ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    เล่มที่ 4 บทที่ 102 วังน้ำวนแห่งสมบัติ (2)

            “แบบนี้ไม่ดีแน่!” หมิงเสินร้อนรนใจขณะกำลังจะขยับเท้าพุ่งไปตัวไปที่ร่างปีศาจสายตาก็เหลือบไปเห็นสวีหยางอี้ที่ยังไม่ถอนตัวไปไหน ในใจนึกโมโหขึ้นถึงขีดสุด!

            นี่แกยังไม่ยอมถอยอีกเหรอ?!

            มันไม่ถอย แล้วทำไมฉันต้องถอย ต้องให้พูดสักกี่รอบว่านี่มันผลึกพลังปีศาจเชียวนะจัดเป็นวัตถุเวทมนตร์ระดับสูงที่โผล่มาในรอบพันปี แล้วจะปล่อยให้อีกฝ่ายได้ไปต่อหน้าต่อตาได้อย่างไร?!

            คนที่ยอมถอดใจถอยหนีจากพายุพลังจิตนี้ไป... เท่ากับว่าผู้นั้นเตรียมรอคำพิพากษาจากศาลผู้ฝึกตนได้เลย!

            “ฉันไม่ยอมหรอก!” หมิงเสินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงพร่าแหบ ตาแดงเรื่อและพยายามยึดเท้าให้อยู่กับที่ 

            นาทีนี้ ทั้งผู้ฝึกตนและมนุษย์ธรรมดาล้วนมองเห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้เกิดน้ำวังน้ำวนขนาดใหญ่คล้ายกรวยขึ้นกลางทะเลสาบปลาน้อยใหญ่จำนวนนับไม่ถ้วนเสมือนถูกเครื่องปั่นดูดเข้าไปตรงใจกลางที่กลายเป็นรูสีดำสนิทน่าหวาดกลัว!

            ใจกลางน้ำวนดำสนิทให้ความรู้สึกเหมือนปากขนาดใหญ่ของอสุรกายชั่วร้ายคลื่นพลังปราณอันน่าหวาดสะพรึงก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แสงศักดิ์สิทธิ์ด้านล่างก็ยิ่งสุกสว่างขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน!

            “ครืดๆๆ...” เสียงสั่นสะเทือนดังอุดอู้มาจากใต้พื้นดิน

            หลังจากนั้นสามวินาทีน้ำพุอณูปราณสีทองก็ปะทุขึ้นมาจากภูเขาไฟเหล่าเฮยซาน!

            พุ่งขึ้นกลางอากาศห้าร้อยเมตร!

            แผ่กระจายเป็นวงกว้างสองร้อยเมตร!

            เหมือนดั่งมังกรดินทะยานขึ้นเหนือน้ำ คล้ายที่แห่งนี้เป็นบ่อน้ำของเทพเซียน!

            มันไม่ใช่น้ำพุอณูปราณสีทองที่พุ่งขึ้นมาเหมือนน้ำพุธรรมดา...แต่กลับมาพร้อมกับอาวุธ ยันต์ และยาวิเศษจำนวนนับไม่ถ้วน!

            อาจจะเป็นร้อย เป็นพัน หรืออาจเป็นหมื่นเลยก็ว่าได้!

            ในบรรดานั้น ยังมีหินวิญญาณทอแสงรุ้งเลื่อมพรายจำนวนมหาศาลติดสอยห้อยตามมาด้วย!

            ท้องฟ้าพลันปราก​ฏรอยแยก ละลองแสงแพรวพราวคล้ายหมู่ดาวถูกพ่นออกมา

            ละอองแสงลอยอยู่บนผืนฟ้าเคล้าเสียงฝนรำไร!

            “ซู่ ซ่า ซู่ ซ่า!”

            บรรยากาศนิ่งสงัด ไม่มีผู้ใดกล้าเอื้อนเอ่ย

            “ตุบ...” นักท่องเที่ยวคนหนึ่งตกตะลึงนั่งทิ้งตัวลงไปบนพื้นหญ้ามือสั่นระริกชี้ไปที่น้ำพุอณูปราณอย่างอึ้งงัน

            “ช่างมหัศจรรย์...” อีกด้านหนึ่ง ผู้เฒ่าคนหนึ่งกลืนน้ำลายอึกไม่ว่าจะเป็นเงาร่างมนุษย์สองคน...​ไม่ว่าจะเป็นร่างปีศาจขนาดใหญ่...ไม่ว่าเป็นเป็นน้ำพุอณูปราณเรืองแสงที่พุ่งออกมา...ล้วนดูเหมือนเป็นภาพความฝันมายาสำหรับเขาทั้งสิ้น!

