The World : ฝ่าวิกฤต พิชิตโลก

    ตอนที่ 69 การต้อนรับที่อบอุ่น (2)

    "หิหิ""ตาย!!"
    ฟ้าววววขณะที่อีกฝ่ายปรากฏตัว คมดาบพลันถูกสะบัดฟาดเข้าใส่ลำคอของเขาทันทีอย่างไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ด้วยระดับความเร็วที่มันแสดงออกมานั้น ทำให้ทั้งผู้รอดชีวิตและเหล่าทหารตำรวจต่างแสดงสีหน้าตื่นตะลึงออกมา เพราะมันน่าเหลือเชื่อที่มนุษย์คนหนึ่งจะเคลื่อนที่ได้รวดเร็วแบบนั้นได้

    "หือ"ทว่าน่าเสียดายที่คนที่มันสะเออะหาญกล้าเข้ามาหาเรื่องนั้นดันเป็นเขาคนนี้เอง!!
    ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะลงมือ ในช่วงเวลาที่มันเคลื่อนไหวมาปรากฏตัวเบื้องหน้าและเตรียมพร้อมที่จะสะบัดดาบฟาดเข้าใส่เขา ขณะนั้นด้วยสัมผัสรับรู้จึงทำให้เขาจับสัมผัสการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วยิ่งกว่าได้จากข้างๆกาย และนั่นคงหนีไม่พ้นหนึ่งในสองคนที่ติดตามเขามาด้วย
    สน!!
    จระเข้ฟาดหาง!!ฟ้าววววผวัะ ตูมมมมการปรากฏตัวพร้อมการออกกระบวนท่าสวนกลับที่รวดเร็วของสนนั้น ส่งผลให้วินาทีต่อมาพลันเกิดเสียงเท้าหวดเข้าใส่ก้านคอของอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง
    โดยที่มันไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยว่าโดนอะไรเข้าไป เพราะวินาทีนั้นความตั้งใจที่แน่วแน่ของมันกลับมอดดับลงพร้อมกับโลกทั้งใบหมุนเคว้งคว้างและทุกๆอย่างพลันมือสนิทแทน

    ร่างกายที่ถูกหวดเข้าใส่ลอยละลิ่วปลิวว่อนย้อนกลับไปทางเก่าอย่างน่าใจหาย สติสตางค์ของมันหมดลงตั้งแต่วินาทีที่ก้านคอของมันสัมผัสเข้ากับเท้าแกร่งของสนเข้าอย่างจัง
    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ผู้คนต่างตกตะลึงกับการสวนกลับที่เฉียบคมและดุดัน โดยเฉพาะร่างเจ้าของท่วงท่าดุดันที่ยังยืนอยู่ในท่าจระเข้ฟาดหาง ยิ่งทำให้ผู้คนต่างเหม่อมองด้วยสายตาเลื่อนลอย
    ฝ่ายนั้นว่าเร็วแล้ว แต่อีกฝ่ายกลับเร็วและเหนือฃั้นยิ่งกว่า!!
    ไม่ว่าจะความเร็วหรือแรงโจมตีที่เกิดขึ้นนั้นล้วนเหนือสามัญสำนึกของพวกเขาไปไกลแล้ว ส่วนร่างของอีกฝ่ายที่ถูกสวนกลับเข้าให้เวลานี้อยู่ในสภาพนอนราบแน่นิ่งกับพื้น โดยที่ดวงตาของมันเหลือกขึ้นอย่างน่าใจหาย ด้วยสภาพที่เห็นเกรงว่ามันคงต้องใช้เวลาในการพักฟื้นไม่น้อยทีเดียว
    "บะ บ้าน่า"
    "กระจอก!!"
