บทที่ 103
เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างคลี่คลายลงไป รถหุ้มเกราะ และรถเก่าๆของคุณตำรวจก็ได้ทยอยเปิดทางให้กับคุณชายผู้ยิ่งใหญ่ได้เดินทางออกไปอย่างเว่อร์วังอลังการ ระหว่างที่รถสปอร์ตสุดหรูของโอ๊ตเคลื่อนตัวผ่านไป เหล่าข้ารับใช้ของตระกูลก็ทำความเคารพกันอย่างสง่างาม ถ้ามีผู้ใดได้พบเห็นเหตุการณ์นี้ก็คงจะต้องอึ้งกันทั้งนั้น และก็มีอยู่สองคนที่เห็นเหตุการณ์ที่ว่านั้นทั้งหมดตั้งแต่ต้น..“พี่นัท!..เห็น และได้ยินเหมือนกันไหม..” นิชากล่าวอย่างอึ้งๆ และสงสัยในเวลาเดียวกัน ตั้งแต่ฟังบทสนทนาของคนทั้งกลุ่มเธอก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่า ‘คุณชาย’ ที่ว่านั้นเป็นใครอยู่ดี เธอได้แต่กล่าวถามกับพี่นัททีมงานตากล้อง ส่วนทางด้านของนัทเองก็มีอาการไม่ต่างกันเท่าไรนัก“ชัดเจนทุกอย่าง!.. แต่ว่าเขาเป็นคุณชายจากตระกูลไหนกันนะ” นัทกล่าวอย่างสงสัย“นั่นสิคะ แต่ว่านิชาเคยได้ยินจากเพื่อนที่ทำงานในเมืองหลวง.. เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นบ่อยๆกับพวกคุณชายหรือคุณหญิงที่มีอำนาจ.. ครั้งนี้ก็คงจะไม่ต่างกัน ฉันพิมพ์ข้อความสอบถามกับเพื่อนของฉันดีกว่า..” นิชากล่าว และเหมือนกับว่าจะนึกขึ้นมาได้ว่าเพื่อนของเธอเคยเหล่าให้ฟังมาบ้างกับเหตุการณ์อย่างนี้ และเธอน่าจะให้คำตอบได้ดีกับสถานการณ์เช่นนี้ ‘ลักษ์.. เธอว่างหรือเปล่า ฉันมีเรื่องอยากให้เธอช่วยด่วน! แต่ว่าใช้เสียงไม่ได้..’ นิชาพิมพ์ข้อความส่งไปยัง ‘ลักษ์’ เพื่อนผู้ประกาศข่าวที่อยู่เมืองหลวง และมันเป็นเวลาที่เพื่อนเธออ่าน และตอบกลับมามันรวดเร็วทันใจจริงๆ‘ว่ายังไงยัยนิชา มีอะไรให้ฉันช่วยอย่างนั้นเหรอ.. ถ้ามาขอยืมตังค์ล่ะก็ตอนนี้ฉันก็กรอบเหมือนกัน’ ลักษ์พิมพ์ตอบกลับ และนิชาก็ไม่รอช้า เริ่มที่จะพิมพ์สอบถามตามที่เธอยากจะรู้ในทันที‘ฉันกำลังทำข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับคุณชายคุณหญิงเหมือนที่เธอเคยเล่าให้ฟังอยู่น่ะ.. ฉันอยากจะรู้ว่ามีตระกูลไหนบ้างที่มีรถหุ้มเกราะ เฮลิคอปเตอร์ และกองกำลังส่วนตัวตอนที่มีปัญหาได้บ้าง.. ตอนนี้ฉันไม่รู้อะไรเลย เธอพอจะช่วยฉันได้ไหม..’ นิชาพิมพ์ถาม‘โห!! ถ้าขนาดนั้นก็คงมีไม่กี่ตระกูลหรอก.. เอางี้! ถ้าเธอสังเกตดีๆที่รถหุ้มเกราะ หรือฮอของพวกเขาจะมีสัญลักษณ์ตระกูลอยู่ มันมีลักษณะยังไง หรือเธอมีรูปภาพประกอบมาด้วยก็จะดีมาก’ ลักษ์พิมพ์ตอบ‘ได้! รอแป๊บหนึ่ง..’ นิชาตอบกลับ ก่อนจะใช้มือถือของเธอซูมถ่าย ถึงมันจะไม่ค่อยชัดสักเท่าไร แต่มันก็ยังพอเห็นได้อยู่ เธอถ่ายเสร็จ และกดส่งไปให้เพื่อนของเธอทันที‘ฉันส่งรูปให้กับเธอแล้ว.. ขอข้อมูลของตระกูลนี้หน่อย ฉันกำลังทำข่าวเกี่ยวกับพวกเขาอยู่..’ นิชาพิมพ์กล่าวบอกกับเพื่อน และมันก็ขึ้นว่าอ่านแล้ว เธอจึงคิดว่าอีกฝ่ายกำลังหาข้อมูลตามที่เธอขออยู่ แต่มันกลับไม่ใช่เลย เพราะว่าเพื่อนของเธอกำลังพ่นกาแฟที่กำลังดื่มออกมาจนหกเละเทะไปหมด..‘ยัยนิชา.. ยัยบ้า! นั่นมันสัญลักษณ์ตราประจำตระกูล ณ สุวรรณภูมิ ตระกูลหนึ่งในสามระดับประเทศเลยนะ แกกำลังทำข่าวอะไรของพวกเขากันแน่.. แกอย่าให้พวกเขารู้เด็ดขาดเลยว่าแกเป็นคนทำ ทางที่ดี แกถอนตัวจากเรื่องนี้เลยจะดีกว่า..’ ลักษ์พิมพ์ตอบด้วยความร้อนรน มีไม่กี่ตระกูลเท่านั้นที่ไม่สามารถยุ่งเกี่ยวได้ และตระกูล ณ สุวรรณภูมิ ก็เป็นหนึ่งในที่ว่านั้น‘มันขนาดนั้นเลยเหรอ.. พวกเขามีอำนาจมากขนาดนั้นเชียว..’ นิชาพิมพ์ถาม‘ยัยบ้า!.. เธอพูดเหมือนมันเป็นเรื่องเล็กๆ แกรู้ไหม? เพียงแค่พวกเขาดีดนิ้วครั้งเดียว สถานีโทรทัศน์ของเราก็ปลิวแล้ว ยังไงซะ! ถึงแกจะถ่ายอะไรมาได้ แต่ถ้ามันเกี่ยวกับเรื่องดำมืดของพวกเขา ผู้บริหารของเราไม่มีทางอนุมัติให้ถ่ายทอดออกอากาศเป็นแน่.. แกเองก็ควรระวังตัวเอาไว้ให้ดีเถอะ’ลักษ์พิมพ์กล่าวตอบ เธอนั้นรู้ดีว่าเทคโนโลยีภายในประเทศนั้น ไม่มีที่ไหนสู้ของตระกูล ณ สุวรรณภูมิได้ พวกเขาเป็นตัวตนที่ไม่ต่างอะไรกับคำว่า NSA หน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐอเมริกาเลยด้วยซ้ำ ทั้งการแทรกแซงทางไซเบอร์ กองกำลังที่ติดอาวุธสมัยใหม่ทั้งหมด ถ้าเธอเดาไม่ผิดรูปของเฮลิคอปเตอร์ที่มีตราประจำตระกูลติดอยู่นั้น เป็นฮอที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดจากเยอรมัน ทั้งไร้เสียง และทรงประสิทธิภาพ ‘พวกเขายิ่งใหญ่ขนาดนั้นเชียว ไม่น่าล่ะผู้มีอำนาจในเมืองของฉันถึงได้ก้มกราบกันเป็นแถวๆ ที่แท้เป็นคุณชายของตระกูล ณ สุวรรณภูมินี่เอง ขอบคุณมากยัยลักษ์เท่านี้ฉันก็พอจะทำข่าวอะไรได้บ้างแล้ว ถ้าพวกผู้บริหารให้รายงานข่าวเรื่องนี้ ฉันจะลงทุนตัดต่อ และถ่ายทอดเองเลยคอยดู..’ นิชากล่าวพิมพ์บอกกับเพื่อนของเธออย่างมั่นใจ และมันก็ทำให้ลักษ์ถึงกับตกใจอีกครั้ง..‘คุณชายของตระกูล.. เป็นเรื่องใหญ่มากเลยแก เขาเป็นคุณชายหลานของหม่อมหลวงภาคินที่หายตัวไปตั้งแต่เกิด.. แกไปได้ข่าวมาได้ยังไงกันเนี่ย..’ ลักษ์พิมพ์ถามอย่างตื่นเต้น ถ้าเขียนข่าวดีๆมันสามารถหลบคนของตระกูลนั้นได้ แถมมันจะกลายเป็นข่าวที่ผู้คนให้ความสนใจแน่นอน‘เหอะๆ ถ้าฉันบอกว่าสัญชาตญาณนักข่าวล่ะแกจะเชื่อไหม..’ นิชาที่ได้รับคำถามเหมือนกับคำชม เธอก็ยิ่งชอบใจไม่น้อย แน่นอนว่ามันก็ต้องมีขิงใส่เพื่อนกันบ้าง‘ไม่เชื่อหรอกย่ะ.. รีบๆบอกมาได้แล้ว อย่าบอกนะว่าแกกำลังทำข่าวภาคสนาม แอบซุ่มตัวอยู่ตามกิ่งไม้อะไรอย่างนั้นน่ะ..ฮ่าๆ ถ้าเป็นอย่างนั้นทั้งฉันทั้งแกคงได้เดือดร้อนกันแน่ๆ..’ลักษ์พิมพ์ตอบ ก่อนจะเอ่ยแซวๆไป เพราะเธอไม่คิดหรอกว่าจะมีผู้ประกาศข่าวรคนนั้น บ้าบิ่นถึงขั้นกล้าจะทำข่าวของตระกูล ณ สุวรรณภูมิใกล้ๆ ทำไมน่ะเหรอก็เพราะพวกมันมีปฏิบัติทางไซเบอร์ที่ดีที่สุดในประเทศยังไงล่ะ และถ้าอยู่ในรัศมีของเครื่องที่ตรวจจับ สิ่งที่พวกเธอพิมพ์คุยกันนี้จะถูกกรองด้วยทีมที่ว่าทันที‘ฮ่าๆ เกลียดเธอจริงๆเลยยัยลักษ์ รู้ดีไปหมด.. แล้วแกรู้ได้ยังไงว่าฉันกำลังซุ่มทำข่าวนี้อยู่.. แต่ก็ช่างเถอะฉันรับรองว่าพวกเขาไม่มีทางหาตัวฉันเจอแน่นอน..หืมๆ’ นิชาพิมพ์ตอบกลับไปอย่างมั่นใจ และกล่าวถามกับลักษ์เล็กน้อยว่าเธอนั้นรับรู้ได้ยังไง แต่อีกฝ่ายนั้นก็ได้แค่อ่าน แต่ก็ยังไม่ได้กล่าวตอบกลับแต่อย่างใดนิชาจึงส่งสติ๊กเกอร์ย้ำถามกับลักษ์ในทันที ส่วนลักษ์ในตอนนี้หลังจากที่ได้เห็นข้อความที่นิชาส่งมา แขงขาเข่าแขนของเธอก็เริ่มอ่อนแรงลงทันที อาจจะเรียกได้ว่าเธอทรุดลงไปกับพื้นกลางที่ทำงานเลยก็ว่าได้..‘ยัยบ้า!!!!!!! เธอกำลังทำให้ฉันเดือดร้อนนะรู้ตัวไหม.. ไม่นะ! ชีวิตของฉันจบสิ้นแล้ว’ ในเวลาเดียวกันนั้น.. กิตติได้รับแจ้งจากหน่วยไซเบอร์ของตระกูลว่ามีข้อความกล่าวถึงตัวตนของคุณชาย และเป็นการส่งสัญญาณระยะไกลกับจุดเชื่อมต่อใกล้กับบริเวณนี้ ภาพของข้อความที่สองผู้ประกาศข่าวนั้นคุยกันถูกส่งมาให้กิตติได้รับรู้ และเขาก็ต้องโกรธขึ้นมาในทันที..“พวกนักข่าวนั้นเป็นใคร ตามตัวได้ไหม..” กิตติกล่าวอย่างหัวร้อน ทั้งๆที่เขาเพิ่งจะรับปากคุณชายไปแท้ๆว่าอย่าได้เป็นกังวลเกี่ยวกับข่าว ในตอนนี้กำลังมีหนูนักข่าวเข้ามาทำข่าวในพื้นที่จนได้ และนอกจากนี้ยังได้มีการส่งภาพที่เกี่ยวข้องกับตระกูลไปยังเมืองหลวงอีกต่างหาก ตามที่ระบบมันฟ้องตำแหน่งไอพีรับ-ส่ง...“แน่นอนขอรับท่านกิตติ.. ผู้ประกาศข่าวนิชา สังกัด CCPTV ประจำเมืองเชียงใหม่ กับผู้ประกาศข่าวลักษ์รดา สัง CCPTV เช่นกัน แต่อยู่ที่สาขาเมืองหลวงขอรับ..” หน่วยไซเบอร์กล่าวรายงานกับกิตติในทันที“แจ้งตำแหน่งของพวกมันมาเดี๋ยวนี้! ส่งคนของเราส่วนหนึ่งไปล้อมจับพวกมันเอาไว้ ส่วนที่เมืองหลวงก็ใช้กองกำลังหลักไปจัดการผู้ประกาศข่าวคนนั้นซะ!.. อย่าให้มีอะไรผิดพลาด