            มนุษย์ธรรมดาตกตะลึงกับปรากฏการณ์มหัศจรรย์เบื้องหน้าประหนึ่งน้ำพุพุ่งกระจายแตกซ่านขึ้นกลางท้องนภา ภายในแสงจันทร์สาดส่อง สะท้อนแสงรุ้งเหลือบประกายเป็นละอองฝอย

            สมบัติ หินวิญญาณและของวิเศษที่พุ่งขึ้นมาพร้อมกันนั้นสะท้อนแสงระยิบระยับจับตา เคล้าเสียงกระทบดังเสนาะหู!

            “เผล้ง!” ไม่รู้ว่าขวดโอสถวิเศษขวดไหนเกิดแตกขึ้นมา กลิ่นสมุนไพรโชยส่งกลิ่นหอมเย็นสดชื่นขึ้นกลางอากาศในเวลาเดียวกัน เกิดเป็นดอกไม้มายาสีม่วงขึ้นรอบๆ เต็มไปหมด

            “กรุงกริง....” “เคร้งๆๆๆ...” “กรุกกรัก...” เสียงกระทบแตกหักของยาวิเศษยันต์ อาวุธและหินวิญญาณที่ทะลักออกมาดังระงม 

            ตอนนี้ ทั้งสวีหยางอี้และหมิงเสินต่างฝ่ายต่ายไม่ขยับ!

            พวกเขากำลังรอ!

            “ฉึบ!” กระบี่คมเล่มหนึ่งพุ่งเฉี่ยวไหลซ้ายของสวีหยางอี้ ท่ามกลางวังน้ำวนมีทั้งโอสถวิเศษอาวุธและยันต์อาคมทุกรูปแบบ! ซึ่งทั้งหมดน่าจะเป็นคลังสมบัติของปี้ปัวเจินเหรินครั้นตายจาก คลังสมบัติของจินตันก็สูญเสียการควบคุมจากพลังจิต จึงเกิดเป็นปราก​ฏสิ่งที่เห็น!

            ซึ่งทั้งหมดนี้ อาจมีของขวัญแห่งวาสนา และน่าจะมีอาวุธสังหารอยู่ด้วย!

            เลือดสดที่ไหลออกจากบาดแผลตามร่างกายของสวีหยางอี้ค่อยๆ หยดร่วงรินลงไปบนผิวน้ำสวีหยางอี้ได้แต่กัดฟันข่มความเจ็บปวดไว้ แต่หาได้ส่งเสียงอิดโอยไม่

            ตอนนี้ทั้งน่อง ต้นขา แขนทั้งสองข้าง รวมไปถึงไหล่ของเขา...เต็มไปด้วยแผลลึก บาดเจ็บจนมีสภาพไม่เหมือนคน แต่โชคดีที่ยังไม่ถึงชีวิต

            ตอนนี้วังน้ำวนอันรุนแรงยังคงสร้างแรงหมุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนเหนือผิวน้ำขึ้นไปเกิดเป็นพายุหมุนพลังจิตที่ปะปนไปด้วยดาบ กระบี่ และชุดเกราะ!และตัวสวีหยางอี้เองก็อยู่ในรัศมีนี้เช่นกัน

            ความเจ็บปวดอันรุนแรงส่งถึงห้วงสมองและประสาทรับรู้ทั่วร่างกาย ร่างกายของเขาถูกอาวุธแหลมคมพุ่งเข้าเฉียดเป็นสิบๆเล่ม! เลือดสดไหลอาบทั่วตัว แต่เขากลับไม่มีทีท่าท้อถอยแม้แต่นิดเดียว!

            คลังสมบัติของจินตันเจินเหรินอายุฟันปีเอ่อทะลักออกมาราวกับน้ำพุต่อให้อาวุธบางอย่างในนั้นจะสูญเสียพลังชีวิตและพลังจิตควบคุมไปแล้ว แต่ความคมของมันก็ยังสร้างบาดแผลให้ผู้ฝึกตนขั้นเลี่ยนชี่ได้อยู่

            คนที่อยากหนีก็หนีไป คนไม่อยากหนีก็อยู่ต่อ!

            ถ้าไม่กล้าสละชีวิตตัวเอง แล้วจะมีน้ำยามาแย่งชิงผลึกพลังปีศาจได้อย่างไร!

            ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังวังน้ำวนที่อยู่ตรงข้าม และเหลือบเห็นหมิงเสินอยู่ในระยะสายตาอีกฝ่ายก็ไม่ยอมถอยเช่นกัน!