    "ไม่ต้องถึงมือหัวหน้าหลอกครับ แค่ผมคนเดียวก็เหลือเฝือแล้ว"สนหันมากล่าวกับเขาด้วยความนอบน้อม ตัวมันนั้นนับถือเขาเป็นอย่างมาก ทั้งบุญคุณที่เขาเคยช่วยเหลือมัน และตลอดเวลาที่ผ่านมาเขายังให้โอกาสมันได้เติบโตจนกระทั่งมีวันนี้ได้ นั่นจึงทำให้สนที่รู้คุณคนเต็มไปด้วยความเคารพนอบน้อมและยกย่องเชิดชูเขาเป็นที่หนึ่งเสมอมา
    ยิ่งมาเห็นอีกฝ่ายกล้าที่จะทำร้ายผู้มีพระคุณของมันด้วยแล้ว สนจึงไม่อาจยอมนิ่งเฉยอยู่ได้ แม้มันจะรู้ดีว่าเขาจะไม่เป็นอะไรก็ตาม แต่ร่างกายของมันกลับตอบสนองไปเองตามสัญชาตญาณแทน
    "อยากจะไฝว้ก็เข้ามา เดี๋ยวพี่จัดให้"สนหันไปมองพวกแม็กที่ต่างยืนตกตะลึงจ้องมองมาทางมัน เสมือนพวกมันแต่ละคนยังไม่ตื่นจากฝันที่เพิ่งเกิดขึ้นไปมาดๆ แม้ว่าแม็กจะมีระดับมากถึง 18 และยังถือว่ามันมีความแข็งแกร่งไม่น้อยในหมู่คนรุ่นเดียวกันที่อยู่ภายในศูนย์บัญชาการแห่งนี้
    กระนั้นตัวมันเองก็ยังไม่อาจมองตามทันการเคลื่อนไหวของสนได้ ยิ่งกระบวนท่าโจมตีที่ดุดันและเฉียบขาดนั้นยังทำให้มันเองอดที่จะหวาดผวาขึ้นมาไม่ได้จริงๆ
    "ใจเย็นๆทั้งสองฝ่าย นี่มันเป็นพื้นที่ดูแลของผม"ไกรเดินเข้ามาไกล่เกลี่ยเมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มเข้าสู่จุดวิกฤต ตัวมันเองล้วนคิดไม่ถึงด้วยซ้ำว่าลูกน้องของเขาจะมีระดับความแข็งแกร่งโดดเด่นถึงเพียงนี้ และถ้าลองคิดกลับกันดูว่าขนาดลูกน้องยังเก่งขนาดนี้แล้วหัวหน้ามันจะโหดสัสขนาดไหนกันแน่
    ไกรที่คิดได้ดังนั้น ร่างกายของมันพลันขนลุกซู่อย่างบอกไม่ถูก ยิ่งขณะที่มันหันมากล่าวกับเขา ยิ่งทำให้มันอดที่จะรู้สึกหวาดเสียวไม่ได้
    "หิ""ถ้าคิดจะสู้ ทางนี้เองก็พร้อมสนองทุกเมื่อ"
    อึกทำไมเขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ โดยเฉพาะไกรที่มันไม่คิดจะเข้ามาห้ามปรามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรกเลยด้วยซ้ำ กลับกันมันทำเพียงตัวมันเองเสมือนเป็นผู้รับชมเท่านั้น ประมาณว่ายืมกำลังคนอื่นทดสอบเขาเพื่อประเมินความสามารถนั่นแหละ
    แต่ก็ยังดีที่สนเป็นคนลงมือเอง หากเป็นเขาเกรงว่าอีกฝ่ายคงจบชีวิตลงไปนานแล้ว
    "ฮาฮา""ต้องขอโทษความเสียมารยาทของลูกน้องผมด้วยจริงๆ"
    "ถ้ายังไง ผมจะพาไปเลี้ยงข้าวเป็นการไถ่โทษแทนนะครับ"
    แม็กพลิกลิ้นเปลี่ยนท่าทีเป็นการขอโทษแทนลูกน้องของมันเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่หมูอย่างที่คิด แสดงให้เห็นว่ามันยอมถอยออกมาดีกว่ายอมแตกหักกับอีกฝ่ายซึ่งดูแล้วไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย
    ที่สำคัญหากไม่อาจผูกมิตรไว้ได้ ก็ไม่ควรเสี่ยงเป็นศัตรูด้วยเป็นอันขาด เพราะเกรงว่าจะได้ไม่คุ้มเสีย
    เขาไม่ได้สนใจท่าทางของแม็ก แต่กลับหันไปมองทางไกรด้วยสายตาเย็นชาแทน ไกรที่ได้ยินคำพูดและสบจ้องกับสายตาของเขา มันพลันรู้สึกเสียวสันหลังวาบทันที