ถ้าไม่อยากรีบตายกันล่ะก็ จงไปลากตัวของพวกมันมาซะ!..” กิตติกล่าว เมื่อสิ้นเสียงของกิตติพ่อบ้านใหญ่ประจำตระกูลสั่งการแล้ว กองกำลังส่วนหนึ่งที่ส่วนใหญ่เป็นบอดี้การ์ดชุดดำก็เริ่มเคลื่อนตัวไปยังตำแหน่งที่หน่วยไซเบอร์ส่งมาทันที เฮลิคอปเตอร์เองก็บินไปยังตำแหน่งนั้นเช่นกัน และด้วยความเสียงของกิตติที่มันค่อนข้างเด่นชัดขนาดนี้ ชุนตงจึงกล่าวถามกับเขาไปอย่างสุภาพ“เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือขอรับท่านกิตติ.. ถ้ามีอะไรให้กับกระผมช่วยเหลือ กรุณาแจ้งได้เลยขอรับ” ชุนตงกล่าวถามตามที่หลายๆคนในที่นี้สงสัย กิตติไม่แม้จะหันหน้ามาทางพวกเขาเลยด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยังตอบกับพวกชุนตงอยู่ดี และมันดูเป็นน้ำเสียงที่ดูไม่สบอารมณ์สุดๆ“มีหนูนักข่าวจากช่อง CCPTV อะไรนั่นหลุดเข้ามาทำข่าวในพื้นที่.. พวกมันช่างกล้าที่มาท้าทายตระกูลเราเช่นนี้.. นอกจากจะลากตัวของผู้ประกาศข่าวสองคนนั้น จับพวกผู้บริหารมันมาด้วยเลย.. ฉันไม่เชื่อว่าถ้าพวกมดตัวเล็กมันไม่ได้รับคำสั่ง มันก็คงไม่ทำหรอก หาตัวคนบงการเรื่องนี้เดี๋ยวนี้!” กิตติกล่าว และมันทำเอาบุคคลที่ยืนหัวโด่อยู่ตรงนั้นถึงกับสยองเป็นแถวๆ ..กลับมาทางด้านของผู้ประกาศสาวผู้ลอบเข้ามาบันทึกภาพเหตุการณ์ทั้งหมด.. ‘ยัยบ้า! แกอยากตายมากนักหรือไง แล้วแกลากฉันไปตายด้วยทำไมกัน..’ ลักษ์พิมพ์ตอบกลับมาเช่นนั้น นิชาที่แม้ตอนแรกไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้เธอเริ่มจะเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะเสียงที่จับได้จากเครื่องเพิ่มเสียงระยะไกลมันดังเด่นชัดว่าพวกเขากำลังออกล่าตัวของพวกเธอ..“เอาไงดีน้องนิชา พี่ว่าเราควรรีบหนีกันดีกว่า..” พี่นัทกล่าวอย่างกังวลใจ เขาเองก็ได้ยินเช่นกันว่าอีกฝ่ายกำลังต้องการล่าตัวพวกเขา และถ้ายังอยู่ที่นี่มีหวังได้ถูกจับได้กันพอดี“ไม่ทันแล้วพี่นัท.. แล้วพวกเราจะหนีไปทางไหนกันล่ะ พวกเขาล้อมเอาไว้หมดแล้ว มีทางเลือกเดียวคือเราต้องนิ่งเอาไว้ รอให้พวกเขาหาเราไป ถ้าไม่เจอพวกเขาก็กลับกันไปเอง..” นิชากล่าวกระซิบกับนัท พร้อมกับรีบก้มตัวหมอบติดกับกิ่งไม้ และเธอเชื่อว่าพุ่มไม้หนาที่ซ้อนตัวอยู่จะช่วยเธอได้..“พี่บอกตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหมว่าเราไม่ควรทำน่ะ.. ทีนี้ทำยังไงดีล่ะ..” นัทกล่าวโวยวายกับนิชาทันที เขาไม่น่าทำตามคำขอของเธอเลย เพราะตอนนี้หายนะกำลังจะมาเยือนตัวของเขาแล้ว“ชู่ววว! เงียบก่อนพี่.. พวกเขากำลังมาตรงนี้”