ตำนานเทพอสูรจอมราชัน NC18+

    ตอนที่102 นางแพศยาแสดงละครได้เนียนมาก

    ตอนที่102 นางแพศยาแสดงละครได้เนียนมาก


    กริชเพชรใช้พลังจิตสัมผัสที่ปุ่มสีแดงก็ปรากฏกลายเป็นสีเขียวเขียนว่า

    "เวทย์อสูรพลังจิตสายนักรบ"

    เขาใช้พลังจิตกลับมาสัมผัสหมวดสีแดงอีกข้างหนึ่ง มันก็ปรากฏสถานะเป็นสีเขียวเขียนว่า


    " เวทย์อสูรพลังจิตสายสนับสนุน"

    กริชเพชรใช้ความคิดตรึกตรอง นึกถึงเรื่องราวในเกมส์ที่เขาชอบเล่น


    'เรียนได้อย่างเดียวเรียนอันไหนดีนะ? '

    กริชเพชรกำลังสาละวน ในการเลือกเรียนเวทย์สายที่เหมาะกับตัวเอง


    "เอาสายนี้แหละวะ..สายซัพพอร์ตก็คงจะเหมาะกับเรา..เอิ๊กๆ "

    ณ.ตำหนักขององค์จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดต่างนั่งเคร่งเครียด เพราะองค์กษัตริย์สั่งให้หมอหลวง มาดูอาการพระนางฮองเฮาฝ่ายซ้าย แม้แต่ตัวเองยังทรุดโทรม เพราะโดนกัดกินพลังบอลดวงจิตจากปรสิตคนโลกคู่ขนาน องค์จอมกษัตริย์ก็ยังไม่สนใจ


    ต้องการปลุกให้องค์ฮองเฮาฟื้นขึ้นมาแก้ต่างคำกล่าวหาของพระนางเจ้าเฟย และท่านปู่ทวดเจ้าจี่เพราะทั้งสองคน เป็นผู้ที่มีความสำคัญในชีวิตขององค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด ดังนั้นจึงมีความหนักแน่น เมื่อกล่าวหาภรรยาสุดที่รักของเขา


    แต่องค์จอมกษัตริย์ก็ยังดื้อดึงต้องการฟังคำแก้ตัวของเมียรัก ท่านปู่ทวดและน้องสาวเขาอาจเข้าใจผิดในเรื่องที่พระนางทำลงไป นางฟื้นขึ้นมาอาจจะมีคำแก้ตัวดีๆ ให้พ้นข้อกล่าวหานี้ไปได้


    "เจ้าจะกระสับกระส่ายไปไยองค์กษัตริย์ เดี๋ยวนางก็ฟื้นแล้วเรื่องที่นางจับข้า และน้องของเจ้าไปขังไว้ในคลังอาวุธนี่เป็นเรื่องจริงแน่นอนด้วยเกียรติของข้า แต่เรื่องนางสมคบคิดกะคนโลกคู่ขนานข้าไม่อาจจะรู้ได้


    แต่สำหรับเรื่องปรสิตของคนโลกคู่ขนานที่ฝังอยู่ในตัวเจ้าก็เป็นเรื่องจริง แต่จะเกี่ยวข้องกับพระนางเจ้าลีหงส์หรือไม่ข้าไม่อาจจะพิสูจน์ได้..."

    เสียงของปูทวดเจ้าจี่ กล่าวขึ้นขณะเห็นหลานชายกำลังหงุดหงิด ดูการรักษาของภรรยาสุดที่รักด้วยใจจดจ่อ


    "นางสมคบคิดกับคนนอกอย่างองค์ชายอสูรวารีหิมะ สหายของท่านกักขังพวกเรานี่ก็เป็นเรื่องจริง เพราะกรงขังที่สร้างด้วยหิมะและพลังบอลดวงจิตของเขา..ข้าเห็นกับตา.."

    เสียงพระนางเจ้าเฟยพูดขึ้นอย่างโกรธเคือง


    "น้องหญิงเจ้าก็อย่าเอาแต่อารมณ์ องค์ชายเจ้าโป๊เชียงก็เป็นสหายของข้า ที่สนิทสนมกับครอบครัวของพี่ด้วยดีตลอดมา จะเป็นเรื่องแปลกอะไรที่เมื่อพวกเจ้ากดดันพี่สะใภ้ นางจะหาเพื่อนที่ไว้ใจอย่างองค์ชาย แดนอสูรวารีหิมะมาเสริมกำลังเพื่อช่วยปกป้องนาง ในยามที่ข้าไม่ได้สติ..."

