เมื่อออกจากโรงแรมไป่เหอเจี่ยนหรานมองไปรอบๆ อย่างเพราะกลัวจะถูกจับได้ พอไม่เห็นคนคุ้นเคยจึงถอนหายใจเงียบๆเบาๆ
ทานข้าวด้วยกันกับสามีของตนเองยังต้องกลัวถูกคนอื่นพบเห็นหลังจากนี้ดูท่ายังรู้สึกว่าจะมีเื่สนุกบางอย่างเกิดขึ้นอีก
เจี่ยนหรานเผลอถอนใจอย่างช่วยไม่ได้หากรู้แต่แรกว่าฉินเยว่จะกลายมาเป็ประธานคนใหม่ของบริษัท่ซินเคอจี้งั้นเธอยังจะแต่งงานกับเขาง่ายๆหรือไม่?
ปัญหานี้ตอนนี้ตัวเจี่ยนหรานเองก็ยังให้คำตอบตนเองไม่ได้และก็ไม่ยอมเปลืองสมองไปคิดด้วย
กลับไปถึงออฟฟิศผู้จัดการแผนกมาบอกให้เจี่ยนหรานได้รับประกาศจากผู้จัดการแผนกให้กับเพื่อนร่วมงานอีกหลายคนที่รับผิดชอบโครงการประมูลของบริษัทซิงฮุยเตรียมตัวให้ดีเพราะ่บ่ายต้องไปคุยเื่โครงการนี้กับท่านประธาน
ซิงฮุยเป็บริษัทพัฒนาเกมและก็เป็บริษัทลูกของบริษัทที่มีชื่อเสียงในประเทศภายใต้นามของตระกูลกู้กรุ๊ป
ตระกูลกู้กรุ๊ปเป็บริษัทใหญ่ระดับต้นๆภายในประเทศ ของประเทศ บริษัทที่อยากร่วมมือกับพวกเขาด้วยมีมากมายดังนั้นหากอยากประมูลกับอีกชนะหลายสิบบริษัทให้ชนะก็ย่อมไม่ใช่เื่ง่ายจริงๆ
โครงการประมูลซิงฮุยนี้เป็โปรเจ็คที่สำคัญที่สุดในโปรเจ็คในปีนี้ของ่ซินเคอจี้ฉินเยว่เพิ่งจะเข้ารับตำแหน่งประธานจึงให้ความสำคัญกับความก้าวหน้าในการเตรียมโครงการนี้มากนั่นเื่นี้พออภัยให้ได้ แต่เจี่ยนหรานกลับรู้สึกไม่สบายใจ
ตอนเที่ยงถูกฉินเยว่ก่อกวนจนจิตใจไม่สงบตอนบ่ายยังต้องทำงานกับเขาอีกเธอจึงกังวลว่าการงานของตนเองจะได้รับผลกระทบจากเขาเพราะเขาคนเดียวแท้ๆ
เจี่ยนหรานกับเพื่อนร่วมงานทีมเดียวกันมาถึงห้องประชุมก่อนเวลา เตรียมข้อมูลที่้าพร้อมหมดแล้วแต่ใจยังคงยังอดกังวลอยู่ไม่ได้
“เจี่ยนหราน...” หลินเม่ยเข้ามาใกล้หูของเจี่ยนหรานกระซิบว่า “ความสามารถในการทำงานของเธอทุกคนล้วนเห็นชัดเจนอยู่แล้วอย่ากังวลไปเลย”
เจี่ยนหรานเม้มปากยิ้มไม่ได้พูดอะไร
หลินเม่ยก็เป็หนึ่งในสมาชิกของทีมที่รับผิดชอบโครงการนี้ แต่เธอเป็หญิงสาวที่คนปากหวานไม่ตั้งใจทำงานดังนั้นเื่ส่วนมากล้วนเป็เจี่ยนหรานจึงเป็คนรับผิดชอบส่วนหลินเม่ยคอยเป็ผู้ช่วยช่วยเธอ
หวังเหว่ยิเพื่อนร่วมงานชายอีกคนก็กระแซะเข้ามาพิงตัวเจี่ยนหราน“เจี่ยนหราน มีคุณนำ พวกเราเตรียมตัวทำโครงการนี้ จะต้องไม่มีปัญหาแน่นอน”
เจี่ยนหรานพูดว่า“ไม่ว่าอย่างไรจะยังไงก็ต้องระวังไว้หน่อยก็ดีไว้บ้าง”
เจี่ยนหรานเป็หัวหน้าทีมของโครงการนี้หน้าที่ความรับผิดชอบของเธอมากที่สุด จึงมักจะกังวลมากกว่าคนอื่นอยู่บ้าง
แถมโครงการนี้เป็โครงการแรกที่เจี่ยนหรานรับผิดชอบหลังจากฉินเยว่เข้ารับตำแหน่งนอกจากต้องทำงานให้ดีแล้ว เธอยังคิดจะทิ้งฝากความประทับใจที่ดีให้กับสามีของตนเองด้วยจากนี้ไปจะใช้ชีวิตอยู่กับฉินเยว่จะให้เขาดูถูกเธอไม่ได้เด็ดขาด
“ประธานฉิน...”
