้นพูด เสียงเย็นะเืกว่าฝนที่กำลังตก
ฟิวส์ขยับร่างมาบังพู่กันกับกายไว้ด้านหลัง
หัวใจเขาเต้นแรง แต่ในหัวกลับคิดเพียงอย่างเดียว "ถ้าเข้าไปมากกว่านี้อีก พวกเราได้ตายหมดแน่"
โพรงหินแคบเย็นชื้น…
ด้านหน้า ศัตรูสามคนในชุดเกราะดำยืนขวางทางออก
ด้านหลัง เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว ก่อนร่างสูงใหญ่สองคนจะโผล่มาขวางปากทางเข้า
"หมดทางหนีแล้ว เด็กน้อย" ชายเกราะดำด้านหลังพูด พร้อมยกปืนขึ้นเล็งตรงหัว ฟิวส์
หัวใจทุกคนเต้นระรัว
หวาย กวาดตามองรอบโพรงอย่างร้อนรน มองหาทางรอดแม้เพียงน้อยนิด
เติ้ล กัดฟันแน่น ความคิดวิ่งพล่านหาแผน
นิว เงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าและเสียงฝน ว่าศตรูจะมีมาอีกมั้ย
โฟร์ กำหมัดแน่น เตรียมพุ่งเข้าโจมตีถ้าจำเป็
กาย พยายามพูดถ่วงเวลา "พวกเรายังเด็ก…ไม่จำเป็ต้องฆ่าหรอกนะค้าบลุงสุดเท่ สุดเฟี้ยวววว"
พู่กัน พยายามมองการเคลื่นไหวของศตรู
ฟิวส์ มองหน้า ทุกๆคน
"ตอนนี้!" ฟิวส์ะโ
หวายโยนก้อนหินเล็ก ๆ ไปกระแทกโคมไฟพกของศัตรูด้านหน้า แสงสว่างดับพรึบ ความมืดกลืนทุกอย่าง
เติ้ลใช้จังหวะนั้นพุ่งหมอบลอดหว่างขาศัตรู
โฟร์พุ่งกระแทกใส่คนที่ถือปืน
นิวคว้าข้อมือศัตรูอีกคนบิดสุดแรง
กายดึงพู่กันให้วิ่งตามฟิวส์ออกไป
เสียงะโโหวกเหวกดังลั่นโพรง แต่เด็กทั้งเจ็ดวิ่งฝ่าโคลนออกมาให้เร็วที่สุด
ฝนที่ตกหนักช่วยปกปิดรอยเท้าและเสียงฝีเท้าของพวกเขา
หลายชั่วโมงต่อมา
หลังจากวิ่งหลบซ่อนตามป่า ข้ามลำธาร และคลานลอดใต้สะพานร้าง เด็กทั้งเจ็ดก็เห็นแสงไฟสีส้มและเสียงผู้คน…
นั่นคือ เมืองใหญ่ ที่อยู่ตีนเขา
พวกเขาก้าวเข้าไปในเมืองด้วยสภาพอิดโรย เสื้อผ้าเปียกชุ่มเลอะโคลน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน หายใจหอบเหมือนเพิ่งรอดจากขุมนรก
แต่ในใจของทุกคนรู้ดี นี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุดการหนี…
เพราะศัตรูที่ตามล่า "พ่อ" จะตามหาพวกเขาแน่นอน