    แม็กที่เห็นว่าเขาทำเมิน แม้ว่ามันจะรู้สึกไม่พอใจ แต่มันก็ยังระงับอามรมณ์ของตัวเองลงได้ในที่สุด และตัดสินใจหันไปมองรอบๆแทน
    "อะ อ้าวน้องเกรทก็อยู่ด้วยหรือครับ"
    ยังไม่ทันให้เขาทำอะไรต่อ กลับได้ยินเสียงแม็กเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง พอหันไปมองพบว่ามันกำลังจ้องมองไปทางเกรท ที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา ด้วยท่าทีตื่นเต้นอย่างมีความสุข
    เพราะเวลานี้ด้วยความบังเอิญทำให้มันมาเจอกับหญิงสาวที่มันหมายปองอยู่ แม้ว่าทางผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงให้ทั้งคู่หมั่นหมายกันแล้วก็ตาม
    แต่ลึกๆมันก็อยากมัดใจหญิงสาวคนนี้ด้วยตัวมันเองเช่นกัน แม้โอกาสเหล่านั้นจะแทบไม่มีเลยก็ตาม ประมาณว่ามันคือ ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายอะไรทำนองนั้น
    ทว่าตลอดมาตัวมันเองก็ยังไม่เคยยอมแพ้แม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งปัญหาเดียวที่มันเผชิญคือโอกาสอันน้อยนิดเท่านั้นที่มันจะได้เจอหญิงสาวในดวงใจคนนี้
    และครั้งนี้ก็ถือเป็นโอกาสนานๆครั้งที่มันจะได้รับมา ทั้งดีใจและเต็มไปด้วยความรู้สึกดีมากมายที่อยากแสดงให้หญิงสาวคนนี้ได้เห็นและยอมรับในตัวมัน
    "พี่ได้ยินว่าน้องพึ่งจะกลับมา ไม่คิดเลยว่าจะบังเอิญมาเจอกันนะครับ"
    แต่สำหรับเกรทแล้วการเจอชายคนนี้มันทำให้เธอนั้นแทบอยากจะหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด อีกฝ่ายไม่รู้หรือไงว่าเธอล้วนรู้ท่าแท้จริงๆของมัน ไม่ว่าจะใช้อำนาจข่มเหงรังแกคนอื่น คอยเอารัดเอาเปรียบ ทั้งเด็ก สตรีหรือคนแก่ ยิ่งไปกว่านั้นมันยังกล้าฉุดคร่าหญิงสาวที่ไร้กำลังไปข่มขืนอย่างไม่สนใจใคร
    เพราะอำนาจของพ่อมันที่ค่อยคุ้มครองยังไงละ จึงทำให้ไม่มีใครกล้าเอาความกับมัน
    ทุกๆสิ่งที่มันกระทำเธอล้วนรังเกียจและรับไม่ได้ทั้งนั้น ยิ่งเห็นหน้ายิ่งรู้สึกสะอิดสะเอียดและอยากไล่มันไปให้พ้นๆ ทว่าเธอที่ไร้กำลังกลับทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากพยายามหลีกเลี่ยงการพบเจอกับมันเท่านั้น
    ขณะที่แม็กพูดกับเกรท ตัวมันเองก็ค่อยยๆเขยิบเดินเข้ามา ซึ่งทางที่มันจะเดินไปยังเกรทได้นั้นย่อมต้องผ่านเขาไปก่อนและด้วยระยะห่างที่ไม่ไกลกันมากนัก เวลานี้แม็กจึงเดินมาถึงเบื้องหน้าของเขาแล้ว
    ซึ่งขณะที่มันกำลังเดินเข้ามา เขาสังเกตเห็นว่าสายตาของมันล้วนจ้องมองมาทางเกรทเพียงคนเดียวเท่านั้น เสมือนมันไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาแบบที่เขาเคยทำกับมันแม้แต่น้อย ถึงแม้เขาจะไม่ได้ใส่ใจแต่มันก็อดที่จะหงุดหงิดใจไม่ได้จริงๆ
    หมับ"โอ้ว คนรู้จักหรือเกรท"เขาพลันคว้าตัวเกรทเข้ามาในอ้อมแขนทันที เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะเดินเลยไป โดยไม่ต้องมีใครบอกสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันนี้ ซึ่งการกระทำของเขานั้นล้วนทำให้แม็กรู้สึกโมโหและหันมาจ้องมองเขาด้วยสายตาอาฆาตและไร้ซึ่งความเป็นมิตรดังเช่นก่อนหน้าลิบลับ
