เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่6 ตอนที่ 165 : สิ่งที่มีค่าที่สุด

            บนชั้นสองของวิลล่าป้าหวังที่สวมชุดนอนสีขาวเปิดประตูออกมาและชำเลืองมองไปยังหลินรั่วซีที่นั่งร้องไห้อยู่ชั้นล่าง พร้อมถอนหายใจออกมาพลางเดินลงบันไดมาอย่างช้าๆ

            พร้อมตรงเข้าไปกอดหลินรั่วซีที่ร่ำไห้อยู่กับพื้น

            "คุณหนูอย่าร้องไห้เลยนะคะ"

            "ป้าหวัง..." หลินรั่วซีเงยหน้ามองป้าหวังทั้งน้ำตา

            "ป้าหวังหยางเฉินไม่ต้องการฉันแล้ว... เขาออกไปหาผู้หญิงอื่น..."

            ป้าหวังตบหลังหลินรั่วซีเบาๆ อย่างอ่อนโยนพร้อมกล่าวว่า

            "คุณหนูคะ คุณชายกำลังโกรธถ้าหากคุณชายไม่ต้องการคุณหนูจริงๆ เขาคงไม่พูดออกมามากมายขนาดนั้น"

            หลินรั่วซีในตอนนี้คล้ายดั่งเด็กสาวตัวน้อยที่ร้องไห้ปรับทุกข์กับพี่สาวไม่หลงเหลือภาพลักษณ์ของ CEOสาวผู้เต็มไปด้วยความมั่นใจเลยแม้แต่น้อย

            "หนูรู้ว่าหนูไม่ดีพอแต่ทำไมเขาต้องพูดแบบนั้นออกมาด้วย เสียงหัวเราะที่เย็นชาออกเขาทำให้หนูรู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน..."

            "คุณหนูคะป้าได้ยินเรื่องทั้งหมดแล้ว คุณหนูจะต้องไม่ใช้บริษัทมาผูกมัดคุณชายนะคะ"

            ป้าหวังลูบผมที่สวยเงางามของหลินรั่วซีและใช้นิ้วเช็ดน้ำตาของเธอ จากนั้นก็พูดขึ้นเบาๆ ว่า

            "ถึงป้าหวังคนนี้จะไม่ใช่คนที่อ่านหนังสือมามากแต่ป้าก็รู้ว่าช่วงชีวิตของผู้หญิงเรานั้นต้องผ่านอะไรมามาก มีความรัก แต่งงานมีลูก เมื่อผู้หญิงเราผ่านสิ่งเหล่านี้มาได้... แม้จะตายไปแล้วท้ายที่สุดเราก็จะพอใจกับสิ่งเหล่านั้น ไม่ว่าเราจะเป็นหญิงสาวที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน หรือว่าหญิงสาวธรรมดาที่ไม่น่าจดจำก็ตาม..."

            "หนูต้องการมีชีวิตที่ดีแต่เขากลับไม่เคยมีแรงจูงใจใดๆ นั่นจะไม่ให้หนูโกรธเขาได้ยังไง..." เสียงของหลินรั่วซีแผ่วเบาคล้ายกระซิบ

            "คุณหนูคะ สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณหนูยังมีคุณชายอยู่นะคะคุณชายยอมไปฮ่องกงก็เพื่อไม่ให้คุณหนูใกล้ชิดคุณชายเฉิงจนเกินไปนี่แสดงให้เห็นว่าคุณชายยังแคร์คุณหนูอยู่นะคะ" ป้าหวังกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            "ส่วนเรื่องการทำงานเรายังมีวิธีอีกมากที่จะกระตุ้นให้คุณชายจริงจังในการทำงานมากกว่านี้แต่เราต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ไม่งั้นคุณชายเขาอาจจะสงสัยได้นะคะ"

            หลินรั่วซีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าหมอง

            "เขาอาจมีปัญหาเรื่องผู้หญิงก็ได้หนูได้ยินมาว่า เขาควงผู้หญิงในบริษัทถึงสามคน นั่นทำให้หนูไม่เชื่อมั่นในตัวเขาเลย..."

