ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 34 ท่านน้าให้ปิ่น

            ตู้เจวียนมองดูด้วยสีหน้าสงสัยที่แท้กล่องในมือสาวใช้คนนี้คือกล่องเครื่องประดับนั่นเอง

            “คุณหนูชิวเยี่ยจากเรือนฮูหยินรองให้นำสิ่งนี้มาให้เจ้าค่ะ บอกว่าเป็นเครื่องประดับที่ฮูหยินรองมอบให้คุณหนูให้คุณหนูใส่ไปงานเลี้ยงชมดอกไม้วันพรุ่งนี้เจ้าค่ะ” สี่เชวี่ยสดใสร่าเริงเหมือนชื่อของเจ้าตัว [1] ปากหวานปานน้ำผึ้ง เป็นที่รักของผู้อื่นเมื่อย้ายมาทำหน้าที่ในเรือนของไป๋เซียงจู๋ก็ประพฤติตนดีตามสมควร ไม่มีข้อบกพร่องใดๆ

            ตู้เจวียนได้ยินดังนั้นก็รีบเดินไปรับด้วยความยินดีทันทีฮูหยินรองน่าจะคิดว่าตนเองทำเกินไปจึงอยากส่งของที่สวยกว่ามาให้ใช่หรือไม่

            “มีเครื่องประดับอะไรบ้างน่ะ” ตู้เจวียนรับกล่องไม้ที่สี่เชวี่ยส่งมา พอเปิดออกดูก็พบกับเครื่องประดับเต็มกล่อง

            หลังเปิดกล่องแล้วตู้เจวียนเลือกปิ่นปักผมอันหนึ่งที่สวยที่สุดในกล่องนั้น “คุณหนูดูสิเจ้าคะ ปิ่นอันนี้สวยจริงๆ !”

            ไป๋เซียงจู๋มองปิ่นหยกชั้นดีอันนั้นบนเนื้อหยกยังเลี่ยมทองเป็นลวดลายดอกไม้งามประณีตด้วย แล้วจึงเผยรอยยิ้มออกมา

            ใบหน้าละเหี่ยใจในตอนแรกของตู้เจวียนเปลี่ยนเป็นเบ่งบานทันควันราวกับนางได้ถวายของล้ำค่าเลยทีเดียว “คุณหนู ปิ่นนี้งามยิ่งนักปักอันนี้ดีไหมเจ้าคะ”

            “ได้สิ” ไป๋เซียงจู๋พยักหน้าด้วยยิ้มละไม สายตาคล้ายทอดไปทางเงาสีเขียวไวๆนอกเรือน มุมปากฉีกยิ้มกว้างขึ้นทีละน้อย

            ----------------------------------------

            เรือนตะวันตก

            “นางเด็กนั่นถูกใจปิ่นอันนั้นจริงๆ ใช่ไหม” อวี๋ซื่อจ้องมองชิวเยี่ยสาวใช้ในชุดเขียวที่กำลังคุกเข่าอยู่ ถามย้ำอีกครั้งให้แน่ใจ

            “จริงแท้แน่นอนเจ้าค่ะบ่าวเห็นคุณหนูใหญ่ถือปิ่นอันนั้นไม่วางเลยและยังพูดด้วยว่าจะปักไปร่วมงานชมดอกไม้ในวันพรุ่งนี้เจ้าค่ะ” ชิวเยี่ยพยักหน้าซ้ำๆ และตอบอย่างจริงจัง

            เมื่อฟังจนจบอวี๋ซื่อซ่อนรอยยิ้มชั่วร้ายบนใบหน้าไม่อยู่อีกต่อไป นางหัวเราะเยาะ แววตาเต็มไปด้วยแผนการเจ้าเล่ห์

            “เท่านี้ก็เรียบร้อยขอแค่ไป๋เซียงจู๋ยอมปักปิ่นอันนั้นในวันพรุ่งนี้ เมื่อถึงเวลา พระสนมกุ้ยเฟยจะหนุนหลังพวกเราแน่นอนจากนั้นก็กำจัดนางเสีย!” ไป๋ชิงโหรวที่อยู่ข้างๆ ดูตื่นเต้นชอบใจออกนอกหน้าอารมณ์เจ็บแค้นที่คุกรุ่นอยู่ภายใต้นัยน์ตาวาววับปรากฏออกมานางจะหาทางเหยียบย่ำศีรษะของไป๋เซียงจู๋อีกและนางก็จะได้โดดเด่นในงานเลี้ยงชมดอกไม้ครั้งนี้