    ส่วนเกรทที่ถูกเขาดึงเข้ามาสู่อ้อมแขนพลันตัวเกร็งและตื่นตะลึง ใบหน้าของเธอปรากฏสีแดงฟาดของเลือดขึ้นมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเธอกำลังเขิลอายอยู่ เพราะท่าทีของเธอนั้นกลับไร้ซึ่งการปฏิเสธสิ่งที่เขากระทำแม้แต่น้อย
    "คะ ค่ะ"เกรทตอบกลับเขาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ไม่มั่นใจตัวเอง นานะที่ยืนข้างๆขมวดคิ้วทันที ที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนสนนั้นไม่ได้ใส่ใจอะไรนอกจากจ้องมองไปทางแม็กและพักพวกที่ยืนอยู่ด้วยสายตาเย็นชาเฉกเช่นหัวหน้าของตนเอง
    "กะ แก""เฮ น้องชายมาทำกับผู้หญิงของฉันแบบนี้คงจะไม่ดีหรอกนะ"แม็กหันมาพูดจากับเขาด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์ กระนั้นมันก็ยังพยายามระงับอารมณ์ของตัวเองลง และไม่ผลีผลามทำสิ่งใด ทว่ายิ่งมันเห็นท่าทีของเกรทที่แสดงว่าเธอกำลังเขิลอายอยู่นั้น ยิ่งทำให้มันรู้สึกโมโหและเดือดดาลมากยิ่งขึ้น
    เพราะมันพบว่าหญิงสาวที่มันหมายปองกลับไม่ปฏิเสธอ้อมแขนของชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของมันแม้แต่น้อย กลับกันดูเหมือนว่าเธอจะมีความสุขที่ถูกกระทำแบบนั้นแทน
    "แม็ก ฉันไม่ได้เป็นผู้หญิงของนาย อย่างเพ้อเจ้อได้มั้ย"
    เกรทปลีกตัวออกมาจากอ้อมแขนของเขา แล้วว่ากล่าวแม็กทันทีที่อีกฝ่ายพูดเสมือนว่าเธอเป็นของของมัน แม้เธอจะปลีกตัวออกมาจากอ้อมแขนของเขาแล้วก็ตาม แต่มือของเธอก็ยังคงกุมแขนของเขาเอาไว้อยู่โดยไม่รู้ตัว
    "หนอยยย ยังไงเราก็เป็นคู่หมั่นกัน เธออย่าอิดออดไปหน่อยเลย"หมับอะ
    ด้วยความโมโหแม็กตะโกนสวนกลับ พร้อมเดินเข้ามาดึงแขนของเธอให้ตามมันออกไปทันที ซึ่งการกระทำนั้นของแม็กกลับทำให้เกรทที่ถูกฉุดกระชากออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัวเผลอร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแทน
    เพราะตอนนี้ด้วยระดับของเธอและแม็กนั้นแตกต่างกันอย่างมาก นั่นจึงทำให้เธอไม่อาจฝืนแรงของแม็กได้แม้แต่น้อย
    หมับ"เฮๆ ทำร้ายผู้หญิงไม่ดีนะ"เขายื่นมืออกไปจับข้อมือของแม็กทันทีที่เห็นท่าทางของเกรทเริ่มเจ็บปวดจากแรงบีบ แม้มืออีกข้างของเกรทจะยังกำแขนของเขาเอาไว้อยู่ก็ตาม
    "อย่ายุ่งเรื่องของกูนะเว้ย"แม็กไร้ท่าทีสุภาพดังคราแรกที่แสดงออกมาให้เขาเห็นอีกแล้ว กลับกันมันแสดงสันดานดิบของมันออกมาแทน ทั้งท่าทางและสายตาที่มองมาทางเขา ล้วนเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
    ไม่คิดเลยแค่ผู้หญิงคนเดียวกลับทำให้มันแสดงสันดานออกมาได้เร็วขนาดนี้
    ก็นะ ถ้าเป็นผู้หญิงคนนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกหลอกจริงมั้ย
    "แล้วถ้ากูจะยุ่งละ มึงจะทำไม"
    End