            ป้าหวังได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกล่าวว่า

            "คุณหนูอย่าตำหนิที่ป้าหวังพูดมากไปนะคะ ตอนนี้คุณหนูแต่งงานกับคุณชายแล้ว แต่คุณหนูกับคุณชายไม่เคยใช้เวลาในวันหยุดร่วมกันเลยคุณชายเป็นคนหนุ่ม ในเมื่อแต่งงานกับภรรยาแล้ว แต่กลับไม่สามารถสัมผัสถึงเรื่องเหล่านี้ได้... คล้ายกับมีเสื้อผ้าแสนสวยแต่ไม่สามารถใส่มีรถคันหรู แต่ไม่สามารถขับได้... และกลายเป็นคอลเลคชั่นวัตถุโบราณที่รอเวลาขายออกไป"

            "ป้าหวัง... วัตถุโบราณ..." หลินรั่วซีหน้าแดงขึ้นมา

            ป้าหวังยิ้มมือยื่นออกมาจับใบหน้าที่ละเอียดอ่อนของหลินรั่วซีพร้อมกล่าวว่า

            "คุณหนูก็ลองคิดดูซิคะทั่วทั้งเมืองจงไห่มีเด็กสาวคนใดสามารถเทียบเคียงกับคุณหนูได้บ้างถ้าหากคุณหนูเติมความหวานให้กับคุณชายบ้างแม้เพียงเล็กน้อยล่ะก็ คุณชายจะหนีไปได้ไหนล่ะคะและบางทีคุณหนูอาจไม่ต้องสร้างแรงจูงใจใดๆ คุณชายก็พร้อมพลีกายทำงานเพื่อคุณหนูทุกอย่าง"

            "จริงเหรอคะ?" ในตาของหลินรั่วซีฉายประกายไร้เดียงสาขึ้นมาทันที

            "แน่นอนค่ะ" ป้าหวังถือคติตีเหล็กต้องตีตอนร้อนเธอกล่าวต่อทันทีว่า

            "จากประสบการณ์ที่ป้าได้พบเจอมาความคิดของผู้ชายนั้นเรียบง่ายอย่างมาก พวกเขาต้องการแค่ผู้หญิงที่อ่อนหวาน คอยเอาใจและจะยิ่งภูมิใจอย่างมากหากสามารถทำให้สิ่งที่ผู้หญิงเราไม่สามารถทำได้สิ่งที่คุณหนูต้องทำในตอนนี้คือทำให้คุณชายรู้ว่าคุณหนูก็แคร์คุณชายเหมือนกัน"

            หลินรั่วซีกะพริบอย่างงงงวย "ป้าหวังยังไม่ได้แต่งงานไม่ใช่เหรอคะทำไมป้าถึงรู้เรื่องพวกนี้ได้"

            ป้าหวังหยุดกึกไปชั่วขณะก่อนตอบด้วยใบหน้าขึ้นสีเล็กน้อยว่า "ป้าไม่เคยแต่งงานหรอกค่ะ แต่เมื่อสมัยสาวๆ ป้าเคยมีประสบการณ์ความรักอยู่บ้าง"

            หลินรั่วซีพยักหน้าเธอลังเลเล็กน้อยก่อนเอ่ยถามขึ้นว่า "ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะโกรธจริงๆ และถ้าเขาไม่กลับมาอีกแล้วล่ะคะ..."

            "ฟังป้านะคะคุณหนู" ป้าหวังคว้าหมับที่ศีรษะของหลินรั่วซีด้วยสองมือ

            "คุณหนูต้องเป็นฝ่ายเข้าหาคุณชายบ้างโบราณกล่าวไว้ว่าด้านได้อายอดนะคะ"

            ขอร้องให้เขากลับมางั้นหรือ? หลินรั่วซีอายเกินกว่าจะพูดคำนี้ออกมา

            ป้าหวังกล่าวอย่างจริงจังว่า

            "คุณหนูในโลกนี้ไม่มีคำว่าศักดิ์ศรีระหว่างสามีภรรยาหรอกนะคะแน่นอนว่าพ่อแม่สักวันก็จะต้องจากเราไป ส่วนเพื่อนเรื่องบางเรื่องไม่ใช่แฟนก็ทำแทนกันไม่ได้ มีเพียงสามีภรรยาเท่านั้นที่จะอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่าดังนั้นเราควรรักษาความสัมพันธ์นี้เอาไว้..."

            หลินรั่วซีพยักหน้าฟังป้าหวังอย่างตั้งใจ

            ...

            หลังจากที่หยางเฉินเดินออกมาจากวิลล่า

            เขาก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เขารู้ว่าคำพูดที่พูดกับหลินรั่วซีไปนั้น ทั้งโหดร้าย และไร้น้ำใจอย่างมากตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมาเขาค่อนข้างจะรู้นิสัยของหลินรั่วซีว่าเธอเป็นคนที่ไม่ค่อยเปิดเผยความรู้สึกแต่ถึงอย่างนั้นเขากลับควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ และถึงกับพูดประชดประชันออกไป แน่นอนว่าเขาต้องรักษาฟอร์มเอาไว้ และยังคงไม่กลับไปที่วิลล่าเร็วๆ นี้ดังนั้นเขาจึงขับรถตรงไปยังบาร์โรสแทน