ไม่รู้ว่าใครร้องขึ้นสายตาของทุกคนมองไปที่ทางเข้าห้องประชุมทันที
เธอเงยหน้าขึ้นมองเห็นฉินเยว่เดินนำผู้ช่วยสองคนก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม
ตอนทานข้าวกลางวันเมื่อเที่ยงฉินเยว่สวมเสื้อผ้าลำลอง ยามนี้เปลี่ยนมาเป็ชุดสูทสีเงาเงินที่ช่างตัดเย็บด้วยมือด้านในเป็เสื้อเชิ้ตสีขาว สวมเนคไทลายริ้วสีฟ้าขาว บุคลิกทั่วร่างมองดูแล้วยิ่งเ็า
“สวัสดีครับ/ค่ะ ประธานฉิน!”
ทุกคนลุกขึ้นมาทักทายกับฉินเยว่
“ทุกคนเชิญนั่ง” ฉินเยว่พูดเรียบๆ นั่งลงในตำแหน่งประธาน จากนั้นก็ส่งสัญญาณให้หลิวยงเริ่มการประชุม
เมื่อฉินเยว่ไม่ได้มองตนเองมากนักเจี่ยนหรานก็ถอนหายใจ ใจที่กังวลอยู่ก็โล่งอก
ที่จริงั้แ่เห็นการแสดงออกของฉินเยว่เมื่อวานกับตอนเช้าวันนี้ ท่าทางแยกแยะเื่งานกับเื่ส่วนตัวอย่างชัดเจนของเขาทำได้เข้มงวดกว่าเธอเยอะเสียอีก
เจี่ยนหรานเป็หัวหน้าทีมของโครงการนี้ ย่อมต้องให้เธอจึงเป็คนเริ่มพรีเซนต์รายละเอียดของการเตรียมโครงการนี้
เพราะปกติเธอตั้งใจทำงานตระเตรียมรายละเอียดมากมายเธอล้วนทำด้วยตนเองเมื่อต้องวิเคราะห์สถานการณ์ต่อหน้ากลุ่มคนที่ประกอบด้วยท่านประธานและผู้บริหารระดับสูงเจี่ยนหรานจึงไม่ตื่นเต้นแม้แต่น้อย
เธอไม่เพียงไม่ตื่นเต้นแถมยังทำได้ดีมากอีกด้วย
เมื่อจบลงเจี่ยนหรานก็ได้รับเสียงปรบมือชื่นชม
ตอนเธอโค้งตัวขอบคุณรู้สึกได้ถึงสายตาที่มีคำถามตกลงบนตัวของเธอเธอเงยหน้าขึ้นมอง ก็สบประสานเข้ากับสายตาลึกล้ำยากจะอธิบายของฉินเยว่
เห็นเจี่ยนหรานมองมาฉินเยว่เลยยิ้มให้เธอ เป็รอยยิ้มสุภาพมีมารยาทจนหาข้อตำหนิไม่ได้สุภาพอย่างที่สุด ไม่มีความรู้สึกส่วนตัวแม้แต่น้อย
เจี่ยนหรานส่งยิ้มสุภาพมีมารยาทกลับไปให้ฉินเยว่ทันทีถ้าต้องแยกแยะเื่ส่วนรวมกับเื่ส่วนตัวอย่างชัดเจนแล้วเธอก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขา
เพราะมีท่านประธานคนใหม่จับตาดูอยู่และฉินเยว่แสดงท่าทางเ็าอีกดูแล้วเหมือนเทพเซียนที่อยู่บน์ให้ความรู้สึกห่างไกลแก่ผู้คนทั้งหมดจึงรู้สึกตึงเครียดอยู่บ้าง
แต่ว่าโชคดีที่เตรียมตัวมาเต็มที่ฉินเยว่เองก็ออกปากยอมรับการทำงานของทีมพวกเขาการประชุมครั้งนี้จึงถือว่าประสบสำเร็จ
เมื่อเลิกประชุมสมาชิกของในทีมตื่นเต้นมาก ชั่วขณะก็ลืมพวกผู้บริหารระดับสูงไปจากสมองทุกคนเดินไปพลางพูดคุยไปพลาง
หวังเหว่ยิวางงเอามือข้างหนึ่งมาแตะบนไหล่ของเจี่ยนหราน“เจี่ยนหราน ถ้าครั้งนี้พวกเราสามารถคว้าโครงการของซิงฮุยมาได้นั่นจึงต้องเป็เื่ที่มีเกียรติน่าภูมิใจจริงๆมากๆเลยเนอะ”
ในใจของเจี่ยนหรานเองก็ยินดีจึงไม่ได้ใส่ใจถึงกับท่าทางสนิทชิดเชื้อของหวังเหว่ยิที่มีต่อเธอไปชั่วขณะยังคงยิ้มพลางพยักหน้า “ขอเพียงทุกคนพยายามไปด้วยกัน ก็ไม่มีเื่ใดที่ทำไม่ได้”
"เจี่ยนหราน!"