    องค์จอมกษัตริย์กล่าวเข้าข้างเมียรักอย่างมีเหตุผลสำหรับเขา


    "งี๊รรรซ์..ข้าไม่เข้าใจเลยว่าท่านเป็นถึงองค์จอมกษัตริย์ปกครองดินแดนอสูรวารีน้ำจืด ทำไม? ท่านจึงมีความคิดอย่างนี้ เสียดายสติปัญญาของท่านพี่เสียจริงๆ มันช่างมืดบอดเพราะผู้หญิงคนเดียวนี่รึ ท่านลืมตาขึ้นดูความจริงบ้างเถอะ.."

    พระนางเจ้าเฟยขยี้เท้าอย่างโมโหสุดขีดนางเดินไป กระแทกก้นลงนั่งบนเก้าอี้ศิลาอย่างฉุนเฉียว


    "ท่านแม่อย่าหัวร้อนนักเลย..ยับยั้งอารมณ์โกรธลงบ้างเถอะพวกเราลองฟังดูซิว่า..องค์ฮองเฮาจะมีเหตุผลแก้ตัวกับท่านลุงอย่างไรบ้าง..."

    องค์หญิงเจ้าเฟิงยกยิ้มที่มุมปาก สายตาเจ้าเล่ห์ของนางสั่นไหวเล็กๆ


    เหมือนกุมความลับไว้ในมือพร้อมจะเปิดให้มันแตกต่อหน้าทุกคน นางเพียงแต่รอเวลาให้พระนางลีหงษ์ นางมารร้ายตนนั้นฟื้นขึ้นมาเพื่อให้นางแก้ตัวต่อหน้า องค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดเพราะนางคิดว่า ถ้าท่านลุงเห็นธาตุแท้ของพระนาง เห็นการปลิ้นปล้อนเจ้าเล่ห์ของเมียรักอาจจะตาสว่างขึ้นก็ได้


    ที่จริงแล้วพระนางเจ้าลีหงษ์ฟื้นตั้งนานแล้วแต่กำลังคิดว่า จะแก้ตัวกับองค์กษัตริย์ยังไงดีเพราะตอนนี้ ผู้ช่วยของนางทั้งหมดถูกทำลาย โดยพลังขององค์ชายสิบสี่ และนางยังโดนเจ้าจี่และเจ้าเฟยสองปู่หลาน ใส่ความไม่ลดละ

    เมื่อได้ยินสามีกล่าวเข้าข้างตัวเองเช่นนั้น นางเริ่มมีกำลังใจจะโป้ปดเอาตัวรอดต่อ

    ควับๆ ๆ ๆ!!


    "โอ๊ย! องค์ชายสิบสี่เจ้าอย่าทำร้ายข้า..ข้าเป็นภรรยาของพ่อเจ้ารู้หรือไม่ ข้าเป็นแม่ของเจ้าคนหนึ่งเจ้ามาทำร้ายข้าทำไม? ช่างโหดร้ายยิ่งนัก.."

    เสียงของฮองเฮาฝ่ายซ้ายแกล้งละเมอเพ้อพกขึ้น สองมือสะบัดกวัดแกว่งเหมือนกับหวาดกลัวเสียเต็มประดา นางแสดงละครได้ยอดเยี่ยม


    'เฮ่อๆ ..นางแพศยาแสดงละครได้เนียนมากเดี๋ยวข้าจะฉีกหน้ากากของเจ้า'

    องค์หญิงเจ้าเฟิงคิดในใจแสยะยิ้มเบะปากอย่างรังเกียจ


    "หมอหลวงฮองเฮาของข้าเป็นอย่างไรบ้าง.."

    องค์จอมกษัตริย์กระโดดปราดเดียวก็ถึงร่างของเมียรักด้วยท่าทีเป็นห่วงเป็นใย


    "องค์ฮองเฮาพระนางได้สติขึ้นมาแล้วอาการโดยรวมไม่มีอะไรมาก เพียงแต่บาดเจ็บกายอสูรเล็กน้อย พลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของพระนางก็ยังคงมีสภาพที่ไม่น่าเป็นห่วง..."

    เสียงหมอหลวงกล่าวขึ้นเขาก็ยังรู้สึกงงๆ ว่านางไม่น่าจะสลบนานขนาดนี้ แต่ก็ช่างเถอะเมื่อนางฟื้นแล้วเขาจึงกล่าวลา องค์จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด


    "กระหม่อมขอลาแล้วละ..อาการของพระนางเจ้าถือว่าปลอดภัยไม่ต้องรักษาด้วยวิธีใดๆ ..."

    เสียงของหมอหลวงกล่าวพร้อมกับถอยหลังกลับ องค์จอมกษัตริย์พยักหน้ารับหาได้สนใจไม่ รีบเข้าประคองภรรยาสุดที่รัก


    "น้องหญิงของข้าเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง"

    องค์จอมกษัตริย์เอามือวางที่หน้าผาก มีสีหน้าผ่อนคลายลง


    "ร่างกายของเจ้าปกติดีแล้วคงจะหายในเร็ววัน..."

    องค์กษัตริย์ปลอบโยนนางด้วยความรักใคร่


    "ก็คงจะใช่หรอกเสด็จพี่แต่จิตใจที่บอบช้ำและหวาดกลัว ต่อการกระทำขององค์ชายสิบสี่ที่ก้าวร้าวล่วงเกินหม่อมฉัน

    เมื่อเสด็จพี่ทรงประชวรเขาคงคิดยึดอำนาจนครแห่งนี้ ทั้งๆ ที่เสด็จพี่ยังไม่ทันเป็นอะไรเลย ยังกล้ากำเริบเสิบสานเสด็จพี่ปล่อย ลูกอกตัญญูคนนี้ไม่ได้นะเพคะ.."

    เสียงของนางกล่าวใส่ไฟกริชเพชรแบบรัวๆ


    "เฮ่อๆ ..พระนางเจ้าลี่หงษ์เจ้าจะพูดเกินไปแล้วการกระทำของเจ้าต่างหากล่ะ ที่คิดกบฏต่อเสด็จพี่ของข้ายังกล้าบังอาจมาใส่ร้ายผู้อื่น ถ้าไม่ใช่องค์ชายสิบสี่รีบกลับมาช่วยพวกเราไม่รู้จะตกอยู่ในสภาพเยี่ยงไร.."

    เสียงของพระนางเจ้าเฟยกล่าวด้วยความเคียดแค้น


    "น้องหญิงข้ารู้ดีว่าเจ้ามีใจปรารถนาดีต่อเด็กผู้นั้น แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าคิดหรอกนะ ที่ข้านำพวกท่านทั้งสอง ไปหลบซ่อนตัวอยู่ในคลังอาวุธประจำตระกูลก็เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับพวกท่านต่างหาก ท่านไม่ได้ยินข่าวหรอกหรือว่า องค์ชายสิบสี่ถล่มตลาดมืดของสำนักหลงจนแหลกลาญ ข้าเป็นห่วงความปลอดภัยของพวกท่านข้าผิดด้วยหรือ.."

    เสียงของพระนางปนสะอื้นซบลงบนหน้าอกของสามี แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง


    "นั่นปะไรล่ะ!! ..พวกเจ้าเข้าใจผิดพี่สะใภ้ของเจ้าเกินไปแล้วเจ้าเฟย ท่านปู่ทวดเจ้าจี่ท่านฟังแล้วใช่หรือไม่ ว่านางมิได้มีเจตนาร้ายกับพวกท่านเป็นอย่างที่ข้าคิดไว้จริงๆ

    ไอ้ลูกทรพีตัวนั้นมันต้องการยึดอำนาจของข้า มันคงคิดว่ามันจะเก่งเหนือข้ากะมั้ง ที่ได้ไข่บรรพกาลไปครอบครอง ไม่แน่มันอาจจะเป็นคนวางยาข้าก็ได้.."


    เสียงขององค์จอมกษัตริย์กล่าวดังขึ้น ในสมองของเขาคิดไปไกล แบบมโนเอาเองเพื่ออยากจะช่วยคลี่คลาย การกระทำของภรรยาสุดที่รัก ในความรู้สึกของเขา ก็รู้สึกไม่ค่อยถูกต้องอยู่เหมือนกัน แต่เอาไว้สืบสาวกันวันหน้าแต่วันนี้อยากให้พระนางลีหงษ์ พ้นจากข้อกล่าวหาไปก่อน


    "เสด็จพี่ก็ประชวร..ด้วยข้าเองก็ไม่สามารถต่อกรกับเด็กผู้นั้นได้หรอก บุตรของเราทั้งหลายพลังกายอสูรก็ไม่สามารถจะปกป้องข้าได้ ข้าจึงเรียนเชิญองค์ชายเจ้าโป๊เชียงสหายของท่านมาช่วย


    แต่องค์ชายสิบสี่กลับเล่นกล ตลบหลังลอบทำร้ายพวกเขาจนบาดเจ็บสาหัส และจับตัวพวกเราทั้งสามไว้ ขุนพลที่องค์ชายนำมาด้วยก็ตกตายไปหลายคนข้าคิดว่าเรื่องนี้


    ถ้าพวกเราไม่จับองค์ชายสิบสี่มาลงโทษ จะสร้างความขัดเคืองให้แก่องค์จอมกษัตริย์อสูรวารีหิมะ อาจจะเกิดสงครามขึ้นด้วยเช่นกันนะคะ.."

    เสียงของนางออดอ้อนแสดงความคิดเห็นแนะนำองค์จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด นอกจากแก้ตัวให้ตัวเอง แล้วยังใส่ร้ายป้ายสีองค์ชายสิบสี่แบบเนียนๆ อีกต่างหาก


    "คริคริ! ..เสด็จลุงข้าคาดคิดว่าสงครามระหว่างอาณาจักรอสูรวารีน้ำจืดกับอาณาจักรอสูรวารีหิมะต้องเกิดขึ้นในเร็ววันนี้แน่ เพราะว่าองค์ชายของเขาเข้ามาแทรกแซง ถึงนครอสูรวารีน้ำจืดมิได้มาช่วย แต่มาทำลายอาณาจักรของพวกเรามากกว่า.."

    เสียงองค์หญิงเจ้าเฟิงกล่าวขึ้นเหมือนเย้ยหยันความคิดของพระนางเจ้าลีหงษ์ ที่ใส่ร้ายองค์ชายสิบสี่


    "บัดซบ..เจ้าเป็นหลานกล้าบังอาจกล่าวร้ายต่อสหายของข้าและองค์ฮองเฮา อย่าคิดนะว่าเจ้าเป็นองครักษ์ชั้นเจ้า แล้วจะมาเหิมเกริมกับเจ้าชีวิตอย่างข้าได้..."


    องค์จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดกำลังอารมณ์ดีที่ภรรยาสุดที่รักแก้ตัวได้เนียนมากๆ สมเหตุสมผลแต่กลับถูกขัดขวางจากหลานสาว บุตรของพระนางเจ้าเฟย เขาจึงแค่นเสียงกำราบอย่างดุดัน


    "เอาอย่างนี้ข้ามีหลักฐาน ที่จะกล่าวร้ายป้ายสีองค์ฮองเฮาฝ่ายซ้าย..ท่านลุงอยากจะดูหรือไม่.."

    เสียงขององค์หญิงเจ้าเฟิงยังแข็งกร้าวประชดองค์กษัตริย์ขึ้น จนพระนางเจ้าเฟยมารดาของนาง ต้องเดินมาจับแขนเหมือนจะขอร้องให้หญิงสาวลดท่าทีแข็งกร้าวลง ต่อองค์จอมกษัตริย์ผู้เป็นลุง พระนางเจ้าเฟยรู้ถึงนิสัยของบุตรสาวดีว่านางห้าวหาญเหมือนนักรบชาย ดังนั้นกริยาแบบนี้จึงเกิดขึ้นต่อหน้าองค์จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด


    "ไหนเจ้าว่ามีหลักฐานเอามาให้ข้าดูทีสิ ถ้าเจ้าหมิ่นประมาทองค์ฮองเฮาของข้า โดยใช้หลักฐานเท็จถ้าจะสั่งตัดหัวเจ้า แม้ว่าจะเป็นหลานในไส้ก็ตาม.."

    จอมกษัตริย์กล่าวอย่างเดือดดาล องค์หญิงเจ้าเฟิงยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากอย่างถือดี

    .....................................................................................................................................................