            หุ่นเชิดยี่สิบตัวแตกละเอียดไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วส่วนสัตว์ประหลาดที่อยู่ข้างๆ หมิงเสินก็หัวขาดไปแล้วหนึ่งหัว

            ส่วนตัวหมิงเสินก็มีเลือดสดอาบตัวเช่นกัน หากแต่ร่างกายของเขาไม่แข็งแกร่งเท่าสวีหยางอี้จึงเกิดแผลฉกรรจ์ที่สาหัสกว่าของสวีหยางอี้มาก!

            แต่อีกฝ่าย... ก็ยังยืนหยัดไม่ยอมแพ้!

            “หลีกทางไปซะ...” หมิงเสินตะเบ็งเสียงตะโกนจนเส้นเสียงแทบแตกเขาขบฟันแน่นอย่างเจ็บใจ “ถ้าแกยอมถอย... ฉันหมิงเสิน...ทายาทแห่งตระกูลหมิงคนนี้... จะยอมไว้ชีวิตแกไปตลอดกาล...”

            “สหาย ตระกูลหมิงของพวกเราเป็นหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ที่ฝึกวิชาปีศาจ!แกควรคิดไตร่ตรองให้รอบครอบ... ถ้าแกยอมถอนตัวไปตอนนี้ ฉันจะไว้ชีวิตแกและคิดว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น! แต่ว่า...” เขาเช็ดเลือดที่มุมปากตัวเองอย่างกระหายเลือดขึ้นมาสภาพผมเผ้า ชุด และพัดฉลุดูไม่เหลือทรงของผู้ดีอยู่เหมือนก่อนหน้านี้เลย

            เขากัดฟันกรอด “ถ้าแกยังคิดดันทุรังอยู่ต่อจากนี้ไปแกจะต้องเจอตระกูลหมิงตามจองล้างจองผลาญอย่างไม่มีวันเลิกลา!ตราบจนกระทั่งจะส่งแกไปยมโลกได้!”

            สวีหยางอี้เลียริมฝีปากตัวเอง กลิ่นคาวเลือดคลุ้งเต็มปาก

            เหมือนเมื่อครู่จะถูกกระบี่เล่มหนึ่งแทงทะลุปอด...ทำให้ลมหายใจตอนนี้มีแต่กลิ่นเลือด...

            คิ้วยักขึ้นอย่างเย็นชามีมาด ถ่มน้ำลายไปข้างๆก่อนมองหน้าอีกฝ่ายพลางกวักนิ้ว “งั้นรอให้นายมีชีวิตรอดออกไปค่อยว่ากัน”

            คงไม่ต้องอธิบายถึงจิตสังหารในตอนนี้

            หากผู้ใดได้ผลึกพลังปีศาจไปครองไม่เพียงสามารถฟื้นฟูร่างกายและพลังปราณจากผลึกพลังที่หล่อหลอมมาเป็นพันปีเท่านั้นซ้ำยังมีพลังมากพอทำให้อีกฝ่ายยกธงขาวยอมแพ้ได้เลย!

            ไม่ว่าจะเป็นขั้นเลี่ยนชี่ จู้จี หรือจินตัน...ก็ไม่มีใครกล้าท้าทายพลังของมัน! นี่ยังไม่รวมว่าหากคนที่ได้ไปครองหวังใช้มันสร้างแรงระเบิดด้วยแล้วล่ะก็!

            “ฮ่าๆๆ!” หมิงเสินเงยหน้าหัวเราะดังลั่น แต่ยังไม่จบก็ไอค่อกแค่กขึ้นมาเนื่องจากบาดแผลปริ“ได้... ฉันจะคอยดู!”

            ทั้งสองเงียบลงไม่พูดจา

            พวกเขากำลังรอ...ให้คลังสมบัติขนาดใหญ่ที่เก็บสมบัติมาเป็นพันปีของปี้ปัวเจินเหรินแตกสลายให้แล้วเสร็จ...แต่ว่า...

            ปล่อยให้ผลึกพลังปีศาจสลายไปไม่ได้!

            พวกเขาทั้งสองต่างรับรู้ถึงบางอย่างขนาดเท่ากำปั้นอยู่เบื้องล่างกำลังทะลวงม่านป้องกันออกทีละชั้น และน่าจะผุดขึ้นมาภายในสามวินาที!

            ทันใดนั้น แสงทองเหลือบรุ้งที่ส่องสว่างใต้ผืนน้ำก็ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยแสงสีฟ้าอ่อนเรืองรอง!