จู่ๆ เสียงเ็าของฉินเยว่ก็ดังมาจากด้านหลังทำให้ร่างของเจี่ยนหรานเกร็งนิดๆเธอหันกลับไปพูดอย่างมีมารยาท“ประธานฉิน เรียกฉันหรือคะ?”
“เจี่ยนหราน ในฐานะที่คุณเป็หัวหน้าทีมของโครงการซิงฮุยประธานฉินยังมีรายละเอียดบางอย่างต้องทำความเข้าใจกับคุณ” คนที่พูดไม่ใช่ฉินเยว่ แต่เป็สวี่ฮุ่ยอี๋ที่ติดตามอยู่ข้างกายของเขา
สวี่ฮุ่ยอี๋ทำงานเป็ลูกน้องฉินเยว่มาหลายปีแน่นอนว่าต้องเข้าใจอย่างชัดเจนว่าตอนนี้ในใจของฉินเยว่กำลังคิดอะไรอยู่
พอท่านประธานเรียกเจี่ยนรานไปทำความเข้าใจสถานการณ์ในการทำงานสมาชิกคนอื่นๆ ในทีมล้วนเป็คนฉลาดรีบหาข้ออ้างชิ่งหนีไปทิ้งให้เจี่ยนหรานอยู่ข้างกายกับฉินเยว่คนเดียว
ฉินเยว่เดินเข้ามาใกล้เจี่ยนหราน“เจี่ยนหราน...”
เจี่ยนหรานถอยหลังไปสองก้าวอย่างไม่รู้ตัวอีกเว้นระยะห่างกับฉินเยว่ “ประธานฉิน ท่านมีอะไรก็บอกมาได้เลยค่ะ”
ฉินเยว่เดินเข้าไปใกล้เธออีกครั้ง“ตอนนี้ผมเป็เพียงฉินเยว่ สามีของคุณ”
เจี่ยนหรานถอยหลังไปอีกครั้งแถมยังมองซ้ายมองขวา “ประธานฉิน นี่เป็เวลาทำงาน”
ได้ยินคำพูดของเจี่ยนหรานหัวคิ้วของฉินเยว่ก็มุ่นขมวดนิดๆน้อยๆ ดวงตาภายใต้แว่นตากรอบทองหรี่ลงนิดๆเห็นได้ชัดว่าโกรธหน่อยๆ
ได้ยินคำพูดของเจี่ยนหรานหัวคิ้วของฉินเยว่ก็มุ่นนิดๆดวงตาภายใต้แว่นตากรอบทองหรี่ลงนิดๆเห็นได้ชัดว่าเริ่มโกรธแล้ว
ผ่านไปครู่หนึ่งเขาถึงได้พูดอย่างจริงจังว่า“เจี่ยนหราน ถึงผมจะรู้ดีว่าคุณกับผู้ชายคนนั้นไม่มีอะไรกันแต่พอเห็นเขาโอบกอดคุณอย่างสนิทสนมในฐานะที่เป็สามีของคุณ ผมจะหึงหวง”
เจี่ยนหรานคิดไม่ถึงว่าฉินเยว่จะพูดเช่นนี้กับเธอชั่วขณะใบหน้าก็ร้อนฉ่าและแดงเถือกสุดท้ายเธอเม้มปากยิ้มเอ่ยว่า“ประธานฉินวางใจได้ ต่อไปจะไม่เกิดเื่แบบนี้ขึ้นอีก”
“ประธานฉิน?” ดวงตาภายใต้แว่นตากรอบทองของฉินเยว่หรี่ลงนิดๆเขาโกรธจริงๆ แล้ว
“ประธานฉินทำงานต่อเถอะค่ะ ฉันขอตัวก่อน” เจี่ยนหรานไม่รู้เลยว่าฉินเยว่โกรธแล้วพอพูดจบก็หันกายจากไป
ฉินเยว่มองส่งเจี่ยนหรานเข้าลิฟท์สายตาที่เดิมทีเ็าอยู่แล้วก็เย็นเยียบลงอีก
“ประธานฉิน ยังมีเอกสารอีกหลายฉบับที่ต้องให้ท่านตรวจดู” สวี่ฮุ่ยอี๋ส่งเสียงเตือนขึ้นอย่างถูกกาลเทศะ
ฉินเยว่ก้าวเดินไปที่ห้องทำงานทิ้งท้ายไว้อีกประโยคหนึ่งอย่างเ็า“ผู้หญิงทุกคนต้องเข้มแข็งขนาดนี้เลยเหรอ?”