            เวลาทำงานของเฉียงเวยนั้นไม่แน่นอนทันทีที่หยางเฉินเข้าไปในห้องเขาก็เห็นเฉียงเวยนอนดูทีวีอยู่บนเตียงใหญ่นุ่มนิ่มอย่างสบายอารมณ์

            ชุดชีฟองสีดําของเธอเมื่อรวมกับรูปร่างอันยั่วยวนแล้วนั่นทำให้ชายใดที่พบเห็นยากที่จะหักห้ามอารมณ์ไว้ได้

            เมื่อเห็นหยางเฉินเปิดประตูเข้ามาเฉียงเวยก็มีสีหน้าประหลาดใจเธอก็เด้งตัวลุกจากเตียงโผเข้าหาอ้อมกอดของหยางเฉินทันที

            หยางเฉินก็ต้อนรับด้วยการจูบปากอันอวบอิ่มอย่างดูดดื่มพร้อมสูดกลิ่นหอมที่ต้นคออย่างกระหาย

            "ผมทิ้งทุกอย่างและรีบมาหาคุณเชียวนะ"

            "อะไรกันคะคุณไปฮ่องกงตั้งหนึ่งสัปดาห์ แต่กลับไม่โทรหาฉันเลยเนี่ยนะ" เฉียงเวยพูดขึ้นเสียงเบา

            หยางเฉินถึงกับพูดไม่ออก

            ผู้หญิงคนนี้ฉลาดจริงๆ เธอสามารถสวนกลับมาชนะเขาได้เพียงคำพูดประโยคเดียวนั่นทำให้หยางเฉินต้องเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน เขาอุ้มร่างของเฉียงเวย วางลงบนเตียงและเริ่มทำสงครามแนวนอนทันที หลังจากจัดไปร้อยรอบชุดนอนผ้าชีฟองตัวบางของเฉียงเวยก็ไม่รู้ถูกโยนไปที่ใดเสียแล้ว

            เธอนอนอยู่บนร่างของหยางเฉินกอดรัดพัวพันไปมา

            ตลอดช่วงเวลาที่หยางเฉินไปฮ่องกงแน่นอนว่าแม้ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและโม่เชี่ยนนีแม้จะพัฒนาไปถึงขั้นไม่ธรรมดาแต่โม่เชี่ยนนียังคงไม่ทรยศต่อเพื่อนสนิทของเธออย่างหลินรั่วซี

            เฉียงเวยนอนตะแคงอยู่บนเตียงอย่างสบายๆมือข้างหนึ่งลูบผมอย่างเกียจคร้าน แม้เธอจะเหนื่อยอย่างสาหัส แต่เธอก็ยังอยากจะรู้ว่าหยางเฉินมาหาเธอเพราะเหตุใด

            ทางด้านหยางเฉินเองก็ไม่ได้ปิดบังเขาบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่บ้านให้เธอฟัง

            เฉียงเวยหัวเราะคิกคักต้นขาขาวอวบย้ายไปมา ดูเย้ายวนยิ่งนัก

            "ทำไมเธอถึงทำตัวเหมือนเด็กสาวอายุ16 17 อย่างนั้นล่ะคะ?" เฉียงเวยคล้ายดั่งค้นพบโลกใบใหม่

            หยางเฉินกลอกตาไปมาพลางกล่าวว่า

            "ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดเธอเติบโตมาในสภาพแวดล้อม และสังคมที่ต่างจากคุณ คุณเข้าใจโลกแต่หลินรั่วซีต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่กดดัน ทั้งการแข่งขันในเรื่องธุรกิจเรื่องคู่แข่ง คนในครอบครัว สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมเธอให้กลายเป็นคนแบบนั้น"

            "ได้ยินคุณพูดอย่างนี้ฉันชักอยากจะเจอเธอขึ้นมาซะแล้ว..."

            "มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ" หยางเฉินเบ้ปากกล่าว

            "ไม่เห็นเป็นไรเลยฉันไม่ได้ไปแย่งตำแหน่งเธอซะหน่อย ฉันแค่อยากจะเห็นเจ้าหญิงแสนสวนที่ทั้งน่ารักและสง่างามด้วยตาตนเองก็เท่านั้น"

            เฉียงเวยเท้าคางพลางยิ้ม กระดิกขาไปมา นั่นทำให้น้องชายของหยางเฉินเริ่มขึ้นตัวขึ้นมาอีกครั้ง

            เฉียงเวยเห็นท่าไม่ดีเธอจึงรีบกล่าวขึ้นเบี่ยงเบนความสนใจของหยางเฉินว่า

            "ที่รัก ตอนที่คุณไม่อยู่มีคนมาหาคุณด้วยแหละ"

    คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน