เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 130

    ..อีกด้านหนึ่ง ฝั่งสาวๆ..“เท่านี้ก็น่าจะครบแล้วนะ..” ครีมกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม เธอได้ช้อปปิ้งอย่างสนุกสนาน แต่ไม่เสียเงินเลยสักกะบาทเดียว คนอื่นๆเองก็สุขใจที่ได้ใช้จ่ายเช่นกัน แม้พนักงานจะเกาหัวงึกๆที่จู่ๆก็มีมหาเศรษฐีที่ไหนไม่รู้มาจับจ่ายซื้อของใช้จำนวนมาก ยอดรวมๆแล้วที่พวกเขาได้สั่งซื้อไปก็เกือบๆ 500 ล้านบาทได้แล้ว จนสินค้าแทบจะหมดร้านกันเลยทีเดียว“แก! แกลืมอะไรไปหรือเปล่า..” บิวตี้ที่อยู่ในสายวิดีโอคอลเอ่ยถามพร้อมกับทำหน้างอนๆเล็กน้อย“ก็ไม่ลืมอะไรแล้วนี่..” ครีมกล่าวพร้อมกับทำท่านึกคิด มันทำให้บิวตี้ยิ่งงอนเข้าไปใหญ่“เป็ดเหลืองยักษ์! จะเอาเป็ดเหลืองยักษ์..” บิวตี้กล่าวออกมาอย่างเซ็งๆ ถ้าเธอไปเองมันคงจะดีกว่านี้ เธอจะไม่ยอมพลาด และอาจจะหยิบมันเข้าตะกร้าเลยตั้งแต่ชิ้นแรก ครีมที่ได้ยินก็ทำหน้าเหมือนไม่รับรู้ก่อนจะผิวปากเบาๆ“แหะๆ นึกว่าแกจะลืมไปซะอีก..” ครีมกล่าวพร้อมกับหัวเราะแห้งๆ“ไม่ลืมหรอกเฟ้ยยย.. ไม่ต้องมาทำเป็นแกล้งลืมเลย ไปหยิบเป็ดเหลืองมาซะ!..” บิวตี้กล่าว ครีมที่เห็นว่าเพื่อนของเธอไม่หลงกลลืมตามแผนที่เธอได้วางเอาไว้ เธอก็รีบไปหยิบเป็ดเหลืองตามที่บิวตี้ต้องการ หลังจากชี้นู่นชี้นี่ สินค้าที่พวกเขาถูกใจก็หมดลง และแล้วก็ถึงคิวการจ่ายเงินค่าสินค้า ซึ่งเกียรติไกรเป็นคนจัดการให้ทั้งหมด แม้สินค้ารวมๆแล้วจะเป็นหลักร้อยล้าน แต่ก็ถูกดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งมันเป็นเพราะว่าไอซ์เป็นหุ้นส่วนของห้างร้านเคหะภัณฑ์ที่นี่ จึงมีการอำนวยความสะดวกที่ดี“ฉันล่ะเริ่มสงสัยแล้วว่าเงินของเจ้าไอซ์มีเท่าไรกัน..” บิวตี้กล่าวออกมาลอยๆ แต่คนอื่นๆก็ได้ยินที่เธอถามเช่นกัน เกียรติไกรเริ่มที่จะเหงื่อแตกพลั่กๆ หลินฟางฟางที่ได้กลิ่นเรื่องสนุกเธอก็คิดอะไรสนุกๆออกมา“ฟางฟางได้ยินว่าพ่อโอนเงินให้กับไอซ์เขาล่าสุดก็ประมาณ 5,000 หรือ 6,000 ล้านนี่แหละค่ะ..” ทั้งหมดนี้ก็เพื่อแก้แค้นไอซ์ที่จู่ๆไปรู้จักกับยัยชิกะอะไรนั่นตอนไหนก็ไม่รู้ แถมยังเรียกกันว่าที่รักอีก ซึ่งเธอยอมรับไม่ได้ และต้องหางานให้กับไอซ์บ้างที่บังอาจทำเรื่องร้ายๆกับเธอ“ 5-6 พันล้าน!..มันเยอะขนาดนั้นเลยเหรอฟางฟาง.. คุณเกียรติไกรพอจะทราบไหมคะ” ครีมกล่าวอย่างตกใจ ก่อนจะหันมาถามกับเกียรติไกรที่กำลังไปไม่เป็น ปังปอน แม่กัญญา และปิ่นก็เริ่มหันมาให้ความสนใจเช่นกัน“ก็ทราบครับ.. แต่ว่าการขายสินค้าก็ไม่ได้กำไรมากเท่าไรน่ะครับ คุณไอซ์รับสินค้ามาปล่อยอีกที กำไรส่วนใหญ่เราก็ให้กับเจ้าของไอเทม จริงๆแล้วบริษัทก็จะได้อยู่ประมาณช่วง 2-3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง  แล้วไหนจะมีค่าพนักงานอีกหลายคน แล้วก็ค่าขนส่ง ค่าบอดี้การ์ด จะเหลือก็เหลือไม่ถึง 50 ล้านบาทหรอกครับ..” เกียรติไกรกล่าวเนียนๆเพื่อที่จะช่วยไอซ์ปกปิด เขานั้นรู้ดีถึงความจำเป็นของเจ้านายตัวเอง“อย่างนั้นเหรอ.. แล้วตอนนี้ไอซ์มันเหลือเงินเท่าไรกัน.. คุณเคยเป็นผู้ดูแลบัญชีทางการเงินของเจ้าไอซ์ และบริษัท ช่วยบอกพวกเราหน่อยได้ไหม...” บิวตี้กล่าว และคนอื่นๆเองก็ต่างตั้งใจที่จะฟังเช่นกัน แม่กัญญากับปังปอนเองก็สงสัยไม่น้อยว่าไอซ์นั้นมีทรัพย์สินเท่าไรกันแน่“เออออ.. จะดีเหรอครับ ถ้าคุณไอซ์รู้เข้า ผมก็จะลำบากเอาได้..” เกียรติไกรลังเลอยู่ไม่น้อย เพราะพันธสัญญาที่จะไม่หักหลังนั้น มันทำให้เขาลำบากใจที่จะตอบ เขาไม่รู้ว่ามันจะถูกมองว่าเป็นการหักหลังหรือเปล่า แต่ถึงยังไงเขาก็ต้องเอาชีวิตรอดการแรงกดดันตรงนี้ให้ได้ก่อน“รีบพูดมาได้แล้วน่าที่รัก..” ปิ่นเองก็เข้าร่วมกดดันเกียรติไกรด้วยเช่นกัน เกียรติไกรถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอกันเลยทีเดียว“จริงๆแล้ว ผมก็พอจะบอกได้นิดหน่อยครับ.. ทรัพย์สินของคุณไอซ์มีอยู่ประมาณ 10 หลักน่ะครับ แต่ก็ไม่ทราบตัวเลขที่แน่ชัด แหะๆ” เกียรติไกรกล่าวให้มันดูต่ำที่สุดเท่าที่คิดว่ามันจะเป็นไปได้ ครีมที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยกนิ้วมือขึ้นมานับตามทันที“หน่วย..สิบ..ร้อย..พัน..หมื่น..แสน..ล้าน..สิบล้าน..ร้อยล้าน!...พันล้านนน! ห๊ะ พันล้านเหรอ? มันมีเยอะขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” ครีมกล่าวออกมาอย่างตกใจ พันล้านไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยเห็นในบัญชีของเธอ แต่พันล้านนั้นมันมีไว้สำหรับเป็นงบบริษัทของเธอ แล้วคุณเกียรติไกรพูดว่าไม่รู้ตัวเลขที่แน่ชัด มันเหมือนเป็นคำใบ้เบาๆว่าหลักสิบนั้นต้องไม่ใช่เลข 1 2 หรือ 3 นำหน้าแน่นอน“..ปอนก็พอรู้อยู่ค่ะ จริงๆแล้วเมื่อก่อนแม่ปอนป่วยเป็นมะเร็ง.. แต่ว่าไอซ์เอาโพชั่นให้กับคุณแม่ โพชั่นนั้นปอนมาทราบทีหลังว่ามันมีราคาหลักพันล้านบาทเช่นกันค่ะพี่ครีม..” ปังปอนกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ“จริงเหรอ!.. อื้มๆ แต่ก็นะ มันเป็นเงินที่มันหาได้เอง ก็แล้วแต่มันเถอะว่าเอาไปทำอะไร..” ครีมกล่าวพร้อมกับพยักหน้า เล่นเอาบิวตี้กับเกียรติไกรถึงกับเหวอไปเลยทีเดียว พวกเขาฟังไม่ผิดใช่ไหม พวกเขาแทบจะไม่เชื่อหูของตัวเองเลยสักนิด“ก็..ก็เพราะแกชอบไถ่เงินของเจ้าไอซ์มันไม่ใช่หรือไง...” บิวตี้กล่าวออกมา พร้อมกับคนอื่นๆที่พยักหน้าเห็นด้วยตามๆกันไป“จะบ้าเหรอ! แกมองฉันเป็นคนยังไงกันเนี่ยย..” ครีมกล่าวโวยวายออกมา“ก็เห็นว่าแกเป็นคนขี้งก คนที่ชอบไถ่เงินน้องชายตัวเอง..” บิวตี้กล่าว ครีมที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะถอนหายใจออกมา และหยิบสมุดจดเล่มเล็กๆของเธอออกมาจากกระเป๋าเสื้อ“เฮ้ออ แกจะมองอย่างนั้นก็ไม่ผิดหรอกนะ ฉันรู้ดีว่าฉันหวงเงินมากแค่ไหน แกก็รู้ว่าฉันเคยลำบาก และเงินก็เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้พวกเราสองพี่น้องลำบาก แต่ว่านะ.. เงินของเจ้าไอซ์ฉันจดเอาไว้หมดนั่นแหละ ว่ามันโอนมาเท่าไรบ้าง..” ครีมกล่าวพร้อมกับเปิดสมุดของตัวเอง“รอบแรก สิบล้านบาท ฉันเอาไปจ่ายค่าบ้าน กับหักส่วนที่ฉันเคยจ่ายค่าบ้านไปออกมานิดหน่อย จากนั้นฉันก็โอนบ้านให้กับไอซ์มันไปแล้ว.. รอบอื่นๆก็มีนิดหน่อย รวมๆแล้วก็หลักล้านบาท ถ้าคิดถึงคาเฟ่ด้วยก็ประมาณ 22 ล้านบาท รอบสุดท้ายมันโอนมาสำหรับบริษัท 1,500 ล้านบาท เบ็ดเสร็จก็.. 1,530 ล้านบาทกับอีกนิดหน่อยที่มันโอนมา..” ครีมกล่าว และคนอื่นก็ตั้งใจฟังอย่างตั้งใจบริษัทนี่ฉันก็คิดว่าจะโอนให้นางด้วย ตอนนี้เงินสดของมันที่เหลืออยู่กับฉันก็ประมาณ 507 ล้านบาท ฉันก็แค่เก็บเอาไว้ให้ ไม่เคยคิดจะใช้ของมันหรอกนะถ้าไม่จำเป็นจริงๆ.. มันก็เป็นอย่างที่แกบอก ฉันรู้ดีว่าฉันงกเงินมากแค่ไหน แต่ฉันก็ไม่ใช่คนประเภทที่จะใช้เงินของน้องชายตัวเองหน้าตาเฉยหรอกนะ..” ครีมยังคงกล่าวต่อไป“ที่ฉันพยายามจะเปิดร้านเร็วๆ ก็เพื่อที่จะหาเงินให้ตัวเองใช้บ้างนั่นแหละ อีกอย่างฉันก็จะพยายามหาเงินมาคืนมันด้วย ฉันไม่อยากเป็นภาระของมันหรอกนะ.. ฉันตั้งจะโอนคืนมันตอนที่มันลำบากจริงๆ แต่ว่านะ..มันก็ต้องบ่นกันสักนิดหน่อยไหม ไม่อย่างนั้นมันก็คงไม่รู้จักค่าเงินหรอก..”“การหาเงินที่แสนจะลำบากนั้น ฉันรู้ดีมากกว่าใคร.. ถึงตอนนี้มันจะรวยมีเงินมีทองใช้ แต่ก็ไม่มีใครรู้หรอกจริงไหมว่าอนาคตจะเป็นยังไง วันหนึ่งพวกเราอาจจะกลับมาลำบากเหมือนเดิมก็ได้.. เซฟไว้ก่อนดีที่สุด เพราะยังไงฉันก็มีแค่มันเท่านั้นแหละ ฉันเป็นพี่สาวของมัน ฉันจะไม่ปล่อยให้น้องชายลำบากหรอกนะ..” ครีมกล่าว คนอื่นๆแอบอึ้งไปตามๆกัน แม่กัญญา ปังปอน หลินฟางฟาง และปิ่นที่ได้ยินอย่างนั้นก็แทบจะร้องไห้กันออกมาเลยทีเดียว“นั่นสินะ!.. แกทำถูกแล้วล่ะเพื่อนรัก!... ถ้าอย่างนั้นเราพยายามไปด้วยกันนะ”บิวตี้เองก็น้ำตาซึมๆเล็กน้อย เธอก็ได้อะไรจากไอซ์มาเยอะมากด้วยเช่นกัน เธอจะต้องพยายามหาเงินมาเก็บบ้างแล้ว อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ จะพึ่งแต่คนอื่นก็ไม่ได้แล้ว เกียรติไกรที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็ถึงกับพูดไม่ออก เขาไม่คิดว่าความคิดของคุณครีมจะมีอะไรที่ลึกซึ้งขนาดนี้ แม้ว่าเขาจะเป็นผู้ชาย แต่มันก็อดที่จะกลั้นต่อมน้ำตาไม่ให้แตกออกมาไม่ได้ และดูเหมือนว่าเขาจะตัดสินใจอะไรได้บางอย่าง“ไม่คิดเลยว่าคุณครีมจะมีความคิดอย่างนี้.. มัน..ซาบซึ้งมากจริงๆครับ.. ผมมีบางอย่างจะบอก” เกียรติไกรเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะทำหน้าตามุ่งมั่นกับเรื่องอะไรสักอย่าง“อะไรเหรอคะ..” ครีมกล่าวถามอย่างสงสัย ทุกคนเองก็หันมาสนใจด้วยเช่นกัน“จริงๆแล้ว คุณไอซ์เป็นผู้ที่มีทรัพย์สินรวมทั้งหมดติด 1 ใน 5 ของประเทศน่ะครับ.. โดยรวมๆก็น่าจะมากกว่า 500,000 ล้านบาทได้ในตอนนี้..” เกียรติไกรกล่าวพร้อมกับเกาหัวงึกๆ“1 ใน 5 ของประเทศ... ทรัพย์สิน 5 แสนล้านบาท... โอ้ ตายแป๊บ!..”