            อวี๋ซื่อเห็นท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่องของบุตรสาวแล้วอดขมวดคิ้วไม่ได้ “เจ้าต้องรู้จักเก็บอาการบ้างอย่าปล่อยให้หน้าเจ้ามันฟ้องไปเสียทุกเรื่อง และหัดควบคุมอารมณ์เสียหน่อยอย่าเอะอะมะเทิ่ง”

            “ลูกเอะอะที่ใดกันทุกครั้งท่านแม่เอาแต่ให้ลูกฟังนี่ฟังนั่น ลูกโดนไป๋เซียงจู๋กลั่นแกล้งเสียจนมุมลูกเจ็บใจแทบตายแล้วเจ้าค่ะ” ไป๋ชิงโหรวเบะปากอย่างดื้อรั้นตนเป็นจุดสนใจประจำตระกูลไป๋มาโดยตลอด เป็นบุตรีของสะใภ้เอกผู้ได้รับความรักทั้งหมดแต่บัดนี้กลับพ่ายแพ้ให้นางคนร้ายกาจไป๋เซียงจู๋ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งยังต้องคุกเข่ายกน้ำชาต่อหน้านางมาแล้ว

            เมื่อเห็นใบหน้างามล่มเมืองนั่นนางก็บ้าคลั่งถึงขีดสุดทุกที อยากจะพุ่งเข้าไปฉีกมันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยข่วนจนลายพร้อย ทำให้ไป๋เซียงจู๋กลายเป็นคนอัปลักษณ์ตลอดกาล!

            พออวี๋ซื่อเห็นสีหน้าขบเขี้ยวเคี้ยวฟันของบุตรสาวตนแล้วหว่างคิ้วนางยับย่นยิ่งกว่าเดิม ทว่าสุดท้ายก็ตำหนิไม่ลงเอื้อมไปคว้ามือของไป๋ชิงโหรวและดึงมานั่งข้างตน

            “แม่ก็ทำเพื่อลูกนะงานชมดอกไม้หนนี้เหล่าองค์ชายท่านจะมา ลูกต้องคว้าโอกาสให้มั่นนอกจากองค์ชายสามแล้วคนไหนก็ได้ทั้งนั้น แต่ดีที่สุดย่อมเป็นรัชทายาทองค์ชายต่างสกุลคนนั้น เฟิ่งเจาเกอ!”

            พอไป๋ชิงโหรวนึกถึงใบหน้าอันหล่อเหลาของเหยียนอี้เลี่ยรวมทั้งกลิ่นอายเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านปกคลุมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้านั่นพวงแก้มนวลก็แดงจัดอย่างควบคุมไม่ได้ ถึงกระนั้นนางก็รู้ดีว่าองค์ชายสามไม่เป็นที่โปรดปรานนางจะไม่เสียความสาวของตนและวางเดิมพันให้กับคนคนนี้อย่างแน่นอนทว่าคราก่อนแม้ได้เห็นเพียงแวบเดียว หัวใจของนางก็เต้นตึกตักไม่หยุดเสียแล้วนางโตมาจนขนาดนี้ ยังไม่เคยพบเจอชายรูปงามมีเสน่ห์ปานนั้นมาก่อนเลย

            ส่วนเฟิ่งเจาเกอผู้นั้นตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่นางเคยได้ยินเพียงคำบอกเล่าเกี่ยวกับเขาเท่านั้นไม่เคยได้พบตัวจริง แต่นางไม่คิดว่าบุตรบุญธรรมที่ฮองเฮาทรงอุปการะมาอย่างเขาเป็นองค์รัชทายาทนั้นมีอะไรดีในความคิดของนาง ตำแหน่งรัชทายาทที่เขานั่งอยู่นี้น่าจะไม่มั่นคงนักฮ่องเต้จะทรงส่งต่อบัลลังก์ให้ลูกเลี้ยงสืบทอดแทนโอรสร่วมสายเลือดได้อย่างไร

            “ลูกทราบเจ้าค่ะท่านแม่” ไป๋ชิงโหรวพยักหน้ารับพร้อมยิ้มน้อยๆ ความเขินอายอย่างหญิงสาวปรากฏขึ้นจางๆบนใบหน้าเล็ก

            เทียบกับชายที่หัวใจใฝ่หาแล้วนางต้องการตำแหน่งฮองเฮามากกว่า

            “แม่เฒ่ากุ้ยไปหาหลิวซานที่คอกม้า ให้เขาส่งจดหมายฉบับนี้ไปยังตระกูลอวี๋โดยเร็วที่สุด นำชุดนั่นมา” อวี๋ซื่อตรึกตรองสักพัก ในที่สุดก็พูดออกไปดังนั้นอยู่ดี

            พออวี๋ซื่อสั่งเช่นนี้ไป๋ชิงโหรวดีใจทันทีที่ได้ยิน ท่านแม่พูดถึงอะไรกัน ชุดนั่น...

            “ท่านแม่...” ไป๋ชิงโหรวเรียกมารดาเสียงด้วยเสียงอ่อนหวานอย่างออดอ้อน ทั่วทั้งใบหน้าขึ้นสีเขินอายของสาวน้อย

            อวี๋ซื่อพินิศบุตรสาวของตนแม้ไป๋ชิงโหรวไม่ได้งามจับใจเท่าไป๋เซียงจู๋ แต่อย่างไรเสียก็เป็นลูกสาวของตนเองนางคิดว่าความงามอันน่าหลงใหลที่มากเกินควรคือหายนะ บางคนละเว้นที่จะสู่ขอสตรีอัปมงคลเช่นนั้นด้วยซ้ำ

            เมื่อเห็นรูปโฉมที่ค่อยๆพัฒนาขึ้นทุกวันของบุตรสาว อวี๋ซื่อปลาบปลื้มใจไม่น้อยเหมือนกัน ถึงอย่างไรไป๋ชิงโหรวก็ยังมีความสามารถติดตัวบ้างแม้เทียบเทียมยอดสตรีแห่งเมืองเหลียงผู้เป็นเลิศทุกด้านอย่างมู่จื่อรั่วไม่ได้ทว่าก็ไม่ด้อยไปกว่าใคร อย่างน้อยพอได้ชุดนี้ช่วยส่งเสริมความงามบุตรสาวนางคงดึงดูดสายตาของผู้คนได้มากทีเดียวได้ลงเอยกับชนชั้นสูงสักคนก็ไม่น่าผิดหวังนัก

            ----------------------------------------

            ณ วันงานชมดอกไม้

            รถม้าคันหนึ่งจอดเทียบอยู่หน้าประตูจวนไป๋การตกแต่งของมันหรูหรากว่าปกติมากโข ซึ่งก็เป็นธรรมดาที่ต้องดูดีกว่าเพราะนี่คือการเข้าวังเพื่อร่วมงานชมดอกไม้ที่พระสนมกุ้ยเฟยทรงจัดขึ้นเลยทีเดียวจะเข้าวังหลวงทั้งที ย่อมดูซอมซ่อต่ำต้อยไม่ได้เด็ดขาด

            วันนี้ไป๋เซียงจู๋สวมกระโปรงจีบสีฟ้าใสด้านในคือผ้าฝ้ายโปร่งสีเหลืองอ่อน ด้านนอกทับด้วยเสื้อปักลายห่านป่าล้อหมู่เมฆดูเรียบง่ายสง่างาม ส่วนใบหน้านั้นยิ่งเรียบง่ายกว่า เพียงแต้มชาดแดงบางๆ บนริมฝีปากเท่านั้นถึงแม้จะเติมแต่งน้อยนิดเช่นนี้ ก็ยังมิอาจบดบังความงามเลิศล้ำของนางได้

            ผมของนางในตอนนี้เพียงเกล้าขึ้นเป็นทรงมวยเฉียงเดี่ยวใส่ตุ้มหูระย้าหยกขาวหนึ่งคู่ ศีรษะประดับด้วยปิ่นสวยวิจิตรที่อวี๋ซื่อส่งมาให้

            เมื่อยืนเทียบเคียงกับไป๋ชิงโหรวที่ออกมาช้าการแต่งกายของไป๋เซียงจู๋ถือว่าเรียบง่ายเกินไปสักหน่อย

            เวลานี้ไป๋ชิงโหรวอยู่ในชุดสีแดงเพลิงดุจดอกไห่ถัง [2] ใบหน้าถูกแต่งอย่างพิถีพิถันจนติดจะดูเกินพอดีปักปิ่นตุ้งติ้งทองบนมวยผม ข้อมือคล้องสร้อยชะมดเชียง [3] สวมรองเท้าปักดิ้นทอง และตุ้มหูพู่ก็เป็นทองเช่นเดียวกันทั้งตัวนางจึงเสมือนนกยูงแสนเย่อหยิ่งที่เปล่งประกายมลังเมลือง

            อวี๋ซื่อพยักหน้าน้อยๆด้วยความพึงพอใจเมื่อเห็นบุตรสาวตนเจิดจรัสขนาดนี้ จากนั้นจึงมองไปยังไป๋เซียงจู๋แววตาแสดงความเกลียดชังออกมาทันที ทว่าหลังเห็นปิ่นนั่นประดับอยู่ที่มวยผมดำขลับของนางความตื่นเต้นและรอยยิ้มเยาะเย้ยก็ปรากฏขึ้นมาแทน

            “เตรียมตัวพร้อมแล้วก็ขึ้นรถเถอะ” อวี๋ซื่อแต่งองค์ทรงเครื่องครบครันนางไปร่วมงานเลี้ยงชมดอกไม้ในฐานะตัวแทนของจวนไป๋ต้องแต่งกายงดงามเหมาะสมเหมือนกันเป็นธรรมดา

            สำหรับฮูหยินเฒ่าไป๋กับไป๋ซื่อคนหนึ่งอายุมากแล้ว ไม่อยากเทียวไปเทียวมาให้ทรมานตัวเองอีกคนหนึ่งเก็บตัวจนเคยชินแล้ว กอปรกับกิตติศัพท์ที่ไม่น่าพิสมัยย่อมไม่ยินดีที่จะไปร่วมงานเลี้ยงเอิกเกริกประเภทนี้

            ไป๋เซียงจู๋พยักหน้ารับกำลังจะขึ้นรถโดยไม่พูดอะไรทั้งสิ้น

            “ท่านพี่ท่านพี่นั่งคันหลังนั่นดีกว่าเจ้าค่ะ คันนี้แน่นเกินไปแล้ว” ไป๋ชิงโหรวกลับเพิ่งมาออกปากเอาตอนนี้ด้วยท่าทีเสียดสีซึ่งหน้า

            “หากน้องไม่ชอบเบียดรถม้าด้านหลังยกให้เจ้านั่งคนเดียวได้นะ” ไป๋เซียงจู๋เสแสร้งไม่เข้าใจและส่งยิ้มอ่อนโยนให้

            ดวงหน้าที่แต่งแต้มเครื่องประทินโฉมบางเบานัยน์ตาสีดำสุกสกาว ริมฝีปากแดงยกขึ้นเล็กน้อย แม้เป็นเพียงรอยยิ้มละมุนละไมจางๆ ทว่าก็งามล้ำจนทำให้จิตใจหวั่นไหวไม่อยู่กับร่องกับรอยได้อยู่ดี

     

    เชิงอรรถ

    [1]คำว่า สี่ในชื่อของสี่เชวี่ยมาจากคำว่า สี่ชิ่ง (喜庆) ปกติมีความหมายว่า ยินดีปรีดาและใช้เป็นคำบรรยายลักษณะคนที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกเบิกบานใจน่ารักน่าเอ็นดูได้อีกด้วย

    [2]สีแดงเพลิงดุจดอกไห่ถัง คือสีแดงสดอมส้มหรือชมพู สว่างไม่ติดก่ำ

    [3]麝香串 สร้อยข้อมือลูกปัดชะมดเชียงคือ สร้อยข้อมือซึ่งร้อยมาจากลูกปัดที่มีส่วนประกอบของชะมดเชียง ซึ่งคือเครื่องหอมชนิดหนึ่งได้จากต่อมใกล้อวัยวะเพศของกวางชะมดตัวผู้ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Musk ในสมัยโบราณเครื่องประดับชนิดนี้จะสวมใส่ติดข้อมือหรือห้อยติดเสื้อผ้าก็ได้เนื่องจากได้ทั้งความสวยงามและกลิ่นหอม

             

     

    คล้ายกับเรื่องความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730